ยกนิ้วให้เลย....สุดวังเวง ?????

ยกนิ้วให้เลย....สุดวังเวง ?????

สุดวังเวง

https://www.dailynews.co.th/regional/794910

 

การ์ตูน เซีย

 

ยกนิ้วให้เลย
แม่ลูกจันทร์12 ก.ย. 2563 05:15 น.
 

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่นายกฯ ลุงตู่แถลงต่อรัฐสภา

เมื่อรัฐบาลผูกมัดตัวเองไว้ ก็ต้องปฏิบัติตามสัญญา

เริ่มจากแต่งตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหาและหลักเกณฑ์แก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 49 คน

แบ่งเป็นโควตา ครม.และพรรคร่วมรัฐบาล 31 คน

เหลือโควตาให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน 18 คน

มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า คณะกรรมาธิการ 49 คน ใช้เวลาศึกษาปัญหาที่เกิดจากรัฐธรรมนูญนานถึง 6 เดือน

 

ได้พบความจริงว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้แย่ที่สุด ยุ่งที่สุด ยี้ที่สุด แก้ไขยากที่สุดในรอบ 88 ปี!!

คณะกรรมาธิการเห็นควรให้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับหน้าปกประชาธิปไตยไส้ในเผด็จการ

ล่าสุด ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเอกฉันท์เห็นชอบผลการศึกษา และข้อเสนอของคณะกรรมาธิการทุกประเด็น

“แม่ลูกจันทร์” สรุปข้อเสนอที่เป็นไฮไลต์สำคัญได้ 8 ประเด็นดังนี้คือ...

 

1,เห็นชอบให้มี ส.ส.ร.จากการเลือกตั้งของประชาชน ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

2,เห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ “เกือบ” ทั้งฉบับ

ยกเว้น หมวดที่ 1 บททั่วไป และหมวดที่ 2 เกี่ยวข้องกับสถาบันสูงสุด ยังคงไว้ตามเดิม

3,ให้ยกเลิกเงื่อนไข ที่กำหนดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องใช้เสียงเห็นชอบจาก ส.ว.ลากตั้ง 1 ใน 3 หรือ 84 คน

 

4,ยกเลิกเงื่อนไขให้ ส.ว.ลากตั้ง 250 คน ร่วมโหวตแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี

5,ให้โละทิ้งหมวดการปฏิรูปประเทศ และแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพราะปฏิบัติไม่ได้จริง

6,ให้โละทิ้งระบบเลือกตั้ง ส.ส. แบบพิสดารใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว กลับไปใช้ระบบเดิม บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ให้มี ส.ส. 500 คน เป็น ส.ส. เขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน

7,ให้โละทิ้งสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบพิลึกกึกกือ เพราะทำให้ผลการเลือกตั้งบิดเบี้ยวจากความเป็นจริง

8,เพิ่มหลักเกณฑ์ให้มีการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจองค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นหลักประกันความเป็นกลาง เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติหลายมาตรฐานอย่างที่ผ่านมา

“แม่ลูกจันทร์” ปรบมือให้ นายพีระพันธุ์ และ กมธ. ทั้ง 49 คน ที่กล้ายอมรับความจริง กล้าพูดความจริง

และกล้าฟันธง...ให้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจ คสช.

สังคมใดกติกาไม่เป็นธรรม สังคมนั้นไม่มีความปรองดอง!!

ประโยคนี้ใครพูดไว้ไม่รู้ ขอยืมใช้ก่อนชั่วคราวนะโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    4
  • ว้าว
    3
  • เศร้า
    3

3 ความเห็น

 
ICT
หลังพายุใหญ่

แบบหัดอ่านเบื้องต้น พระยาผดุงวิทยาเสริม (กำจัด พลางกูร) แต่ง พิมพ์ครั้งที่เก้า พ.ศ.2481 ในหนังสืออนุสรณ์ เสาวรส ทองปาน 2480-2554 คุณศรัณย์ ทองปาน ฝากมาให้ มีนิทาน เรื่องเดียวกับเรื่องที่ท่านอาจารย์ปัญญานันทะ เคยเทศน์ให้ฟัง

นิทานเรื่องนี้อยู่ในบทที่ 43 ภาษาง่ายๆ ใช้สำหรับเด็กหัดอ่าน

มีหญิงสองพี่น้อง ผู้พี่ชื่อเฟื่อง ผู้น้องชื่อแฟง....วันหนึ่งเขาทั้งสอง ขอพ่อแม่ไปเที่ยวป่า ป่านี้มีหนองน้ำอยู่หน้าภูเขา มีดงไม้ใหญ่ มีดงไม้สูงต่างๆ มีทั้งไม้ยาง ไม้แดง ไม้ทองหลาง ไม้ฝาง ไม้โกงกาง ไม้ประดู่ ไม้กร่างใหญ่ๆ

มีทั้งกระจง ลิง ค่าง บ่าง ชะนี กวาง ละมั่ง อีเก้ง ก็มี ไม่มีแต่ช้าง

หญิงพี่น้องแลดูป่าไม้ก็พอใจ จึงไปต่อไป จนถึงหนองน้ำ ก็แวะดูปลาต่างๆ น้ำในหนองใสดี มีบัวหลวงใหญ่ๆชูใบสล้าง เฟื่องมองไปปะปลาแขยงฝูงใหญ่ ไล่ตัวแมลงเม่ามาใกล้ฝั่ง ก็ชี้ให้แฟงดู

ดูอยู่ไม่ช้า พอปลาเสือตัวใหญ่มาปะตัวแมลงเม่าเข้า ปลาเสือ ก็เป่าน้ำเอาแมลงลงได้

ปลาแขยงทั้งฝูงก็เก้อไป ไม่ได้แมลงเม่า พี่น้องทั้งสองก็หัวเราะว่า “ปลาแขยงโง่จริงๆ”

 

พอมีพายุใหญ่มาทางหน้าภูเขา พายุมาแรงดังฮือๆ ฟ้าก็คะนองร้องเปรี้ยงๆ เฟื่องจึงจูงมือแฟงเลี่ยงหนีไปแฝงอยู่ระหว่างเซิงไผ่ที่เชิงเขาข้างหลังพอบังพายุได้ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพายุก็ห่างลง

เฟื่องดีใจและว่า “เราจงเร่งไปเสียแต่ยังสว่าง อย่าให้ค่ำลงกลางทาง” ต่างก็ตั้งใจตรงมายังทางเก่า

แฟงแลไปปะไม้ต่างๆ ที่สูงๆใหญ่ๆตั้งอยู่ไม่ได้ เพราะปะทะพายุแรงร่วงลงมาทั้งกิ่งทั้งลำ บ้างก็ร่องแร่งค้างคาอยู่กะตอ แลดูโปร่งโล่งดังเพลิงไหม้ป่า

แฟงมองไปมองมา ก็แลไปปะพงอ้อกอหญ้าคงอยู่กะที่ จึงว่ากะพี่ว่า “พี่ ทำไมไม้ใหญ่สูงๆ ทั้งแข็งทั้งแรง จึงสู้พายุไม่ได้? แต่อ้อและหญ้าต่างๆ ไม่ใช่ไม้ใหญ่โตแข็งแรง อย่างไรจึงสู้พายุได้? ยังอยู่ดีๆทั้งพง”

 

พี่จึงว่ากะน้องว่า “เจ้ายังไม่เข้าใจ พี่จะว่าให้ฟัง ไม้ใหญ่ๆทั้งปวง ถึงว่าทั้งสูงทั้งใหญ่และแข็งแรงก็จริง ก็สู้พายุไม่ได้ ก็เพราะแข็งของไม้นี้เอง ขณะพายุมาปะทะก็ไม่เทไปกะพายุ แข็งของตัวไม่พอ สู้พายุไม่ไหว ก็จำต้องเสียไป

ไม้อ้อและหญ้าคาเหลานี้ ถึงไม่สูงใหญ่แข็งแรงก็จริง แต่ไม่ดื้อดึง รู้ว่าพายุก็เทไปกะพายุ เมื่อไรพายุไป ตัวก็ตั้งตรงอยู่ได้ไม่เสีย

อย่าว่าแต่ไม้นะ ถึงตัวเราก็อย่างนี้ ถ้าจะทำอะไรถือแต่ใจของตัวเอง ดื้อดึงไปไม่ฟังคำผู้ใหญ่ ก็จะต้องเสียไปอย่างนี้” พี่น้องทั้งสองว่าพลางมาพลางก็ถึงที่อยู่ แฟงก็เล่าให้พ่อแม่ฟัง

พ่อแม่จึงว่า “แฟงนี้ไม่ใคร่จะรู้อะไร พี่เขาชี้แจงให้ฟังจงจำไว้ เฟื่องเขาดี เขาปะอะไร เขาก็ตริตรองรู้สิ่งดีสิ่งชั่ว ต่อไปข้างหน้าจะได้ดี”

 

นิทานที่เด็กรุ่นพ่อแม่ผมหัดอ่าน จบแค่นี้ มีเรื่องน่าสนใจ ให้จดจำมาคิดไม่น้อย

เรื่องปลาแขยงลงทุนลงแรงไล่แมลงเม่าจากกลางน้ำมาใกล้ฝั่ง กลายเป็นต้อนแมลงเม่าเข้าปากปลาเสือ สอนให้เรียนรู้ว่า ระวังจะเป็นปลาแขยง ที่ลงทุนออกแรงเหนื่อยเปล่า

เรื่องต้นไม้ใหญ่ต้านพายุไม่ไหว เพราะความใหญ่ความแข็ง ต้นอ้อกอหญ้าลู่ลมตามพายุ ก็ฟื้นคืนได้ เป็นคำสอนอมตะ ที่ผู้ใหญ่มักสอนลูกหลาน เด็กๆที่หัวอ่อน เชื่อคำผู้ใหญ่ ก็รักษาตัวไว้ได้

ส่วนเด็กอย่างแฟงที่ไม่มีพี่เฟื่องสอน หรือเด็กที่พ่อแม่ไม่สั่งสอน ก็คงต้องปล่อยให้รับบทเรียนสำคัญ หว่านพืชเช่นใด ก็ได้ผลเช่นนั้น.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1927924

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    5
  • เศร้า
    1
 
3 ส

ไอ้เห้ตูบโคตรตอแหลหน้าด้านท่สุด

อ้วก

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    6
 
AlfaOne

น้ำท่วมทุ่ง...หลักการดี แต่ไม่มีวิธีปฎิบัติ กรอบระยะเวลาปฏิบัติ ประยุทธ์อยู่ยาว สว อยู่ยาว

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    3