มันเกินไป

มันเกินไป

ระเบิดบอกทาง
กิเลน ประลองเชิง10 ส.ค. 2562 05:01 น.
 
 

สามก๊ก ตอนโจโฉแตกทัพเรือ บทเรียนเด็กมัธยมรุ่นผม อธิคม สวัสดิญาณ เขียนไว้ใน “ยิ้ม กโลบายเหนือผู้พิชิต” (สำนักพิมพ์เต๋าประยุกต์ พ.ศ.2553) ว่า คนจีนรู้จัก ในตำนานประวัติศาสตร์ เพลิงเผาเซ็กเพ็ก

นี่คือยุทธการอันลือลั่น ที่ซุนกวนกับเล่าปี่ ซึ่งมีไพร่พลม้าศึกรวมกัน 6-7 หมื่น จับมือโจมตีทัพโจโฉ ที่มีไพร่พลม้าศึก 83 หมื่น แตกฉานซ่านเซ็น

โจโฉมีไพร่พลม้าศึกมากกว่าสิบเท่า ทางการเมืองยังคุมพระเจ้าเหี้ยนเต้ ไว้สั่งการพวกหัวเมือง มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน นักรบไพร่พลมีขวัญสู้รบดีเยี่ยม

ขณะที่ฝ่ายซุนกวนเล่าปี่ ยังมีความเห็นแตกต่างกัน บ้างก็ต้องการสู้ตาย บ้างก็คิดยอมสวามิภักดิ์

แตกต่างกันขนาดนี้ ซุนกวนเล่าปี่เอาชนะโจโฉ ได้อย่างไร

สมรภูมิรบที่เรียกว่าผาแดง (เซ่อปี้) มีแม่น้ำแยงซีเกียงเป็นปราการกั้นกลาง ทหารโจโฉรบทางบก แต่เมื่อได้ชัวมอ เตียวอุ๋น สองแม่ทัพเมืองเกงจิ๋ว ที่รบเก่งทางน้ำ ไว้เป็นตัวช่วยสำคัญ

ทหารบกของโจโฉก็เริ่มฝึกเป็นทหารเรือทำท่าจะเชี่ยวชาญ

จิวยี่ ฝ่ายซุนกวน กับจูกัดเหลียง ฝ่ายเล่าปี่ วางแผนซับซ้อน ถึงสามชั้น แผนแรก “ซ้อนกลจารชน” หลอกให้โจโฉฆ่าสองแม่ทัพเรือเกงจิ๋ว ตามด้วยแผน “กลเจ็บเนื้อ” ให้อุยกาย ทหารใหญ่ฝ่ายซุนกวน เสแสร้งไปเข้าฝ่ายโจโฉ

ตามด้วยแผนกลห่วงโซ่ ใช้ “บังทอง” ไปลวงให้โจโฉ ตรึงเรือทุกลำในกองทัพโจโฉไว้ด้วยกัน อ้างเหตุเพื่อไม่ให้ทหารบกที่ไม่เก่งทางเรือเมาคลื่น

ทุกอย่างไปตามแผน ฝ่ายซุนกวนก็โจมตีทัพเรือโจโฉด้วยไฟ กองทัพเรือโจโฉวอดวายอยู่ริมฝั่งน้ำ ตัวโจโฉหนีรอดไปทางบก ก็ถูกทหารซุนกวนเล่าปี่ซุ่มโจมตี เหลือทหารไม่กี่คน

หลังศึกเผาเซ็กเพ็ก แผ่นดินจีนซึ่งแตกแยกเป็นหลายก๊กหลายเหล่า ก็เริ่มควบรวมเป็นก๊กโจโฉ ก๊กซุนกวน และก๊กเล่าปี่ ซึ่งเพิ่งได้ที่มั่นเมืองเกงจิ๋ว เมืองใหญ่ เริ่มเรียกกันว่า “สามก๊ก” มาแต่บัดนั้น

ผมตั้งใจอ่านสามก๊กตอนนี้ หลังฟัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. แถลง คดีระเบิดและเผากลางกรุง ทางทีวีเมื่อบ่ายวันพฤหัสฯ

จับน้ำเสียงคุณจักรทิพย์ได้ ไม่พอใจการทำงานของ “สื่อ” ที่พยายามรุกถาม ด้วยเหตุผลว่า หลายประเด็นเหมือนช่วยชี้ทางหนี ให้ฝ่ายผู้ร้าย

ผบ.ตร.คนนี้ ทำคดีสารพัดระเบิดมาตั้งแต่ปี 2544 ท่านรู้ดีส่วนใหญ่เป็นระเบิดการเมือง เกิดขึ้นในทุกรัฐบาล รัฐบาลคุณทักษิณ เจอมาหลายครั้งกระทั่งระเบิดเครื่องบิน

ระเบิดทุกครั้ง ตำรวจที่มีประสบการณ์ แยก “ลายเซ็น” ฝ่ายที่ทำได้ รู้กระบวนการเชื่อมโยง เริ่มแต่ฝ่ายปฏิบัติการ ฝ่ายช่วยเหลือ รวมไปถึงฝ่าย “สั่งการ”

ซึ่งจะวางแผนซับซ้อนตัดตอน ยากจะเชื่อมโยงไปให้ถึงตัว

การแถลงสื่อมวลชน โดยเปิดเผยตำรวจก็คงแถลงได้แค่นั้น

แต่ถ้ามีโอกาสถามกันเป็นส่วนตัวแบบว่ารู้กันสองคน ตำรวจมืออาชีพที่มีความสามารถ รู้ทิศทางการเมืองดีระดับคุณจักรทิพย์ คงยิ้มบอกได้ทันที “ใคร”

พอเดาคำตอบได้ ทั้งระเบิดที่ไม่หวังให้มีคนตาย การเผาที่ไม่หวังถึงขั้นวางเพลิง...เป็นเหมือนการโยนก้อนหินบอกทาง...ที่เขา วางระเบิด เขาเผากันก็แค่จะให้สัญญาณนี่ขั้นเริ่มต้น

พูดภาษาง่ายๆ ระเบิดนั้น การเผานั้น คนฝ่ายนั้นตั้งใจจะบอกว่า กูทนไม่ไหวแล้ว

ส่วนฝ่ายนี้จะคิดจะทำยังไงต่อไป...ชาวบ้านอย่างเราๆไม่มีทางรู้

ที่รู้ก็แต่เพียงว่า เริ่มยุทธการช้างสารชนกันเมื่อไร กว่าช้างสารฝ่ายไหนจะล้มสักข้าง หญ้าแพรกก็ต้องแหลกลาญไปก่อนทุกที.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1633956

********

************

*******************


มันเกินไป
แม่ลูกจันทร์10 ส.ค. 2562 05:30 น.
 
 

กลายเป็นข่าวฮือฮา เมื่อ 5 พรรค เล็ก นำโดยนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ประกาศตัดสายสะดือจากรัฐบาล

เปลี่ยนจุดยืนเป็น “ฝ่ายค้านอิสระ” ไม่หนุนรัฐบาลนายกฯลุงตู่ให้ปวดเมื่อยต่อมลูกหมากอีกต่อไป 

นายมงคลกิตติ์ แถลงเหตุผลเบื้องลึกที่ 5 พรรคเล็ก ประกอบด้วย พรรคไทยศรีวิไลย์ ประชาธรรมไทย พรรคพลังไทยรักไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ประกาศแยกตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล

ไม่ใช่การต่อรองประโยชน์ส่วนตัว หรือตำแหน่งทางการเมือง

แต่เกิดความอึดอัดใจที่พรรคแกนนำรัฐบาล ไม่ให้เกียรติพรรคเล็กเท่าที่ควร

พรรคเล็กเสนออะไรไปก็ไม่ได้รับความสนใจ หรือตอบสนองอะไรเลย

นายมงคลกิตติ์ ยํ้าว่า เปลี่ยนบทบาทเป็น “ฝ่ายค้านอิสระ” จะทำให้ 5 พรรคเล็กทำหน้าที่ ส.ส.อย่างอิสระเสรี จะอภิปรายซักฟอกรัฐบาลก็พูดได้เต็มปากเต็มคำ

ไม่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งวิปรัฐบาลตะพึดตะพือ

“แม่ลูกจันทร์” มองว่า ต้นเหตุที่ 5 พรรคเล็กออกอาการโยเย ถึงขั้นขู่จะถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล

เนื่องจากไม่พอใจ “นายกฯลุงตู่” และแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ที่มองพรรคเล็กๆ 10 พรรคเป็น “ของตาย”

ไม่ให้โอกาสพรรคเล็กได้มีส่วนร่วมในการบริหารบ้านเมือง

ปัญหาเริ่มจาก 10 พรรคเล็ก ซึ่งมี ส.ส.รวมกัน 10 คน มีความปรารถนาจะขอโควตารัฐมนตรี 1 ตัว

ปรากฏว่านายกฯลุงตู่ ไม่โอเค

แต่พรรคชาติพัฒนามี ส.ส. 3 คน พรรคลุงกำนันมี ส.ส. 5 คน กลับได้เก้าอี้รัฐมนตรีรองก้นอย่างสะดวกโยธิน

นี่คือประเด็นแรกที่พรรคเล็กๆ หัวใจสะออน

เรื่องต่อมา กลุ่มพรรคเล็กๆ เสนอขอโควตา “ผู้ช่วยรัฐมนตรี” เป็นรางวัลปลอบใจ

ปรากฏว่าพรรคใหญ่เหมาโควตา “ผู้ช่วยรัฐมนตรี” ไปครอบครอง

ไม่เผื่อแผ่ให้พรรคเล็กแก้เซ็งกันบ้างเลย

และเรื่องที่เป็น “ฟางเส้นสุดท้าย” ทำให้ 5 พรรคเล็กประกาศแยกวง

คือโควตาเลขารัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี ซึ่งมีเก้าอี้ว่างล่อตะเข้บานตะไท

แทนที่จะแจกจ่ายให้พรรคเล็กๆ ได้ส่วนแบ่งบ้างพอหอมปากหอมคอ

กลายเป็นลูกเมียญาติโกโหติกาพรรคแกนนำรัฐบาลสะง่อมโควตากันสะบึมส์

ดูเถอะ แม้แต่ตำแหน่ง “เทกระโถน” ยังไม่ยอมแบ่งพรรคเล็กๆ ให้เป็นเกียรติประวัติวงศ์ตระกูล

ปัญหาคือถ้า 5 ส.ส.พรรคเล็กถอนสมอไปจริงๆ??

รัฐบาลจะเหลือ ส.ส.ค้ำบัลลังก์ 252 คน

เกินครึ่งสภาฯแค่ 2 คน

“แม่ลูกจันทร์” มองเกมทะลุว่า การประกาศถอนตัวของ 5 พรรคเล็กที่มี ส.ส. 5 คน ยังไม่เด็ดขาด 100 เปอร์เซ็นต์

แค่ส่งสัญญาณเตือนนายกฯ ลุงตู่ สั่งผู้ใหญ่พรรคพลังประชารัฐรีบเจรจาเคลียร์ใจไม่ให้ปัญหาบานปลาย

ถ้าเคลียร์กันได้ปัญหาก็จบด้วยดี

ทีหน้าทีหลัง...อย่ามองข้ามหัวพรรคเล็ก 10 พรรคอีกต่อไป

มีโควตาอะไรก็แบ่งปันกันบ้างเพื่อความสามัคคี

เรื่องของเรื่องมันก็แค่นี้แหละท่านผู้ชม.

“แม่ลูกจันทร์”

https://www.thairath.co.th/news/politic/1633951

*********

***************

***********************


ทำไมการศึกษาฟินแลนด์ดีที่สุดในโลก
หมัดเหล็ก10 ส.ค. 2562 05:01 น.
 
 

การศึกษาเป็นพื้นฐานของ คุณภาพประชากร เพราะฉะนั้นบุคลากรด้านการศึกษาจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะเริ่มต้นการศึกษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ระบบการศึกษาของ ประเทศฟินแลนด์ ได้รับการจัดอันดับให้ดีที่สุดในโลก โดยเฉพาะ ระดับประถมศึกษา ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว หลักการ ไม่ต่างจากประเทศต่างๆรวมทั้งประเทศไทยด้วย คือแบ่งเป็นระดับ อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษาและอุดมศึกษา แต่ที่แตกต่างคือวิธีการปฏิบัติของครูผู้สอนและการเรียนรู้ของนักเรียน

ครูในประเทศฟินแลนด์อยู่ภายใต้มาตรฐานกระทรวงศึกษาฯแต่ การกำหนดหลักสูตรการศึกษา อยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการศึกษาแห่งชาติ ที่กำหนดหลักสูตรออกมาเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ โรงเรียนก็ใช้หลักสูตรเดียวกัน แต่ครูผู้สอนและองค์กรส่วนท้องถิ่นจะร่วมกันกำหนดรายละเอียดในการสอนว่า จะใช้หนังสือเล่มไหน วิธีไหน โดยวิธีปฏิบัติกับนักเรียนอาจจะไม่เหมือนกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน

สำหรับการกำหนดหลักเกณฑ์การศึกษาของคณะกรรมการศึกษาแห่งชาติ มาจากความต้องการของนักเรียนที่แสดงความต้องการเข้ามาที่คณะกรรมการแล้วเอามาประยุกต์เป็นหลักสูตรการศึกษาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วสถานศึกษาจะเป็นของรัฐที่ให้การสนับสนุนเหมือนกันและมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษาขนาดไหนและอยู่ที่ไหน

เช่นเดียวกับครูผู้สอนเองจะต้องผ่านมาตรฐานจากมหาวิทยาลัยตามหลักเกณฑ์อย่างเข้มงวด เพราะฉะนั้น บุคลากรครูจึงมีคุณภาพและมีมาตรฐาน คณะศึกษาศาสตร์ แต่ละปีมีคนต้องการที่จะเข้าเรียนกว่า 6,000 คน แต่มหาวิทยาลัยสามารถรับเข้าศึกษาได้เพียง 600 คนเพราะรัฐให้ความสำคัญกับบุคลากรด้านการศึกษาเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณและคนที่มีอาชีพครู จะต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา โดยคนที่จะสอบเข้าบรรจุตำแหน่งครู จะต้องไปสอบกับองค์กรส่วนท้องถิ่นและจะอยู่ประจำสถานศึกษานั้น เรื่องของวิทยฐานะไม่ใช่เครื่องชี้วัดว่า ครูระดับไหนจะเก่งกว่ากันแต่ถ้าจะเลื่อนระดับหรือตำแหน่งก็ต้องไปสอบวัดระดับต่างหาก หรือถ้าจะย้ายสถานที่สอนไปจากที่เดิมก็จะต้องไปสอบใหม่ และจะมีการแยกการทำหน้าที่ระหว่างฝ่ายบริหารการศึกษากับครูผู้สอนอย่างชัดเจน

การศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือการศึกษาภาคบังคับของฟินแลนด์จะอยู่ที่ 10 ปี อนุบาล 1 ปี ประถม 6 ปี มัธยมศึกษา 3 ปี การวัดผลการศึกษาไม่ได้วัดที่ตัวคะแนนเฉลี่ยจะต้องผ่านเกณฑ์กี่เปอร์เซ็นต์แต่วัดผลงานการปฏิบัติของนักเรียนสำเร็จตามที่กำหนดหรือไม่พูดให้เข้าใจง่ายๆคือ การวัดผลไม่ได้วัดจากความจำแต่วัดจากความเข้าใจ และการริเริ่มสร้างสรรค์

น่าเสียดายว่า ประเทศฟินแลนด์ พร้อมให้ความร่วมมือในการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศไทย โดยเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮลซิงกิ นพพร อัจฉริยวนิช นำครูจากฟินแลนด์ไปแนะนำการเรียนการสอนให้กับครูประชาบาลของไทยครบทั้ง 4 ภาค เป็นภาคส่วนเล็กๆที่ไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงระบบการเรียนการสอนของเราได้

ฟินแลนด์มีห้องสมุดที่ทันสมัยที่สุดเกิดจากไอเดียและความ ต้องการของคนทั้งประเทศ ซึ่งไม่ใช่แค่ห้องสมุดแต่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ใหญ่ที่สุด การที่คนฟินแลนด์มีความสุขที่สุด เกิดจากระบบการศึกษาที่ดีที่สุด การให้ความสำคัญทางการศึกษาจึงเป็นการลงทุนของประเทศที่พัฒนาแล้ว.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th

https://www.thairath.co.th/news/foreign/1633975

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

3 ความคิดเห็น

 
619

ผ่านมาตั้งหลายวันระเบิดหลายจุดใน กทม.ยังมั่วหาข้อสรุปไม่ได้เลย

อร่อยดีจริงๆยุคเหี้?แบบนี้ 16

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    0
 
3 ส

อนาถ

ขี้เซา

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    1
 
เล็กโทรนิคส์

ตาย 99 ศพ กลางวัน กลางกรุง  เจ้าหน้าที่เต็ม  ยังจับใครไม่ได้สักคน   อายวะ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1