มองให้ลึก : และแล้ว “ธนาธร “ก็ปฎิบัติการ “กามิกาเซะ “ หรือ “วางระเบิด “ ใส่กองทัพก่อนที่จะลาออกจากทุกตำแหน่งในสภา..

มองให้ลึก : และแล้ว “ธนาธร “ก็ปฎิบัติการ “กามิกาเซะ “ หรือ “วางระเบิด “ ใส่กองทัพก่อนที่จะลาออกจากทุกตำแหน่งในสภา..

มองให้ลึก และแล้ว “ธนาธร “ก็ปฎิบัติการ “กามิกาเซะ “ หรือ “วางระเบิด “ ใส่กองทัพก่อนที่จะลาออกจากทุกตำแหน่งในสภา..

สองสามวันมานี้รัฐสภามีแต่เรื่องยุ่งๆหลายอย่างจาก “ตัวป่วน” ฝ่ายรัฐบาลที่สำนักข่าวนำเสนอซึ่งผมก็ได้แต่ดูผ่านๆไป...

แต่ข่าวที่ผมสนใจคือข่าวที่คุณ “ธนาธร “ ได้ไปเป็นกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563ซึ่งเขาก็ใช้โอกาสนี้ศึกษาหาข้อมูลของหน่วยงานต่างๆว่าได้งบไปจ่ายที่ไหนอย่างไรบ้าง..

ผมกำลังชื่นชมและเห็นด้วยกับการปฎิบัติงานของเขาและกำลังรวบรวมเพื่อที่จะเอามาเผยแพร่ให้กับท่านผู้อ่าน...

อ้าว...!...ยังไม่ทันได้นำเสนออะไรเลยเห็นออกมาแถลงข่าว “ลาออกทุกตำแหน่งในสภา “ เสียแล้ว..ผมงี้มึนตึ๊บเลย..ก็กลับมานั่งคิดนอนคิดว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น...

จนกระทั่งเขาออกมาแถลงว่า...มีกลุ่มคนที่ไม่ต้องการให้เขามีที่ยืนในสภาแถมต้องการกำจัดเขาด้วยผมก็เข้าใจ...และเยอะเลยที่เข้าใจ

เมื่อลำเลียงเรียงดูเหตุการณ์ต่างๆแล้ว...คุณ “ธนาธร “ ช่างรุกโดยแผนที่ลึกล้ำจริงๆ....

เขาประกาศยอมตาย...แต่ก่อนตายก็ได้วางระเบิดไว้ในกองทัพโดยการเอาคำถามการใช้งบประมาณฯ ไปถามกองทัพในห้องประชุมกรรมาธิการต่อหน้านายทหารใหญ่เพื่อที่จะให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ว่ามันมีและเกิดอะไรขึ้นบ้างใน “เขตทหารห้ามเข้า “ แต่กลุ่มนายทหารใหญ่ก็ไม่มีใครตอบได้ตรงประเด็นมีแต่แถ...เราก็รู้...ก็เห็นและก็ได้ยิน....

ถามว่า...ตั้งแต่หลังการปฎิวัติประชาชนโดย”คณะราษฎร.” เมื่อปี 2475...ที่ทั้งเขา...ทั้งเราๆก็รู้ว่าในกองทัพ มันก็มีแค่คนกลุ่มหนึ่งที่ถือครองอำนาจเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เพื่อพวกพ้องเป็นมะเร็งร้ายของแผ่นดินแต่ก็ไม่มีใครกล้าหือต่อต้านโดยตรงกับทหารได้อย่างคุณ “ธนาธร “ ตามนโยบายที่เขาได้เสนอมากับ “ อนาคตใหม่ “ จนเป็นที่นิยมจนได้กลายเป็นพรรคใหญ่อันดับสามชั่วเวลาไม่ถึง 2 ปีและเป็นการเลือกตั้งครั้งแรก...

เขาโดนกลั่นแกล้งทุกรูปแบบ..กดดันจนในที่สุดเขาเลือกข้างที่จะอยู่กับประชาชนและก็ได้วางระเบิดไว้ให้คนไปช่วยจุดชนวนต่อ...
ขอถามอีกครั้งว่า....เราจะปล่อยให้คุณ “ธนาธร “ เขาสู้เพื่อชาติและประชาชนจริงๆอย่างโดดเดี่ยวหรือ...

เชิญอ่านข่าวครับ :

ดูธนาธรถาม ผบ.เหล่าทัพ งบกลาโหมไม่โปร่งใส นายพลรวยผิดปกติ กองทัพมีธุรกิจ

 
ดูคำถามและข้อมูลเพิ่มเติม กรณีธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2563 ถาม ผบ. เหล่าทัพ เรื่องความโปร่งใสของงบกลาโหมที่อนุญาตให้ตั้งระบบตรวจสอบบัญชีได้เอง สัมปทานช่อง ที่ซื้อมาจาก ททบ. ความร่ำรวยของนายพลที่มีทรัพย์สินและรายได้มากกว่าที่พึงได้ตามรายได้ข้าราชการ ให้แจงอาชีพเสริม ผบ.เหล่าทัพจะส่งเอกสารงบให้ต่อไป ส่วนกิจการแข่งม้า-มวย อยู่ภายใต้กองทัพมานานแล้ว

 49141159311_f1cf701659_b.jpg]
ธนาธรในห้องชี้แจงกรรมาธิการงบประมาณ (ที่มา:Facebook/Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ)

29 พ.ย. 2562 สื่อหลายสำนัก และเพจเฟสบุ๊คธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ รายงานว่า เมื่อวานนี้ (28 พ.ย. 2562) ในกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2563 ธนาธรได้ตั้งคำถามเรื่องการใช้งบประมาณของกระทรวงกลาโหมต่อตัวแทนกระทรวงกลาโหมที่มาชี้แจงต่อ กมธ. นำโดยผู้บัญชาการเหล่าทัพ รวมถึง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)

ธนาธรตั้งคำถามเกี่ยวกับเงินนอกงบประมาณกระทรวงกลาโหมจำนวนรวม 18,657 ล้านบาท ถือว่ามากเกือบเท่างบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล รวมกัน (1.9 หมื่นล้านบาท) ซึ่งตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังฯ เงินนอกงบประมาณทั้งหมดต้องปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด เว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดเป็นอื่นหรือตกลงกับกระทรวงการคลังเป็นอย่างอื่น

ซึ่งกระทรวงกลาโหมนั้นได้ตกลงกับกระทรวงการคลังว่างบประมาณกลาโหมให้ถือปฏิบัติตามการบริหารข้อบังคับกระทรวงกลาโหม โดยข้อบังคับกระทรวงกลาโหมนั้นแบ่งเงินนอกงบประมาณเป็น บัญชี และในบัญชีที่ อนุญาตให้ตั้งในระบบบัญชีเอง และตั้งระบบตรวจสอบบัญชีเองได้ หมายความว่างบประมาณบางส่วนของกลาโหมมีความไม่โปร่งใส

ธนาธรขอให้กระทรวงกลาโหมเปิดเผยรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับรายได้กระทรวงกลาโหมและกองทัพ ประการ ได้แก่

1.  รายได้จากการใช้ทรัพยากรคลื่นวิทยุย้อนหลัง 10 ปี

2.  รายชื่อบริษัทผู้รับบริหารสัมปทานคลื่นวิทยุ และสัญญากับทุกบริษัท

3.  สัญญาระหว่างกองทัพบกกับ ช่อง ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2512

4.  รายได้จากการให้สัมปทานช่อง ทุกปี ตั้งแต่ปี 2512

5.  รายได้อัตราค่าเช่าโครงข่ายภาคพื้นดิน หรือ MUX

6.  ข้อตกลงระหว่างกระทรวงกลาโหม กับกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการบริหารจัดการงบประมาณ

7.  รายละเอียดเงินนอกงบประมาณประเภท และ ว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง

ธนาธรกล่าวว่าเหตุที่อยากทราบรายละเอียดเรื่องนี้ เพราะประชาชนตั้งคำถามว่าทำไมบรรดานายพลจึงร่ำรวยผิดปกติ จากบัญชีทรัพย์สินหนี้สินที่แสดงต่อ ป.ป.ช. เมื่อเดือน พฤษภาคม 2562 รายได้ของนายพล 81 คน ที่อยู่ใน สนช. มีทรัพย์สินเฉลี่ย 78 ล้าน รายได้เฉลี่ย 12.72 ล้านบาทต่อปี หรือมีทรัพย์สิน 6.13 เท่าของรายได้ รายได้และทรัพย์สินเหล่านี้ไม่สามารถได้มาโดยลำพังเงินเดือนการเป็นทหารอย่างเดียว หมายความว่านายพลส่วนใหญ่มี “side business” หรือทำธุรกิจคู่ขนานกับการรับราชการ และยังย้ำด้วยว่า เขาขอข้อมูลดังกล่าวไปตั้งแต่ตอนกระทรวงการคลังมาชี้แจงกับ กมธ. เมื่อ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา

https://prachatai.com/journal/2019/11/85344

http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=10128

เปิด ขุมทรัพย์กองทัพ (และนายพล) หาเงินจากไหน ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน

พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดระบุว่า เงินนอกงบประมาณจำนวน 1.8 หมื่นล้านบาทไม่ได้มาจากการจัดทำของกระทรวงกลาโหม แต่เป็นการรวบรวมข้อมูลของสำนักงบประมาณรัฐสภา การเบิกจ่ายเป็นไปตามปกติ ไม่มีสิทธิพิเศษเหนือกระทรวงอื่นๆ ทั้งนี้ในเรื่องความโปร่งใสของนายพลนั้น แต่ละคนอาจมีความร่ำรวยต่างกัน แต่ก็ได้แสดงความโปร่งใสผ่านการแสดงบัญชีทรัพย์สินแล้วทั้งก่อน-หลังเข้ารับตำแหน่ง รายละเอียดอื่นๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดส่งเอกสารให้ธนาธรต่อไป

อภิรัชต์กล่าวว่า เงินนอกงบประมาณบางส่วนเป็นรายได้จากโรงพยาบาลกองทัพที่ประชาชนเข้ารับการรักษาพยาบาลเหมือนโรงพยาบาลทั่วไป รายรับบางส่วนจำกลับมาหมุนเวียนในการบริหาร กรณีค่า MUX ช่อง และช่อง นั้น ทางช่อง ได้หมดสัญญาไปแล้วตั้งแต่ปี 2561 การปรับลดอัตรากำลังพล กองทัพก็มีแผนลดอยู่แล้วทั้งนายพลและนายทหาร ทั้งนี้ อภิรัชต์ไม่ได้ตอบคำถามกรณีความร่ำรวยผิดปกติของเหล่านายทหารแต่อย่างใด

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

7 ความคิดเห็น

 
akausa

ข้อมูลเพิ่มเติมกรณีคลื่นความถี่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดิม สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ซื้อสัมปทานคลื่นความถี่มาจากสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง เพื่อแพร่ภาพกระจายเสียงในระบบอนาล็อก ข้อมูลจากเว็บไซต์ TV Digital Watch เมื่อ 16 มิ.ย. 2561 ระบุว่า ททบ. และช่อง ได้มีข้อสรุปยุติระบบอนาล็อคในวันที่ 17 มิ.ย. 2561 โดยยังไม่ยกเลิกสัญญาสัมปทาน ช่อง จะยังจ่ายค่าสัมปทานปีละประมาณ 150 ล้านบาทให้กองทัพบกจนสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปี 2566 

บนระบบทีวีดิจิทัล ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะต้องเช่าโครงข่าย MUX เพื่อใช้แพร่ภาพกระจายเสียง และช่อง ยังคงเช่าโครงข่าย MUX อยู่กับช่อง โดยข้อมูลเมื่อ เม.ย. 2562 พบว่ามีช่องที่ใช้ MUX ของ ททบ.จำนวน 12 ช่อง แบ่งตามประเภท ดังนี้

HD 5 ช่อง - ช่อง 7, อมรินทร์ทีวีพีพีทีวี และช่อง 5

SD 7 ช่อง - เวิร์คพอยท์โมโนจีเอ็มเอ็ม 25, เนชั่นทีวีทรูโฟร์ยูทีเอ็นเอ็นและนิวทีวี

ค่าเช่าใช้ในรายการประเภทความคมชัดปกติ (SD) มีราคา 3.5 ล้านบาท/เดือน และช่องประเภทความคมชัดสูง (HD) มีราคา 10.5 ล้านบาท/เดือน

ธนาธรตั้งคำถามถึงกิจกรรมของกองทัพที่ไม่อยู่ในภารกิจ ไม่ว่าจะเป็นสนามม้า สนามมวย หวย หรือกิจการพาณิชย์ เช่น สนามมวยลุมพินีแห่งใหม่ที่อยู่ในศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก ใช้งบประมาณ 380 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่รามอินทรา ก็ไม่มีความชัดเจนว่าเป็นกิจการของรัฐหรือเอกชนกันแน่ ก่อนหน้านี้ได้ข่าวว่าไปสร้างสนามมวยที่ทุ่งมหาเมฆ แต่ไม่ได้ใช้งาน เพราะโปรโมเตอร์เห็นว่าเดินทางไม่สะดวก สูญงบประมาณไปอีก 50 ล้านบาท 

ส่วนรายได้ของสนามมวยลุมพินี ตั้งแต่ปี 2557-2560 มีรายได้กว่า 400 ล้านบาท ถูกนำมาจัดตั้งเป็นกองทุนสนามมวยลุมพินี อยากทราบว่ารายละเอียดการบริหารจัดการกองทุนนี้เป็นอย่างไร ใครเป็นคนบริหาร ส่วนการสร้างสนามมวย ตกลงใช้งบส่วนใด ถ้าเป็นงบราชการก็ขอดูรายละเอียดการเปิดประมูล การจัดซื้อจัดจ้างโครงการ

ส่วนกรณีสนามม้า เช่น อัศวราชสีมาสโมสร องค์กรค่ายสุรนารี ทหารผ่านศึกราชสีมาสมาคมที่ไม่มีความชัดเจนในการดำเนินการ สนามม้าเหล่านี้อยู่ในสังกัดกระทรวงกลาโหมหรือไม่ รายได้จากสนามม้าไปอยู่ที่หน่วยงานใด ได้จ่ายภาษีจากการดำเนินกิจการพนันให้กรมสรรพสามิตหรือไม่ ธนาธรยืนยันว่าต้องการดูงบการเงินของสนามม้าทั้งหมดของกองทัพ และถามกลับด้วยว่าหากสนามม้า สนามมวย ยังต้องมีอยู่ ทำไมจึงต้องขึ้นกับกองทัพ ทั้งที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของกองทัพ

พิพัฒน์พลยืนยันว่า การดำเนินกิจการมวย ม้า มาจากกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน และการดูแลสวัสดิการทหารผ่านศึก แต่หากจะให้ตอบว่าการให้กิจการเหล่านี้อยู่ในการดูแลของกองทัพเหมาะสมหรือไม่ ก็คงต้องตอบว่ากองทัพทำแบบนี้มานานแล้ว คงต้องอยู่ที่นโยบายรัฐบาลว่าจะปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมหรือไม่อย่างไร

สนามมวยลุมพินี เวทีมวยชื่อดัง ที่คณะกรรมการบอร์ดบริหารทั้งหมด 15 คน เป็นทหารทั้งหมด นำโดย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. คนปัจจุบัน ที่เคยเป็นประธานคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (กองสลาก) 

สโมสรฟุตบอล อาร์มี่ ยูไนเต็ด เดิมชื่อสโมสรกีฬากองทัพบก ก่อตั้งเมื่อปี 2459 (เปลี่ยนชื่อเมื่อปี 2553) เดิมเป็นทีมฟุตบอลที่มุ่งใช้นักเตะในกองทัพเป็นหลัก เป็นพื้นที่ให้กำลังพลออกกำลังกาย ต่อมาเปลี่ยนเป็นการดำเนินการเชิงพาณิชย์มากขึ้น งกองทัพได้รับรายได้จากส่วนแบ่งยอดขายตั๋วและรายได้จากโฆษณา ปัจจุบันมี พล.อ.อภิรัชต์ ดำรงตำแหน่งประธานสโมสร ล่าสุดวันนี้ (29 พ.ย. 62) บอร์ดบริหารระดับสูงของอาร์มี่ ยูไนเต็ด ตัดสินใจไม่ส่งทีมลงแข่งขันในลีก ของไทย แต่จะนำทีม ทบ. ยูไนเต็ดที่อยู่ดิวิชั่น มาสวมชื่อ อาร์มี่ ยูไนเต็ดแล้วพัฒนาทีมต่อไป (ที่มา:มติชน)

นอกจากนั้น กองทัพยังพัฒนาที่ดินบางส่วนให้เป็นสนามกอล์ฟและสนามกีฬากองทัพบก สนามกีฬากองทัพบกในบางจังหวัดได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการบ่อนพนันแข่งม้า กองทัพเรือมีการเปิดสนามกอล์ฟราชนาวี-พลูตาหลวง ใน จ.ชลบุรี และเก็บรายได้จากค่าใช้สนาม

ธนาธรได้ถามถึงปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารของกองทัพที่มีการโพสท์ข่าวใส่ร้ายป้ายสีพรรคการเมืองบางพรรคอย่างต่อเนื่องด้วยวาทะเกลียดชัง สร้างความแตกแยกในสังคม โดยธนาธรถามว่ากระทรวงกลาโหมมีปฏิบัติการเช่นว่าจริงหรือไม่ อยู่หน่วยงานใด ใช้งบเท่าไหร่ ใครมีอำนาจในการกำหนดเนื้อหา เช่นใครเป็นศัตรูขอชาติ อะไรคือความจริงที่ถูกต้อง แต่ ผบ.เหล่าทัพไม่ได้ให้คำตอบในคำถามนี้

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
619

การลาออกของคุณธนาธรหลังจาก ผบ.เหล่าทัพมานั่งสลอนต่อหน้านั้นมีนัยยะสำคัญของการลาออกถ้าใครเป็นคนที่มองรอบด้านจะทราบถึงกลยุทธรุกในรับที่มักใช้ในเวลาที่อีกฝ่ายมีสิ่งที่เหนือกว่าแต่พ่ายแพ้กับสิ่งที่ด้อยกว่าอย่างคาดไม่ถึง  ทำไมคุณธนาธรไม่ลาออกหลังจากชี้แจงงบประมาณกระทรวงอื่นละและทำไมต้องเป็นกลาโหมก็เพราะกลาโหมคือปัญหาของประเทศที่ ผบ.เหล่าทัพตอบไม่ได้ว่านอกงบประมาณเอาไปใช้ทำอะไรบ้าง  การลาออกของคุณธนาธรเรียกว่า 2 เด้ง เด้ง 1 ให้ประชาชนรับรู้รับทราบถึงปัญหาของประเทศมาจากทหาร เด้ง 2 เป็นแรงบวกในการทำงานนอกสภาโดยใช้การยกเลิกการเกณฑ์ทหารเป็นการชูธง    

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
akausa

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

คุณธนาธร

ยอดเยี่ยม

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
619

ถ้าถามว่าเงินนอกงบประมาณทำไมถึงตรวจสอบไม่ได้ว่าเอาไปใช้ทำอะไร

และทำไมทะเหี้?บางตัวถึงร่ำรวยจังทั้งที่ฐานะทางครอบครัวก็ไม่มีอะไร

ถ้าใครมองเชิงลึกเงินที่ไม่สามารถตรวจสอบได้แล้วจะแปลกตรงไหนที่จะทำให้ร่ำรวยผิดปกติไม่ได้ละ

ผมว่าคุณธนาธรก็อ่านทะเหี้?ออกเหมือนผมนะ

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
akausa

 2 people, text

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    0
 
ลุงแพะ
  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1