ภาพเก่าและย่านเก่าของเมืองไทย

7 ความคิดเห็น

 

ธนาคารออมสิน สาขาสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อปีพ.ศ.2505 หรือ 55 ปีก่อน

 

ธนาคารออมสินสาขาหัวหิน เป็นตึกทันสมัย เมื่อปีพ.ศ.2496 หรือ 64 ปีก่อน ดูจากการก่อสร้างอาคารแล้ว สมัยก่อนหัวหิน คงเป็นเมืองที่เศรษฐกิจดีมากๆ

 

ร.ร.ยุพราชวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ เมื่อปีพ.ศ.2515 หรือ 45 ปีก่อน ดูแล้วน่าอยู่ รถไม่ติด..........

 

ถนนสายหนึ่งในตลาดตะกั่วป่า จ.พังงา เมื่อปีพ.ศ.2511 หรือ 49 ปีก่อน ถ้าเก็บรักษาสภาพไว้ ถึงปัจจุบัน นักท่องเที่ยวชอบมาก สภาพตึกแบบนี้

 

ตลาดท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เมื่อปีพ.ศ.2480 หรือ 80 ปีก่อน มีถนนใหนรถวิ่งแคบมาก หรือว่ายุคนั้นไม่ค่อยมีรถก็ไม่รู้ เลยทำให้ไม่จำเป็นต้องสร้างถนนใหญ่โต

 

 

 การขายก๋วยเตียวเรือสมัยก่อน ไม่ทราบสถานที่และปีด้วยค่ะ แต่ดูจากบรรยากาศแล้ว น่าจะสัก30-40ปีที่แล้วได้มั้ง

 

จังหวัดนครปฐม บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ในยุค เมื่อปีพ.ศ.2515 เป็นยุคสมัยแห่งสามล้อถีบจริงๆ สวรรค์ของการปั่นจักรยานจริงๆ

 

วัยรุ่นไทย เมื่อปีพ.ศ.2529 หรือ 31 ปีก่อน ใครทันใส่แฟชั่นแบบนี้่ในยุคนั้นบ้าง .... เสื้อ กางเกงตัวใหญ่ๆ

 

ภาพของ ถนนแจ้งวัฒนะ หน้า central กรุงเทพฯ ในอดีต เป็นผืนดินรกร้างว้างเปล่า สุดลูกหูลูกตา

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 เมื่อครั้งเสด็จไปร้านสมัยศิลป์ หัวหิน ในปีพ.ศ.2500 หรือ 60 ปีที่แล้ว

 

วัดพระแก้ว เมื่อปีพ.ศ.2475 หรือ 85 ปีก่อน ในยุคที่ประเทศไทยยังมีผู้คนไม่หนาแน่นเหมือนปัจจุบัน บนถนนช่างไม่มีผู้คนเสียเหลือเกิน

 

ภาพหาดูยากของถนนเจริญกรุงฯ ในอีกมุมหนึ่ง เมื่อปีพ.ศ. 2445 หรือ 115 ปีก่อน

 

 

ภาพถ่ายของนักศึกษาผดุงครรภ์ หรือหมออนามัย รุ่นแรกของโรงพยาบาลศิริราช เมื่อปีพ.ศ. 2473 หรือ 87 ปีก่อน

 

ภาพถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าสู่สนามบินดอนเมืองเมื่อปีพ.ศ.2503 หรือ 57 ปีก่อน นึกไม่ถึงตอนนี้มีถนนสารพัดรูปแบบเต็มไปหมด ยังไม่พอให้รถวิ่งเลย

 

สุขุมวิท เมื่อปีพ.ศ.2527 หรือ 30 ปีก่อน

 

นักเรียนจังหวัดลำปาง เมื่อ ปี พ.ศ. 2521 หรือ 39 ปีก่อน สังเกตกระโปรงนักเรียนสมัยก่อน จะยาวมาก

 

หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษฉบับนี้ ปัจจุบันยังดำเนินกิจการอยู่

 

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ (ขวา) และพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช (ซ้าย) เมื่อไปนมัสการพระแก้วมรกต และไปสักการะพระบรมรูปบูรพมหากษัตริยาธิราชที่ปราสาทพระเทพบิดร

 

ภาพสถานเริงรมณ์ ที่จังหวัดนครพนม ในสมัยสงครามเวียดนามที่มีทหารสหรัฐฯ อยู่ในเมืองไทย

 

มุมสูงของ ถ.วิภาวดีรังสิต ตรงโค้งวัดเสมียนนารีเมื่อปีพ.ศ.2514

 

ถ่านไฟฉายตราม้าขาวและตราห้าแพะ คู่แข่งสำคัญของถ่านไฟฉายตรากบ คู่ขวัญของวิทยุทรานซิสเตอร์

 

ความชุลมุนในการขนถ่ายสินค้า ที่ สถานีรถไฟมักกะสัน เมื่อปีพ.ศ.2513

 

คลองหลอด หลังกระทรวง ปีพ.ศ.2511 จะคลาคล่ำไปด้วยเรือที่ล่องมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มาจากชาวสวนละแวกใกล้เคียงกับ กรุงเทพฯ..เพื่อนำผลผลิตพวกไม้ดอก..ไม้ประดับ และต้นไม้ต่างๆ มาขายริมคลอง..ในวันเสาร์และอาทิตย์ ที่มีวันตลาดนัดสนามหลวง..ในภาพยังเห็นรถเมล์ขาวนายเลิศอยู่ทางด้านซ้ายบนถนน

 

ห้างใหญ่ ของตลาดมิ่งเมือง.. บริษัท รัตนมาลา จำกัด จำหน่าย พวกของนำเข้าจากต่างประเทส อยู่ตรงหัวมุมของตลาด...ร้านรัตนมาลา ปัจุจุบันเป็นดิโอลด์ฺสยาม เสียดายไม่อยากให้รื้อไปเลย เป็นห้องแถวที่มีความยาวถึง 20 กว่าห้องเห็นจะได้ ผู้ก่อตั้งคือ นายชัย หรือเดิมชื่อ ซุ่นใช้่ บำรุงตระกูล

 

ภาพปี1970 เด็กนักเรียนกำลังข้ามถนนพหลโยธินแถวบริเวณอนุสาวรีย์ชัย( คนแรกคือแม่เจ้าของกระทู้ ) ตรงที่เป็นเนินนี้น่าจะเป็นสะพานข้ามคลองเก่า ส่วนรถเมล์สาย29วิ่งระหว่างหัวลำโพง-รังสิต(เส้นซุปเปอร์ไฮเวย์)หรือวิภาวดีรังสิตในปัจจุบัน ตอนนั้นยังเป็นรถสีส้มเทาสังกัด บ.ข.ส ในภาพขวาสุดตรงแถวหน้ารถที่หลุดๆขอบคือแท่งเสาบอกหลักเขตทางหลวงกิโลเมตรที่ศุนย์(ถ้าจำไม่ผิดแท่งนี้จะเป็นรูปปูนปั้นแบบนูนต่ำแสดงแผนที่ประเทศไทยและเส้นทางหลวงทั้งหมด) ..... ต่อมาเมื่อมีการสร้างทางด่วนแท่งหลักเขตนี้ได้หายไปไม่ทราบว่าจะเป็นอันเดียวกันกับที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยหรือไม่...ในภาพแถบท้ายๆตรงหลังคารถมล์ยังแลเห็นเสาส่งของช่อง5สนามเป้าด้วย Photo Series of BKK in 1970 by Khun Mike Schmicker

 

ภาพตรงบริเวณ ที่เป็น 5 แยกลาดพร้าวในปี พ.ศ 2509 ก่อนที่จะมีการสร้างสะพานลอยข้ามทางแยกและทางด่วนคร่อมบนสะพานลอยอีกที ในภาพเป็นตอนที่เริ่มมีการจราจรคับคั่งจนต้องติดตั้งสัญญาณไฟจราจรไว้เพื่อความปลอดภัย (ที่โล่งด้านหลังตรงที่เห็นเป็นต้นก้ามปูนั้น... ปัจจุบันเป็นศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว) ทิศทางในภาพคือ ทางที่รถเมล์สีเขียว(น่าจะสาย 26)และส้ม(น่าจะสาย34)หันหน้าไปคือทางไปแถวเกษตรศาสตร์ ส่วนถนนที่ตัดขวางจากมุ่มขวาไปซ้ายก็คือจากดินแดงมุ่งหน้าดอนเมือง..

 

 9th September 1985. Bangkok Coup....การก่อการเริ่มต้นเมื่อเวลา 03.00 น. โดยรถถังจำนวน 22 คัน จากกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ (ม.พัน.4 รอ.) พร้อมด้วยกำลังทหารกว่า 400 นาย จากกองกำลังทหารอากาศโยธิน เข้าควบคุมกองบัญชาการทหารสูงสุด สนามเสือป่า กรมประชาสัมพันธ์ และองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย และอ่านแถลงการณ์ของคณะปฏิวัติ ระบุนาม พล.อ.เสริม ณ นคร เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ

ในส่วนของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร ได้นำกำลังทหารส่วนหนึ่ง และผู้นำสหภาพแรงงาน เข้าไปยึดองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และควบคุมตัวนายพิเชษฐ สถิรชวาล ผู้อำนวยการ ขสมก. ในขณะนั้น เพื่อนำรถขนส่งมวลชนไปรับกลุ่มผู้ใช้แรงงานเข้ามาร่วมด้วย
ต่อมาทหารฝ่ายรัฐบาล ประกอบด้วยพล.อ.เทียนชัย สิริสัมพันธ์ รองผบ.ทบ. รักษาการตำแหน่ง ผบ.ทบ. พล.ท.ชวลิต ยงใจยุทธ รองเสนาธิการทหารบก, พล.ท.พิจิตร กุลละวณิชย์ แม่ทัพภาคที่ 1 ประสานกับฝ่ายรัฐบาลซึ่งพล.อ.ประจวบ สุนทรางกูร รองนายกรัฐมนตรี อยู่ในตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี ได้ตั้งกองอำนวยการฝ่ายต่อต้านขึ้นที่ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) บางเขน และนำกองกำลังจาก พัน.1 ร.2 รอ. เข้าต่อต้าน และออกแถลงการณ์ตอบโต้ในนามของ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก กองกำลังหลักของฝ่ายรัฐบาลคุมกำลังโดยกลุ่มนายทหาร จปร. 5 ประกอบด้วย พล.ท.สุจินดา คราประยูร พล.ท.อิสระพงศ์ หนุนภักดี พลอากาศโทเกษตร โรจนนิล
เมื่อเวลาประมาณ 09.50 น. รถถังของฝ่ายกบฏ ที่ตั้งอยู่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เริ่มระดมยิงเสาอากาศวิทยุ และอาคารของสถานีวิทยุกระจายเสียงกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ และยิงปืนกลเข้าไปในบริเวณวังปารุสกวัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ทำให้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศเสียชีวิตสองคน คือ นายนีล เดวิส ชาวออสเตรเลีย และนายบิล แรตช์ ชาวอเมริกัน
....... ที่มา วิกิพีเดีย
Thai troops in a tank firing a machine gun at coup rebels infront of Bangkok's parliament building, during Thailand's 18th coup since 1932, 9th September 1985. (Photo by Alex Bowie/Getty Images) 2006 Getty Images

 

9th September 1985. Bangkok Coup....ทั้งสองฝ่ายปะทะกันรุนแรงขึ้น และมีการเจรจาเมื่อเวลา 15.00 น. โดย พล.ท.พิจิตร กุลละวณิชย์ เป็นตัวแทนฝ่ายรัฐบาล และพล.อ.ยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นตัวแทนฝ่ายกบฏ และทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ และถอนกำลังกลับที่ตั้งเมื่อเวลา 17.30 น.
ส่วน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เดินทางกลับประเทศไทยเมื่อคืนวันนั้น แล้วเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส โดยทันที
เมื่อการกบฏล้มเหลว ผู้ก่อการ คือ พ.อ.มนูญ รูปขจร และ น.ท.มนัส รูปขจร ได้ลี้ภัยไปสิงคโปร์และเดินทางไปอยู่ในประเทศเยอรมนีตะวันตก ส่วนคณะที่เหลือให้การว่าถูกบังคับจากคณะผู้ก่อการกบฏ มีผู้ถูกดำเนินคดี 39 คน หลบหนี 10 คน
มีข่าวลือเกี่ยวกับการยึดอำนาจครั้งนี้ว่า พ.อ.มนูญ รูปขจร ทำหน้าที่เพียงเป็นหัวหอกออกมายึด เพื่อคอยกำลังเสริมของผู้มีอำนาจที่จะนำกำลังออกมาสมทบในภายหลัง และการกบฏครั้งนี้ล้มเหลวเนื่องจาก "นัดแล้วไม่มา"...... ที่มา วิกิพีเดีย

Civilians flee rebel tank fire in Bangkok and take shelter behind a parked car, 9th September 1985. (Photo by Alex Bowie/Getty Images) 2006 Getty Images

 

แชร์เก็บไว้ดู หรือแบ่งปันให้คนที่คุณรัก
กับภาพหายากครั้งอดีตของเมืองไทยเมื่อวันวาน

 
ขอบคุณที่มา: https://board.postjung.com/1039023.html#cmn5
+1
10
7ความคิดเห็น
น้ำกรดแช่เย็น
น้ำกรดแช่เย็น
07 ส.ค. 2017 - 00:56

 

วัยรุ่นไทย เมื่อปีพ.ศ.2529 หรือ 31 ปีก่อน ใครทันใส่แฟชั่นแบบนี้่ในยุคนั้นบ้าง .... เสื้อ กางเกงตัวใหญ่ๆ

 

+
8

น้ำกรดแช่เย็น
น้ำกรดแช่เย็น
07 ส.ค. 2017 - 01:14

คุณอาภัสรา หงสกุล นางงามจักรวาลคนแรกของไทย ถ่ายปีพ.ศ.2508

+
5

Loading...