ผู้นำยุคตำนาน 9 นาที นานกว่า 39 วินาที. ( บริจาคเยอะๆก็ดีอย่างนี้เอง ????? )

ผู้นำยุคตำนาน 9 นาที นานกว่า 39 วินาที. ( บริจาคเยอะๆก็ดีอย่างนี้เอง ????? )

ชักธงรบ : ผู้นำยุคตำนาน

กิเลน ประลองเชิง13 ม.ค. 2563 05:01 น.
 
 

ผมพยายามติดตามฟังอภิปรายงบประมาณในสภาฯก็ชื่นใจ ...เรามีคนเก่งคนดีมากมาย...ที่รู้เท่าทันทุกปัญหาในบ้านเมือง ถ้าท่านผู้นำมีความสามารถเท่า “เอไอ” ประมวลทุกทางเลือก แล้วเลือกทำเรื่องที่ดีกว่า

หลายๆปัญหากระทั่งปัญหากระบวนการศึกษา...เด็กมัธยมอ่านหนังสือไทยไม่แตก ที่อภิปรายกันตอนบ่ายวันศุกร์ ก็คงไม่มี

 

อย่าเถียงกันเลย...ระบอบประชาธิปไตย หรือเผด็จการ หรือระบอบกึ่งเผด็จการ ระบอบไหนได้ผู้นำดีกว่า

หนังสือ “แลหลังแดนมังกร” ตำนานเหตุการณ์และบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จีน ถาวร สิกขโกศล แปล เล่ม 1 (นานมีบุ๊คส์ พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2542) เล่าถึงกระบวนการเลือกผู้นำยุคตำนานปรัมปรา ราว 4-5 ปีที่แล้ว

ชื่อเรื่อง กุ่นและหยูขจัดอุทกภัย

สมัยราชาตี้เหยา เกิดอุทกภัยเสมอ ราษฎรต้องอุ้มลูกจูงหลาน หนีน้ำไปอยู่ในถ้ำตามภูเขาสูง บางที่หนีน้ำไม่ทันก็ปีนขึ้นขัดห้างอยู่บนต้นไม้

ราชาตี้เหยาร้อนใจปรึกษาขุนนาง เลือกคนดีมีปัญญา “กุ่น” ได้รับเลือกมาทำหน้าที่ เขาเลือกทำเขื่อนกั้นน้ำทั้งสี่ทิศ แต่พอกั้นน้ำด้านนี้ไว้ได้ อีกด้านเขื่อนก็พัง น้ำก็บ่าทะลักเข้ามา

สาละวนอยู่กับเรื่องเขื่อนอยู่เก้าปีก็ยังแก้ปัญหาน้ำไม่ได้

“ซุ่น” ผู้ตรวจราชการ ออกไปตรวจสอบก็พบว่า ในงานเกณฑ์คน สร้างเขื่อนนั้น กุ่นฉวยโอกาสขูดรีดเอาทรัพย์สินราษฎร ก็สั่งประหารกุ่นที่เขาหยู่ซาน

ต่อมา “ซุ่น” ได้ครองราชย์ต่อจากราชาตี้เหยา เขาปรึกษาเหล่าขุนนางหาคนเก่งคนดีมาแก้ปัญหาน้ำท่วมต่อ โลกกว้างทางแคบเสียจริง คนเก่งคนดีที่ถูกเลือกคือ “หยู” บุตรของ “กุ่น” นั่นเอง

บทเรียนของบิดา หยูท่องเที่ยวไปทั่วแผ่นดินจีน ดูสภาพภูเขาแม่น้ำลำคลองห้วยหนองคลองบึงอย่างละเอียด ศึกษาหาวิธีแก้ปัญหาน้ำแต่ละพื้นที่ หยูเลือกวิธีต่างกัน...

บางที่เขาสร้างเขื่อน อีกที่เขาขุดลอกคลอง บางพื้นที่ขุดโค่นภูเขา เพื่อเป็นช่องระบายให้น้ำไหล

หยูทุ่มเททำงานจนลืมคิดถึงตัวเอง อายุ 30 ปี จึงได้หญิงแซ่ถูซานเป็นภรรยา แต่งงานได้สามวันก็จากบ้านไปทำงานต่อ สิบสามปีต่อมา หยูเดินทางผ่านบ้านสามครั้ง เขาไม่มีเวลาเข้าบ้าน

เมื่อภรรยาคลอดลูก งานของหยูก็ติดพัน ไม่มีเวลากลับมาดูหน้าลูก

ผลงานของหยูลือลั่น แม่น้ำลำคลองไร้เกาะแก่งกีดขวางทางน้ำไหล หนองบึงไม่ตื้นเขิน น้ำจากแม่น้ำทุกสายไหลลงทะเลได้สะดวก

ระบบชลประทานดี ที่ดินอุดม หยูแนะนำราษฎรให้ผลิตพืชผลการเกษตรหลากหลาย เขาแนะนำให้ปลูก “ต้นหม่อน” ให้ผลผลิตผ้าไหม

แผ่นดินซุ่น ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข ชนเผ่าต่างๆทั่วทุกทิศ ต่างพากันมาสวามิภักดิ์ แผ่นดินจีนตอนนั้นมีแต่ภาพความเจริญรุ่งเรือง

เมื่อราชาซุ่นชราภาพ เขามอบราชสมบัติให้คนเก่งคนดีที่สุด คือหยู และหยูก็ปฏิบัติตามราชาตี้และซุ่น เมื่อถึงเวลาเขาก็เลือก “อี้” คนเก่งคนดี เป็นรัชทายาท

สิบปีต่อมา หยูตายระหว่างตรวจราชการที่ตำบลหุ้ยจี่ “ฉี่” บุตรชายหยู ไม่ทำตามแนวทางบิดา สั่งจับอี้ฆ่า แล้วตั้งตัวเองเป็นราชา สถาปนาราชวงศ์แรกของจีน คือราชวงศ์เซี่ย

1663 ปีก่อน ค.ศ.ระบบเลือกคนเก่งคนดีเป็นราชา ก็เปลี่ยนมาเป็นระบบสืบราชสันตติวงศ์ จากพ่อไปถึงลูก ซึ่งดูเหมือนว่าตั้งแต่นั้นโลกทั้งโลกก็เอาเป็นเยี่ยงอย่าง

บ้านเมืองเราเดี๋ยวน้ำท่วมเดี๋ยวก็แล้ง ระบบของเราเลือกคนดีคนเก่งไม่พอ จะหันไปใช้ระบบสมัยราชาซุ่น เจอคนโกงก็สั่งฆ่า ก็คงจะยากนักหนา...คงต้องฆ่ากันไปจนแทบไม่เหลือคนทำงาน...ล่ะกระมัง.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1745548

*******

*************

*************************


ตายแล้วฟื้นมีจริง
แม่ลูกจันทร์13 ม.ค. 2563 05:01 น.
 
 

พลิกล็อกยิ่งกว่ารถไฟเหาะตีลังกา

เมื่อศาลปกครองสูงสุดกลับคำพิพากษาศาลปกครอง กลาง คืนสิทธิ์ให้กลุ่มซีพี ของ “เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์” ได้กลับเข้าประมูลชิงสัมปทานโครงการพัฒนา สนามบินอู่ตะเภามูลค่า 2.9 แสนล้านบาท

  • ชักธงรบ : โจโฉผู้ชนะ
  • สุดเหลือเชื่อ "ซีพี" ได้ไปต่อ เข้าชิงประมูลเมืองการบิน 2.9 แสนล้านบาท
  • ชักธงรบ : สุดทางของหนังสือ

หลังถูกคณะกรรมการคัดเลือก ซึ่งมี ผบ.ทร.เป็นประธาน ตัดสินให้แพ้ฟาวล์

เนื่องจากกลุ่มธนโฮลดิ้ง บริษัทลูกของซีพี ส่งกล่องเอกสาร (เสนอราคา) และกล่องเอกสาร (ด้านเทคนิค) ช้าเกินเวลาที่กำหนดไว้คือไม่เกิน 15.00 น.

แต่กลุ่มซีพีอ้างจราจรติดขัด ไปยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการคัดเลือกช้าเกินเส้นตายไปแค่ 9 นาที

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ทำให้กลุ่มซีพีได้รับตั๋วพิเศษผ่านเข้าไปลุ้นชิงโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาอีกครั้งอย่างสะดวกโยธิน

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ กลุ่มซีพีตายแล้วฟื้นได้จริงๆ

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า การฟื้นคืนชีพของกลุ่มซีพี ทำให้กลุ่มร่วมทุนที่เข้าประมูลแข่งขัน และผ่านหลักเกณฑ์อีก 2 ราย ต้องเอาหน้าแข้งก่ายหน้าผากไปตามๆกัน

เพราะถ้ากลุ่มซีพีล็อกเป้าโครงการใด

ลี้กิมฮวง...ไม่เคยพลาดเป้าแม้แต่โครงการเดียว

โดยเฉพาะโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา เป็นเป้าหมายสำคัญที่กลุ่มซีพีจ้องตาเป็นมันส์

กลุ่มซีพีเพิ่งสะง่อมโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินมูลค่า 2.4 แสนล้านบาท สัมปทานยาว 50 ปี

หากกลุ่มซีพีได้โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา มูลค่า 2.9 แสนล้านบาท สัมปทานยาว 50 ปี เบิ้ลอีกโครงการ

จะเกิดผลดีในการบริหารจัดการโครงการรถไฟความเร็วสูง และโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา เชื่อมโยงกันครบวงจร

เท่ากับกลุ่มซีพีควบคุมทั้งการขนส่งผู้โดยสารและการบริหารสนามบินครบ 2 ขา ยาว 50 ปีเท่ากัน

“แม่ลูกจันทร์” เห็นว่าการที่กลุ่มซีพีได้คืนสิทธิ์กลับเข้าแข่งขันชิงสัมปทาน 2.9 แสนล้านบาท โครงการสนามบินอู่ตะเภา เท่ากับเพิ่มคู่แข่งที่เหลือ 2 กลุ่ม กลับเป็น 3 กลุ่มเท่าเดิม

กลุ่มไหนเสนอเงื่อนไขให้รัฐสูงที่สุด ก็คว้าสัมปทาน 50 ปีไปครอง

ในแง่นี้ การให้กลุ่มซีพีมีสิทธิ์แข่งขันต่อไปย่อมเป็นเรื่องดี

ดีต่อประโยชน์ประเทศโดยรวม

แต่ในแง่หลักการ การที่กลุ่มซีพียื่นเอกสารเสนอราคาและด้านเทคนิคช้าเกินกำหนดเวลา

ในขณะที่อีก 2 กลุ่มยื่นเอกสารครบถ้วนก่อนเส้นตาย

ในแง่นี้...ย่อมไม่เป็นธรรมกับ 2 กลุ่มที่ทำถูกต้องตามกติกา

ข้อสำคัญ การอนุโลมให้กลุ่ม ซีพี ซึ่งเสนอเอกสารช้าเกินเส้นตายไป 9 นาที ได้รับคืนสิทธิ์เข้าแข่งขันต่อไป

ประเด็นนี้จะกลายเป็น “ข้อยกเว้น” ให้เอกชนที่ยื่นซองประกวดราคากับหน่วยราชการอื่นๆในอนาคตใช้เป็น “ข้ออ้าง” เพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิ์การประมูล

เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบเป็นคดีฟ้องร้องกันนุงนังพันเต

ยิ่งกว่านั้น ศาลปกครองสูงสุด เคยพิพากษากรณีประมูลโครงการก่อสร้างทางหลวงชนบท

ให้ตัดสิทธิ์บริษัทเอกชนที่ยื่นซองเสนอราคาช้าเกินกำหนดเพียง 39 วินาที

เนื้อหาคดีอาจแตกต่างกัน ทำให้ผลคดีแตกต่างกัน

แต่ที่ไม่แตกต่างกันคือ...9 นาที นานกว่า 39 วินาที.

“แม่ลูกจันทร์”

https://www.thairath.co.th/news/business/market-business/1745523

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

1 ความคิดเห็น

 
3 ส

9 นาที มหาชน ได้

39 วินาที เอกชน ไม่ได้

ไอ่ตลก

ขำขำ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0