ผังเมืองเขตเศรษฐกิจตาก วางชุ่ยๆ มั่วๆ หรือไม่

            ประเทศไทยมีกฎหมายผังเมืองมาตั้งแต่ปี 2495 แต่ยิ่งวาง  เมืองต่าง ๆ ยิ่งเละหรือไม่  การผังเมืองไทยทำงานเป็นหรือเปล่า หรือทำแบบเดิม ๆ  สร้างปัญหาให้มากกว่าเดิมหรือไม่  มาลองดูที่กรณีเขตเศรษฐกิจพิเศษตาก

            เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวว่า "ผังเมืองเขตศก.ตาก ฉลุย เร่ง12โปรเจ็กต์ใหญ่" (http://bit.ly/2etLlZW)  สาระสำคัญก็คือมีจุดเน้นของผังเมืองรวมเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากอยู่ที่ 3 เมืองหลัก คือ อำเภอแม่สอด พบพระ และแม่ระมาด เป็นศูนย์เศรษฐกิจ พาณิชยกรรม ศูนย์โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว โดยมีโครงการ 12 แห่งได้แก่:

            1. โครงการศูนย์เศรษฐกิจใจกลางเมืองแม่สอด จำนวน 2 ศูนย์ ซึ่งกำหนดบทบาทเป็นใจกลางศูนย์เศรษฐกิจของภาคเหนือตอนล่างเทียบเท่าจังหวัดพิษณุโลก

            2. โครงการศูนย์เศรษฐกิจพาณิชยกรรมเมือง3 ศูนย์ คือ ศูนย์แม่ปะ (อำเภอแม่สอด) ศูนย์พบพระ (อำเภอพบพระ) และศูนย์แม่ระมาด (อำเภอแม่ระมาด)

            3. โครงการศูนย์เศรษฐกิจเขตเมือง 1 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์แม่จะเรา อำเภอแม่ระมาด กำหนดเป็นที่อยู่อาศัยและกิจกรรมบริการ พาณิชยกรรม รองรับสนามบินแห่งที่ 2

            4. โครงการศูนย์เศรษฐกิจชานเมือง 3 ศูนย์

            5. โครงการศูนย์เศรษฐกิจพาณิชยกรรมและโลจิสติกส์แห่งที่ 1 เป็นศูนย์พาณิชยกรรมและศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟทางคู่

            6. ศูนย์เศรษฐกิจพาณิชยกรรมและโลจิสติกส์ท่าสายลวด เป็นศูนย์พาณิชยกรรมรอบพื้นที่สะพานมิตรภาพไทยเมียนมา แห่งที่ 1 เป็นศูนย์การเดินทางท่องเที่ยวและการค้าระหว่างอนุภูมิภาค

            7. โครงการศูนย์เศรษฐกิจฯแห่งที่ 3 เป็นศูนย์พาณิชยกรรมรอบพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแม่สอด และสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2

            8. โครงการศูนย์เศรษฐกิจฯ แห่งที่ 4 อำเภอพบพระ เป็นศูนย์การคลังและขนส่งสินค้าด้านทิศใต้

            9. โครงการศูนย์เศรษฐกิจการท่องเที่ยวช่องแคบ อำเภอพบพระ เป็นศูนย์การท่องเที่ยวเกษตรนิเวศ

            10. โครงการศูนย์เศรษฐกิจการท่องเที่ยวเกษตรนิเวศขะเนจื้อ เป็นศูนย์ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

            11. โครงการศูนย์การประชุมของเทศบาลนครแม่สอด

            12. โครงการสนามบินนานาชาติแม่สอด แห่งที่ 2 ซึ่งจะก่อสร้างที่อำเภอแม่ระมาด

            ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เห็นว่าการพัฒนาเหลานี้มีข้อสมควรวิพากษ์ดังนี้:

            1. นี่เท่ากับเป็นการขยายตัวของเมืองไปในทิศทางต่างๆ แบบ "เปรอะ" ไปหมด  เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมและพื้นที่สีเขียวมากขึ้นหรือไม่ ทำให้ป่าไม้ถูกทำลายมากขึ้นหรือไม่

            2. เขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศรอบบ้านเรา ล้วนแต่มีขนาดเล็ก และใช้สอยที่ดินที่เข้มข้น ไม่ได้กระจายแบบนี้ ประสิทธิภาพการดำเนินงานของไทยเราแบบนี้คงจะต่ำมาก และโอกาสความสำเร็จจึงจำกัดมาก

            3. รัฐบาลควรที่จะเวนคืนหรือใช้ที่ราชพัสดุบริเวณใกล้ด่านแม่สอด เพื่อพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเพียงที่เดียวก็เพียงพอแล้ว  แล้วจัดสรรที่ดินให้ภาคส่วนต่างๆ นำมาพัฒนา ไม่ใช่ "ขีดสีวางผังส่งเดช" แต่ให้ภาคเอกชนไปดิ้นรนซื้อที่ดินกันเอง  ทำให้กิจการต่างๆ ตั้งอยู่อย่างไรระเบียบแบบแผน ขาดการวางผัง วางแผนที่แท้จริง

            4. วางแผนแบบ "ส่งเดช" มากมายหลายแผนไปแล้ว มีเงิน มีทรัพยากรทำให้เป็นจริงได้หรือไม่  สอดคล้องกับความเป็นไปได้ทางการเงิน ทางการตลาดหรือไม่  หรือสักแต่วางๆ ไปเช่นที่ผ่านๆ มา

            5. ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการวางผังเมือง มีข้าราชการมากมาย แต่ผังเมืองทั้งหลายมักว่าจ้างให้ "คนนอก" ดำเนินงาน  แต่ไม่แน่ใจว่าเป็น "คนนอก" หรือคนในรับงานไปดำเนินการกันแน่  การจัดจ้างอย่างนี้โปร่งใส เหมาะสมหรือไม่ แล้วทำไมยังมีผังเมืองหมดอายุ หรือใช้มาหลาย ๆ ปีโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย

            6. การ "รับฟังความเห็นประชาชน" เป็นการฟังแบบในรูปแบบหรือไม่  ประชาชนมีส่วนร่วมจริงหรือไม่  สิ่งที่เสนอมีความชัดเจนเพียงใด  ถ้ามีการรับฟังความเห็นของประชาชนจริงๆ คงไม่มีประชาชนคัดค้านผังเมืองมากมาย

            การวางผังเมืองของไทย จะทำให้การใช้ที่ดิน และการพัฒนาเมืองดีขึ้นหรือแย่ลง  ลองช่วยกันตรองดูนะครับ เผื่อจะช่วยกันคิดให้เป็นคุณต่อประเทศชาติบ้าง

 

ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_an...

2ความคิดเห็น
  • songvit

    01 พ.ย. 2016 - 17:12

    เขาแค่ต้องการ ให้ สนง.ทรัพยสิน ดูแล ประตู แปดทิศของไทย Tongue


loading...