ผมยังมองว่าตราบใดที่ร้านตัดขนหมาตามห้างยังอยู่ได้ เศรษฐกิจไม่เจ๊งแน่นอน

ผมยังมองว่าตราบใดที่ร้านตัดขนหมาตามห้างยังอยู่ได้ เศรษฐกิจไม่เจ๊งแน่นอน

4 ความคิดเห็น
ชาตินักช็อป :คอลัมน์ ใบตองแห้ง

https://www.khaosod.co.th/politics/news_632272

ชาตินักช็อป

ใบตองแห้ง

“ช็อปช่วยชาติ” ซีซั่น 3 คัมแบ๊กสมใจอยาก แต่ไม่ต้องห่วง หากตอบ 6 คำถามลุงตู่อาจมีซีซั่น 4 ซีซั่น 5 จนกว่าจะเบื่อกันไปข้าง

เข้าใจตรงกันนะ นี่คือมาตรการโดนใจผู้เสียภาษี ซึ่งได้แก่คนชั้นกลางระดับบนคนมั่งมี อ้าว ไม่รู้เหรอ ปีนี้สรรพากรเพิ่งปรับโครงสร้างภาษี คนมีเงินเดือน 26,000 บาทลงมาไม่ต้องเสียภาษี ฉะนั้น ไม่ต้องไปเข้าคิวขอใบกำกับภาษีให้เมื่อย หรือถ้ามีเงินได้มากกว่านั้นหน่อย เสียภาษีแค่ 5% ไม่จำเป็นก็ช่วยชาติโดยไม่หักภาษีดีกว่า

พวกที่ได้อานิสงส์เต็มๆ คือรายได้เดือนเป็นแสน ที่เสียภาษี 15% 20% แต่พูดงี้ไม่ได้ว่ารัฐบาลอุ้มคนมีตังค์ อ้าว ก็ท่านแจกบัตรคนจนแล้วไง

“ช็อปช่วยชาติ” ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจไทยทุกวันนี้ ไม่ได้ขึ้นกับราคาข้าว ยางพารา หรือพืชผลการเกษตร รายได้ภาคเกษตรเป็นแค่สิบกว่าเปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เศรษฐกิจไทยเป็น “หลั่นล้าอีโคโนมี” เหมือนที่ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เคยบอกไว้

แม้แต่ภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิตจริง ที่ใช้แรงงาน ใช้วิศวกร ใช้นักวิทยาศาสตร์ ก็ไม่สำคัญ เศรษฐกิจไทยเป็นอะไรที่หลั่นล้ากว่านั้น ยกตัวอย่าง 2-3 ปีที่ผ่านมา ใครว่าเศรษฐกิจซบเซา อาหารเสริม สมุนไพร ความงาม ก็ยังขายได้ ห้างยักษ์ใหญ่ขยายสาขาทั่วประเทศ ร้านเล็กๆ ต่างหากที่ตาย พวกขายของถูก ขายประโยชน์ใช้สอย ไม่สู้ขายรูปแบบ หรือเติม gimmick นิดๆ หน่อยๆ แล้วบอกว่าต่อยอด ขายไอเดีย

อ้าว ไม่เชื่อไปดูร้านอาหารอร่อยหรือจะสู้ร้านสวยให้เซลฟี่ ผู้บริโภคสมัยนี้เต็มใจจ่ายแวต 7% เซอร์วิสชาร์จ 10%

เศรษฐกิจไทยง่ายๆ แค่นี้เอง ราคาข้าวตันละ 5,000 ไม่เป็นไร อย่าให้คนชั้นกลางหยุดใช้จ่ายก็แล้วกัน ปัดโธ่ ชาวนาขายข้าวได้ อย่างเก่งก็ซื้อปิกอัพ แมงไซค์ คนชั้นกลางกินอาหาร ฟิวชั่นมื้อเป็นพัน ซื้ออะไรทีก็สร้างมูลค่าเพิ่ม 4-5 เท่า

เศรษฐกิจเราขึ้นกับการช็อป การใช้จ่าย ถ้าคนชั้นกลางไทยพร้อมใจกันประหยัดมัธยัสถ์ รัดเข็มขัด อดออมเมื่อไหร่ ฉิบหายแน่

 

ปีสองปีที่ผ่านมาใครว่าแย่ๆ ผมยังมองว่าตราบใดที่ร้านตัดขนหมาตามห้างยังอยู่ได้ เศรษฐกิจไม่เจ๊งแน่นอน คนไทยใช้จ่ายกับอะไรแบบนี้มากกว่าปัจจัยสี่ทื่อๆ ตรงๆ คนเป็นไข้อาจไม่ไปหาหมอ แต่ลูกค้าคลินิกศัลยกรรมตกแต่ง เสริมความงาม (รวมไปถึงเสริมดวง) ไม่ยักลดลง หรือลดบ้างก็ไม่กระเทือนนัก เพราะมูลค่าเพิ่มสูง

ขนาดร้านกาแฟฝรั่ง ขายในเมืองไทยราคาแพงอันดับสี่ ของโลก ยังขยายสาขาได้ทั่วประเทศ ทั้งๆ ที่ค่าแรงขั้นต่ำคนไทย 300 บาท อันดับที่กี่ร้อยของโลกก็ไม่รู้

เศรษฐกิจคนชั้นกลางแทบจะแยกจากเศรษฐกิจฐานรากมานานแล้ว ชาวนาปลูกข้าวส่งออกก็เท่านั้น ต้องจบปริญญามาปลูกข้าวออร์แกนิกขายสตอรี่ให้คนชั้นกลาง แม่ค้าขายกล้วยตากก็ล้าหลัง ยุคนี้ต้องขายกล้วยออร์แกนิกพลังงานแสงอาทิตย์

คนไทยเป็น “ชาตินักช็อป” มานานแล้วนะครับ บางคนอาจไม่ทันสังเกต แต่ถ้าวัดจำนวนห้าง อันดับความหรูหรา สัดส่วนร้านอาหาร ร้านดื่มกิน ความหลากหลาย น่าจะอันดับต้นๆ ของโลก

เพียงแต่วัฒนธรรมทุนนิยมบริโภค ที่บางคนด่าว่า “ตะวันตก” “วัตถุนิยม” กับวัฒนธรรมความเป็นไทย จารีตประเพณี พิธีกรรม สามารถปรับตัวสอดรับกันได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งประสบความสำเร็จในงานขาย และทำให้คนไทยรู้สึกว่ายังสืบสานความเป็นไทย สำนึกในวัฒนธรรมอันดีงาม

ยกตัวอย่างวันจารีตประเพณี หรือวันสำคัญทั้งหลาย รวมทั้งวันศาสนา ก็ถูกส่งเสริมการตลาด พร้อมๆ กับ ททท.กระตุ้นเที่ยวไทย รัฐบาลเพิ่มวันหยุด ให้เที่ยวให้ช็อป จนนอนอยู่บ้านไม่ได้ วันพระใหญ่ไม่รู้จะไปไหนก็ไปห้าง มีจุดทำบุญตักบาตรแล้วไปกินชาบูปิ้งย่าง หอการค้าก็จะประเมิน วันเข้าพรรษาเงินสะพัดเท่านั้นเท่านี้

เรื่องส่งเสริมการตลาดที่จริงก็มีทั่วโลก เช่น ฝรั่งแห่ซื้อของคริสต์มาส แต่พี่ไทยเราวันไหนๆ ก็เอา ทั้งตรุษจีน วาเลนไทน์ สงกรานต์ ความเชื่อก็หลากหลาย เช่นปีนี้ “ปีชง” ต้องแก้เคล็ด

ยิ่งวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีก้าวหน้าเท่าไหร่ ความเชื่อแบบไทยๆ ยิ่งงอกงาม ออกรถหรูต้องประมูลเลขสวย เลือกสี เลือกวัน สมัยก่อนหมอผ่าท้องคลอดเมื่อคลอดยาก แต่สมัยนี้พ่อแม่อยากได้ฤกษ์ตกฟาก

เศรษฐกิจไทยก็คงไปทางนี้ละครับ สตาร์ตอัพ สตาร์ตแอพฯ ก็แบบนี้ซะเยอะ ซึ่งไม่ว่ากัน ขออย่างเดียวอย่าอ้างว่าคนชั้นกลางระดับบนคนมั่งมีประหยัดมัธยัสถ์ อดออม ฯลฯ หัวร่อตายเลย

»
8
 
4 ความคิดเห็น
ICT
ICT
14 พ.ย. 2017 - 11:10

ไทย มีแนวโน้มขึ้นแท่น ถนนอันตรายอันดับ 1 ของโลก คนตายปีละเป็นหมื่น

https://hilight.kapook.com/view/163568

13 ชั่วโมงที่ผ่านมา | 3,610 อ่าน
 

 

องค์การอนามัยโลก เผยปี 2559 คนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนกว่า 2 หมื่น ยังไม่รวมบาดเจ็บอีกนับล้าน มีแนวโน้มถูกจัดอันดับ ถนนอันตรายอันดับ 1 ของโลก

 

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 นพ.วิทยา ชาติบัญชาชัย ผอ.ศูนย์ความร่วมมือแห่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แถลงรายงานสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนนในประเทศไทย ปี 2559 ว่า ในปีนั้นประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 22,356 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2558 จำนวน 2,877 ราย โดยในปี 2558 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 19,479 ราย 

 

สำหรับตัวเลขของผู้เสียชีวิตนั้น เป็นที่น่าตกใจ เพราะเป็นความสูญเสียที่มหาศาล เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในประเทศไทย ซึ่งยังไม่นับรวมกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และพิการอีกปีละนับล้านคน เมื่อตีเป็นมูลค่าความสูญเสียรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาทต่อปี กระบวนการสำรวจ จัดเก็บ และคำนวณผลจากข้อมูลดังกล่าวได้จากการใช้ข้อมูล 3 ฐานเปรียบเทียบกันเป็นหลัก ประกอบด้วย ใบมรณบัตรของกระทรวงมหาดไทย (มท.) กับ กระทรวงสาธารณสุข รายงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้จด พรบ.กับบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด 

 

ทั้งนี้ข้อมูลอุบัตเหตุทางถนนนั้น ใกล้เคียงกับกรประมาณการขององค์การอนามัยโลก ทำให้น่ากังวลว่าเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะมีแนวโน้มสถานการณ์ที่รุนแรงมากขึ้น และมีตัวเลขผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก จากครั้งที่ผ่านมาที่ประเทศไทยมีตัวเลขผู้เสียชีวิตบนท้องถนนอยู่ในอันดับ 2 ของโลก และแม้ที่ผ่านมาทุกภาคส่วนจะมีความพยายามและตื่นตัวในการป้องกันอุบัติเหตุ แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้ตัวเลขอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลงได้ ทั้งนี้ข้อมูลนี้จะถูกส่งต่อไปยังองค์การอนามัยโลก เพื่อรวบรวมจัดทำเป็นรายงานความปลอดภัยทางถนนของโลกต่อไป

นพ.วิทยา เผยต่ออีกว่า ปัจจัยที่เป็นปัญหาอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน คือมีคนทำผิดกฏหมายแต่ไม่ได้ถูกลงโทษจนกลายเป็นเรื่องปกติ ซึ่งในแต่ละวันมีจำนวนหลายสิบล้านคน และเมื่อจะเข้มงวดกวดขันจริงจัง ก็มักจะถูกต่อต้านรุนแรง รวมทั้งกำลังพลที่จะทำหน้าที่บังคับกฎหมายก็มีไม่เพียงพอและยังไม่มีงบประมาณพอที่จะนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้

 

ภาพจาก Winzy Lee/Shutterstock.com

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก dailynews

»
7
tongtata
tongtata
14 พ.ย. 2017 - 17:21

เมื่อได้ฟังแล้วของดซื้อของที่ห้างจนกว่าจะขึ้นปีใหม่ . .  อโลฮา ฮาวาย!!

+
2
Loading...