ปากไม่ว่าง ก็เลิกโวย

ปากไม่ว่าง ก็เลิกโวย


09.00 INDEX ปัญหา ถวายสัตย์ ปฏิญาณ ความรับผิดชอบ “ประยุทธ์”
https://www.matichon.co.th/politics/politics-in-depth/news_1623228
แฟ้มภาพ

09.00 INDEX ปัญหา ถวายสัตย์ ปฏิญาณ ความรับผิดชอบ “ประยุทธ์”

ไม่ว่าปัญหาอันเนื่องแต่ “การถวายสัตย์ปฏิญาณตน” ไม่ว่าปัญหาอันเนื่องแต่ “การแถลงนโยบาย” มีความจำเป็นต้องมีคำตอบ

โดยเฉพาะคำตอบจาก “รัฐบาล”

เนื่องจากปัญหาแรกสัมพันธ์กับมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญ และเป็นเหมือนประตูเข้าไปสู่มาตรา 163 นั่นก็คือ ความสมบูรณ์อย่างแท้จริงของรัฐบาล

หากเรื่องตามมาตรา 161 ไม่ราบรื่น มีปัญหา มีอุปสรรค์ การดำเนินตามมาตรา 163 ก็ไม่เป็นผล

นั่นก็คือ เท่ากับมิได้เปิดประตู มิได้เริ่มต้น

ปัญหาที่คาราคาซังก็คือ ไม่ว่า 1 ขอพระราชทานอภัยโทษ 1 ปฏิบัติตามมาตรา 161 เพื่อให้สมบูรณ์ครบถ้วนรัฐธรรมนูญ

รัฐบาลยังไม่ได้ให้คำตอบ ยังไม่สร้างความกระจ่าง

หากดูท่าทีของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง แม้จะมีการแถลงเรื่องจะทำโน่นจะทำนี่ตาม “นโยบาย” ที่เคยประกาศในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง

แต่ก็เสมอเป็นเพียงประโยคที่เริ่มด้วยคำว่า “จะ”

ไม่ว่ารัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่ารัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่ารัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ล้วนดำรงอยู่ในลักษณะรอ

ความหมายก็คือ รอการตัดสินใจ รอการเลือกจากนายกรัฐมนตรี

เพราะยากเป็นอย่างยิ่งที่จะมีใคร “กล้า” ทำอะไร

ความหมายก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องย้อนกลับไปเริ่มต้นเหมือนกับที่เคยปฏิบัติเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ด้วยการ ถวายสัตย์ปฏิญาณอีกครั้งหนึ่ง

จากนั้นจึงจะต้องเข้าไปสู่ก้าวที่ 2 คือการแถลงนโยบายในที่ประชุมรัฐสภาซึ่งจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 163 ของรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด

นี่มิได้เป็นเรื่องลาออก หากแต่เป็นการย้อนกลับไปเริ่มต้น

ไม่ว่าข้อเรียกร้องจากฝ่ายค้าน ไม่ว่าข้อเรียกร้องจากสังคมน้ำหนัก ไปในทางที่จะขอให้เมื่อทำความผิดพลาดก็ชอบที่จะแก้ไขและทำให้ถูกต้อง มิได้มีถึงขั้นเรียกร้องให้ “ลาออก”

ประเด็นอยู่ที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะแสดงความรับผิดชอบทางกฎหมายและทางการเมืองอย่างไรเท่านั้น

ตามแนว “ผมขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”

 à¸à¸²à¸£à¹Œà¸•à¸¹à¸™ เซีย

วาสนาชะตาวัว
 
กิเลน ประลองเชิง13 ส.ค. 2562 05:01 น.
SHARE
 
 
 

ผมดู “โลกหลากมิติ” สารคดีฝรั่งช่องไทยพีบีเอส มนุษย์ยุคแรกที่สืบเชื้อสายจากอาดัม อีวา เมื่อ 11,000 ปีที่แล้ว ตั้งหลักที่สวนอีเดน เปลี่ยนฐานะมนุษย์หินถือกระบองไล่ทุบสัตว์ มาเป็นจับสัตว์มาทำไร่ไถนา

สัตว์ตัวที่มนุษย์ใช้ สมมติให้เป็นม้า

ตำแหน่งที่ตั้งรกรากมนุษย์ของโลกอยู่ทางเหนือ...แถวๆตุรกี ต่อเนื่องไปทางใต้ ไปถึงลุ่มแม่น้ำยูเฟรติส ไทกรีส หรืออิรักปัจจุบัน เรียกกันว่าอู่อารยธรรมโลก หรืออารยธรรมเมโสโปเตเมีย

ในอู่อารยธรรมนี่เองที่พระเจ้าฮัมบูราบี ตรากฎหมายฉบับแรกของโลก

ในอู่เดียวกันมีวัว สัตว์ที่มนุษย์จับมาใช้...ใช้ทั้งแรงงาน เอาเนื้อมากิน และยังได้ดื่มนมเลี้ยงชีวิต วัวจึงเป็นสัตว์ที่มีคุณต่อมนุษย์มากกว่าสัตว์อื่นๆ

มนุษย์เมโสโปเตเมียสำนึกคุณวัว ยกวัวเป็นเทพเจ้า แกะสลักหินเป็นวัวตัวเล็กเป็นเครื่องรางติดตัว

มาถึงยุคอียิปต์ ที่สารพัดสัตว์ ไม่ว่าสัตว์ร้ายสัตว์ดีถูกยกขึ้นเป็นเทพเจ้า วัวก็เป็น “แม่วัวสวรรค์” ผู้ให้น้ำนมเลี้ยงมนุษย์ในโลก ผู้ให้กำเนิดจักรวาล

เขาวัวสองข้างขนาบดวงอาทิตย์ เป็นสัญลักษณ์สูงสุดบนพระเศียรสองพระเทวีผู้ยิ่งใหญ่

พระเทวีไอซิสผู้เป็นพระขนิษฐา เป็นทั้งพระชายาจอมเทพโอสิริส และพระเทวีฮาเธอร์ เทวีแห่งความงามและความรัก เป็นมารดาแห่งเอกภพ ทรงสวมมงกุฏเขาวัวขนาบดวงอาทิตย์ แสดงฐานะสุริยะเทวีองค์ที่สอง

คนอียิปต์นับถือเทวีฮาเธอร์มาก...สมัยแรกๆก็ยกให้พระนางเป็นทั้งธิดา เป็นทั้งชายาสุริยเทพรา สมัยต่อมาที่เทพโอรุสมาแรง คนก็ยกย่องยัดเยียดให้เป็นทั้งชายาและมารดา

แต่จินตนาการของมนุษย์ ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ยังอยู่ในกรอบของความกตัญญูรู้คุณสรรพสิ่งที่ให้คุณ ไม่ว่าจะเป็นสุริยเทพ หรือวัว สัตว์เลี้ยงที่ยกย่องเป็นมารดาแห่งสวรรค์

เมื่อพระเจ้าแคมไบสิส กษัตริย์เปอร์เซีย ยกทัพมาโจมตีอียิปต์ รบชนะอียิปต์เด็ดขาดด้วยกลยุทธ์ง่ายๆ ต้อนสารพัดเทพเจ้าของอียิปต์มาเป็นทัพหน้า ยุคเทพเจ้าสารพัดสัตว์ของอียิปต์ ก็เสื่อมทรามลง

เปอร์เซียยุคต่อมาลดฐานะสุริยเทพรา เทพสูงสุดมาเป็นเพียงจุดไฟ ใช้เป็นสัญลักษณ์เป็นต้นกำเนิดศาสนาโซโรอัสเตอร์

จากเปอร์เซียสุดปลายเส้นทางสายไหม...ที่จีน ศาสนาโซโวอัสเตอร์ แพร่หลายไปถึง ในชื่อศาสนานิกายมณี

ส่วนความนับถือวัวที่แพร่หลายในอินเดีย...ก็ยังสูงศักดิ์ แต่ลดฐานะสูงสุดลงมาเป็น “อุสุภราช” โคเพศผู้ซึ่งเป็นเจ้าแห่งโค กายสีเผือกเป็นโคพาหนะของพระศิวะ มีนามว่า “นนทิ”

ศาสนาฮินดูนับถือโคอุสุภราช เป็นเทพเจ้าแห่งสัตว์จตุบาท เป็นหัวหน้าภูตผี บางครั้งมีรูปเป็นภูต บางครั้งมีรูปเป็นมนุษย์ มีวิมานอยู่ที่เขาไกรลาส

เมื่อใดพระศิวะจะเสด็จที่ใด พระนนทิจะกลายร่างเป็นโคเผือกเพศผู้ให้พระศิวะทรง เมื่อใดที่พระศิวะร่ายรำ พระนนทิในรูปบุรุษมีเศียรเป็นโคจะเป็นผู้ตีตะโพนให้จังหวะ แต่รูปพระนนทิโดยปกติทั่วไปจะเป็นโคหมอบ

นี่เป็นความนับถือโคเพศผู้ แต่ถ้าเป็นโคเพศเมีย ชาวฮินดูนับถือทั้งโคเพศผู้โคเพศเมีย ไม่กินเนื้อโค ไม่ใช้เครื่องใช้ที่ทำจากหนังโค เป็นมนุษย์ชาติเดียวในโลกที่กตัญญูวัว สัตว์ที่นับถือว่ามีคุณ

ไล่เรียงถึงตอนนี้ ผมจึงคลี่ปริศนาวัวหินตัวเล็กๆ ยุคเมโสโปเตเมียออก

ที่แท้เป็นสัญลักษณ์ความกตัญญูวัวสัตว์ผู้มีคุณ อ่านประวัติศาสตร์ มนุษย์ยุคที่นับถือวัวเป็นเทพเจ้า อยู่เย็นเป็นสุขกว่ายุคต่อๆมา ไม่ก่อสงครามกันอย่างไร้เหตุผล

ดูเอาเถิด มนุษย์ยุคใหม่ สงครามยุทโธปกรณ์ สงครามการค้า ฯลฯ นี่ก็ได้ข่าวบางบ้านเมือง ทหารบ่นกำลังสู้กับเด็กๆในสงครามออนไลน์ ผมนอนตาไม่หลับ เป็นห่วงมนุษย์สมัยไร้กตัญญู ดื่มนมวัว กินเนื้อวัว ใช้หนังวัว จะต้องทำสงครามอะไรต่อไป.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1635805

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1

3 ความคิดเห็น

 
นายหนหวย

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
ชาติอนุรักษ์

ดูท่ามันจะไม่แค่ถอยไปถวายสัตย์ฯใหม่เท่านั้น

ตามที่นายเรืองไกร ท้วง ขั้นตอนมันผิดตั้งแต่ นายชวนไม่ได้เสนอชื่อนายตู่ให้สภาเลือก ซึ่งผิด รธน.

เผลอ ๆ จะต้องย้อนไปถึงวันลงมติเลือกตัวนายกฯ โน่นเลย

ทางที่ดีลาออกซะคนหนึ่ง มันก็จะหมดเรื่อง ไม่ใช่ปล่อยคาราคาซังอยู่แบบนี้

หาก รมต.ทำงานไป แล้วเกิดเป็นโมฆะขึ้นมา.....ยิ่งไปกันใหญ่

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ไอ่ตูบไอ่อ้วน

โมโห

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0