'ปรเมศวร์'ถามขุดคุ้ยถอยหลัง9ปี เล่นงาน'ช่อ'เพื่ออะไร?

'ปรเมศวร์'ถามขุดคุ้ยถอยหลัง9ปี เล่นงาน'ช่อ'เพื่ออะไร?

ตำนาน นายกไม่รับเชิญ
Share :
 
 

เวลาช่วงประท้วงน่าเบื่อหน่าย ระหว่างดูถ่ายทอดสดรัฐสภา เลือกนายก...ผมเปิดหนังสือ ตูน ปรัชญาเต๋า (สุรัติ ปรีชาธรรม โชติช่วง นาดอน แปล สำนักพิมพ์ พิมพ์ดี) อ่านไปเรื่อยๆ

เรื่องที่ฟังเมื่อไหร่ก็จี้หัวใจ ครั้งล่าไม่กี่วันมานี้ ก็คือคนเก่ง คนดีในสมัยโบราณของจีน หนีรับเชิญเป็นนายก...ไปวักน้ำล้างหู ควายกำลังกินน้ำ ก็ถูกจูงหนี เพราะกลัว “น้ำอัปรีย์” เข้าปาก

เรื่องเล่าเรื่องนี้ ไม่ระบุชื่อ ไม่ระบุยุคสมัย

เท่าที่ผมจำได้ หนังสือสายธารแห่งปัญญา (สำนักพิมพ์ ก.ไก่) ระบุชื่อคนที่ล้างหู ชื่อ “สี่อิ้ว”

คนเจอสี่อิ้วล้างหู ไม่ได้จูงควาย ประชดว่า ไม่อยากเป็นนายก แล้วเสือกไปเสนอหน้า ให้ราชสำนักตามมาถึงตัวได้อย่างไร เล่าแบบนี้ ก็สนุกไปอีกแบบ

ตูน ปรัชญาเต๋า ในชุด “จวงจื่อ” สอนว่า ผมเจอชื่อ ทั้งชื่อ “ตี้เหยา” คนออกปากเชิญ และชื่อ “สวี่โหยว” (ก็สี่อิ้วนั่นล่ะครับ) คนไม่รับเชิญ

“ตี้เหยา” เป็นอ๋องสมัยตำนานปรัมปรา ห้า-หกพันปีที่แล้วได้ชื่อว่าเป็น “พระราชาผู้ทรงธรรม” สมัยตี้เหยาเกิดน้ำท่วมใหญ่ ราษฎรต้องหนีจากบ้านไปอยู่ในถ้ำ ปีนขึ้นต้นไม้

สมัยนั้นยังไม่มีการสืบทอดตำแหน่ง ไม่ว่าจะสืบทอดจากพ่อไปถึงลูก จากพี่ไปถึงน้อง ใครผู้ใดมีสติปัญญา มีความสามารถและความสัตย์ซื่อกว่า ราษฎรก็ยกย่องขึ้นเป็น “อ๋อง”

งานของอ๋อง รับผิดชอบทุกข์สุขของราษฎรทั้งแผ่นดิน เป็นงานหนักหนา ไปออกเชิญใคร ก็ไม่มีใครเอา

ไช่จื้อจง เขียนไว้ในตูน ปรัชญาเต๋า “ตี้เหยา” ประสานมือค้อมศีรษะให้ “สวี่โหยว” แล้วว่า

“พระอาทิตย์ ดวงจันทร์ออกมาส่องแสงแล้ว จะให้ข้าผู้เปรียบเหมือนแสงไฟดวงน้อยออกมาทำอีกหรือ? ฝนก็ตกตามฤดูกาลแล้ว จะต้องขุดคลองส่งน้ำเข้าไปเรือกสวนไร่นาอีกทำไม?

ข้าเทียบกับท่านไม่ได้เลย จึงขอมอบเก้าอี้นายกให้แก่ท่าน”

ยกยอกันถึงขั้นนี้ สวี่โหยวก็ยังเมินหน้าปฏิเสธ

“พอทีเถิด นกน้อยทำรังบนต้นไม้ ต้องการกิ่งไม้แค่กิ่งเดียวเท่านั้น หนูกินน้ำจากลำธาร ต้องการน้ำแค่อิ่มท้องน้อยๆ
ของมันเท่านั้น”

บอกเหตุผลแล้ว สวี่โหยวถามกลับตี้เหยา

“ท่านจะมอบเก้าอี้นายกให้แก่ข้า ข้าจะรับไว้เพื่ออะไร ท่านก็ปกครองแผ่นดินสงบเรียบร้อยดี แล้วคิดว่าจะมอบชื่ออันสูงส่งให้แก่ข้าอย่างนั้นหรือ? แล้วข้าจะรับชื่ออันเปล่าว่างนี้ไปทำอะไร?”

ก่อนลาจาก สวี่โหยวสอน “ตี้เหยา” ว่า

“ชื่อเป็นเพียงเครื่องตกแต่งของสัจธรรม ผู้คนมักไขว่คว้าชื่อเสียง ทำให้ตัวเองทุกข์ยากลำบาก สละชื่อ สละความสำเร็จแล้ว จึงเข้าถึงสัจธรรม”

ผมอ่านถึงตรงนี้ก็มั่นใจ เรื่องคนหนีเก้าอี้นายกที่คิดว่าเป็นแค่ตำนาน เป็นนิทาน เป็นเรื่องจริง มีทั้งชื่อ มีทั้งยุคสมัยและตัวตนคนจริงๆ

ส่วนเรื่องแบบว่า รบราฆ่าฟันแย่งกันเป็นใหญ่ หรือต้องตั้งวงสรรเสริญเยินยก หรือติฉินนินทา ก็เป็นเรื่องจริงอีกเหมือนกันในยุคสมัยต่อมา

สมัยนี้กว่าจะฝ่าฟันขึ้นชั้นฟ้า นั่งเก้าอี้นายกได้ ต้องผ่านน้ำลายยอมให้เขาด่าจนหนำใจก่อน

คอการเมืองเขาว่ากันว่า ด่านนี้แค่ด่านแรก ทดสอบตบะเท่านั้น ให้ระวังด่านต่อไป

โดยเฉพาะด่านอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าท่านประธานชวนท่านเห็นว่า จะให้เวลาไม่จำกัดด่าได้ 7 วัน 7 คืน เหมือนสมัยนายควง ฝ่ายค้านอภิปรายรัฐบาลหลวงธำรงฯ

นายกท่านนั้นได้ฉายา “ลิ้นทอง” ผมก็อยากรอดูอยู่เหมือนกัน นายกทหารคนล่า จะทนฟังได้สักแค่ไหน.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1588280

.................

...................................

....................................................

'ปรเมศวร์'ถามขุดคุ้ยถอยหลัง9ปี เล่นงาน'ช่อ'เพื่ออะไร?

อัยการ"ปรเมศวร์"ถามขุดคุ้ยถอยหลัง 9 ปีเพื่อเล่นงาน"ช่อ-พรรณิการ์"เพื่ออะไร ชี้ผู้ใหญ่หลายคนตอนเป็นเด็กก็ทำอะไรผิดหลายอย่าง ระบุไม่อยากให้ทำลายล้างกันแบบนี้

อังคารที่ 11 มิถุนายน 2562 เวลา 11.00 น.

 

กำลังเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ที่ชาวเน็ตให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีที่ ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ภาพและข้อความจำนวนมากในเฟซบุ๊ก @Pannika Chor Wanich ที่ทำให้ประชาชนเข้าใจไปในทางที่อาจเชื่อมโยงกับเรื่องของสถาบันอย่างมิบังควร อันเป็นพฤติการณ์หรือการกระทำที่ส่อไปในทางขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

 

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ได้โพสต์ข้อความถึงประเด็นดังกล่าวว่า ตอนเราเด็ก​เราก็คิดอย่างเด็ก​ พอเราโต​เราคิดอย่างผู้ใหญ่​ ทำไมต้องถอยหลังไปเล่นงานตอนเขาเป็นเด็กเมื่อ​ ​9​ ปีที่แล้ว​ เพื่ออะไร?

 

ทั้งนี้ หลังจากมีการโพสต์ข้อความดังกล่าวออกไป ได้มีชาวโลกออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย พร้อมกับนำภาพของช่อ พรรณิการ์ หลากหลายอิริยาบทมาโพสต์  ขณะที่ นายปรเมศวร์ ได้โพสต์ข้อความตอบโต้กับชาวโลกออนไลน์ว่า "ผมคิดว่าตอนเด็กหรือแม้ตอนเป็นอัยการใหม่แล้ว​ เราก็ทำอะไรผิดหลายเรื่องเหมือนกัน​ แต่วันนี้เราเป็นผู้ใหญ่แล้ว​ เราต้องรับผิดชอบมากขึ้น​ ถ้าทำไม่ถูกต้องก็ต้องรับผิด​ ผู้ใหญ่หลายคนก็ทำผิดมาก่อนมากมาย​ ไม่อยากให้ใช้การทำลายล้างกันแบบนี้ครับ​ ซึ่งตอนนั้นเขาคิดได้แค่นั้นครับ​ แต่ถ้าวันนี้ทำอีกก็ต้องโดน​ ถ้าไม่ใช่​ ส.ส​ ก็คงไม่มีใครสนใจ"

 

 

 

 

ขอบคุณภาพและข้อความจากเพจ อ.ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม 

 

 

อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/politics/714070

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

1 ความคิดเห็น

 
3 ส

คุณช่อ

ดีใจ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0