ประเทศไม่เฮงซวย :คอลัมน์ ใบตองแห้ง ยุคนี้เขื่อนแตกเราเรียกว่าน้ำกัดเซาะ น้ำท่วมถึงคอเราเรียกว่าน้ำรอระบาย

ประเทศไม่เฮงซวย :คอลัมน์ ใบตองแห้ง ยุคนี้เขื่อนแตกเราเรียกว่าน้ำกัดเซาะ น้ำท่วมถึงคอเราเรียกว่าน้ำรอระบาย

11 ความคิดเห็น
ประเทศไม่เฮงซวย :คอลัมน์ ใบตองแห้ง

https://www.khaosod.co.th/politics/news_462622

ประเทศไม่เฮงซวย :คอลัมน์ ใบตองแห้ง

ประเทศเฮงซวย จะอีก 50 หรืออีก 1,000 ปี ก็ไม่เจริญขึ้นหรอกŽ

แหม เป็นศิลปินเป็นคนของประชาชนควรมีวุฒิภาวะ แค่รอรถเมล์นาน ไม่น่าโวยวายจนเป็นประเด็นสาธารณะ ไม่รู้จักรักษา Image ตัวเองเลย แล้วจะทำมาหากินได้ไง

รู้ไว้ อีหนูเอ๋ย อยากประสบความสำเร็จในประเทศนี้ต้องสร้างภาพลักษณ์ เป็นคนดีของสังคม รู้จัก CSR รักษ์โลก รักเด็ก รักษ์ป่า ต้านอนุมูลอิสระ พูดจาต้องดูกระแส สังคมแห่ไปทางไหน เช่นเขากำลังโกรธคนร้ายก็ชูป้าย ข่มขืนต้องประหารŽ กำลังเห่ออนุรักษ์ก็ต้องขี่จักรยาน กำลังเห่อศีลธรรมก็ต้องเข้าวัดวิปัสสนา

จะบ่นอะไรก็ต้องดูจังหวะ เช่นสังคมกำลังเกลียดนักการเมือง ก็พูดได้ว่า น้ำท่วมไม่กลัว กลัวผู้นำโง่ จะพาเราตายหมดŽ แต่บ่นผิดยุคไม่ได้นะ ยุคนี้เขื่อนแตกเราเรียกว่าน้ำกัดเซาะ น้ำท่วมถึงคอเราเรียกว่าน้ำรอระบาย

ข้อสำคัญ ไม่ว่าจะเบื่อหน่ายไม่พอใจซักแค่ไหน ก็ยังต้องแหกปากร้องเพลง ร้ากเทอประเทศไทยŽ ไม่รักได้ไง เราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใครตั้งแต่เทือกเขาอัลไต แล้วตอนนี้เราก็กำลังจะมีรถไฟจีน เรือดำน้ำจีน รถถังจีน ไม่มีถนนลูกรังอีกแล้ว

จงเชื่อมั่นประเทศไทย ทำงานใหญ่ต่อไปŽ เอนกซินตึ๊งกล่าวไว้ ใช่เลย เราต้องฟิตระเบิดใจให้กว้างขวาง เลิกปลูกยางพารา อย่าเป็นเต่าล้านปี ต้องค้นคิดนวัตกรรมแปลกใหม่ ตู้เย็นหุงข้าวได้

นี่แหละประเทศไทย ไม่ได้เฮงซวยกว่าใคร ก็มีดีมีแย่เหมือนประเทศทั้งหลาย เพียงแต่ใส่ดราม่า แค่เนติวิทย์เชียร์อิมเมจ ก็โดนด่าไปทั้งคู่ หาว่าแอนตี้รัฐบาล

วัยรุ่นบ่นเป็นเรื่องธรรมดา มีทุกประเทศ แต่ประหลาดที่เป็นคนไทยบ่นไม่ได้ เดี๋ยวไม่รักชาติ มีคนเดียวที่บ่นได้ ทุกคืนวันศุกร์ บ่นคนไทยจิตใจบกพร่อง ขาดภูมิคุ้มกันทางศีลธรรม

มันน่าคิดไหมว่าคนไทยเดี๋ยวนี้อ่อนไหวจัง ทั้งเรื่องชาติ ศาสนา ความเป็นไทย กลายเป็นความภาคภูมิใจแตะต้องไม่ได้ ทั้งที่ปัญหารุมเร้าแทบทุกด้าน บางด้านก็แทบจะไร้หวัง เช่นความเป็นประชาธิปไตย ที่เคยก้าวไกลกว่าใครในภูมิภาค แต่วันนี้เป็นไทยแลนด์โอนลี่ เป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ

 

ด้านเศรษฐกิจจากที่อยากเป็นเสือตัวใหม่ หกล้มกับต้มยำกุ้งยังพอกลับมาได้ แต่เชิดหัวขึ้นในยุคอัศวินควายดำไม่กี่ปี สุดท้ายก็ติดกับดักทั้งเศรษฐกิจการเมืองความแตกแยก แก้ไม่ตกจนถึงวันนี้ กระทั่งเอกชนไทยยังหนีไปลงทุนต่างประเทศ

ด้านการศึกษา ผลสอบ PISA เด็กไทยคะแนนต่ำลงกว่าเพื่อนบ้านทุกปี ทั้งที่อุตส่าห์ท่องอาขยาน หัดให้เด็กกราบไหว้ถอนสายบัว แต่ไม่เป็นไร เราตั้งความหวัง ถ้าปฏิรูปประเทศสำเร็จ ภาษาไทยจะเป็นภาษากลางของโลก

เช่นกัน สัปปะรด ลำไย มังคุด ราคาตกต่ำไม่เป็นไร เรามีทุเรียน เราจะเป็นมหาอำนาจผลไม้

คนไทยหาวิธีชดเชยจิตใจให้ตัวเองเก่ง เมื่อไม่สามารถเติบโตทางเศรษฐกิจ เมื่อไม่สามารถก้าวหน้าทางประชาธิปไตย เมื่อติดกับดักไปเสียทุกอย่าง เราก็บอกได้ว่าเราเป็นประเทศศีลธรรม เป็นศูนย์กลางพุทธเถรวาท (พร้อมกับเป็นศูนย์กลางไสยศาสตร์) เป็นประเทศน่าอยู่ มีประเพณีน่ารัก เจอกันก็ยิ้มทักทาย (ยกเว้นนักเรียนช่างกล) ใครๆ ก็อยากมาเที่ยว มาชิมสตรีตฟู้ดดีที่สุดในโลก (อ้าว โดนไล่ไปเกือบหมด)

หรือในขณะที่ขาดแคลนแรงงานด้านเทคโนโลยี เราก็ภาคภูมิใจว่าคนไทยใช้โซเชี่ยลมีเดียสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก ใช้เวลาก้มหน้า 3.7 ช.ม.ต่อวัน ใช้ไลน์ส่งดอกไม้สวัสดีกันทุกเช้า

คนไทย 70 ล้านไม่สิ้นคนดีหรอก เดี๋ยวก็มีนักกีฬา โปรเม น้องเมย์ นักบอล นักวอลเลย์ ฯลฯ สลับเป็นขวัญใจ มีคนนั้นคนนี้ไปร่วมงานอีเวนต์เช้าวันอังคารที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อความภูมิใจของคนในชาติ

คำถามคือจะแสวงหาที่พึ่งทางใจหนีความเป็นจริงกันไปถึงเมื่อไหร่ จะกลบปมไปถึงไหน ไม่ยอมรับด้านที่ต่ำตมและไม่แก้ไข ใครวิจารณ์ไม่ได้ ไม่รักชาติ ไม่รักประเทศนี้ก็ออกไปอยู่ที่อื่นสิ

ความเป็นไทยนี่น่ากลัวจริงๆ ยิ่งมายิ่งน่ากลัว 30-40 ปีก่อนยังไม่เป็นอย่างนี้ ทั้งที่ไม่มีห้าง ไม่มีฟาสต์ฟู้ด วัฒนธรรมตะวันตก เกาหลี ญี่ปุ่น หลั่งไหลเข้ามาขนาดนี้ ไม่รู้ว่านี่คือความเป็นไทยจริงๆ หรือความเป็นไทยแบบบริโภคนิยม ตื้นเขินรับประทานด่วน

สงสารก็แต่คนรุ่นใหม่ ต้องเติบโตมาต่อสู้แข่งขันในโลกที่เปลี่ยนเร็วมาก แต่ประเทศยังถูกครอบงำโดยคนรุ่นเก่า ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ กล่าวอวยพรไว้ว่า ขอให้พวกคุณโชคดีŽ

+1
21
 
11 ความคิดเห็น
ICT
ICT
04 ส.ค. 2017 - 22:29

'อ.เจษฯ'แฉ'เนติวิทย์'จงใจป่วน ชี้ถ้ามีสิทธิ์จะขอถอดถอน

"อ.เจษฎา" แฉ "เนติวิทย์" ตั้งใจป่วนพิธีถวายสัตย์ นิสิตปี 1 จุฬาฯ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า สิ่งที่ทำไปเป็นมติของสภาฯมาก่อนหรือไม่ ชี้ถ้าไม่เคยมีมติ และตนเป็นสมาชิกสภาฯอยู่ จะขอใช้สิทธิถอดถอนออกจากตำแหน่ง

ศุกร์ที่ 4 สิงหาคม 2560 เวลา 22.10 น.

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. จากกรณี "เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล" ได้โพสต์เล่าเรื่องราวเหตุการณ์วุ่นวายในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตน ของนิสิตชั้นปีที่ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วานนี้ (3 ส.ค.) จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ในเรื่องนี้ ด้าน ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ หรือ อ.เจษฎา จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้มีการแชร์ความเห็นต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านทางเฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant โดยมีมุมมองว่า "แต่ละคน พูดจากคนละมุมเลย ซึ่งมันก็ขึ้นกับคติและอคติของแต่ละคนด้วย" ทั้งนี้ อ.เจษฎา โพสต์ประมวลเหตุการณ์ว่า ปีนี้การจัดงานถวายสัตย์ ชัดเจนว่ามีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปจากปีก่อน และค่อนข้างไปในแนวทางที่เนติวิทย์เรียกร้อง คือ ไม่ได้มีการหมอบกราบลงไปกับพื้นแล้ว แต่เป็นการถวายบังคมเท่านั้น คือ นั่งคุกเข่าบนส้นเท้า พนมมือ และยกมือขึ้นจรดหน้าผาก และกิจกรรมนี้ ไม่ได้เป็นการบังคับให้นิสิตปี 1 ทุกคนต้องเข้าร่วม สามารถเลือกที่จะไม่เข้าก็ได้ หรือถ้าอยากจะเข้าร่วมโดยอยู่ในเต็นท์ด้านข้างที่เสริมเข้ามาทั้ง 2 ข้างก็ทำได้ ซึ่งเหมาะกับคนที่นับถือบางศาสนา ที่ไม่สะดวกใจในการทำพิธีเช่นนี้

อ.เจษฎา ยังชี้แจงถึงเรื่องฝนตกว่า ตามกำหนดการเดิมจะต้องมีการซ้อมก่อน 3 รอบ ถึงจะทำพิธีจริง แต่เนื่องจากบรรยากาศฝนตั้งเค้ามาแต่วัน ทำให้พิธีถูกกระชับเข้ามา และดำเนินพิธีจริงอย่างรวดเร็ว "ก่อนฝนจะตกหนัก" ดูจากรูปประกอบ จะเห็นได้ชัดว่านิสิตปี 1 ได้ทำการถวายบังคมเสร็จตั้งแต่ฝนยังตกปรอยๆแค่นั้น คือ ถ้าฝนปรอย ก็ให้ดำเนินต่อไป ถ้าฝนเริ่มลงเม็ด ให้แจกเสื้อฝน เสื้อฝนมีการแจกจ่ายได้ค่อนข้างทั่ว แม้จะไม่ครบทุกคนก็ตาม ซึ่งเป็นเสื้อฝนจริงๆ ไม่ใช่แค่แผ่นพลาสติกอะไร ขณะที่คณาจารย์ รวมถึงรุ่นพี่ด้านข้างนั้น แทบจะไม่ได้มีใครเตรียมร่มอะไรไป ส่วนใหญ่จะเปียกฝนกันทั่วหน้า ส่วนจังหวะที่เนติวิทย์และพวกลุกขึ้นจากที่ เป็นช่วงหลังจากสัญญาณฆ้องครั้งสุดท้ายแล้ว หรือพูดง่ายๆ คือ เสร็จพิธีแล้ว แต่ตามแผนเดิมของเนติวิทย์และพวกนั้น ตั้งใจจะลุกออกตั้งแต่ตอนเสร็จการซ้อมรอบที่ 3 (ซึ่งก็คือ ระหว่างพิธีการทั้งหมด) แต่เนื่องจากกำหนดการเปลี่ยนหมด ทางกลุ่มจึงเปลี่ยนเป็นนัดกันที่จะลุกออกตอนสัญญาณฆ้องสุดท้าย ดังที่เห็น เมื่อเนติวิทย์และพวกลุกออก แทนที่จะเดินออกไปยังเต็นท์ด้านข้างริมขอบสนามเพื่อกลับบ้านหรือกลับตึกจุลฯ แต่กลับเดินตัดเข้ามาด้านหน้าของพิธี ไปยังพระรูปสองรัชกาล ซึ่งรวมถึงคณาจารย์ผู้บริหารและสื่อมวลชนยืนอยู่ด้านนั้น อันนี้จึงชัดเจนว่า ต้องการประท้วง หรือพูดง่ายๆ ว่า ป่วนการจัดงาน และต้องการให้เป็นข่าว

อ.เจษฎา ได้แสดงมุมมองว่า ตรงนี้ตนขอเสนอความเห็นว่า "เนติวิทย์ผิด ที่เล่นเกมส์ป่วนงานจุฬาฯ" และยังมองด้วยว่าทางจุฬาฯพลาดที่ตามการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ทัน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอาจารย์ท่านที่เข้าไปล็อกคอผิดจริงๆที่มีกิริยาไม่สุภาพ นอกจากนี้ อ.เจษฎา ยังทิ้งท้ายด้วยว่า สำหรับเนติวิทย์ แม้ว่าใครๆก็รู้ว่าตนเป็นฝ่ายสนับสนุนเค้า แต่งานนี้ ตนไม่เห็นด้วยกับวิธีการของเนติวิทย์นะ และที่เนติวิทย์ต้องคำนึงให้มาก คือ ปีนี้เขามีตำแหน่งอันทรงเกียรติ คือ ประธานสภานิสิตอยู่ด้วย จะทำอะไรควรคิดถึงชื่อเสียงระยะยาวขององค์กรด้วย และสิ่งที่ตนสงสัย คือ สิ่งที่ทำไปทั้งหมดนั้นเป็นมติของสภาฯ มาก่อนหรือเปล่า (เช่น มีมติว่า ถ้างานไม่ออกมาดังใจ จะลุกออก) ถ้าไม่เคยมีมติ และถ้าตนเป็นสมาชิกสภาฯ อยู่ ตนจะขอใช้สิทธิตั้งกระทู้ถามไปจนถึงขอตั้งอนุกรรมการสอบเรื่องนี้ และถ้าพบว่าทำให้สภาฯเสียหาย ตนจะใช้สิทธิขอถอดถอนออกจากตำแหน่งประธานสภาฯ ด้วย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง..

- เผยสภานิสิตจุฬาฯจัดฉาก อาจารย์ชี้ควรเคารพกันและกัน

- 'เนติวิทย์'ซัดกลับอาจารย์จุฬาฯ ลั่น!แค่คิดต่างก็ถูกด่า?

- "เนติวิทย์"โพสต์เหตุนิสิตโดนล็อกคอ กลางพิธีถวายสัตย์

 

... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/regional/589789

»
19
ลิเกหลังม่าน
ลิเกหลังม่าน
05 ส.ค. 2017 - 02:01

ไอ้อาจม...อาจานบ้องตื้น...

เนติวิทย์และเพื่อนที่เดินออกจากพิธี...ไม่ว่าตอนไหน...

พวกมันเดินออกไปในนาม "สภานิสิตจุฬา" หรือเปล่า......

หรือใช้อำนาจของสภานิสิตฯ....สั่ง...หรือ...เรียกร้องให้ใครเดินออกมาตามพวกเขาหรือไม่....

...

เป็นถึงครูบาอาจารย์...

เรื่องแค่นี้คิดไม่ออก....มองไม่เห็น....

ยังมีหน้ามาสอนคน...สอนเด็กนักศึกษาอีกเหรอ...อ้ายสาดดดดดดดดดด...

...

 

+
21
ลิเกหลังม่าน
ลิเกหลังม่าน
05 ส.ค. 2017 - 02:11

อ้อ...

เนติวิทย์และพวกพ้องของมัน...

มันตั้งใจป่วนอยู่แล้ว....งานนี้.......ม่ายง้านพวกมันจะไปทำไม....

...

มันไม่เกี่ยวกับเรื่อง....ยืน...หรือ...หมอบกราบหรอก....

แต่...

สำหรับพิธีกรรมโง่ๆ....ล้าหลังแบบนี้...

สำหรับคนที่ไม่ยอมรับ...หรือ...ต่อต้าน.....

มีทางเลือกสองทาง...

คือ...

หนึ่ง...ไม่ไป....ไม่เข้าร่วมด้วย....

หรือ...

สอง....ไปป่วน...ไปพังงาน....ไปพังพิธีกรรม...

...

 

+
22
big60
big60
05 ส.ค. 2017 - 07:31

บอกไว้เลยว่า ไม่มีทางแก้ไขหรอก เหตุผลก็คือ ตราบไดที่อะไรที่มันผิดแล้วคนมีอำนาจไม่กล้ายอมรับว่ามันผิด และอะไรที่มันถูกคนมีอำนาจไม่ยอมรับว่ามันถูก ปัญหาไม่มีทางถูกแก้ไข ความเจริญก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้หรอก ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติใหน หรือชาติหน้าตอนบ่ายๆตอนเย็นๆ ก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้

...

สิ่งที่ผิดก็คือ อะไรก็ตามที่ทำแล้วมันเกิดปัญหาความเสียหายแก่ประเทศ นั่นแหละสิ่งผิด ไม่ใช่ผิดอยู่ที่วาทะกรรมของไครทั้งนั้น อยู่ที่ผลที่เกิดกับประเทศ พูดว่าดียังไง แต่ยิ่งทำยิ่งเสียหาย มันก็ดีขึ้นมาไม่ได้หรอก ผู้มีอำนาจต้องยอมรับว่ามันผิดก่อน จึงจะแก้ไขได้ ไม่ยอมรับว่าผิด ก็ดันมันเรื่อยไป ไม่จบสิ้น

...

สิ่งที่ถูกก็คือ อะไรก็ตามที่ทำแล้วมันเกิดความสุขสงบความเจริญแก่ประเทศ นั่นแหละสิ่งที่ถูก ไม่ใช่อยู่ที่วาทะกรรมของไครหรอก อยู่ที่ผลที่เกิดต่างหาก พูดว่าเลวยังไง แต่ยิ่งทำยิ่งเจริญ มันก็เลวไปไม่ได้หรอก ผู้มีอำนาจต้องยอมรับเสียก่อนว่ามันถูก จึงจะยอมส่งเสริม ไม่ยอมรับ ก็ทำลายมันเรื่อยไป ไม่จบสิ้น

....

ที่จริง ไม่ว่าประเทศหรือองค์กรไดๆในประเทศ มันไม่เคยเฮงซวยหรอก เพราะมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต ดีเลวเองไม่ได้ คนในประเทศในองค์กรบางกลุ่มที่เห็นแก่ตัวต่างหาก ที่ทำให้มันเฮงซวย

+
19
The Kingdom
The Kingdom
05 ส.ค. 2017 - 09:32

อ่านตรงนี้แล้วก็ขัด ๆ นะ

 

ปีนี้การจัดงานถวายสัตย์ ชัดเจนว่ามีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปจากปีก่อน และค่อนข้างไปในแนวทางที่เนติวิทย์เรียกร้อง คือ ไม่ได้มีการหมอบกราบลงไปกับพื้นแล้ว แต่เป็นการถวายบังคมเท่านั้น คือ นั่งคุกเข่าบนส้นเท้า พนมมือ และยกมือขึ้นจรดหน้าผาก และกิจกรรมนี้ ไม่ได้เป็นการบังคับให้นิสิตปี 1 ทุกคนต้องเข้าร่วม สามารถเลือกที่จะไม่เข้าก็ได้ หรือถ้าอยากจะเข้าร่วมโดยอยู่ในเต็นท์ด้านข้างที่เสริมเข้ามาทั้ง 2 ข้างก็ทำได้ ซึ่งเหมาะกับคนที่นับถือบางศาสนา ที่ไม่สะดวกใจในการทำพิธีเช่นนี้... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/regional/589789

 

หมายความว่า เนติวิทย์เรียกร้องให้เปลี่ยนพิธีกรรมแบบเดิมได้ด้วย ซึ่งมันค่อนข้างน่าแปลกว่า เด็กยังไม่ 20 มีอำนาจที่ขนาด ม. 44 ยังไม่อยากเข้าไปยุ่งได้ด้วยหรือ หรือว่าจำนนด้วยเหตุผลและหลักฐานของเด็กจนเถียงไม่ออก จึงต้องยอมเปิดทางเลือกให้

แต่ลึก ๆ ในใจแล้ว ก็ไม่ได้ยอมรับอะไรนักกับทางเลือกแบบนี้

เหตุใดท่านจึงทึกทักเอาเลยว่า เนเน่เขาต้องการจะมาป่วน เขาป่วนท่านแล้วหรือยัง หากยังก็หมายถึงว่าท่านฟอร์มหลุดไปก่อนเด็ก หากเด็กป่วนก่อน สื่อที่อยู่แถวนั้นก็จะรุมกระทืบเด็กจมดินเองด้วยข่าว และวันนี้ท่านก็จะดูเป็นผู้ใหญ่ที่ดีขึ้นมาเยอะเลย แต่กลับเป็นว่าภาพที่เห็นคือผู้ใหญ่ล็อคคอเด็กแพร่ออกไปทั่ว  

ดังที่เห็น เมื่อเนติวิทย์และพวกลุกออก แทนที่จะเดินออกไปยังเต็นท์ด้านข้างริมขอบสนามเพื่อกลับบ้านหรือกลับตึกจุลฯ แต่กลับเดินตัดเข้ามาด้านหน้าของพิธี ไปยังพระรูปสองรัชกาล ซึ่งรวมถึงคณาจารย์ผู้บริหารและสื่อมวลชนยืนอยู่ด้านนั้น อันนี้จึงชัดเจนว่า ต้องการประท้วง หรือพูดง่ายๆ ว่า ป่วนการจัดงาน และต้องการให้เป็นข่าว

ความเห็นแบบเอียง ๆ ของผม (ยอมรับเลยว่าเอียง) คือ ผู้ใหญ่เองควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ คาดการณ์ผิด เมื่อตนทำพลาดไปแล้ว ก็หาทางไปลงที่เด็ก เนเน่มันไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าวแบบใช้กำลัง ท่านไม่ต้องกลัวมันจะชกท่านออกสื่อหรอกครับ แต่มันก้าวร้าวด้วยเหตุผล ผู้ใหญ่ก็ดันไม่ค่อยอยากจะใช้เหตุผลโต้กับเด็ก ด้วยอาจจะชินชากับอำนาจทางเดียวของระบบอุปถัมภ์  

และตอนนี้ก็กำลังเอาต้นทุนของตนที่สะสมมาไปแลกกับเด็ก

เด็กนั้นหากมันจะไม่น่ารัก มันก็เป็นการตอบสนองการทำตัวไม่น่าเคารพของผู้ใหญ่นั่นแหละครับ หัวเราะ

+
20
สุภาพชนคนรักประชาธิปไตย
สุภาพชนคนรักประ...
05 ส.ค. 2017 - 21:41

ด้วยอยากรอบคอบ ในการออกความเห็น ที่เป็นประเด็นในขณะนี้ จึงทบทวนด้วยการชมคลิป  ที่มีทั้งภาพและเสียง ฟังแล้ว ฟังอีก โดยไม่ได้นับว่ากี่รอบ รวมถึงการวิจารณ์ ของ อ.เจษ ที่ผมเป็นผู้หนึ่ง ที่ติดตามความเห็นของท่าน มาเกือบตลอด

 

และด้วยไม่ต้องการโต้แย้ง ออกนอกประเด็น จึงขออนุญาต ออกความเห็น ในการวิพากษ์ บุคคลที่ ผมติดตามท่านมาโดยตลอดเพียงอย่างเดียว

 

ต้องยอมรับว่า ข้อเขียน รวมถึงบทความต่างๆ ที่ท่านอาจารย์เจษ เขียน แฝงด้วยหลักนิติศาสตร์ และ รัฐศาสตร์ รวมถึงศิลป ในการร้อยเรียง ในแบบฉบับ ที่น่าติดตาม และเชื่ออย่างง่ายดาย ตัวผมเอง ก้อเป็นหนึ่ง ขอยอมรับ ด้วยใจบริสุทธิ์ครับ

แต่ด้วยเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ในกรณีนี้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ที่ อ.เจษ มีเจตนา ร้อยเรียง ผมมิอาจก้าวล่วงได้ และรับรู้ ได้อย่างอย่างแท้จริง

 

เมื่อมาอ่านบทความท่าน หลายๆรอบ และหากใครได้ติดตาม บทความต่างๆ มาของท่านมาโดยตลอด ผมคงสรุป เป็นอย่างอื่น ไม่ได้ครับ นอกจาก มีเจตนา ที่ไม่บริสุทธิ์ ในการร้อยเรียง บทความนี้ออกมา และบังเอิญ ไปกระทบ ต่อ ความไม่ถูกต้องโดยตรง

 

แม้ว่าท่าน จะเอ่ย พรรณา ในการสนับสนุน บุคคล แต่ลงท้าย ที่เป็นการตบหัว (ตามประสาสำนวนไทย) มองเห็นได้ชัดครับว่า เจตนา ที่เคลือบแฝง มิอาจ ซ่อนได้หมด

 

ท่านคงลืมหลักการ เมื่อมีคำว่าเพื่อน เข้ามาเกี่ยวพัน 

ท่านคงลืม ที่จะเขียน ความถูกต้อง ที่ชัดเจน เมื่อคนที่ท่านรู้จัก ต้องมากระทำผิด

ท่านคงลืมไปอีกว่า ปัญญาชน อีกกี่คน ที่ดู คลิป และ วิเคราะห์ อย่างละเอียด

และ ก้ออีกนั่นแหละครับ ท่านคงลืม ว่า ต้นทุนชื่อเสียง ที่ท่านได้สะสม ในเรื่อง ความถูกต้อง ที่เคยได้มา

 

แต่หากท่านทราบ และ ยอมแลก ด้วยความเป็นเพื่อน เพื่อปกป้อง  ท่่านได้ สมความปราถนา ท่านแล้วครับ

 

สมดังคำ ที่ว่าไว้ ไม่มีใคร ทำลายตัวท่านได้ นอกจากตัวท่านเอง

 

ด้วยความเคารพท่าน แต่มิอาจติดตามอ่านบทความท่านได้อีกต่อไปครับ

 

 

 

+
16
payai97
payai97
06 ส.ค. 2017 - 21:18

เป็นอาจารย์สายวิทยาศาสตร์..สะสมภูมิรู้และภูมิธรรมมาโดยตลอด

แปลกใจยิ่งนักว่า..ทำไมเหตุการณ์นี้อาจารย์จึงไม่ใช้หลักวิทย์

มาวิเคราะห์ปรากฏการณ์..ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างเด่นชัด

อาจารย์กับใช้มโน ใช้จินตนาการเอาเอง..แล้วฟันธง

ทั้งที่ยังไม่มีการไต่สวนทวนความอะไร..กับเด็กๆ

มันจึงดูย้อนแย้งมาก..ที่สายวิทย์ใช้อคติชี้นำ

+
14
Loading...