ประเทศไทยมาถึงจุดที่ต้องขนคนมาตอบคำถามเอาใจกันได้ยังไง

ประเทศไทยมาถึงจุดที่ต้องขนคนมาตอบคำถามเอาใจกันได้ยังไง

5 ความคิดเห็น

 

1499319995297-1-420x196

 

 

ฉลามเขียว :   fake poll

http://bangkok-today.com/web/%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%...

 

“ประชาชนที่จะไปตอบคำถาม 6 ข้อ  ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  ต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย และยังต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน   ประกอบการตอบคำถาม ซึ่งขัดหลักการสำรวจความคิดเห็น ทำให้ผู้มาตอบคำถามไม่กล้าตอบอย่างตรงไปตรงมา เพราะเกรงว่าจะขัดใจนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จนอาจไม่ได้รับความคิดเห็นตามหลักสถิติ ในความเป็นจริงใครจะไปกล้าขัดใจ คสช. ขนาดแกนนํายางพาราภาคใต้จะเข้ามาในกรุงเทพ ยังถูกหิ้วเข้าค่ายทหาร ทำให้กระแสข่าวเกณฑ์คนไปตอบมีน้ำหนักมากขึ้น เพราะคนที่จะไปตอบคำถามด้วยความบริสุทธิ์ใจ อาจจะไม่กล้ามา คสช.ต้องตรวจสอบว่ามีการเกณฑ์คนไปตอบคำถาม เพื่อเอาใจนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. หรือไม่  ประเทศไทยมาถึงจุดที่ต้องขนคนมาตอบคำถามเอาใจกันได้ยังไง เมื่อหลักคิด วิธีการ มีปัญหาตั้งแต่ต้น จะได้ผลคำตอบที่เป็นวิชาการนั้นคงยาก ทั้งการขัดกันตามหลักสถิติ การนำไปวิเคราะห์ ประมวลผล การตีความ ที่ขัดหลักสากลของการทำโพล ประชาชนต้องเสียเวลา เสียเงิน สุดท้ายที่ทำมาทั้งหมดอาจไม่ได้ผลโพลที่สามารถนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ใดๆได้เลย แต่กลับได้  fake poll  – เฟคโพล  ที่มุ่งสนองตอบการแก้ปัญหาทางการเมืองของ คสช.เองเท่านั้นหรือไม่”

 

ข้างต้นเป็นคำแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนของ “อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด” โฆษกพรรคเพื่อไทย เมื่อตอนเช้าวันที่ 14 พ.ย.2560

 

เป็นคำแถลงข่าวที่แหลมคมมาก

 

ข่าวนี้ออกมาพร้อมๆกับข่าว พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กับ พลตรี พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  ประสานเสียงแถลงแก้ข่าวมีการเกณฑ์คนไปตอบ 6 คำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

 

ผมเชื่อพลเอกอนุพงษ์ กับ พลตรีพีรวัชฌ์

 

ถ้ามีการเกณฑ์คนไปตอบคำถาม จะเห็นผู้คนที่ศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศคึกคักกว่านี้  แต่นี่สื่ออิสระหลายสำนักพาดหัวข่าวตรงกับว่า “เงียบ”  มีคนไปที่ศูนย์ดำรงธรรมและตอบคำถามน้อยมาก  แม้กระทั่ง “ทำเนียบรัฐบาล” รังของพลเอกประยุทธ์เองแท้ๆ ก็  มีแค่ 4 คน  ตลอดวันที่ 13 พ.ย.2560 วันแรกที่เปิดให้มาตอบคำถาม

 

 

อนุสรณ์ รักเอี่ยมสะอาด  ครับ  ไม่มีประโยชน์ใดที่ท่านจะเตือนว่า การให้ประชาชนแสดงบัตรประชาชนก่อนได้ตอบคำถามจะทำให้ได้ fake poll หรือ โพลแหกตา  เพราะผมเชื่อว่าไม่ได้หวังผล  มีคนมาตอบมากหรือน้อย หรือตอบว่าอย่างไร  ร่วมด่านักการเมืองมากน้อยแค่ไหน  เพราะสิ่งที่ได้แล้วก็คือ  ได้ตั้งคำถาม    เป็นการได้กระตุ้นจุดเร้าเดิมๆดังที่ท่านรัฐมนตรี “วัฒนา เมืองสุข” เขียนโพสต์ไว้ในเฟชบุ้คส่วนตัว

 

เป็น 6 คำถามที่ชาญฉลาดมาก

 

 

 

ก็ไม่ว่าท่านดอกนะที่ถามอย่างนั้น  เพราะคนเราเมื่อสู้กันแล้วก็ต้องสู้ให้เต็มที่ ท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  ท่านก็เชื่อว่า  ท่านตัดสินใจยึดอำนาการปกครองทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557  เพื่อทำให้ชาติบ้านเมืองสงบ  และมันก็สงบ   ประชาชนส่วนหนึ่งพอใจ    ซึ่งจะถูกต้องกว่านี้  เมื่อใช้กำลังทหารให้เกิดความสงบแล้วก็คืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชนเหมือนเดิมอย่างไว  ต่อไปชาติบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรก็อยู่ที่ประชาชนจะกำหนดชะตากรรมตัวเอง

 

ให้ประชาชนไทยคิดเองมั่งสิ

 

นายพลไทย  นักรัฐประหารรุ่นพี่ก็มีตัวอย่างให้ดูอยู่แล้ว… ลากยาวจบไม่สวย

 

 

ประชาชนไทยทนอะไรไม่ได้นานหรอกครับ เช่น ขณะนี้เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นมาก  เพราะเศรษฐกิจไม่ดี

 

Fake poll  คำนี้อาจจะเข้าใจยากสำหรับคนไทยระดับชาวบ้านธรรมดา

 

และว่ากันตามตรงเลยนะท่านโฆษกอนุสรณ์  จะเฟกโพลหรือโพลจริง  มันก็ไม่สำคัญหรอก เพราะไม่ได้ต้องการผลโพล  และถามแบบนี้ก็ไม่ได้เป็นการถามอย่างโพล มันก็เป็นคำถามปลายปิดธรรมดาๆ  ซึ่งคนที่กล้าไปตอบก็ต้องมั่นใจในตัวเองแล้วว่า  ไม่ตอบขัดใจท่าน  ดังที่อนุสรณ์แถลงข่าว  แต่ก็เอาเถอะนะข่าวของอนุสรณ์ชิ้นนี้มีประโยชน์มาก  ทำให้คำว่า fake poll จุติขึ้นในข่าวการเมืองของไทย

 

สำนัก Collins Dictionary  ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 2 พ.ย.2017  ให้คำว่า  fake news  เป็นคำแห่งปี 2017 อันเนื่องมาจากประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ใช้คำนี้  ด่าสวนสำนักสื่อใหญ่หลายแห่งว่า เสนอข่าว fake news ใส่ร้ายตัวเขา   โดยพบว่ามีการใช้คำว่าเฟกนิวส์เพิ่มขึ้นถึง 365 % ในปลายปี 2016 ต่อเนื่องมาถึง 9 เดือนแรกของปี 2017

 

ผมก็เลยตื่นเต้นเมื่ออนุสรณ์ ประดิษฐ์คำว่า fake poll ในการแถลงข่าว

 

แล้วผมก็ขอโยงไปพันกับเรื่องราวของชาว สำนักข่าว BBC แห่งกรุงลอนดอน  ประเทศอังกฤษ  ด้วยนะครับ เพราะตัวผมเองก็เป็นนักข่าว เห็นว่า fake news เป็นเรื่องร้ายกาจมากสำหรับประชาชนทุกคนบนผิวโลกที่น่ารักของเราใบนี้  ผมเห็นว่าทั้ง  fake news กับ fake poll น่ากลัวพอๆกัน

 

ผมโยงเพราะเพิ่งเมื่อวันที่ 7 พ.ย.2017 นี่เอง BBC สำนักงานใหญ่กลางกรุงลอนดอน  ได้ทำพิธีเปิดแพรคลุมอนุสาวรีย์ของ นาย  “Eric Blair” อดีตพนักงานของบีบีซี  ประจำประเทศอินเดีย ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  ทำหน้าที่จัดรายการวิทยุภาคภาษาอังกฤษ  และเขาเป็นนักเขียนหนังสือชื่อดังนามปากกา “Gorge Orwell”

 

เป็นพนักงานคนแรก  และคนเดียว  ของบีบีซี  ครับ ที่มีอนุสวรีย์ที่ทำจากทองแดง  สูงเท่าตัวจริงราว 6 ฟุต  ถูกตั้งไว้ที่หน้าสำนักงานใหญ่ลอนดอน   มันก็ย่อมไม่ธรรมดา  ผมก็เลยตามรายละเอียด   ก็พบว่าในเฟชบุ้ค BBC Thai ท่านเผยแพร่เป็นภาษาไทยเอาไว้แล้ว  และยังมีสำนักสื่ออื่นๆอีกมากมายหลายสำนักเสนอข่าวนี้

 

 

โดยสรุปก็ว่า  ออร์เวลล์ ทำงานอยู่กับบีบีซี แค่ 2 ปีก็ลาออก  แล้วทำไมพนักงานอายุงานแค่ 2ปีถึงได้รับการยกย่องเชิดชูจากบีบีซี ลอนดอน  ซึ่งในบรรดาผู้บริหารหลายยุคท่านก็ต่อสู้กันหนักเหมือนกันนะครับกว่าจะยอมให้ตั้งอนุสาวรีย์

 

มีการคำข้อเขียนของออร์เวลล์  จากบทนำในหนังสือของเขาชื่อ  Animal Farm  มาแกะบนแผ่นหิน  จากรึกไว้บนกำพงด้านหนังอนุสาวรีย์  เป็นคำอังกฤษ

 

“If liberty means anything at all, it means the right to tell people what they do not want to hear.”

 

ถ้าอิสระภาพหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่าง  มันก็หมายถึงสิทธิที่จะบอกประชาชนในสิ่งที่พวกเขาไม่อยากได้ยิน

 

ตัวผมอ่านตอนแรกก็ไม่เข้าใจหรอกครับ  ทำไม บีบีซี จึงนำคำนี้มาเป็นแนวทางสำหรับพนักงานทุกคนในการทำงาน   จะต้องเสนอแต่เรื่องจริงที่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุคนี้  เป็นยุคแห่ง fake news ข่าวปลอมท่วมโลก  ก็ยิ่งต้องเสาะหาความจริงมาเสนอบอกป่ระชาชนให้ชัดแจ้งยิ่งขึ้น

 

ก็เป็นเรื่องคมๆของนักข่าวอังกฤษเขาครับ  แต่ตัวผมนักข่าวประเทศไทยอ่านหลายรอบๆก็ไม่เก็ตอยู่ดี  ทำไมการเอาเรื่องที่ผู้คนไม่อยากได้ยินไปพูดให้ผู้คนฟังจึงเป็นส่ิ่งที่ต้องเชิดชู  หรือเพราะว่าตัวผมอยู่ไทย  อยู่กับแต่เรื่องเฟกๆ

 

 

 

ฉลามเขียว

14 พฤศจิกายน 2560

 

+1
6
 
5 ความคิดเห็น
ICT
ICT
14 พ.ย. 2017 - 22:55

 

1499319995297-1-420x196

 

 

ฉลามเขียว : อย่าทิ้งพี่กับเพื่อนไว้กลางทาง

http://bangkok-today.com/web/%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%...

 

 

 

560000011875502

 

 

ชาวนาโผล่มอบกุหลาบแดงหนุน “บิ๊กฉัตร” เจ้าตัวลั่นไม่ใช่นักการเมือง ไม่เลือกทำอะไรที่ฉาบฉวย

เผยแพร่: 13 พ.ย. 2560 12:05:00   ปรับปรุง: 13 พ.ย. 2560 13:12:00   โดย: MGR Online

 

เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ พาดหัวข่าวนี้โครมออกมาเมื่อ 13.12 น.วันจันทร์ 13 พ.ย.2560 ตัวผมอ่านด้วยหัวใจที่พองโต

 

มั๊ยล่ะ…!!!!!

ผู้สนับสุนนท่าน  พล.อ.ฉัตรชัย  สาริกัลยะ  ก็ต่อสู้เพื่อปกป้องนายตัวเองเป็นเหมือนกันนะ

 

https://goo.gl/YkjtqJ

 

 

ผมเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัย  ฉากที่มีชาวนาจากหลายจังหวัดภาคกลางราว 100 คน ยกมาที่กระทรวงเกษตรฯ  ถนนราชดำเนินนอก เมื่อเช้าวันจันทร์  เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่จัดฉาก ไม่มีผู้บงการ ชาวนามาเพราะรักและห่วงใยท่าน พล.อ.ฉัตรชัยด้วยใจจริง  เพราะท่านมีผลงานช่วยเหลือชาวนาเป็นที่ประจักษ์จับต้องได้  ก็แล้วทำไมจึงปล่อยให้ท่านตกเป็นเป้าหมาย 1 ของพวกโค่นแซะ ก่อกระแสในสถานการณ์ปรับครม.  จะปรับครม.ทีไรตัวพล.อ.ฉัตรชัยโดนก่อนคนอื่นๆทันที  แม้คราวนี้จะพิเศษกว่าทุกคราว  เพราะมี “นายพล”  อีกหลายคนเป็นจำเลยร่วม  แต่ก็ดีแล้วที่มีชาวนามาปกป้องพล.อ.ฉัตรชัยอย่างนี้

 

ท่าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  ต้องเข้แข็งนะครับ  “พี่-เพื่อน- สหายร่วมรบ”  ท่านจะทิ้งใครไว้กลางทางไม่ได้เด็ดขาด  เป็นตายยังไงก็ต้องไปด้วยกัน  เป็นรัฐมนตรีจนสุดเส้นทาง

 

ผมขอยืนยันคนไทยไม่ได้รังเกียจทหาร  จึงเกิดเสียงโหวกเหวกในลดโควต้าทหรารลงในการปรับครม.ที่กำลังจะมีขึ้น  คนไทยยังรักทหารเหมือนเดิมครับ  เพราะกองทัพไทยเป็นสมบัติของประชาชนไทยทุกคน  และกองทัพนั้นราคาแพงมาก  ซึ่งตัวผมจำได้เพราะตอนเกิดเหตุยังเป็นนักข่าวที่เดินหาข่าวอยู่บนถนนสายข่าวเหมือนนักข่าวหนุ่มสาวทั้งหลายในตอนนี้

หลังเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พฤษภาคม 2535 แล้ว ทหารโดนหนักเลยครับ  ถึงขนาดแต่งเครื่องแบบออกจากที่ตั้งไม่ได้  ออกนอกหน่วยไปตามถนน ต้องเปลี่ยนมาใส่ชุดพลเรือน

 

เพราะอะไรทหารจึงโดนเช่นนั้น  ท่านพลเอกประยุทธ์ก็คงจำได้นะครับ

 

คนไทยที่มีใจเป็นธรรมเข้าใจ การเอานายพลมาเป็นรัฐมนตรีบริหารประเทศ  มันเกิดความสำเร็จได้ยากมาก  เพราะโรงเรียนทหารสอนวิชาการป้องกันประเทศ สอนวิชาทำสงคราม  สอนวิชาเอาชนะข้าศึกศัตรู  ในขณะที่งานรัฐมนตรีมันต้องใช้กึ๋น และใช้ศิลปะที่สูงส่งมาก  นายพลย่อมขาดไร้ประสบการณ์  โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานด้านบริหารเศรษฐกิจทหารรู้เรื่องน้อย ทุกคณะรัฐประหารในอดีตที่ผ่านมาก็เลือกใช้คนที่ตัวเองหลงเชื่อไปว่าเก่งที่สุด  แล้วก็เชื่อผิด  เพราะคนเหล่านั้นไม่ได้เก่งจริง  ยิ่งใช้วิธีการผิด เอาประชานิยมมาใช้ในยุครัฐบาลเผด็จการทหร  มันก็ไปกันใหญ่  กู่ไม่กลับ

 

ผมไม่เข้าใจนะครับ ทำไมจึงมีการแถลงข่าวว่า ในการปรับครม.ครั้งนี้จะไม่เปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจ

 

ในขณะที่เสียงโหวกเหวกของผู้คน  รวมทั้งโพลสารพัดสำนัก  ออกมาตรงกันหมด ให้พลเอกประยุทธ์เปลี่ยนตัวทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ  แล้วถ้าเปลี่ยนท่านจะไม่เปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจได้อย่างไร  อย่างนี้ใครกำลังตีวงล้อมโอบกระหวัดท่านพลเอกประยุทธ์ให้กระดิกกระเดี้ยไม่ได้อยู่อย่างนั้นหรือ

 

ท่านพลเอกประยุทธ์ครับ  ท่านอย่างทิ้งสหายร่วมรบนะครับ  พี่- เพื่อน- น้อง  ที่เป็นทหารเป็นรัฐมนตรี  อย่าให้ใครโดน   เพราะการโดนเที่ยวนี้จะถูกกระหน่ำว่า   เด้งเพราะไม่มีฝีมือ…  มันจะเสื่อมทั้งวงศ์ตระกูลท่านผู้นั้น

 

 

23472755_1623363741055411_8846811628281144589_n

 

Wassana Nanuam
โดน ทั้งพี่ ทั้งน้อง !!
บิ๊กป้อม พี่ใหญ่ เดินเคียงข้าง บิ๊กป๊อก น้องรอง…. เปรย ตกเป็นเป้า ทั้งคู่…โดนทั้งคู่
แต่ บิ๊กป๊อก ….นิ่ง

 

( ทำเนียบรัฐบาล 13 พ.ย.2560 )

………………………………………………..

 

มีกูรูหลายคนพูดไว้ค่อยข้างชัด การปรับครม.ก็ทำให้อะไรต่างๆดีขึ้นยาก โดยเฉพาะงานด้านเศรษฐกิจ  เพราะปัญหาแท้จริงมันอยู่ที่   ความที่ยังไม่ได้ปกครองด้วยระบอบประชาธิไตย  ยังไม่ได้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

 

เฟชบุ้ค BBC Thai เขาเขียนสกู๊ปข่าวเอาไว้ดีมากครับท่านนายกฯ   สกู๊ปแรกวันที่ 10 พ.ย.2560 วันที่ท่านขึ้นเครื่องบินไปดานัง เวียดนาม ร่วมประชุมเอเปค   ท่านนายกฯกลับมาแล้วอ่านทั้ง 2 สกู๊ปด้วยนะครับ  ผมอ่านแล้วก็รอฟังข่าว  ท่านนายกรัฐมนตรีไทยช่วงชิงอะไรจากเวียดนามมาได้บ้างในด้านการลงทุนจากการประชุมเอเปคครั้งนี้  ท่านนายกฯตอบคนไทยด้วยนะครับ ในเอเปคนี้ท่านทำให้นักลงทุนหันกลับมาประเทศไทยได้มั่งมั๊ย

 

“ในฐานะเจ้าภาพเอเปคครั้งนี้ รัฐบาลสังคมนิยมของเวียดนามต้อนรับการเยือนของ 3 ผู้นำมหาอำนาจ สหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย ตั้งแต่ 10 พ.ย. ในขณะที่กว่าสามปีของรัฐบาลทหารของไทย ยังไม่มีโอกาสนี้ ภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเปลี่ยนแปลง จะทำให้เวียดนามแซงหน้าไทยในด้านการลงทุน และความมั่นคงของภูมิภาคได้หรือไม่ หากไม่นับรวมผลประโยชน์โดยตรงจากการเป็นเจ้าภาพเอเปคในครั้งนี้ของเวียดนาม งานศึกษาหลายชิ้นสะท้อนให้เห็นศักยภาพของเวียดนามที่จะก้าวล้ำนำหน้าประเทศไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า”

BBC Thai เขียนไว้ว่าอย่างนี้

 

มันจริงมั๊ยครับท่านพลเอกประยุทธ์ ที่บีบีซีไทยเขาว่า…

1.เวียดนามต้อนรับการเยือนของ 3 ผู้นำมหาอำนาจ สหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย ตั้งแต่ 10 พ.ย. ในขณะที่กว่าสามปีของรัฐบาลทหารของไทย ยังไม่มีโอกาสนี้

2.การเป็นเจ้าภาพเอเปคในครั้งนี้ของเวียดนาม งานศึกษาหลายชิ้นสะท้อนให้เห็นศักยภาพของเวียดนามที่จะก้าวล้ำนำหน้าประเทศไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า”

 

ผมไม่เคยเขียนแสดงความเห็นในเรื่องของการปรับครม. เพราะผมรู้ว่าปรับก็เท่านั้น และมันไม่ใช่ความผิดของเหล่านายพลที่งานไม่ออกมาดี จนเกิดเสียงโหวกเหวกให้ลดโควต้าทหาร  เพราะมันก็เป็นอย่างนี้มาทุกรัฐบาลรัฐประหารในไทย อันเนื่องมาจากนายพลเรียนวิชาการปอ้งกันประเทศ  ชาววิไลซ์ทั่วโลกเขาจึงสนับสนุนให้นักการเมืองเป็นผู้ได้อำนาจจากประชาชนเข้าไปเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ เพราะคนพลเรือนเหล่านั้นมาจากผู้มากประสบการ  มากความสำเร็จ  หลายสาขาอาชีพ

 

ท่านพลเอกประยุทธ์ตัดสินใจตั้งพรรคการเมืองเป็นของตัวเองเถอะครับ  และลงสมัครรับเลือกตั้ง  ซึ่งตอนนี้ก็ยังลงได้อยู่  กฎหมายให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กับลาออกจากการเป็นสมาชิก คสช. ก่อนยื่นใบสมัคร 90 วัน  ก็ลาออกก่อนซะซัก 91 วันเพื่อความชัวร์

 

ท่านพลเอกประยุทธ์อ่านข่าวของ  เว็บไซต์เดลินิวส์  ด้วยนะครับ 13พ.ย.2560 เปิดให้ตอบ 6 คำถามของท่านเป็นวันแรก  คนแรกที่มาตอบที่ศูนย์ดำรงธรรม  กระทรวงมหาดไทยคือ  น.ส.น.ส.สุนันทา หิรัญบำรุง อายุ 70 ปี ประชากรกรุงเทพฯ  บ้านอยู่เขตภาษีเจริญ  ตอบคำถามแล้วก็ให้สัมภาษณ์นักข่าว

 

“มีความเข้าใจ  และเข้าใจเจตนาของนายกฯที่ต้องการให้ประชาชนออกมาแสดงความคิดเห็นเพื่อจะได้นำความเห็นทั้งหมดไปกำหนดแนวทางการบริหารประเทศ  ส่วนที่คำถามบางข้อมีความคล้ายคลึงกับ 4 คำถามครั้งก่อน  เห็นว่านายกฯ อยากจะสื่อสารในบางอย่างที่ประชาชนยังไม่เข้าใจ   และคงอยากให้ประชาชนมีทางเลือกทางการเมืองมากขึ้น ส่วนตัวเห็นด้วยหากคสช.จะสนับสนุนพรรคการเมือง  เพราะประชาชนจะได้มีทางเลือกหลากหลาย  ถือเป็นสิทธิของนายกฯและประชาชนขณะเดียวกันอยากให้นายกฯ ลงสู่สนามเลือกตั้งเพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน”

 

อ่านแล้วชื่นใจนะครับท่านนากยฯ

คุณพี่สุนันทาเป็นผู้เชื่อมั่นในการเลือกตั้ง

ท่านพลเอกประยุทธ์ต้องลงสมัครรับเลือกตั้งนะครับ

 

ระบอบการปกครองประชาธิปไตย  จะทำให้เวียดนามล้ำหน้าไทยไม่ได้ และไทยจะกลับเป็นที่ 1 ของ 10 ชาติอาเซียนเหมือนเดิม

 

ปรับครม. อย่าทิ้งพี่ ทิ้งเพื่อน ทิ้งน้อง  ให้ทุกคนอยู่ต่อไป  แล้วร่วมกันตั้งพรรคการเมือง ลงเลือกตั้งทุกๆคน   แล้วก็ต้องเลือกคนมาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจให้มันเจ๋งๆเลยนะครับ อย่าให้คนไทยผิดหวังอีกอย่างซ้ำซาก

 

ฉลามเขียว

13 พฤศจิกายน  2560

 

Bangkoktoday.com

 

 

 

23380218_1653898498010316_6583340525890924325_n

 

23376411_1653898608010305_6690839843639526943_n

 

23435267_1653898691343630_664949741679043483_n

 

 

 

»
4
payai97
payai97
15 พ.ย. 2017 - 20:11

ถึงแม้เวียตนาม..จะปกครองด้วยระบอบสังคมนิยม

ไม่ใช่ประชาธิปไตย..เหมือนประเทศไทยในอดีต

(เพราะปัจจุบันไทยปกครองด้วยระบอบ ทหารเผด็จการอำมาตย์)

 

แต่เท่าที่เคยไปสัมผัสกับตาที่เมืองดานัง..ภาคกลางของเวียตนาม

พบว่า..รัฐบาลของเขารักประชาชนของเขามากจริงๆ

เอาใจใส่ในวิถีชีวิต..ให้เสรีภาพกับประชาชนมากๆ

 

ประชาชนเขาขยันขันแข็ง ทำมาหากิน..ไม่ต่างจากคนไทย

หลังจากทำมาหากิน เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน..ตอนเย็นก็ลีแล็ค

นั่งล้อมวงเล่นไพ่กันหน้าบ้านเลย..เพราะกฎหมายเข้าไม่ห้ามไม่ผิด

 

ต่างจากบ้านเรา..เกือบสิ้นเชิง

ขนาดอยู่ในระบอบประชาธิปไตย..แท้ๆ

ยังมีกฎห้ามโน่น ห้ามนี่..หยุมหยิมทุกเรื่อง

 

จนคนไทยแทบกระดิกตัวไม่ได้เลย..แค่จอดรถหันหัวผิดทิศ

เพราะความไม่รู้..และแค่จอดซื้อของข้างทางแป๊บเดียว

กลับมาที่รถอีกที..ต้องเจอใบสั่งติดหน้ากระจกรถแล้ว

เด็กๆถึงได้ยกป้าย..*ไทยแลนด์แดนกะลา* ไงล่ะ

 

 

 

 

 

+
2
เขี้ยวสั้น
เขี้ยวสั้น
15 พ.ย. 2017 - 06:26

ถ้ามีคนมาตอบคำถามง่าวๆ 6ข้อน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

หรือถ้าประชาชนตอบคำถามแบบยี้ๆ เหมือนตอบไปก็อ้วกไป

เป็นหน้าที่ของผู้ว่าจะต้องเกณท์ประชาชนมาลงลายมือชื่อให้มากเข้าไว้

และต้องตรรวจสอบคำตอบให้ออกมาในเชิงบวก อันไหนเป็นเชิงลบก็ฉีกทิ้งไป

เพื่อความปลอดภัยจะได้ไม่ถูกย้ายด่วน หรือโดนคำสั่งม.44ฐานไม่ให้ความร่วมมือ

ก็ทำๆไปเถอะ รัฐทหารเขาไม่ชอบอะไรที่เป็นจริงหรอก

"กูโกหกมึงและมึงโกหกกู" นั่นแหละของชอบ

เพราะคนพวกนี้มีความสุขอยู่ในโลกของการโกหกหลอกลวงกันอยู่แล้ว

+
3
linchi
linchi
15 พ.ย. 2017 - 13:29

ก็สร้างเรื่องเล่นละครไปเรื่อย เพื่อนพ้องน้องเมียลูกไล่จะได้รับเงินเดือนคนละแสนสองแสนสามแสนจนกวาจะถึงยี่สิบปีเพราะถ้ามีเลือกตั้งก็จะเหลือแค่251คนที่จะได้รับอย่างนั้น น้อยไปต้องให้ทั่วถึง กระดูกก็ไม่ให้เหลือ

»
4
Loading...