ประเทศที่วิจารณ์ศาลได้ ไม่มีความผิด

ประเทศที่วิจารณ์ศาลได้ ไม่มีความผิด

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=10162425263850551&id=2995286...

 ประเทศตัวอย่างที่ "วิจารณ์ศาลได้" ไม่มีความผิด

.

ข่าวนักวิชาการไทยอย่างน้อย 2 คนที่ถูกศาลฎีกา และศาลรัฐธรรมนูญเรียกเพื่อไปให้ข้อมูลกับศาลเนื่องจากอาจมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลจากการวิพากษ์วิจารณ์ และการติชมในพื้นที่สาธารณะทำให้บรรยากาศการแสดงความคิดเห็นต่อศาลกลายเป็นสิ่งที่น่าหวาดระแวง 

.

แต่ทว่า ในหลายประเทศซึ่งมีความก้าวหน้าทางประชาธิปไตย เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร หรืออินเดีย กลับเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้ทำหน้าที่ตรวจสอบศาลผ่านการวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่เปิดกว้างให้วิพากษ์วิจารณ์ได้ แม้ว่าการวิพากษ์วิจารณ์นั้นจะผิดพลาด หรือมุ่งร้าย หรือไม่เป็นธรรมเท่าใดก็ตาม แต่การกระทำของประชาชนก็ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดอำนาจศาล หรือดูหมิ่นศาล หากจะเป็นความผิดก็เป็นเพียงความผิดฐานหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดาแทน

.

สหราชอาณาจักร: วิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต และเป็นประโยชน์สาธารณะ สามารถทำได้

.

ในสหราชอาณาจักรมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการวิพากษ์วิจารณ์ศาล อย่างน้อยสองฉบับ ได้แก่

.

หนึ่ง The Contempt of Court Act 1981 ที่บัญญัติความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชนไว้ในมาตรา 2 (2) ซึ่งระบุให้การเผยแพร่เนื้อหาที่เป็นภัยอย่างชัดแจ้งหรือก่อให้เกิดอคติอย่างร้ายแรงต่อกระบวนการยุติธรรมที่กำลังดำเนินอยู่เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล

.

แต่กฎหมายดังกล่าวก็มีข้อยกเว้นให้ไม่ต้องรับผิดไว้ อย่างเช่น ในมาตรา 4 ที่ระบุว่าการนำเสนอกระบวนการพิจารณาของศาลที่ถูกต้องและโดยสุจริตย่อมได้รับการคุ้มครอง กับ ในมาตรา 5 ระบุว่า การเผยแพร่เนื้อหาของสื่อที่ถูกต้องและเป็นธรรมโดยสุจริตถึงกระบวนการพิจารณาคดีของศาล และการเผยแพร่ข้อมูลนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์นั้นต้องมีน้ำหนักความสำคัญเหนือยิ่งกว่าปัจจัยที่จะก่อให้เกิดความลำเอียง หรืออคติต่อคู่ความในคดี การกระทำดังกล่าวไม่ถือเป็นความผิด

.

กับ สอง The Court and Criminal Act เป็นกฎหมายที่กำหนดให้การ "ดูหมิ่นวิจารณ์ศาล" ให้เสียหายจนสาธารณะเสื่อมศรัทธานั้น (scandalising) มีความผิด แต่ต่อมาคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายของรัฐสภาอังกฤษ ได้ทำการศึกษาถึงความเป็นไปได้ที่จะยกเลิกความผิดฐานดูหมิ่นศาล และมีรายงานสรุปในปี 2012 แนะนำให้ “เลิก” ความผิดนี้เสีย เนื่องจาก เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งจำเป็นในการเปิดช่องให้มีการอภิปรายถกเถียงถึงข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และทำให้กฎหมาย The Court and Criminal Act ปี 2013 ในมาตรา 33 ยกเลิกความผิดฐานดูหมิ่นศาลออก

.

อินเดีย: วิพากษ์วิจารณ์และติชมศาลโดยสุจริตสามารถทำได้

.

ในอดีตประเทศอินเดียมีการออกกฎหมายเกี่ยวกับการละเมิดอำนาจศาจชื่อว่า The Contempt of Courts Act 1926 แต่ในปี ค.ศ. 1952 ได้มีการออกกฎหมายใหม่ชื่อว่า  The Contempt of Courts Act 1952 ซึ่งกฎหมายดังกล่าวได้กำหนดความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลไว้ 3 กรณี คือ การวิพากษ์วิจารณ์ศาลอย่างไม่เหมาะสม การดูหมิ่นคู่ความในคดี และการรบกวนขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้อง

.

ต่อมา ในปี 1971 มีการแก้กฎหมายดังกล่าวอีกครั้ง และได้กำหนดการยกเว้นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลไว้สองกรณี [1] ได้แก่

.

หนึ่ง การเผยแพร่ข้อมูลโดยสุจริตไม่ว่าด้วยวาจาหรือการเขียนก็ดี หากผู้เผยแพร่เชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าข้อมูลที่เผยแพร่มาจากคดีที่ยุติแล้ว หรือเป็นเป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ได้ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม การกระทำดังกล่าวไม่เป็นความผิด

.

กับ สอง การติชมและการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต ซึ่งรัฐธรรมนูญอินเดียได้ให้การคุ้มครองการติชมและวิพากษ์วิจารณ์คำพิพากษาในคดีที่ยุติแล้วโดยสุจริต แต่การติชมและการวิพากษ์วิจารณ์นั้นต้องไม่เป็นการลดความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรม 

.

อเมริกา: การวิพากษ์วิจารณ์ศาลในคดีที่สิ้นสุดแล้วไม่ถือเป็นการละเมิดอำนาจศาล

.

ในสหรัฐอเมริกาไม่มีกฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหรือดูหมิ่นศาล แต่มีหลักเกณฑ์ซึ่งอ้างอิงจากคำพิพากษาในอดีตว่า ารตีพิมพ์บทความหรือเนื้อหาไม่อาจถือว่าเป็นการละเมิดอำนาจศาลได้เว้นแต่เป็น “ภยันตรายที่เห็นได้ชัดเจน” ต่อกระบวนการยุติธรรม โดยบรรทัดฐานการพิสูจน์ทางกฎหมายนี้ถูกวางขึ้นจากคำพิพากษาคดีระหว่าง บริดเจส (Bridges) กับแคลิฟอร์เนีย ในปี 2484

.

นอกจากนี้ ในคดี Patterson v. Colorado ศาลได้วางหลักไว้ว่า เมื่อคดีถึงที่สุดลงศาลย่อมอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ดุจดังคนธรรมดา นอกจากนี้ในคดี Craig v. Hecht ศาลระบุว่า สิทธิในการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเสรีต่อการพิจารณาคดี ต่อความเห็นหรือคำพิพากษาของศาเป็นสิ่งสำคัญและสมควรได้รับการสงวนรักษาไว้ ดังนั้นการกระทำดังกล่าวต้องไม่เป็นการละเมิดอำนาจศาล และศาลก็ไม่มีอำนาจในการลงโทษ ไม่ว่าการวิพากษ์วิจารณ์นั้นจะผิดพลาด หรือมุ่งร้าย หรือไม่เป็นธรรมเท่าใดก็ตาม หนทางที่จะเยียวยามีอยู่เพียงทางเดียวคือ ฟ้องคดีแพ่งฐานหมิ่นประมาทเท่านั้น[2]

.

ทั้งนี้ เหตุที่ศาลมุ่งคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นดังกล่าว เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ยึดมั่นในการปกครองระบบประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม ประชาชนต้องมีอำนาจเหนือรัฐบาลและองค์กรทุกหน่วยของระบบการปกครอง การเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถวิจารณ์ ติชมกลไกของรัฐบาลอย่างเสรี จึงเป็นการควบคุมให้การดำเนินนโยบายของรัฐ เป็นไปในทางสนองความต้องการของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

.

ข้อมูลอ้างอิง

.

[1] ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอื้ออารีย์ อิ้งจะนิล และคณะ, รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง หลักการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลในกรณีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล

.

[2]  พนัส ทัศนียานนท์, "การลงโทษการวิพากษ์วิจารณ์ หรือ ติชมศาลฐานละเมิดอำนาจศาลในสหรัฐอเมริกา

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

4 ความคิดเห็น

 
3 ส

ประเทศกูมี

โมโห

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
ปลาไหลตัวพ่อ

แต่ประเทศนี้คดีหมิ่นศาล เห็นว่าไม่ต้องยื่นฟ้อง ไม่ต้องไต่สวนมูลฟ้อง

ศาลสั่งได้เลย

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
หลวงพี่เตี้ย

หมิ่นศาล

ฟ้องเอง   ตัดสินเอง

ยุติธรรมมากๆ

16

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
markpakma

เราควรจะปกป้องสิทธิประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย

หรือปกป้องศาลเพื่อให้มาทำอะไรก็ได้โดยประชาชนไม่มีสิทธิตรวจสอบ

สภาที่ประชาชนเป็นผู้เลือก. ประชาชนควบคุมได้โดยการเลือกตั้ง

รัฐบาลที่เป็นของประชาชนต้องได้มาจากประชาชน. โดยให้ผู้แทนที่ประชาชนเลือกมาเท่านั้นเป็นผู้เลือกรัฐบาล

ตุลาการก็เช่นกันในระบอบประชาธิปไตยตุลาการคือคนที่คอยควบคุมคนไม่ดีไม่ให้ไปทำร้ายคนดี แต่ถ้าทำงานผิดพลาดประชาชนต้องมีสิทธิตรวจสอบได้หรือบางประเทศใช้ระบบลูกขุนที่ให้ประชาชนเป็นผู้ทำหน้าทึ่ตัดสินเสียเองด้วยเสียงข้างมากและเมื่อตัดสินดีตัดสินถูกต้องก็ไม่ต้องมีตำรวจคุ้มกันลูกขุนและตำรวจคุ้มกันศาล

แต่ในบางประเทศกลับใช้กฎหมาย ใช้ตุลาการคอยควบคุมคนไม่ดีที่ศาลคิดเองตัดสินเองว่าเป็นคนไม่ดี ไม่ให้ขึ้นมามีอำนาจทั้งที่ประชนบอกจะเอาคนนี้จะเอาแบบนี้ แต่ศาลไม่เอา ด้วยการส่งเสริมกบฏและกองโจรติดอาวุธสงครามล้มรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมา แล้วศาลก็ไปรับรองกบฎ ว่าทำถูกต้องแล้ว ยึดสถานที่ราชการได้ให้ความคุ้มครองไม่ให้รัฐบาลสลายการชุมนุมโดยมีศาลมั่วไปหมดสั่งคุ้มครองได้หมด สั่งคุ้มครองได้กระทั่งศาลธรรมดาๆที่ไม่ใช่ศาลทางการเมืองการปกครอง

ทหารเองก็ไม่มีทหารรักษาประชาชนรักษาประชาธิปไตยสักกองร้อยเดียวในประเทศนั้น ทหารมีอำนาจเหนือรัฐบาล

รมต.กลาโหมเป็นรมต.ที่อยู่ใต้อำนาจผบ.เหล่าทัพมีศักดิ์ศรีน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด นายกไม่มีสิทธิสั่งการทหารเพราะสั่งไปมันไม่รับคำสั่งมันบอกลำบากใจ แล้วมันก็ส่งทหารนอกเครื่องแบบให้เซ็นใบลาออกทิ้งไว้เข้าไปทำหน้าที่ช่วยกบฎล้มรัฐบาล ถูกจับได้ก็อ้างลาออกแล้ว

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0