ปธ.ศาลฎีกาคนใหม่ออกสารฉบับเเรก มุ่ง ปชช.เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมรวดเร็ว(ปชช.เขาต้องการความยุติธรรมที่เท่าเทียมกันทุกฝ่ายครับ!!!)

ปธ.ศาลฎีกาคนใหม่ออกสารฉบับเเรก มุ่ง ปชช.เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมรวดเร็ว(ปชช.เขาต้องการความยุติธรรมที่เท่าเทียมกันทุกฝ่ายครับ!!!)

09.00 INDEX ปัญหา ‘ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ ปัญหา เนื่องจาก เทคโนโลยี
https://www.matichon.co.th/politics/news_1693610
(แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2562)

09.00 INDEX ปัญหา ‘ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ ปัญหา เนื่องจาก เทคโนโลยี

ปัญหาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเรื่องการพูดขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

ไม่ว่าจะพูดที่ทำเนียบรัฐบาล ไม่ว่าจะพูดที่นิวยอร์ค

 

1 คือปัญหาของเทคโนโลยี และ 1 ซึ่งสำคัญเป็นอย่างมากคือ ปัญหาอันเนื่องแต่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เอง

ปมเงื่อนอยู่ตรงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่พูดตาม “บท”

ความผิดพลาดไม่ว่าจะจากการถวายสัตย์ ไม่ว่าจะจากการบรรยายที่สมาคมเอเชีย คือ พูดนอกบท เติมแต่งประโยคของตนเองเข้าไป

และเมื่อมีปัจจัยของ “เทคโนโลยี” เข้ามาเกี่ยวข้องคำพูดและทุกอากัปอิริยาก็ได้รับการบันทึกเอาไว้โดยละเอียด

ไม่เพียงบันทึกผ่าน “กูเกิล” หากแต่ขึ้นไปถึง “คลาวด์”

การออกมาปฏิเสธล่าสุด กรณีบรรยายที่สมาคมเอเชียระหว่างร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ เป็นตัวอย่างอันเด่นชัดยิ่งจากการประกอบส่วนเข้าของ 2 ปัจจัยสำคัญ

ตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย่อมรู้ดีที่สุดว่าได้ทำหรือพูดอะไรออกไป

และหากรู้อย่างเท่าทันกับ “เทคโนโลยี” ก็ย่อมรู้อยู่เป็นอย่างดี ว่าสิ่งที่ได้พูดได้กระทำออกไปล้วนมิได้หายหรือถูกลบออกไปอย่างง่ายดาย

เว้นแต่จะลืมหรือมองข้ามว่ายังอยู่ในยุคแห่ง “อะนาล็อก” มิได้ อยู่ในยุคแห่ง “ดิจิทัล” เท่านั้น

เว้นแต่จะรู้สึกภายหลังจากการพูด หรือทำลงไปแล้วว่าปฏิกิริยาสะท้อนกลับมิได้เป็นอย่างที่หวังตั้งเอาไว้ หากเป็นไปในทางตรงกันข้ามจึงรู้สึกตกใจ

ทั้งๆที่ในความเป็นจริงวิบากย่อมเกิดแต่กรรม ทำกรรมเช่นใดก็มักจะได้รับผลแห่งกรรมไปตามนั้น

ปัญหาอันเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าจึงต้องบริหารจัดการในแบบ “แก้ไข” มิใช่ด้วยวิธีวิทยาในแบบ “แก้ตัว”

จะแก้ไขได้ต้องรู้จักธรรมชาติอันเป็น “จิตเดิมแท้” ของตน

จะแก้ไขได้ต้องรู้เท่าทันกับความเป็นจริงของ “เทคโนโลยี” ที่พัฒนาและก้าวหน้าเป็นอย่างสูง

หากไม่รู้จักตน หากไม่รู้เท่าทันเทคโนโลยีก็จะต้อง “แก้ตัว” อยู่ร่ำไปโดยไม่เคยมีปฏิบัติการ “แก้ไข” ให้ปรากฎ

นี่คือปัญหาที่ต้อง “แก้ไข” มิใช่ “แก้ตัว”

............

......................

....................................

‘ไสลเกษ วัฒนพันธุ์’ ปธ.ศาลฎีกาคนใหม่ออกสารฉบับเเรก มุ่ง ปชช.เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมรวดเร็ว
https://www.matichon.co.th/local/crime/news_1693626

‘ไสลเกษ วัฒนพันธุ์’ ปธ.ศาลฎีกาคนใหม่ออกสารฉบับเเรก รับฟังข้อเสนอเเนะทุกภาคส่วนเป็นนโยบาย มุ่ง ปชช.เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมรวดเร็ว คุ้มครองสิทธิประชาชน

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ได้เปิดเผยว่า นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ซึ่งขึ้นดำรงตำเเหน่งประธานศาลฎีกาวันเเรก ได้ออกสารประธานศาลฎีกา มีข้อความว่า “ข้าพเจ้าเข้ารับตำแหน่งประธานศาลฎีกา นับจากนี้ แนวทางการบริหารงานจะมุ่งไปที่ความพึงพอใจสูงสุดของประชาชน อาทิ การให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้สะดวกรวดเร็วขึ้นด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี, การกำหนดมาตรการทางการศาลเพื่อช่วยแก้ปัญหาสังคม, การกำหนดกรอบระยะเวลาในการพิจารณาพิพากษาคดีให้รวดเร็ว, การปรับปรุงกระบวนการปล่อยชั่วคราวเพื่อเพิ่มมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพให้แก่ประชาชน เป็นต้น ด้วยเหตุดังกล่าว ข้าพเจ้ามีความประสงค์จะรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนและประชาชนเพื่อนำมาประกอบการกำหนดเป็นนโยบายประธานศาลฎีกาที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมเพื่อบรรลุแนวทางการบริหารงานข้างต้น จึงขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นสภาพปัญหาและข้อเสนอแนะโดยส่งไปยังสำนักประธานศาลฎีกาภายในวันที่ 5 ตุลาคม 2522” นายไสลเกษระบุไว้ในสารประธานศาลฎีกา

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้น สำนักประธานศาลฎีกาจึงได้มีการเผยเเพร่เเบบสอบถาม ขอความร่วมมือมายังข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วน และประชาชน ร่วมแสดงความคิดเห็น สภาพปัญหา และข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปประมวลผลเป็นนโยบายประธานศาลฎีกาที่ผู้มีส่วนได้เสียทุกคนจะมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการบริหารงานศาลยุติธรรม อันจะนำไปสู่การตอบสนองความต้องการของประชาชนและสังคมที่แท้จริง

สำหรับแบบสำรวจความคิดเห็นเพื่อกำหนดนโยบายประธานศาลฎีกา ระบุว่า  ในโอกาสที่นายไสลเกษได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา จึงได้มอบหมายให้สำนักประธานศาลฎีกาจัดทำแบบสำรวจความคิดเห็น สภาพปัญหา และข้อเสนอแนะ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนและประชาชน อันจะนำไปสู่การกำหนดนโยบายการทำงานเพื่ออำนวยความยุติธรรมและการให้บริการประชาชนด้วยมาตรฐานสูงสุด โดยมุ่งเน้นไปที่ประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ สำนักประธานศาลฎีกาจึงขอความร่วมมือมายังข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนและประชาชน ร่วมแสดงความคิดเห็น สภาพปัญหา และข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาประมวลผลเป็นนโยบายประธานศาลฎีกาที่ผู้มีส่วนได้เสียทุกคนจะมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการบริหารงานศาลยุติธรรม อันจะนำไปสู่การตอบสนองความต้องการของประชาชนและสังคมที่แท้จริง

โดยแบบสำรวจชุดนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 การแสดงความคิดเห็น สภาพปัญหาและข้อเสนอแนะ 6 ส่วน ได้แก่ 1.1 ด้านการบริหารจัดการคดีให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเป็นธรรม 1.2 ด้านการพัฒนาบุคลากร 1.3 ด้านการให้บริการประชาชน 1.4 ด้านการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน
1.5 ด้านการสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาของศาลยุติธรรมต่อประชาชน 1.6 ด้านอื่น ๆ (ถ้ามี)

ส่วนที่ 2 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสำรวจ

โดยประชาชนสามารถเข้าไปให้ข้อคิดเห็นได้ที่ แบบสำรวจความคิดเห็นเพื่อกำหนดนโยบายประธานศาลฎีกา

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    4

5 ความคิดเห็น

 
markpakma

ไม่ต้องทำอะไรถึงขนาดนั้นก็ได้ครับ

แค่ถอดเสื้อเหลืองไท้เหลืองลิสแบนด์เหลืองออกก็พอ

  • หลงรัก
    3
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    3
  • เศร้า
    4
 
ICT

ศาลยกฟ้อง"เปรมชัย-เมีย" คดีครอบครอง"งาช้าง"

รอด...ศาลพิพากษายกฟ้อง เปรมชัย-ภรรยา คดีครอบครองงาช้าง ชี้โจทก์เบิกความสอดคล้องคำให้การจำเลย ทั้งยังเป็นมรดกจากมารดา มีการยื่นขอครอบครองโดยสุจริต ไม่ได้มีเจตนาที่จะกระทำผิดตามฟ้อง

อังคารที่ 1 ตุลาคม 2562 เวลา 11.02 น.

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ห้องพิจารณาคดี 709 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีครอบครองงาช้าง ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนางคณิตดา กรรณสูตร อายุ 65 ปี ภรรยาของนายเปรมชัย, นายเปรมชัย กรรณสูตร อายุ 65 ปี ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และ น.ส.วันดี สมภูมิ อายุ 71 ปี คนใกล้ชิดของภรรยานางคณิตดา เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันนำหรือพาของที่ยังไม่ได้เสียภาษี ของต้องห้าม ต้องกำกับ เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้โดยประการใดๆ ซึ่งรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรฯ ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ.2535 มาตรา 19, 47 และ พ.ร.บ.ศุลกากรพ.ศ.2469

ในชั้นสอบสวนจำเลยทั้ง 3 ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่า เมื่อวันที่ 15 เม.ย.58 นางคณิตดา และ น.ส.วันดี ได้ร่วมกันแจ้งต่อนักวิชาการป่าไม้ ชำนาญการพิเศษ กรมอุทยานฯ ว่า ได้ครอบครองงาช้าง (งช.1) ทั้ง 4 กิ่ง ถูกต้องตามกฎหมาย พ.ร.บ.งาช้าง พ.ศ.2558 อันเป็นทรัพย์มรดกของนางคณิตดาที่ได้มาตั้งแต่ปี 2530 โดยถูกต้อง ซึ่งมี น.ส.วันดี เป็นพยานถูกต้องทุกประการ

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานเห็นว่า คดีนี้โจทก์มีเจ้าหน้าที่ศิลปากรได้เบิกความเกี่ยวกับอายุของงาช้างที่ได้ตรวจดูจากฐานไม้งาช้างทำขึ้นพิเศษเพื่อให้พอดีกับขนาดของงาช้าง ซึ่งมีอายุมากกว่า 40 ปี โดยสอดคล้องกับคำให้การของจำเลยที่ได้ระบุว่ารับงาช้างตกทอดมาจากมารดาตั้งแต่ปี 2530 ซึ่งมารดาของจำเลยนั้นก็ได้รับงาช้างมาเมื่อปี 2521และได้ยื่นแบบคำขอครอบครองไปโดยสุจริต ตามข้อความที่ได้ระบุ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง ส่วนนายเปรมชัย จำเลยที่ 2 ถูกฟ้องเพราะมีชื่อเป็นเจ้าบ้าน และนางวันดี จำเลยที่ 3 ถูกฟ้องเพราะเป็นผู้ลงลายมือชื่อรับรอง การทำแบบคำขอตามที่จำเลยที่ 1 บอกว่าได้รับงาช้างมาจากมารดา เมื่อการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความผิด จำเลยที่ 2 และ 3 จึงไม่ได้มีเจตนาที่จะกระทำผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง พร้อมทั้งยกคำร้องที่ขอให้ริบของกลางเป็นงาช้าง 2 คู่ 

ขณะที่ภายหลังฟังคำพิพากษา ทั้งนายเปรมชัยและนางคณิตดาได้เดินทางกลับทันที โดยมีสีหน้าเรียบเฉยและไม่ตอบคำถามใด ๆ กับสื่อมวลชน สำหรับคำพิพากษาศาลชั้นต้น อัยการสามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 1 เดือน โดยคดีนี้เป็นคดีแรกที่ศาลพิพากษายกฟ้อง

.... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/crime/734346

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    3
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    3
 
3 ส

อือ! สารท่าน

งงงง

  • หลงรัก
    3
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    5
  • เศร้า
    3
 
Prem

....เหม็นขี้ฟันว่ะ.....ยุคนี้น่ะเหรอ....ไม่ได้เจอหรอก....เอาขี้หมากองเดียงพอ

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    3
  • เศร้า
    3
 
กุ้งฝอย

ถ้าทำได้อย่างที่ท่านว่ามาประเทศนี้ดีขึ้นแน่ครับ

เพราะปัญหาประเทศนี้อยู่ตรงนี้แหละ...

อยู่ตรงกระบวนการยุติธรรมนี้แหละ

.

กลัวแต่ว่าจะทำไม่ได้และเปลี่ยนไปตามลม..

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    2