ปฏิญญาพ็อทซ์ดัม ฉบับไทยๆ

ปฏิญญาพ็อทซ์ดัม ฉบับไทยๆ

                เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม  1945  ได้มีการประชุมของฝ่ายสัมพันธมิตรขึ้น  ณ เมืองพ็อทซ์ดัม  ประเทศเยอรมนี นำโดยประธานาธิบดีแฮร์รี เอส. ทรูแมน, นายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอร์ชิล และประธานเจียง ไคเช็กแห่งรัฐบาลแห่งชาติจีน การประชุมครั้งนี้ได้แถลงข้อปฏิบัติหากจักรวรรดิญี่ปุ่นยอมจำนน นอกจากนี้ยังมีคำเตือนอีกว่าญี่ปุ่นอาจจะเผชิญหน้ากับ "ความล่มสลายอย่างสิ้นเชิงในไม่ช้า" หากไม่ยอมจำนน ซึ่งเป็นคำเตือนถึงการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์  (th.wikipedia.org/wiki/ปฏิญญาพ็อทซ์ดัม)    ในครั้งนั้นรัฐบาลทหารของญี่ปุ่นแม้ว่าจะรู้ว่ากำลังรบจะสู้กับฝ่ายสัมพันธมิตรไม่ได้แล้วก็ตาม  แต่พวกเขาก็ยังคงดึงดันที่จะขอ  “ต่อสู้ครั้งสุดท้าย”  โดยพวกเขาเชื่อว่าเมื่อกองทัพอเมริกันยกพลขึ้นบกที่แผ่นดินใหญ่ของญี่ปุ่น จะต้องประสบกับความเสียหายอย่างย่อยยับ  ชนิดต้องขอสงบศึกเอง  ในขณะนั้นแม้องค์สมเด็จพระจักรพรรดิ์ฮิโรฮิโตจะเป็นพระประมุขของประเทศอยู่ก็จริง   แต่อำนาจทางการเมืองทั้งหมดอยู่ในมือของรัฐบาลทหารของนายกรัฐมนตรีเคนตาโร ซูซูกิ  และนายพลโตโจ.....  ประชาชนและทหารของญี่ปุ่นให้ความเคารพ, ศรัทธา, และยกย่องพระจักรพรรดิ   และเชื่อว่าตนเองเป็นทหารของกองทัพของพระจักรพรรดิ   แต่ทว่าผู้ที่เอาอำนาจพระจักรพรรดิ์มาสั่งการก็คือนายพลของรัฐบาลทหารจากกองทัพต่างๆ  องค์พระจักรพรรดิไม่เคยสั่งการกองทัพด้วยตนเองแม้แต่ครั้งเดียว  นายทหารที่กุมอำนาจของญี่ปุ่นเชื่อว่าพวกเขาจะทำลายกองทัพอเมริกันไปได้พร้อมกับชีวิตของตนเอง   โดยไม่สนใจว่าชีวิตของประชาชนชาวญี่ปุ่นจะเป็นเช่นไร......

 

เมื่อไม่มีการตอบสนองในทางบวกจากญี่ปุ่น  และยังคงเกิดการสู้รบอย่างนองเลือดต่อไปที่สมรภูมิโอกินาวา    วันที่ 6 สิงหาคม  1945  ระเบิดปรมาณู The Little Boy  ก็ถูกทิ้งลงมาที่ฮิโรชิมา  และอีก 3 วันต่อมา  The Fat man ก็ถูกทิ้งลงมาที่นางาซากิ  ระเบิดปรมาณู 2 ลูกนี้เองทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งมโหฬารในรัฐบาลทหารของญี่ปุ่นในขณะนั้น  คือสมเด็จพระจักรพรรดิ์ฮิโรฮิโต  ไม่ต้องการที่จะให้เกิดความสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชนญี่ปุ่นไปมากกว่านี้  จึงมีพระราชดำริ ที่จะยอมแพ้   แต่กลับมีนายทหารกลุ่มหนึ่งที่ดึงดันจะไม่ยอมแพ้จะประกาศสู้จนตัวตายคือ  เคนจิ ฮาตานากะ (Kenji Hatanaka)  และพรรคพวกจำนวนหนึ่ง   ได้พยายามทำการยึดอำนาจการปกครองเพื่อจะประกาศสู้ต่อจนถึงที่สุด    การพยายามยึดอำนาจในครั้งนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “เหตุการณ์คิวโจ” (Kyujo Incident) เกิดขึ้นในคืนวันที่ 14 สิงหาคม หลังสมเด็จพระจักรพรรดิทำการบันทึกเสียงคำประกาศยอมรับเงื่อนไขตามประกาศแห่งพ็อทซ์ดัมของฝ่ายสัมพันธมิตรก่อนทำการเผยแพร่ออกอากาศทางวิทยุ  อย่างไรก็ดีการยึดอำนาจในครั้งนั้นไม่สำเร็จองค์พระจักรพรรดิ์รอดพ้นจากการถูกคุมตัวไปได้  และสามารถเปิดคำบันทึกเสียงยอมแพ้ออกอากาศสู่ประชาชนได้ในวันที่ 15 สิงหาคม 1945  กองทัพญี่ปุ่นจึงยอมวางอาวุธ  (“The Coup Against the Emperor’s Broadcast that Never Was”. Kyujo.) 

 

รัฐบาลทหารของญี่ปุ่นอ้างว่ารักชาติและจงรักภักดีต่อพระจักรพรรดิ   โดยพวกเขาไม่สนใจว่าประชาชนชาวญี่ปุ่นจะต้องประสบกับอะไรบ้าง   ผลของความดื้อดึงไม่ยอมรับคำประกาศพ็อทซ์ดัม   ทำให้ประชาชนชาวญี่ปุ่นผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องเสียชีวิตจากระเบิดปรมาณูนับแสนชีวิต   ซึ่งมีทั้งทหารชั้นผู้น้อย,  ประชาชนคนธรรมดา,  ผู้หญิง,  เด็ก,  คนชรา  ซึ่งผู้คนที่เสียชีวิตจำนวนมากมายเหล่านั้นแทบจะไม่เคยรับรู้เรื่องราวความบ้าคลั่งอำนาจของผู้นำเหล่านั้นเลย   แต่พวกเขาก็ต้องมาเสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างไม่มีทางเลือก...  นี่ราคาอันแสนแพงที่ประชาชนชาวญี่ปุ่นต้องจ่ายเพื่อแลกกับการล้มล้างรัฐบาลทหาร  และนำประเทศกลับมาสู่ประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างถูกต้อง.....

 

ผมวิเคราะห์อย่างมั่นใจว่าเหตุการณ์ที่พรรค ทษช. เสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์  เป็น Candidate นายกรัฐมนตรีในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น  “ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”  และไม่ใช่เรื่องที่กระทำกันโดยพลการแต่มีการวางแผนการมาแล้วเป็นอย่างดีโดยฝ่ายประชาธิปไตยระดับสูง   มีการคำนึงถึงความเป็นไปได้, ผลได้,  ผลเสีย,  และแผนการในขั้นต่อไปไว้แล้วอย่างเรียบร้อย....  การที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ตอบรับคำเชิญให้มาเป็นตัวแทนเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีในพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยนั้น   ก็ไม่ใช่การกระทำโดยพลการแต่เป็นสัญญาณแสดงให้เห็นแล้วว่าในระดับชนชั้นสูงนั้นผู้ที่อยู่ในฟากฝ่ายประชาธิปไตยและปรารถนาให้ประเทศชาติและประชาชนกลับมามีชีวิตอย่างปกติสุขอย่างแท้จริงนั้นมีใครบ้าง

 

การที่ทีมงานฝ่ายประชาธิปไตยได้ทิ้งไพ่ตัวสำคัญใบนี้ลงมา   ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนในวงการเมืองของไทยอย่างรุนแรง  เกิดแนวคิดแบ่งแยกออกเป็น 2 พวกอย่างชัดเจนว่า  “เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย”  ผมเชื่อว่าไพ่สำคัญใบนี้ที่ฝ่ายประชาธิปไตยทิ้งลงมาเป็นเหมือน   “ปฏิญญาณพ็อตซ์ดัม”   เป็นสัญญาณเตือนเหล่าทหารผู้กำลังครองอำนาจอยู่ในขณะนี้อย่างรุนแรงว่าให้  “ยอมแพ้เสียเถิด...  แล้วปล่อยประเทศชาติให้เข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยโดยประชาชนอย่างแท้จริง.... มิฉะนั้นพวกท่านจะต้องเผชิญกับความล่มสลายอย่างสิ้นเชิง”.....  แต่ทว่าเราก็ได้เห็นแล้วว่าเหล่าผู้ที่ยังคงถือครองอำนาจอยู่นั้นต่างก็ไม่ยินยอมที่จะปล่อยให้อำนาจอธิปไตยให้กลับคืนมาสู่ประชาชนอย่างง่ายดายนัก  พวกเขาต่อสู้  และต่อต้านโดยใช้อิทธิพลทุกอย่างที่มีเพื่อขัดขวางและยับยั้งการเสนอชื่อในครั้งนี้.... 

 

ในทางการเมืองนั้น  “ผู้ใดถือความชอบธรรมผู้นั้นถืออำนาจ”     ประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ทั่วโลกและระดับนานาชาติให้การสนับสนุนและยอมรับ   ซึ่งขณะนี้ก็มีสัญญาณแสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าบุคคลชั้นสูงก็ต้องการให้ประเทศเป็นไปเช่นนั้นและนั่นคือความชอบธรรม   ผมเชื่อว่าการที่ฝ่ายประชาธิปไตยทิ้งไพ่ ควีนโพธิ์ดำ  ออกมาแล้วแค่นี้ก็ยังความสั่นสะเทือนชนิดแทบล้มกระดาน  ซึ่งเมื่อไรที่ทิ้งไพ่  เอสโพธิ์ดำ  ออกมาผมเชื่อว่าถึงขั้นพลิกประเทศแน่นอน....และเอสโพธิ์ดำตัวนี้แหละที่จะนำให้ประชาชนลุกขึ้นล้มล้างอำนาจเผด็จการที่ครองประเทศนี้อยู่ออกไปอย่างสิ้นเชิง...  ซึ่งผมมั่นใจว่าฝ่ายประชาธิปไตยที่กำลังวางแผนช่วยประเทศ  และประชาชนไทยอยู่ในต่างแดนนั้น   มีไพ่เอสโพธิ์ดำ  อยู่ในมือ.......... 

 

เพียงแต่ว่าข่าวร้ายก็คือ......  กว่าที่เอสโพธิ์ดำจะถูกทิ้งออกมาประชาชนชาวบ้านธรรมดาผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อย่างเราๆ  ก็คงจะต้องจ่ายราคาอันแสนแพงเพื่อแลกกับการล้มล้างรัฐบาลทหาร  และนำประเทศกลับมาสู่ประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างสมบูรณ์เหมือนดังที่ประชาชนญี่ปุ่นได้ประสบมาแล้วนั่นแหละครับ.....

 

ปูนนก

                     

 

 

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

15 ความคิดเห็น

 
3 ส

ไอ่เผด็จการทะเห้ชั่ว

โมโห

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
619

ทำไมช่วงนั้นประชาชนชาวญี่ปุ่นไม่มีใครคิดใช้ปฎิบัติการคามิคาเซ่ติดระเบิดเข้ากับตัวเองหรือหลบสังหารผู้นำที่บ้าคลั่งอำนาจในตอนนั้นละครับ   อย่างน้อยๆชาวบ้านแสนกว่าคนที่ตายไป  ต้องมีใครที่ไม่เห็นด้วยกับความบ้าคลั่งของผู้ในญี่ปุ่นเป็นแน่  น่าจะมีใครสักคนนะที่ลอบฆ่าหรือใช้ปฎิบัติการคามิคาเซ่เหมือนที่ทำที่อ่าวเบอร์ฮาวเบอร์นะ 

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
richpeople

ทหารและกลุ่มทุนศักดินาเป็นเนื้อเดียวกัน หุ่นเชิดก็คือหุ่นเชิด เป็นตุ๊กตาไว้คอยชักใยและเป็นไม้กันหมาอันใหญ่ ภาพคลุมเครืออันนี้ทำให้อาจารย์บางท่านถึงกับหลุดปากวิจารย์จนอยู่เมืองไทยไม่ได้ แต่ความเป็นจริงเราไม่ได้อยู่ในสภาวะที่เป็นหุ่นเชิดจึงเดาความกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอันนี้ไม่ได้ว่าจริงๆแล้วมันเป็นแบบไหน มันไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างที่ฝั่งประชาธิปไตยคิด หุ่นเชิดรุ่นแรก จุดจบเป็นยังไง ลองตรองกันดู

จริงๆแล้วควรบอกว่า "กลุ่ม" ที่กุมอำนาจและคอยชักใยต่างหากคือคนกำหนดว่าเกมจะเล่นแบบไหน

การเลือกตั้ง การรัฐประหาร กลุ่มนี้กำหนดมาตั้งแต่หุ่นเชิดรุ่นแรก

มีออกอาการกลุ่มเหมือนจะแตกก็ตอนที่หน้าเหลี่ยมเข้ามาร่วมวงไพ่นี้

การบังอาจสร้างความนิยม สร้างฐานอำนาจกับประชาชน เปิดกะลาให้คนชนบทและคนไทยรับรู้ว่าหนึ่งเสียงเราสามารถกำหนดคุณภาพชีวิตได้จริง เป็นจุดตายที่ทำให้กลุ่มนี้ยอมไม่ได้ เพราะพวกมันไม่เคยจะแบ่งปันและไม่ได้มีความสามารถในการหาเงินเข้ากลุ่มเหมือนอย่างกลุ่มหน้าเหลี่ยม

การเมืองเป็นเรื่องผลประโยชน์ กลุ่มทุนต่างๆเข้ามาเล่นการเมืองเพื่อหาผลประโยชน์ให้กลุ่มตัวเอง

นักคิด อาจารย์ บางท่านมองภาพใสซื่อ ไม่ก็หลอกตัวเอง หรือบางทีอาจจะแกล้งไม่รู้ ไปคิดว่านักการเมืองต้องทำเพื่อประชาชน ต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

ขอโทษเถอะ งั้นทำไมไม่สอนหนังสือฟรีๆ หรือไม่ก็รับเงินแค่พอมีกินไปวันๆ ทำไมบางคนยังมีตังค์ส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ นี่คือความย้อนแย้ง

หลายๆครอบครัวก็เป็นแบบนี้ พี่น้องต่างก็มีความคิดเป้นของตัวเอง ต่างคนต่างก็มีวิถีทางทำมาหากิน มีอุดมการณ์ มีเพื่อนฝูง ต่างๆกัน ไม่ใช่ว่าต้องมานั่งล้อมวงตกลงกันว่าจะยังไงนะ ยังงี้สิ

เค้าก็คนธรรมดา ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่ากิน ขี้ ปี นอน แค่ว่ารวยกว่าเราๆมากมายหลายเท่า

การเจรจาลับอะไรไม่มีหรอก ถ้ามีจริงหุ่นเชิดรุ่นที่แล้วน่าจะจัดการไปตั้งนานแล้ว เพราะบารมีที่แต่งแต้มมามันมากมายจนน่าจะเพียงพอให้มีคนเกรงใจ แต่ก็อย่างที่เห็น ขนาดหุ่นเชิดแสดงอาการชัดเจนว่าพอใจกับหน้าเหลี่ยม ให้เข้าพบ ให้ไปปรึกษา ได้มีโอกาสบอกเล่าว่าอยากทำไรให้หน้าเหลี่ยม แล้วหน้าเหลี่ยมก็เอาไปทำจริงๆในหลายๆเรื่อง           หุ่นเชิดก็ยังไม่สามารถออกหน้าให้หน้าเหลี่ยม ปล่อยหน้าเหลี่ยมโดนไล่ถลุง

เพราะมันไม่ใช่แค่คนไม่กี่คน มันเป็นกลุ่มทุนศักดินา กลุ่มโบราณ หากินกับนโยบายระดับชาติ เกาะกลุ่มด้วยผลประโยชน์ระดับส่งต่อถึงรุ่นเหลน มันยอมไม่ได้ที่ใครจะมาแย่งชามข้าว แบ่งซักหน่อยก็ยอมไม่ได้

ต่อให้ครอบครัวหุ่นเชิดออกหน้ามาอีกกี่คน ก็ไม่มีความหมาย

และการเจรจาไม่เคยมีอยู่จริง เพราะพวกจังไรมันไม่ได้อยู่ในสภาวะที่เสียเปรียบแต่อย่างใด

ทางเลือกมีไว้สำหรับคนที่ตกเป็นรอง พวกมันสร้างทางเลือก กำหนดทางเลือกให้เรา ไม่ได้มานั่งเลือกกับเราหรือหน้าเหลี่ยม ภาพที่ผ่านมาจึงอยู่ในสภาวะที่หน้าเหลี่ยมประหนึ่งถูกหลอกจนเปื่อย

หน้าเหลี่ยมมีดีกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ เวลายิ่งผ่านมา ผมยิ่งนับถือเค้า

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
ปูนนก

ดีครับ... ประชาธิปไตย  คือความหลากหลายทางความคิด...ไม่มีใครถูกหรือผิด    มีแต่ใครที่มีเสียงส่วนใหญ่ของสังคมที่สนับสนุนหรือเห็นด้วยเท่านั้น...  แน่นอนอาจจะผิดก็ได้...เหมือนที่ครั้งหนึ่งชาวเยอรมัน  นิยมชมชอบในฮิตเลอร์  และลัทธินาซี    ว่าเป็นผู้มากู้ชาติจากการล่มสลายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 และในที่สุดพวกเขาก็ได้รับรู้อย่างเจ็บปวดกันทั้งประเทศในปี 1945 ว่า  ที่ว่าดีหรือรักชาตินั้นไม่ได้ดีจริงๆ อย่างที่คิด  แต่เป็นผู้ทำลายชาติอย่างสิ้นเชิงต่างหาก......     แต่ไม่ว่าการเลือกของประชาชนนั้นจะผิดหรือถูก   ก็ต้องปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้เรียนรู้ด้วยตนเอง    ไม่ใช่เอา  "คนดี..ขี่รถถัง"  มาเป็นผู้กำหนดวิธีคิดให้ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีคิดแบบนี้.....  ผมยังคงเชื่อว่า  "ประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลง"   อย่างแน่นอน

ปูนนก

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
หลวงพี่เตี้ย

ใครคือ   ฝ่ายประชาธิปไตย  ระดับสูงครับ

มีหรือครับ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
ปูนนก

ไม่ทราบครับ... การวิเคราะห์ก็คือ  การคาดเดา...  55555555555555  อ่านแค่ประดับความรู้  ถ้ารกสมองก็ลบทิ้งไป   แค่เรื่องประจำวันก็แย่แล้วครับ

ปูนนก

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
หลวงพี่เตี้ย

บางที   ในบริบทของสังคมไทย  

น่าจะเป็น   คนระดับสูงที่ไม่ได้ส่วนแบ่งความมั่งคั่ง   มากกว่า

ส่วนแบ่งที่ไม่เป็นธรรม

16

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
หลวงพี่เตี้ย

คุยกันเรื่องผลประโยชน์ดีกว่าครับ

เมื่อเช้า   นั่งอ่านเรื่องหุ้น   มีนิทานเรื่องหนึ่งโผล่มา

God : วันเกิดปีนี้ เจ้าอยากได้อะไรเป็นของขวัญ?

ผม : อยากได้มังกรมาเลี้ยงที่ห้องเทรดครับ

God : เพ้อเจ้อ คิดอะไรให้ตรงความเป็นจริงหน่อย

ผม : งั้นขอเปลี่ยนเป็น ประชาธิปไตย

God : เจ้าอยากได้มังกรสีอะไร?

ขำขำ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
ปูนนก

สิ่งที่ประเทศชาติต้องการตอนนี้คือ  "นำประชาธิปไตยของประชาชนอย่างสมบูรณ์กลับมาให้ได้ก่อน"   ส่วนเรื่องความมั่งคั่งอื่นๆ  ค่อยว่ากันต่อไปทีละขั้น   หนทางยังอีกยาวไกลมากนัก   กว่านิยายสามก๊กจะจบ  ต้องถึงรุ่นสุมาเจียว  รุ่นเหลนนะครับ  555555555555

ปูนนก

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
หลวงพี่เตี้ย

ผมพูดถึงความมั่งคั่งที่พวกเขาแบ่งกันครับ

 แบ่งถึงกู   ก็พวกเดียวกัน

แบ่งไม่ถึงกู   กูก็เป็นฝ่ายประชาธิปไตย

16

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
ปูนนก

อืมมมม....พระคุณเจ้าหลวงพี่..สาธยายได้มีเหตุผล.........

ปูนนก   สาธุ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
tongtata

ไมีมีอะไร คลายเครียดน่ะ! . . ขำๆ ขำๆ บึ้ม !!!

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
หลวงพี่เตี้ย

ยิ่งเครียดเข้าไปอีก

ใครคือส่วนเกิน   ..........    16

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
Boulevard of Hopes

เราอาจจะประเมินคนบางคนต่ำไป 

ดูเหมือนเป็นคนไม่เอาไหน สารพัดที่จะดูถูกดูแคลนเขา

คนผู้หนึ่งที่มีความอดกลั้น อดทนเป็นเวลาที่ยาวนาน มากๆ

อาจจะมีไรที่ไม่ธรรมดาบ้างนะครับ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
Tadang

ทู้นี้เยี่ยมทุกท่านพิเศษสุดพี่3ส.ของผมครับ 14

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0