บ้าดีเดือด!!!! ขนส่งฯ ออกมาตรการรถสาธารณะต้องสแกนไทยชนะ ไม่ใส่หน้ากากห้ามขึ้น

บ้าดีเดือด!!!! ขนส่งฯ ออกมาตรการรถสาธารณะต้องสแกนไทยชนะ ไม่ใส่หน้ากากห้ามขึ้น

ขนส่งฯ ออกมาตรการรถสาธารณะต้องสแกนไทยชนะ ไม่ใส่หน้ากากห้ามขึ้น

https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_5700454

9 ม.ค. 2564 - 18:12 น.
 
 
 

กรมการขนส่งทางบก ออกประกาศ เรื่อง มาตรการพึงปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารประจำทาง รถโดยสารไม่ประจำทาง และผู้ดำเนินการสถานีขนส่งผู้โดยสาร เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกได้ออกประกาศขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารประจำทาง รถโดยสารไม่ประจำทาง และผู้ดำเนินการสถานีขนส่งผู้โดยสารปฏิบัติตามมาตรการพึงปฏิบัติเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 เฝ้าระวังตรวจสอบการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวจากต้นทางหรือปลายทางที่มีประกาศห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้า - ออกพื้นที่ โดยให้ควบคุม กำกับ ดูแล ผู้ขับรถ ผู้ให้บริการ หรือพนักงานจำหน่ายตั๋วโดยสาร ตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนของผู้โดยสารทุกที่นั่ง หากพบว่าเป็นการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวที่ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัด ประกาศจังหวัด หรือประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดควรงดการให้บริการ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันแรงงานต่างด้าวเคลื่อนย้ายข้ามเขตพื้นที่จังหวัด

ข้อ 2 จัดที่นั่งหรือที่ยืนผู้โดยสารให้เป็นไปตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) โดยเว้นระยะที่นั่งหรือยืนห่างกันตามความเหมาะสม หรือติดตั้งอุปกรณ์ ฉากกั้นระหว่างที่นั่ง เพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัสหรือแพร่เชื้อโรคผ่านละอองฝอยสารคัดหลั่ง

ข้อ 3 จัดให้มีมาตรการคัดกรองผู้โดยสารและตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ก่อนขึ้นรถโดยสารหรือเข้าใช้บริการภายในสถานีขนส่งผู้โดยสาร

ข้อ 4 ไม่ยินยอมให้ผู้โดยสารที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าขึ้นรถโดยสาร และกำกับดูแลให้พนักงานขับรถหรือผู้ให้บริการ และผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา โดยให้ผู้ประกอบการขนส่งหรือผู้ดำเนินการสถานีขนส่งผู้โดยสารจัดให้มีหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ราคาประหยัดสำหรับผู้โดยสารหรือผู้ใช้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสาร โดยมีจุดจำหน่าย ณ บริเวณสถานที่จำหน่ายตั๋วโดยสาร หรือสถานีขนส่งผู้โดยสาร หรือจุดที่ประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมาก เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารให้สวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่อใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ

 

ข้อ 5 จัดให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคอย่างทั่วถึง และเพียงพอ

 

ข้อ 6 ให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” และควบคุม กำกับ ดูแล ผู้โดยสารลงทะเบียนเข้าใช้แอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” หรือแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” หรือกรอกแบบฟอร์มที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด เมื่อขึ้นรถโดยสารสาธารณะทุกคันในทุกเส้นทางการเดินรถ และให้พนักงานประจำรถตรวจสอบการสแกนแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” ด้วย

ข้อ 7 ให้ประชาสัมพันธ์และแนะนำผู้โดยสารและผู้ใช้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารติดตั้งและใช้แอปพลิเคชัน “หมอชนะ” ควบคู่กับการใช้แอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับการแจ้งข้อมูล ข้อแนะนำการปฏิบัติตนหรือคำเตือนเพื่อลดความเสี่ยงหรือหลีกเลี่ยงเข้าไปในสถานที่ที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

ข้อ 8 ให้ประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจ และรณรงค์แนะนำการปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) แก่ผู้โดยสาร ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์รูปแบบต่าง ๆ เช่น ป้ายประชาสัมพันธ์ แผ่นพับ จอ LED เสียงประชาสัมพันธ์ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสาร รถโดยสารสาธารณะ และสื่อโซเชียลมีเดีย เป็นต้น

ข้อ 9 ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนเกิดความตระหนักและให้ความร่วมมือ กรณีที่เคยเดินทางเข้าไปในพื้นที่ที่มีการพบผู้ติดเชื้อหรือพื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 5 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง และสมุทรสาคร ขอให้กักกันตนเองและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบุคคลอื่นเป็นระยะเวลา 14 วัน และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่แต่ละจังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยตรวจสอบจากคำสั่งจังหวัด ประกาศจังหวัด หรือประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเกี่ยวกับการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ของแต่ละจังหวัดก่อนการเดินทางได้ที่ www.moicovid.com ในหัวข้อ “ข้อมูลสำคัญ/จังหวัด” เลือกชื่อจังหวัดในแผนที่ แล้วเข้าเมนู “ประกาศ/คำสั่ง”

ข้อ 10 ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง นายสถานีขนส่งหรือผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสถานีขนส่ง พนักงานขับรถและผู้บริการปฏิบัติและให้คำแนะนำผู้ใช้บริการรวมถึงให้มีการควบคุม กำกับดูแล การให้บริการและการใช้บริการให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคตามที่จังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแต่ละจังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะสิ้นสุดการใช้บังคับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือมีประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    3

5 ความเห็น

 
ICT
คนแห่ชื่นชมพิมรี่พายก็ไม่ผิด
แต่โปรดรู้ไว้ว่า
มีคนทำมาก่อนพิมรี่พายตั้งหลายคนแล้ว
และประเด็นใหญ่ก็คือ
ยังมีผู้คนและชุมชนอีกมากที่ขาดแคลนทั้งปัจจัยสี่และสาธารณูปโภคพื้นฐาน
ส่วนมากเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่บนดอย
ตามตะเข็บชายแดนตะวันตก
ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีถนน ไม่มี...ฯ
คำถามคือ
รัฐไทยปล่อยให้เกิดสภาพนี้ได้อย่างไร?
ผู้นำสักกี่คนที่มองเห็นปัญหานี้?
อย่างไรก็ต้องยกเครดิตให้คุณทักษิณและหน่วยงานราชการหรือเอกชนที่พยายามช่วยเหลืออยู่บ้าง
แต่ก็ทำได้ในวงจำกัด
ตราบใดที่รัฐยังไม่กำหนดการแก้ปัญหานี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ
ยากที่จะแก้ปัญหานี้ได้อน่างครบวงจร
และที่สำคัญ
นักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐควรได้เห็นสภาพจริง
ไม่ใช่แค่รายงาน
แล้วท่านจะรู้ว่า"ความเหลื่อมล้ำ"คืออะไร
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    2
คุณรู้สึก ว้าว
 
619

ประชาชนไม่มีเงินจ่ายค่าอินเตอร์เนตรัฐบาลแก้ปัญหายังไงให้โหลดหมอชนะ ไทยชนะ?

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    3
 
3 ส

ใช่

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2
 
linchi

แล้วนายสานางสีที่ไม่เคยเห็นมือถือจะให้ไปอยู่ประเทศไหน

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    3
 
619

ประเทศไทยเวลาเกิดวิกฤติมักจะเรียกร้องให้ใช้เทคโนโลยี่มาช่วยครับแต่เวลาไม่เกิดวิกฤติก็กอบโกยให้จ่ายค่าอินเตอร์เนตถ้าหากประชาชนอยากจะเข้าถึงเทคโนโลยี่เด็กๆอยากมีความรู้เพิ่มเติมทัดเทียมกับเด็กชั้นนำ รร.ในกรุงเทพต้องมีแท๊บเล็ตสิ่งเหลานี้เวลาสถานการณ์ปกติพวกสักดินาจะกีดกันเพราะได้ผลประโยชน์ในการกอบโกย

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    4