บันทึก(ลับ)แก่งกระจาน ตอน: บ้านหัวหน้าอนุรักษ์ป่าหรือนี่ แถมอยู่ในเขตป่าสงวนฯ อีก? /อัพเดท

บันทึก(ลับ)แก่งกระจาน ตอน: บ้านหัวหน้าอนุรักษ์ป่าหรือนี่ แถมอยู่ในเขตป่าสงวนฯ อีก? /อัพเดท

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    2

19 ความคิดเห็น

 
akausa

ยกกรณี‘ใจแผ่นดิน’ชุมชนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ตัวอย่าง‘จัดฉากสร้างเรื่อง’โดยรัฐ

วันที่ 7 กันยายน 2562 รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว “Puangthong Pawakapan” เมื่อ 6 ก.ย. 2562 ยกกรณีอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก 3 ลำเมื่อปี 2554 ที่ในขณะนั้นภาครัฐอ้างว่าเข้าไปปฏิบัติการขับไล่กองกำลังติดอาวุธชาวกะเหรี่ยงจากประเทศเพื่อนบ้าน กระทั่งในเวลาต่อมาความจริงปรากฏว่าเป็นการขับไล่ชุมชนชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง นำมาสู่การต่อสู้ของ “ปู่คออี้” นายโคอิ มิมิ จนศาลปกครองตัดสินให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ชดใช้ค่าเสียหายแก่ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงที่ถูกเผาทำลายสิ่งปลูกสร้าง เป็นอุทาหรณ์การจัดฉากสร้างเรื่องที่หน่วยงานภาครัฐทำขึ้น ดังนี้

“รายงานนี้ดีมาก จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม หนังสือชี้ให้เห็นตัวอย่างของ ‘การสร้างข่าวปลอมเป็นชุด’ a series of fake news โดยรัฐ ที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมของประชาชน รัฐไทยถนัดเรื่องแบบนี้ แต่สื่อมวลชนมักตามไม่ทัน กลับช่วยกระจายและตอกย้ำ fake news นี่ไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายอย่างแน่นอน”

“คำนำหนังสือใจแผ่นดิน..เดือนกรกฎาคม 2554 เกิดเหตุการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ คือ เฮลิคอปเตอร์ 3 ลำของทหาร ตกบริเวณอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี นำไปสู่การเสียชีวิตถึง 17 คน ทั้งประเทศตกตะลึงต่อการสูญเสียบุคลากรครั้งใหญ่ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการสนธิกำลังในปฏิบัติการยุทธการตะนาวศรี ตามโครงการขยายผลการอพยพ ผลักดัน/จับกุม ชุมชนกลุ่มน้อยที่บุกรุกพื้นที่ ตามแนวชายแดนไทย-พม่า”

“โครงการนี้มีอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นเจ้าภาพปฏิบัติการยุทธการตะนาวศรีครั้งนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมจากเฮลิคอปเตอร์ตกแต่อย่างเดียว ระหว่างปฏิบัติการมีสื่อมวลชนโทรทัศน์เสนอภาพการเผาทำลายสิ่งปลูกสร้าง โดยข่าวอ้างว่าเป็นชนกลุ่มน้อยที่บุกรุกเข้ามายึดครองพื้นที่ในประเทศไทย ต่อมามีการปรากฏตัวตนของปู่คออี้ ชายชราวัย 100 ปี ที่ถูกเผาบ้าน และออกมาเรียกร้องสิทธิของตนเองและชุมชนดั้งเดิมที่ถูกเผาทำลายความชัดเจนและความจริงค่อยๆ ชัดและปรากฏขึ้นเรื่อยๆ”

“ข้อมูลที่ทางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกล่าวอ้างในยุทธการตะนาวศรี ปรากฏเป็น ‘ความเท็จ’ ในขณะที่ ‘ความจริง’ ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ข้อกล่าวอ้าง : เป็นชนกลุ่มน้อย กลุ่มกะหร่าง และเป็นกองกำลังชนกลุ่มน้อยติดอาวุธ KNU (Karen National Union) ความจริง : เป็นคนไทยดั้งเดิมเชื้อสายกะเหรี่ยง ที่เกิดและอาศัยอยู่ในพื้นที่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษ มีหลักฐานและเอกสารประจำตัวประชาชนคนไทยอย่างถูกต้อง”

“ข้อกล่าวอ้าง : บุกรุก แผ้วถาง อพยพจากนอกประเทศเข้ามา ความจริง : เป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม อาศัยในพื้นที่ที่เรียกว่า ‘ใจแผ่นดิน’ มาหลายร้อยปี มีหลักฐานชัดเจนปรากฏในแผนที่กรมแผนที่ทหาร ตั้งแต่ปี 2455 , ข้อกล่าวอ้าง : เป็นกองกำลัง สั่งสมอาวุธยุทโธปกรณ์ ความจริง : พบเพียงปืนแก๊ป อาวุธยิงสัตว์ขนาดเล็กตามวิถีชาวบ้านในป่า”

“ข้อกล่าวอ้าง : ทำไร่เลื่อนลอย ปลูกข้าวสะสมเสบียง สนับสนุนอาหารของกองกำลังชนกลุ่มน้อยติดอาวุธ ความจริง : ทำไร่หมุนเวียน ซึ่งรักษาสภาพแวดล้อม จนไร่หมุนเวียนของกะเหรี่ยงได้รับการประกาศเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติในปี 2556 ปลูกข้าวจำนวนเล็กน้อยไว้รับประทานในครอบครัว ตามวิถีชีวิตพึ่งตนเองและพอเพียง , ข้อกล่าวอ้าง : เผาทำลายเพิงพักชั่วคราว สิ่งปลูกสร้าง 98 หลัง ความจริง : เผาทำลายบ้านและยุ้งฉางของชาวบ้านทั้งหมู่บ้านรวม 98 หลัง เป็นบ้านที่มีเลขบ้านและทะเบียนบ้าน เดิมเป็นหมู่ที่ 7 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ต่อมาปรับเป็น หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี”

“เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการเผาหมู่บ้านดั้งเดิมของคนไทยร่วม 100 หลังทิ้ง โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยมีหลักฐานเป็นภาพข่าวจากสถานีโทรทัศน์ การใช้เฮลิคอปเตอร์ไปเผาทำลายคนดั้งเดิมเป็นภาพเรื่องจริง ทำนองเดียวกับภาพยนตร์อวตาร AVATAR ซึ่งออกฉายก่อนหน้าปฏิบัติการตะนาวศรีไม่ถึงปี ‘เขาทำเหมือนเราเป็นสัตว์’ ปู่คออี้พูดด้วยเสียงสั่นเครือ หลังได้ข่าวจากลูกหลานกลับมาจากไปดูบ้านและยุ้งฉางที่ถูกเผา เล่าให้ฟัง”

“ลุงดุ๊อู จีโบ้ง หนึ่งในชาวบ้านที่ถูกเผาบ้าน เล่าเหตุการณ์ให้ฟังด้วยความช้ำใจ เจ้าหน้าที่มาที่บ้านเป็นสิบคน มาตอนเย็น มีปืนมาด้วย มาไม่ได้บอกอะไรว่ามาทำไม มาบนบ้าน ค้นบ้าน รื้อของ ยังกับโดนลิงป่าขึ้นบ้าน เอาข้าวเปลือกไปล่อไก่ที่เลี้ยงไว้ให้ออกมากิน แล้วเอาก้อนหินขว้างและใช้ไม้ตี เลือกไก่ตัวใหญ่ๆ เอามาทำกินกัน แล้วก็จับจองที่นอนบนบ้านกันตามใจ”

“เช้ารุ่งขึ้น เขาไม่ได้บอกอะไรเลย อยู่ๆก็เห็นไฟเริ่มไหม้หลังคาบ้าน ต้องกระโดดหนีลงจากบ้าน มายืนดูบ้านถูกไฟเผา แล้วต้องหนีเข้าป่า ‘เจ้าหน้าที่บอกว่า ถ้าไม่ไปจะยิงทิ้ง’ ในปี 2555 ด้วยความช่วยเหลือของสภาทนายความ ปู่คออี้และลุงดุ๊อูพร้อมชาวบ้านที่ถูกเผาบ้าน ได้ยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชต่อศาลปกครองกลาง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและยืนยันความถูกต้องชอบธรรมของชาวบ้านและชุมชน”

“สังคมรับรู้ถึงความไม่เป็นธรรมและการต่อสู้ของชาวบ้าน ในวันสิทธิมนุษยชนสากล 10 ธ.ค. 2560 ปู่คออี้ได้รับรางวัลเกียรติยศ ‘ผู้อุทิศตนเพื่อสิทธิมนุษยชน’ ประจำปี 2560 จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในวันนั้น พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ หลานสะใภ้ปู่คออี้พร้อมชาวบ้านมารับรางวัลแทนปู่คออี้ที่ไม่แข็งแรง และนำคำพูดของปู่คออี้ที่ฝากมากล่าวในงานมอบรางวัลว่า เราไม่ได้โกงหรือแย่งชิงที่ดินของใครมา เพราะน้ำนมหยดแรก เราก็ดื่มที่นี่ ข้าวเม็ดแรก เราก็กินที่นี่ รอยเท้าแรก เราก็ย่ำที่นี่ เราอยากกลับไปอยู่ที่ใจแผ่นดินเหมือนเดิม”

“เป็นเวลาหกปีที่ปู่คออี้และชาวบ้านใจแผ่นดินต้องด้นดั้นเดินทางไปๆมาๆจากป่าแก่งกระจานเพื่อหาความยุติธรรม หวังอย่างเดียวว่าจะได้กลับบ้านเกิด ในวันที่ 12 มิ.ย. 2561 ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาว่า บ้านใจแผ่นดินและบางกลอยบนเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมของชาวกะเหรี่ยง

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    2
 
akausa

เปลือยใจ "ชัยวัฒน์" ผมไม่เคยสั่งเผา...บ้านปู่คออี้ l อีจัน Ejan

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    2
 
markpakma

ขอบคุณที่รวบรวมความจริงที่กระจ่างชัดมาให้คิดทบทวนกันครับ

คนดีมันรังแกชาวบ้านจนเคยตัวคิดว่าชาวบ้านไม่กล้าสู้ 

ยังรอว่าเมื่อไรคนพวกนี้จะถูกเปิดแบบนี้กันทั้งหมดเสียที

คนดีปลอม...ทั้งนั้น

ความดีกลับหัว..คนชั่ว โจรปล้นชาติเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นคนตัดสินคดีเอง. เป็นคนออกกฎหมายเอง

คนเสียสละทำเพื่อชาติกลายเป็นคนที่ต้องติดคุก

มันกลับทิศกลับทางไปหมด ประชาธิปไตยปลอม.. หลอกคนทั้งโลกได้ไม่หมดหรอก. มีแต่สลิ่มเท่านั้นที่หลอกได้

เพราะมันอ่านอะไรมันอ่านไม่ครบก็สรุปแล้ว.. ควาย

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

ตามบันทึกประวัติศาสตร์ รัฐไทยนี่แหละที่ไปฮุบเอาดินแดนเขามา...

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
3 ส

ติดตามครับ

งงงง

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    2
 
619

ไม้สวยดีจริงๆ  มันต้องแบบนี้สิว่ะอยู่กับป่าอยู่กับไม้จะไปใช้อิฐหินปูนได้ยังไงละ

มันต้องใช้ไม้ที่หายากไม้ที่ห่วงห้ามเอาไว้ใช้อยู่เอง  เจ้าหน้าที่ต้องทำตัวแบบนี้

ถึงจะถูกมีของใช้มีอำนาจอยู่กับมือควรใช้ให้เกิดประโยชน์ 14 

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    2
 
akausa

ไม่รู้ว่าหัวหน้าอุทยานทุกเขตจะมีบ้านแบบนี้หรือเปล่า....น่าจะมีการขุดคุ้นตรวจสอบนะ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
619

ผมว่าถ้าเป็นระดับหัวหน้าถ้ามีตำแหน่ง C8 ขึ้นไปควรจะอนุโลมได้นะไม่ว่าจะฆ่าคนตายหรือลักลอบขนยาเสพติด

ทำผิดกฎหมายแบบนี้เราควรจะให้อภัยและไม่ควรดำเนินคดีใดๆทั้งสิ้นนะครับ เพราะเขาอุสาสอบขึ้นมาเป็นระดับ

ใหญ่แบบนี้ได้ เขาจะต้องมุมานะแค่ไหนจะต้องอ่านหนังสือทำข้อสอบจะแตกฉาน  ผมเห็นด้วยนะที่ข้าราชการ

ระดับใหญ่จะมีไม้หรือของห่วงห้ามแบบนี้ไว้ในครอบครอง 

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    1
 
akausa

เปิดแผนที่ “ใจแผ่นดิน” พื้นที่เผาบ้านกะเหรี่ยงแก่งกระจาน

เรื่องนี้ ต้องกลับมาเท้าความกันใหม่ทั้งหมด มีพื้นที่ 2 จุด ในป่าแก่งกระจาน ที่ต้องทำความรู้จัก พื้นที่แรก เรียกว่า “บ้านป่งลึก – บางกลอย” คือ สถานที่ที่อยู่ในปัจจุบันของชาวกะเหรี่ยงกลุ่มนี้ อีกพื้นที่ คือ พื้นที่ ที่ถูกเผาบ้าน ที่นั่นเรียกว่า “บางกลอยบน” แต่ชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจาน เรียกว่า “ใจแผ่นดิน”

เปิดแผนที่ “ใจแผ่นดิน” พื้นที่เผาบ้านกะเหรี่ยงแก่งกระจาน

แต่ถ้ามาตีความในมุมของชาวกะเหรี่ยง จะได้ใจความที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ในมุมของชาวกะเหรี่ยง “พื้นที่บ้านโป่งลึก – บางกลอย” ไม่ใช่บ้าน แต่เป็นที่อยู่ใหม่ ที่ถูกจัดสรรให้ ซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการทำกินของพวกเขา

ส่วน “ใจแผ่นดิน” จุดที่ถูกเผา คือ บ้านเดิม หรือ บ้านจริงๆของพวกเขา แต่ที่มีบางช่วงที่ไม่ได้อยู่ เพราะถูกผลักดันลงมาอยู่ที่โป่งลึก – บางกลอย ดังนั้น ในมุมของชาว กะเหรี่ยง พื้นที่ ใจแผ่นดิน คือ บ้านที่แท้จริง ที่พวกเขาพยายามบอกว่า อยู่มานานกว่าร้อยปีแล้ว

เปิดแผนที่ “ใจแผ่นดิน” พื้นที่เผาบ้านกะเหรี่ยงแก่งกระจาน

อย่างที่เห็นว่าปัญหา คือ การตีความเรื่อง “ที่อยู่อาศัย” ทั้งคำว่า “เพิงพัก” กับ “บ้าน” โดยอุทยาน มองว่าการไปที่ใจแผ่นดิน คือการไปบุกรุกพื้นที่ใหม่ แต่ชาวกะเหรี่ยง บอกว่า ใจแผ่นดิน คือ บ้านเดิม แต่พวกเขาถูกผลักดันให้ลงมาที่โป่งลึก - บางกลอย ต่างหาก มาดูแผนที่นี้ นี่เป็นภาพถ่ายทางอากาศ ที่ทีมข่าว PPTV ได้มา เป็นพื้นที่ ที่ระบุพิกัดของจุด ที่บอกว่าคือ “ใจแผ่นดิน”

2 ภาพนี้ ภาพที่สีสด ถ่ายไว้เมื่อปี 2546 ส่วนภาพที่สีทึบ ถ่ายไว้เมื่อปี 2515 ซึ่งภาพถ่ายนี้ อาจกลายไปเป็นหลักฐานในอนาคตได้ เพราะปรากฏร่องรอยที่คล้าย หรือ อาจจะเคยมีการอยู่อาศัยหรือทำประโยชน์ ตั้งแต่ปี 2515 แต่นี่เป็นจุดสำคัญ เพราะ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ถูกประกาศตั้งเมื่อปี 2524 นั่นหมายความว่า หากพิสูจน์ได้ว่า “มีชุมชน” ที่ “ใจแผ่นดิน” ก่อนปี 2524 ก็อาจเป็นหลักฐานใหม่

แต่อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ก็ยืนยันมาตลอดว่า พื้นที่ตรง “ใจแผ่นดิน” หรือ “บางกลอยบน” เป็นพื้นที่ป่าสมบูรณ์ และคนที่เข้ามา เป็นการบุกรุก เปิดพื้นที่ใหม่ ซึ่งต่างจากข้อมูลที่ ทนายความของชาวกะเหรี่ยง อ้างถึง

เรื่องที่ถูกนำมาเชื่อมโยงกับประเด็นนี้ ยังมีเรื่องของบุคคลอีก 2 คน คนแรก คือ นายทัศน์กมล โอบอ้อม ซึ่งเป็นผู้ออกมาเปิดเผยเรื่องการเผาบ้านกะเหรี่ยงในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ให้สัมภาษณ์สื่อ และไปพูดในงานสัมมนาหลายเวที จนถูกติดประกาศ เป็นบุคคลที่ “ห้ามเข้า” อุทยาน และ นายทัศน์กมล ถูกยิงเสียชีวิตในรถเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2554 จนถึงวันนี้ ยังจับใครไม่ได้


อีกหนึ่งคน คือ “บิลลี่” หรือ นายพอละจี รักจงเจริญ ชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจาน ซึ่งเป็นหลานของ “ปู่คออี้” บิลลี่ เป็นชาวกะเหรี่ยง ที่เขียนและอ่านภาษาไทยได้ และเป็นผู้เขียนคำร้องต่างๆ ไปยังหลายหน่วยงาน ซึ่งต่อมา เขาหายตัวไป เมื่อ 17 เมษายน 2557 และยังไม่มีใครพบมาถึงปัจจุบัน ครั้งสุดท้าย ที่มีคนพบเห็นบิลลี่ ในวันที่หายตัวไป เขาอยู่กับ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในเวลานั้น แต่จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ใดๆ ว่า การหายตัวไปของนายพอละจี เกี่ยวข้องกับใครบ้าง


 
  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

“เราไม่ได้โกงหรือแย่งชิงที่ดินของใครมา เพราะน้ำนมหยดแรก เราก็ดื่มที่นี่ ข้าวเม็ดแรก เราก็กินที่นี่ รอยเท้าแรก เราก็ย่ำที่นี่ เราอยากกลับไปอยู่ที่ใจแผ่นดินเหมือนเดิม”

เป็นเวลาหกปีที่ปู่คออี้และชาวบ้านใจแผ่นดินต้องดั้นด้นเดินทางไปๆมาๆจากป่าแก่งกระจานเพื่อหาความยุติธรรม หวังอย่างเดียวว่า จะได้กลับบ้านเกิด

ในวันที่ 12 มิถุนายน 2561 ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาว่า บ้านใจแผ่นดินและบางกลอยบน เป็นชุมชนท้องถิ่นดั่งเดิมของชาวกะเหรี่ยง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการละเมิดต่อชาวบ้าน ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ชาวบ้านที่ฟ้อง

การต่อสู้ของชาวบ้านเพื่อชุมชนและความชอบธรรม แม้จะชนะในศาลปกครองสูงสุด แต่ยังไม่ได้กลับใจแผ่นดินบ้านเกิด ระหว่างการต่อสู้ ต้องสูญเสียอาจารย์ทัศน์กมล โอบอ้อม ที่ออกมาประสานงานและเรียกร้องความเป็นธรรมให้ชาวบ้านด้วยการถูกยิงเสียชีวิต

และเมื่อบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ หลานปู่คออี้ ลุกขึ้นมาเป็นแกนนำในการต่อสู้ต่อ ก็ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานควบคุมตัว และหายสาบสูญโดยไม่มีใครพบ

“ใจแผ่นดิน แผ่นดินใจกลางกะเหรี่ยงแก่งกระจาน” เป็นบันทึกประวัติศาสตร์การต่อสู้ของคนเล็กๆ ที่ห่างไกลที่สุด เพื่อรักษา “ใจแผ่นดิน” ดินแดนอันห่างไกล ลี้ลับ และศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา

ด้วยความหวังที่กลับใจแผ่นดินบ้านเกิด ใช้ชีวิตอย่างสงบ เรียบง่าย ในพื้นที่ป่า

และหวังให้รัฐและเจ้าหน้าที่ยอมรับเข้าใจในวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงและเคารพชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม

เรื่องใจแผ่นดินของชาวกะเหรี่ยง ทำให้ต้องกลับมาดู “ใจ” ของเราทุกคนว่า จะอยู่ร่วมกันใน “แผ่นดิน” นี้อย่างสงบสุขและเคารพซึ่งกันและกันอย่างไร

https://www.isranews.org/thaireform/thaireform-documentary/78140-kkk-781...

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
ชาติอนุรักษ์

เมื่อคนชั่วมีอำนาจ ปชช.ทุกหัวระแหงก็เดือดร้อน

เมื่อไหร่ประเทศนี้จะมีคนดีที่ไม่จอมปลอม มาดูแล ปชช.ให้ได้รับความยุติธรรมและพ้นจากเงื้อมมือ

ของคนชั่วที่เป็นข้าราชการได้สักที

คนระดับ ซี.8 ยังมีอำนาจล้นฟ้าชี้เป็นชี้ตาย ปชช. และยึดเอาทรัพยากรของชาติมาเป็นของตนเองได้ขนาดนี้ แล้วคนที่มีอำนาจมากกว่านี้จะขนาดไหน

ประเทศนี้ถ้ายึดทรัพย์ไอ้พวกขี้โกงเหล่านี้มาเป็นของประเทศ.....คงไม่ต้องเก็บภาษีจาก ปชช.ได้เป็นปี

...................

ผีบ้านผีเรือนของประเทศนี้คงไม่มีอยู่จริง จึงปล่อยให้คนชั่วมันเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด

เมื่อไหร่จะตื่นขึ้นมาเสียทีนะ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
619

ผมว่าคนฆ่าบิลลี่รีบร้อนเกินไปนะไม่ตรวจดูให้ถี่ถ้วนก่อนโยนถังลงแก่งกระจาน

น่าจะใช้เวลาพอดูกว่าที่ศพจะไหม้หมด  ศพอยู่ในถังน่าจะมีน้ำมันส่วนเศษไม้ก็หา

แถวๆนั้นแต่บังเอิญดันไปเหลือกระดูกบางชิ้นติดอยู่ในถัง ผมว่าเคสนี้น่าจะเป็นความอาถรรพ์

ของคำสาปกระเหรี่ยงจากปากปู่อออี้ก่อนตายแน่เลยนะ 

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
ไพร่รอนาย

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

ขอบคุณที่เอามาแจมครับ....คุณโด่งเขาก็วิเคราะห์ไว้ได้ดีทีเดียว...

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

คดี‘บิลลี่’ใกล้สิ้นสุด

วันที่ 11 กันยายน 2562 

คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

คดี‘บิลลี่’ใกล้สิ้นสุด – คืบหน้าเป็นลำดับ สำหรับคดีการสูญหายของบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ ผู้นำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

ที่พัฒนาจากคดีคนหายไปเป็นคดีฆาตกรรม หลังจากที่ดีเอสไอที่รับไว้เป็นคดีพิเศษ สามารถค้นเจอหลักฐานสำคัญ นั่นก็คือถังน้ำมัน 200 ลิตร ภายในบรรจุเถ้ากระดูก ที่ตรวจสอบแล้วพบว่าเชื่อมโยงกับแม่ของบิลลี่

เป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่า‘บิลลี่’เสียชีวิตแล้ว หลังจากถูกระบุว่าสูญหายนานกว่า 5 ปีนับตั้งแต่ปี 2557

นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายของนักท่องเที่ยวเมื่อปี 2559 ในจังหวะที่น้ำแห้งใต้สะพานแขวน ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

ก็ย้ำให้เห็นชัดเจนว่าถังดังกล่าวอยู่มานานแล้ว ไม่ได้มีใครสร้างสถานการณ์ เอาไปหย่อนน้ำอย่างที่มีความพยายามจะอธิบาย

หรือกระทั่งเรื่องความขัดแย้งกรณีภาพถ่ายกลุ่มลักลอบตัดไม้ ก็ดูจะเบาบาง หากเทียบกับปัญหาที่บิลลี่พยายามต่อสู้มาตลอด ในเรื่องการปฏิบัติต่อชาวกะเหรี่ยงอย่างไม่เป็นธรรม

โดยเฉพาะการเผาบ้าน เผายุ้งข้าวไล่ที่ออกจากพื้นที่บ้านเกิด จนกลายเป็นเรื่องราวฟ้องร้องต่อศาลในเวลาต่อมา

สำคัญกว่านั้น หากนำสำนวนของกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 ที่สืบสวนสอบสวนเรื่องดังกล่าวตั้งแต่ปี 2557

ก็ระบุชัดเจนแล้วว่า ไม่พบหลักฐานว่า ‘บิลลี่’ ถูกปล่อยตัวออกมาจากการควบ คุมตัวของเจ้าหน้าที่

แต่ครั้งนั้นเมื่อไม่พบศพ หรือหลักฐานที่ชี้ชัดว่าเสียชีวิต ก็เลยไปได้แค่คดีคนหาย

เมื่อหลักฐานเพิ่มขึ้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป!!?

ยิ่งไปกว่านั้น หากพิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้น จะเห็นได้เลยว่าเป็นการกระทำที่ เหิมเกริม ลุแก่อำนาจ ไม่ได้หวาดกลัวว่า เงื้อมมือของกฎหมายจะเอื้อถึง

ทำให้มีพยานที่เห็นเหตุการณ์ และวัตถุพยานถูกทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก

อยู่ที่ว่าเริ่มนับ 1 ถูกเมื่อใด พยานหลักฐานก็จะปรากฏขึ้นเรื่อยๆ ทั้งพยานบุคคล ภาพวงจรปิด หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์

จึงเป็นเรื่องยืนยันว่าอาชญากรไม่มีทางหนีรอดจากเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน

ที่เหลือก็แค่กลุ่มคนที่ตกกระไดพลอยโจน ก็ยังพอมีเวลากลับตัวพูดความจริง โทษหนักจะได้เป็นเบา

ไม่ต้องตายตกไปตามกันกับอาชญากร


https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/relevant/news_2874182

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

“สมศักดิ์” รมว.ยุติธรรม เผยกรมสอบสวนคดีพิเศษขอเวลา 3 เดือน สะสางคดีฆ่ายัดถังเผาบิลลี่-พอละจี รวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน ครบกำหนดในวันที่ 3 ธ.ค. นัดแถลงสรุปคดีทันที เชื่อว่าชุดสืบสวนปิดคดีได้แน่ กระทรวง ยธ.พิจารณาจ่ายเงินทดแทนดูแลและรับผิดชอบผู้เสียหายให้ครอบครัวของนายบิลลี่จำนวน 1.4 แสนบาท ด้านคดีดีเอสไอพูดคุยประสานข้อมูลกับอดีตรอง ผบก.สส.ภ.7 ตำรวจที่เคยรับผิดชอบสำนวนแล้ว

13 ก.ย. 2562

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1659510

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
big60

โลก โดยความเป็นจริงไม่ได้เป็นของไคร เป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่เกิดจากธรรมชาติเท่านั้น แผ่นดินบนโลก ธรรมชาติก็มีไว้เพื่อให้สิ่งมีชีวิตบนโลกแบ่งกันอยู่อาศัย ตามอัตภาพเท่านั้น

...

สิ่งมีชีวิตได เกิดจากที่ได อยู่อาศัยในที่ไดมาก่อน ก็ควรได้สิทธิ์อยู่อาศัยในแผ่นดินเกิดนั้น แต่ที่โลกถูกแบ่งแยกเป็นเขตแดน ก็เพราะสิ่งมีชีวิตที่มีอาวุธและจำนวนมากกว่า เข้ายึดครองหมด

...

สิ่งมีชีวิตที่ด้อยกว่าส่วนได ไม่ยินยอมให้รุกราน ก็จะถูกเข่นฆ่า โดยอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของแผ่นดิน ทั้งที่แผ่นดินก็ไม่เคยบอกว่าเกิดมาเพื่อไคร เจตนารมณ์จริงๆก็เพื่อให้แบ่งกันอยู่อาศัย

...

ความเดือดร้อนจึงเกิดแก่โลก ความสมดุลของโลกก็ขาดหาย เพราะสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ล้วนเป็นความสมดุลทางธรรมชาติที่สร้างมาเพื่อให้โลกคงอยู่ได้ ทำลายความสมดุล ก็เท่ากับทำลายตัวเอง

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
 
akausa

แผ่นดินล้านนาในอดีตก็ถูกสยามยึดครอง...คิดแล้วก็เศร้านะ...

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
619

คดีนี้ผมโฟกัสไปที่ปลาตัวใหญ่ไม่ใช่ปลาสิวปลาสร้อยนะ

ผมว่าจริงๆแล้ว dsi ทราบแล้วละว่าใครรวมกันฆ่าบิลลี่ dsi เขาเช็คอย่างนี้

เช็คจากคลื่นการติดต่อทางโทรศัพท์ของผู้ต้องสงสัยทุกคนย้อนหลังไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

มีการติดต่อพูดคุยอะไรกันบ้าง  เพราะเชื่อได้ว่าตัวใหญ่ชะลาใจคิดว่าศพสาบสูญไป

คงตามหาไม่เจอ ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นคดีฆาตกรรมได้

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0