นี่คือสภาพการณ์ใหม่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังเผชิญประสบ “ธนาธร” ลั่นสองทางเลือก “จะแก้รัฐธรรมนูญก่อน” หรือ “ไล่ประยุทธ์ก่อน” ?

นี่คือสภาพการณ์ใหม่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังเผชิญประสบ “ธนาธร” ลั่นสองทางเลือก “จะแก้รัฐธรรมนูญก่อน” หรือ “ไล่ประยุทธ์ก่อน” ?

09.00 INDEX บทบาท 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน จังหวะก้าว ประยุทธ์ กอ.รมน.
https://www.matichon.co.th/politics/news_1702114

แม้การร้องทุกข์ แจ้งความ กล่าวโทษต่อ 12 นักการเมือง นักวิชา การและผู้ดำเนินการเสวนา ณ ลานวัฒนธรรมปัตตานีของ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ

จะกระทำในฐานะได้รับมอบหมายจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วน หน้า

 

คล้ายกับจะเป็นเรื่องของ กอ.รมน.ภาค 4

คล้ายกับจะเป็นไปตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา นั่นคือ ผอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งเป็นของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 โดยตำแหน่ง

แต่ก็ต้องยอมรับว่า ผอ.รมน.ภาค 4 ย่อมขึ้นต่อ ผอ.รมน.ในส่วนกลาง นั่นก็คือ นายกรัฐมนตรี

เท่ากับทุกอย่างจะโยงไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เช่นเดียวกับการกระทำของ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ไม่ว่าในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แต่ในที่สุดแล้วก็อยู่ในความรับผิดชอบของผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

เพราะ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ดำรงฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจากฐานของตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

จึงมิได้เป็นเรื่องแปลกที่นอกจากจะมีตัวแทนพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย ปรากฏตัว

พร้อมกับ นายชัยเกษม นิติสิริ พร้อมกับ นายภูมิธรรม เวชย ชัย พร้อมกับ นายชูศักดิ์ ศิรินิล

การต่อสู้ครั้งนี้ของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงมิได้ต้องการปะทะกับ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผอ.รมน.ภาค 4 พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ตัวแทนกอ.รมน.ภาค 4

หากแต่เป้าหมายอย่างแท้จริงคือ ผอ.รมน. คือ นายกรัฐมนตรี คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ถามว่าในยุคคสช.เคยมีสภาพการณ์ทางการเมืองเช่นที่ปรากฏใน เดือนตุลาคม 2562 หรือไม่

ตอบได้เลยว่า ไม่มี และไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้

ตอบได้เลยว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า 1 มีรัฐธรรมนูญ 1 มีการเลือกตั้ง และ 1 มีสภาผู้แทนราษฎรอันมาจากการเลือกของประชาชน

นี่คือสภาพการณ์ใหม่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังเผชิญประสบ

 ........

................

.........................

“ธนาธร” ลั่นสองทางเลือก “จะแก้รัฐธรรมนูญก่อน” หรือ “ไล่ประยุทธ์ก่อน” ?
https://www.khaosod.co.th/politics/news_2952611

ครบรอบ 1 ปีเปิดรับสมัครชิกพรรค ‘ธนาธร’ ยักไหล่ ใส่คดีความที่ถาโถมใส่ พูดติดตลก เพิ่งรู้ว่าตัวเองเลวขนาดไหน ก็ตอนมาตั้งพรรค พร้อมให้เลือก ไล่ประยุทธ์ก่อน หรือแก้รัฐธรรมนูญก่อน

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 6 ต.ค. ที่พรรคอนาคตใหม่ จัดกิจกรรม “มาสิครับผมจะเล่าให้ฟัง” โดยธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เนื่องในวันที่เปิดรับสมาชิกพรรคครบรอบ 1 ปี ซึ่งเปิดให้สมาชิกพรรค และบุคคลทั่วไปเข้าร่วมรับฟัง ทั้งนี้ยังเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ของเพจ พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party

โดยภายในงานมีกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมงานแสดงความคิดเห็นผ่าน มัลติมิเตอร์ ที่เขียนคำผ่านการแสกน และส่งข้อความขึ้นที่จอโทรทัศน์ เช่น สู้ๆ พรรคน้อยร้อยคดี ทุกคนกั๊บ ฯลฯ และยังมีป้าย Yes-No แจกให้กับทุกคน เพื่อแสดงความเห็นต่อประเด็นต่างๆ ที่พูดคุยกัน ทั้งนี้นายธนาธร ใส่เสื้อยืดสีขาวที่เขียนข้อความว่า 6 ตุลาคม (20)19 ‘ไม่ลืม ไม่เกิดซ้ำ’ เพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ด้วย

ทั้งนี้ นายธนาธร กล่าวตอนหนึ่งว่า ตอนตั้งพรรคขึ้นมา เราให้ความสนใจกับคนรุ่นใหม่ เพราะคนรุ่นนี้โตมาในความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นสูง เช่น คนที่เพิ่งเรียนจบตอนอายุ 20 ปี จะเป็นคนที่เกิดในช่วงปี 2540 จะเจอกับเหตุการณ์การเมืองมากมาย การรัฐประหารสองครั้ง และการชุมนุมทางการเมืองใหญ่หลายครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าคนกลุ่มนี้จึงแสวงความรู้และอยากเห็นบ้านเมืองดีขึ้น ดังนั้น เราจึงให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก และทำนโยบายที่มาจากการศึกษาอย่างแท้จริง

หัวหน้าพรรคอนาคนใหม่ กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์ของพรรคอนาคตใหม่นั้น ส่วนตัวมองว่าเวลานี้มีพรรคการเมืองขึ้นมาหนึ่งพรรค และกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดไม่เคยมีคดีความทั้งแพ่งและอาญามาก่อน แต่พอตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาอยู่มาไม่ถึงปี โดนคดีไปประมาณ 20 คดี

“ทำให้ผมก็เพิ่งรู้ว่าผมเป็นคนเลวแค่ไหนก็ตอนมาตั้งพรรค แต่ผมคิดว่าพวกเราที่อยู่ที่นี้น่าจะเข้าใจกันดีว่าสิ่งที่พวกเรากำลังทำ คือ การท้าทายกับอำนาจที่ไม่เป็นธรรมและระบบที่ไม่เป็นธรรม จึงไม่ต้องแปลกใจที่ระบบนี้ต้องการที่จะล้มเรา เพราะการที่เรามีอยู่หมายถึงการสั่นคลอนความมั่นคงของเขา ดังนั้น พวกเขาต้องพยายามจะรักษาสถานะของตัวเองเอาไว้ และจำเป็นต้องจัดการกับเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”

“พวกเรามั่นใจมากว่าทุกคดีที่เกิดขึ้นเป็นคดีที่เกิดจากมูลเหตุและแรงจูงใจทางการเมืองที่จะทำลายกันทางการเมืองมากกว่าที่จะบอกว่าเราผิดตัวบทกฎหมายจริงๆ ดังนั้น จนถึงตอนนี้ผมมั่นใจว่าคดีทุกคดี ถ้าว่ากันตามกฎหมายจริงๆ จะไม่มีคดีไหนที่เอาผิดเราได้ คดีเรื่องเงินกู้ คนพูดไปต่างๆ นานา ถ้าใครเป็นนักบัญชีหรือนักกฎหมายจะรู้ว่าเงินกู้นั้นไม่ใช่รายได้

เพราะเงินกู้อยู่ในงบดุล ไม่ได้อยู่ในงบกำไรขาดทุน ถ้าคุณตีความว่าเรื่องนี้ผิด ผมอยากจะรู้ว่าต่อไปนักกฎหมายและนักบัญชีในประเทศนี้จะทำงานอย่างไร พังหมดเลยนะ คุณกำลังเอาเรื่องเดียวมาพังกระบวนการกฎหมายที่ใช้กันมาทั่วโลก ดังนั้น เรื่องนี้ผมพูดจริงๆ ผมยักไหล่ ผมเฉยๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่าเราทำการเมืองโปร่งใสและถูกต้อง”

นายธนาธร กล่าวอีกว่า เช่นเดียวกับ คดีหุ้นวี-ลัก เพราะบริษัทวี-ลักปิดไปตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2561 และนิตยสารสองเล่มสุดท้ายที่ทำอยู่ คือ นิตยสารที่ทำให้กับนกแอร์และธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นการรับจ้างผลิต ไม่ได้เป็นการทำสื่อ ตัวที่ทำสื่อจริงๆ คือ นิตยสาร Who ก็ปิดไปตั้งแต่สองปีที่แล้ว

และเรื่องนี้ก็ชัดเจนและเป็นที่เข้าใจในวงการกฎหมายและบัญชีตลอดว่าความสมบูรณ์ของธุรกรรมเกิดขึ้นเมื่อมีการจ่ายเงินและรับเงินและให้ใบหุ้น ธุรกรรมมันสำเร็จไปตั้งแต่แลกเปลี่ยนใบหุ้นแล้ว แต่จะไปแจ้งกระทรวงพาณิชย์เมื่อไหรมันเป็นคนละเรื่อง คุณดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศก็ทำแบบนี้ ถ้าไปตีความว่าธุรกรรมสำเร็จเมื่อไปจดทะเบียนพาณิชย์ สิ่งที่ผ่านมาทั้งหมดในประเทศไทยมันผิดหมด

“คุณกำลังเอาธนาธรเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ เพื่อบอกว่าต่อไปธุรกรรมจะทำสำเร็จต้องไปนับว่าเมื่อไปจดที่กระทรวงพาณิชย์ ผมไม่เชื่อว่าเขาจะเอากันถึงขนาดนี้ คุณกำลังทำลาย Convention ทางธุรกิจ หลักบัญชีและหลักกฎหมาย คุณกำลังจะทำให้มันพังลงมา ผมเชื่อว่าถ้าตีความตามกฎหมาย จะไม่มีคดีไหนที่เอาผิดเราได้” นายธนาธร กล่าว

ในช่วงสุดท้าย นายธนาธร กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เราเชื่อมั่นในความถูกต้องของพวกเรา อย่างคดีที่แจ้งความเอาผิดเราล่าสุดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมมั่นใจว่าสิ่งที่เราพูดไม่ใช่การแบ่งแยกและไม่ใช่การทำให้สังคมแตกแยกแต่รณรงค์ขั้นพื้นฐานที่ทุกคนในสังคมที่เป็นประชาธิปไตยควรจะต้องมีสิทธิ แต่เมื่อมีคดีมาเพิ่มอีกคดีก็ไม่เป็นไร ถือเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้

“ยืนยันว่าเราจะยังจัดเวทีต่อ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าเราไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ สังคมไทยไปต่อไม่ได้ เราเดินหน้าไม่ได้ หลังๆ มานี้ผมชักงงว่าไม่รู้ว่าจะต้องไล่คุณประยุทธ์ก่อนหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน ถ้าคุณไม่ไล่คุณประยุทธ์ก็แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ หรือคุณไม่แก้รัฐธรรมนูญก็ไล่คุณประยุทธ์ไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าจะเอาอะไรก่อนดี” นายธนาธร กล่าว

นอกจากนี้นายธนาธรยังได้พูดถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่เวียนมาครบรอบ 43 ปี ว่า เราควรเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำรอย การใช้ความรุนแรงของรัฐจนทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตของประชาชนในรูปแบบนี้ควรจบสิ้นเสียที จากนั้น ยังได้ให้ทุกคนยืนขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ และร่วมรับชมสารคดีเรื่องราวชีวิตของนักศึกษาที่เสียชีวิตด้วย

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

4 ความคิดเห็น

 
markpakma

ไล่ไปเถอะ.. คนส้นตีนแบบนี้...

ผมอายเพื่อนบ้านน่ะครับมีคนแบบนี้มานำพาประเทศในยุคนี้

มันคิดกันได้ไงไอ้คนบงการประเทศได้กลุ่มนั้นน่ะ

ขออภัยไม่ได้อ่านรายละเอียดนะครับ

แค่เห็นคำถามก็อยากตอบแล้ว

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ไอ่เห้ตูบ

โมโห

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
อ่างขาง

ตั้งธงกันใหม่ วางระบบกันใหม่ แต่ ตัวพระเอกยังคนเดิม

พระเอกที่ไม่ใช่ตัวคน แต่ เป็นองค์กร

นี่คือการเมืองใหม่ที่ พวกกะเหรี่ยง กำหนดไว้

เราต้องตามให้ทัน วันนี้เราไม่ได้สู้กับประยุทธ์ แต่เราสู้กับระบบประยุทธ์

ที่แม้ประยุทธ์จะละลายไปแล้ว มันก็ยังมีกระเหรี่ยงตัวอื่นมาแทนที่อยู่ดี

ประยุทธ์อาจจะนับถอยหลังแต่เราต้องเดินหน้า ต่อ

ดังนั้นถ้าจะเลือกประยุทธ์ไป กับเลือกแก้รัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าต้องแก้ ก่อน

ถ้าจะแก้ต้องแก้ให้หมด งั้นอย่าแก้ (นางเอ๋บอกไว้)

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
ชาติอนุรักษ์

ทำไปเลยพร้อมกัน.....ไม่จำเป็นต้องทำทีละอย่าง เสียเวลา

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0