นักฆ่าบนตึก DSI

8 ความคิดเห็น

ฉลามเขียว : นักฆ่าบนตึก DSI

http://www.voicetv.co.th/blog/513286.html

6 สิงหาคม 2560 เวลา 16:34 น.

 นักฆ่าบนตึก DSI

 นักฆ่าบนตึก DSI
บทความโดย ฉลามเขียว
คอลัมนิสต์ผู้ข้ามยุคจากกระดาษสู่สื่อดิจิทัล

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2559 ดีเอสไอ  ร่วมกันจับกุม  “นายธวัชชัย ผู้ตาย” ตามหมายจับของศาลอาญาในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และนำตัวไปควบคุมยังห้องควบคุมผู้ต้องหาที่ห้องควบคุมชั้น 6 อาคารดีเอสไอ 

โดยระหว่างการควบคุม ผู้ตายมีอาการหมดสติ มีถุงเท้ารัดอยู่ที่คอผูกติดกับบานพับประตูในห้องควบคุม ซึ่งเจ้าพนักงานที่ควบคุมอ้างว่าผู้ตายใช้ผูกคอ จึงทำการช่วยเหลือกู้ชีพเบื้องต้น และแจ้งโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และนำตัวส่งโรงพยาบาล ต่อมาผู้ตายถึงแก่ความตาย

โดยพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เจ้าหน้าที่นิติเวช เจ้าพนักงานอัยการ และพนักงานฝ่ายปกครอง ร่วมชันสูตรพลิกศพ พบว่า

สาเหตุการตายเกิดจากเลือดออกในช่องท้อง 
ตับแตกจากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก 
ร่วมกับขาดอากาศหายใจจากการผูกคอ

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า  เหตุและพฤติการณ์การตายเป็นอย่างไร ได้ความจาก นายชยพล หวานชะเอม, พ.ต.ท.ไพโรจน์ เล้ารัตนานุรักษ์ และนายสมมาส นาควงษ์  พยานผู้ใกล้ชิดเหตุการณ์ว่า ได้ควบคุมตัวผู้ตายมาโดยตลอด จนเวลาประมาณ 01.00 น. พบผู้ตายนั่งหมดสติอยู่ในห้องควบคุม มีถุงเท้ารัดบริเวณคอ และบานพับประตู จึงดำเนินการช่วยเหลือ และมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะมารับตัวทำการกู้ชีพ

แต่เมื่อพิจารณาสภาพศพผู้ตายตามเอกสาร  มีสภาพเป็นรอยแดงผ่านลูกกระเดือก ซึ่งได้ความจาก พ.ต.อ.นพ.อนุราช จิตศิล ผู้ตรวจพิสูจน์สถานที่เกิดเหตุว่า ร่องรอยดังกล่าวจะพบในกรณีที่ผู้ตายถูกผู้อื่นกระทำ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่ผูกคอตายนั้น จะพบรอยแดงบริเวณเหนือลูกกระเดือกรัดใต้คางพาดผ่านไปทางหลังใบหูทั้งสองข้าง

นอกจากนี้ นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้ตรวจชันสูตรพลิกศพ ได้เบิกความประกอบผลการตรวจพิสูจน์ พบบาดแผลช้ำบริเวณท้อง 3 แห่ง โดยบาดแผลดังกล่าวเกิดก่อนเวลาที่ผู้ตายจะถึงแก่ความตาย และเกิดจากของแข็งไม่มีคมกระแทก โดยมีแรงกระทำมากพอสมควร โดยเฉพาะบาดแผลบริเวณกลางท้อง จนทำให้เกิดรอยช้ำที่ขั้วลำไส้ ซึ่งจะมีผลทำให้ผู้ตายมีอาการเจ็บจุกเป็นอย่างมาก 

และพบว่า กล่องกระดูกเสียงหักทั้งสองข้าง ซึ่งเกิดจากการกดรัดบริเวณคอด้านหน้าตำแหน่งลูกกระเดือก

และยัง พบบาดแผลกดรัดบริเวณคอด้านหน้าขนาดกว้าง 0.5 เซนติเมตร  มีบาดแผลเฉียงขึ้นไปทางด้านหลัง น่าจะเกิดจาก มีวัตถุรัดคอผู้ตายในระยะเวลาเพียงเล็กน้อย 
ซึ่งถุงเท้าของกลางไม่น่าสามารถทำให้เกิดรอยรัดดังกล่าวได้

และจากบาดแผลฟกช้ำบริเวณคอและที่กระดูกกล่องเสียงที่หักนั้น ซึ่งโดยทั่วไปการผูกคอส่วนใหญ่ไม่สามารถเกิดรอยบริเวณกลางลูกกระเดือกได้ แต่การที่พบผู้ตาย มีกระดูกซี่โครงด้านขวาและด้านซ้ายหัก  นั้น จากการตรวจศพทำให้ทราบว่า เกิดก่อนที่ผู้ตายจะถึงแก่ความตาย  และอาจเป็นไปได้ว่าเกิดขึ้นและเข้ากับการปั๊มหัวใจในการกู้ชีพผู้ตาย

ส่วนที่พบว่ามีตับฉีกขาดมาก และมีเลือดออกในช่องท้องประมาณ 1,000 ซีซี ซึ่งอาการทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่สมดุลกัน การเลือกออกดังกล่าวทำให้ผู้ตายเกิดอาการช็อกหมดสติได้ และตับที่แตกอย่างรุนแรงก่อให้เกิดความเจ็บปวดมาก ซึ่ง  จากการตรวจสอบกล้องจุลทรรศน์แสดงว่าอาการตับแตกเกิดขึ้นก่อนเวลา 01.00 น. และการที่ตับแตกแบบรุนแรงสามารถสันนิษฐานได้ว่าผู้ตายน่าจะไม่มีแรงกระทำอย่างอื่นต่อไปได้

พยานผู้ตรวจพิสูจน์ดังกล่าวเป็นพยานคนกลาง ไม่มีส่วนได้เสียในคดี และเบิกความตามหลักวิชาการ จึงมีน้ำหนักรับฟังประกอบกันแล้วสันนิษฐาน  และมีคำสั่งว่า 

สาเหตุการตายเกิดจากของแข็งไม่มีคมกระแทก ตับแตก เลือดออกในช่องท้อง ร่วมกับการขาดอากาศหายใจจากการผูกคอ

เมื่อจากการไต่สวนไม่ปรากฏว่ามีบุคคลอื่นเข้ามาก่อเหตุโดยไม่ทราบแน่ชัดว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำ จึงอาศัยเหตุผลดังคำวินิจฉัยมีคำสั่งว่า ผู้ตายคือนายธวัชชัย อนุกูล ตายที่แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2559 เวลา 04.43 น. เหตุและพฤติการณ์ที่ตาย คือ สืบเนื่องมาจากถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกตับแตก เลือดออกในช่องท้อง ร่วมกันกับการขาดอากาศหายใจจากการผูกคอทำให้ตาย โดยยังไม่ทราบว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำ โดยระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติตามหน้าที่

กระผม นายฉลามเขียว ก็ขอให้ท่านผู้อ่านชาวไทยอ่านคำสั่งศาล  ผลการไต่สวนสาเหตุการตายของ “นายธวัชชัย อนุกูล”  ซ้ำๆหลายๆรอบนะครับ  ตัวผมอ่านหลายรอบมาก และตัวผมรอนานมากกว่าจะกล้าพาดหัวตั้งชื่อเรื่องว่า “นักฆ่าบนตึก DSI” สาเหตุที่ผมไม่กล้าก่อนหน้านี้เพราะกลัวเจ้าหน้าที่ของ DSI ฟ้องหมิ่นประมาท  ไปหาว่าการฆ่าเกิดขึ้นบนตึกของท่าน  แต่บัดนี้เมื่อมีคำสั่งของศาลออกมาเช่นนี้ก็เป็นที่ยุติแล้ว  มีคนอื่นทำให้ตาย  ผมก็ถือว่า เป็นการฆ่า

รอยแดงบนคอตรงกระเดือกเป็นเส้นเล็กๆมาก ขนาดแค่ 0.05  เซนติเมตร

ผมก็เชื่อว่า คนไทยหลายๆคนเคยดูหนังแอ็คชั่น ที่นักฆ่าจะถือลวดเส้นเล็กๆ  แทบมองไม่เห็น  ย่องเข้าไปด้านหลังเหยื่อ  แล้วตวัดลวดรัดคอหอยตรงลูกกระเดือก  ออกแรงรัดแป๊บนึง เหยื่อก็ชัดกระตุกและตาย  รัดคอจากด้านหลังด้วยลวดหรือเส้นเอ็นขนาดเล็ก  เหยื่อตายไวมาก

ผมจึงถือว่าคำสั่งศาลตรงที่ระบุว่า..มีวัตถุรัดคอผู้ตายในระยะเวลาเพียงเล็กน้อย...  เป็นสาระสำคัญ  ก็คือ  รัดคอแป๊บเดียวก็ตาย    

และในคำสั่งนี้  ทีมกู้ชีพ รวมทั้งหมอ ร.พ.มงกุฎวัฒนะ  ที่เกือบพากันซวยที่ตอนแรกมีใครก็ไม่รู้พยายามชี้นำว่า  ตับแตกเพราะปั๊มหัวใจ  ซึ่งผลจากการไต่สวนตามกระบวนการยุติธรรมระบุชัดว่า ตับแตกก่อนตี 1  ซึ่งทีมกู้ชีพมาถึงข้องขังบนชั้น 6 ตึก DSI เมื่อเวลา 01.25 น.  ก็หมายความว่า  ตับแตก กับการรัดคอเกิดขึ้นก่อนทีมกู้ชีพมาถึง และเกิดบนตึก DSI  นั่นแหละ  เพราะนับแต่ถูกจับธวัชชัยไม่ได้ออกไปไหนเลย

คดีพลิกอย่างแผ่นดินถล่มฟ้าทลายครั้งนี้ขอยกให้เป็นความดีของ “ณรงค์ชัย อนุกูล”  น้องชายของผู้ตาย  ซึ่งผมยกยอดับเบิลให้เลยนะครับ    ณรงค์ชัยพึ่งกระบวนการยุติธรรม  ตั้งแต่ร้องให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลขอไต่สวน  และศาลก็เปิดไต่สวน จนมีคำสั่งออกมาเมื่อ 4 ส.ค.2560  ทำให้การตายของธวัชชัย อดีตข้าราชการประจำกรมที่ดิน สำนักงานอ.ท้ายเหมือง จ.พังงา  เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2559 ชัดเจนว่า  คนอื่นทำให้ตาย  และเป็นการลงมือบนตึก DSI แน่นอนแล้ว ... ตับแตกก่อนตี 1

เพราะผมรู้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  เป็นผู้ชายที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศและ  เพราะผมรู้จากที่ท่านบอก พล.อ.ประยุทธ์ อ่านเองทุกเรื่องราวที่มีคนเขียนอยู่ในโซเชียลออนไลน์ทุกรูปแบบ  ผมจึงดีใจมากโดยเชื่อว่าข้อเขียนของผมนี้ท่านพล.อ.ประยุทธ์จะได้อ่านด้วยตัวเอง

คดี “บังฟัต” ถูกจับพร้อมทีมฆ่า โดยตำรวจกล่าวหาว่าฆ่าล้างครัว “ผู้ใหญ่วรยุทธ หลังสัง” แห่งหมู่ 1  ต.บ้านกลาง อ.ท้ายเหลือง จ.กระบี่  ตายหมู่ 8 คน  เป็นคดีอาชญากรรมร้ายแรงสะท้านกฎหมาย สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ ท่านพล.อ.ประยุทธ์ ให้ความสนใจ และใช้คำสั่งหัวหน้าคณะรัฐประหารของท่าน สั่งให้ทหาร ร.15 พัน 1 ไปจับพวกมันมา 9 คน  กักตัวไว้ในค่าย 7 วันตามอำนาจ คสช.แล้วส่งต่อให้ตำรวจ  ผู้คนทั้งแผ่นดินไทยสรรเสริญเยินยอพล.อ.ประยุทธ์ และให้คะแนน  อย่างนี้สิมันถึงจะเรียกว่าในสถานการณ์รัฐประหาร  

ซึ่งหากให้ตำรวจดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมปกติ จะต้องหาหลักฐานให้พร้อมจึงยื่นขอหมายจับ  ก็ไม่รู้จะนานแค่ไหน เพราะมันคดีอิทธิพล   ที่ผู้คนท้องถิ่นหวาดกลัว จึงยากมาก แม้การฆ่าหมู่รายนี้ทีมฆาตกรจะทิ้งหลักฐานไว้อย่างเรี่ยราดก็ตาม  แต่เพราะประเทศไทยมี พล.อ.ประยุทธ์  ก็ชั้วะ  วันนี้เอาตัวมาขังไว้ในเรือนจำได้ครบคนแล้ว

วันนี้  ฉลามเขียว จึงขอเขียนหนังเน้นๆให้ท่าพล.อ.ประยุทธ์อ่าน  ดังนี้ครับ

1.คดีฆ่าธวัชชัยด้วยการใช้ลวดเล็กๆรัดคอบนตึก DSI เมื่อคืน 29 ส.ค.2560  เป็นคดีฆาตกรรมที่ร้ายแรงเหนือกว่าคดีของ “บังฟัต” เพราะลงมือในสถานที่ราชการ ที่มีเวรยามหนาแน่น

2.การฆ่าด้วยการใช้ลวดเส้นเล็กๆรัดคอทิ้งร่องรอยไว้แค่แผลตรงกระเดือดรอยแดงขนาด 0.05 ซม.มองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น มันเป็นวิธีรการฆ่าของนักฆ่ามืออาชีพครับ

3. ธวัชชัย คือ ข้าราชการประจำที่ถูก DSI ดำเนินคดีฐานพัวพันการออกเอกสารสิทธิที่ดินป่าเขาในพื้นที่กระบี่ พังงา ภูเก็ต มากที่สุดในประเทศไทย กว่า 1.000 แปลง  ราว 500 ไร่  บรรดานายหัวผู้บงการได้โฉนดมูลค่านับหมื่นล้านบาทไปอยู่ในมือแล้ว  ผมจึงสันนิษฐานปมเดียว  นายหัวจ้างฆ่าปิดปาก

4.คดีนี้ตำรวจท้องที่ สน.ทุ่งสองห้อง ทำมาได้ดีแล้วครับ แต่ผมขอเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ดึงเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติ ออกคำสั่งไปทันที  ให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยเข้ารุม  ร่วมกันสะสางให้กระจ่าง  จับนักฆ่าให้ได้นั่นไม่ยาก เพราะหลังมีคำสั่งออกมาว่าธวัชชัยถูกผู้อื่นทำให้ตาย  ก็มีคนเตรียมการไว้แล้วจะสร้างฉาก  จับมา 1 คน รับสารภาพว่าเป็นคนทำให้ธวัชชัยตาย  โดยไม่ได้จงใจฆ่า   ซึ่งมันไม่ใช่นะครับท่าน  ก็มันรัดคอ...แล้วจะมาอ้อนว่าไม่ได้จงใจทำให้ตาย  ก็เป็นเรื่องที่ท่านหัวหน้าคณะรัฐประหารจะยอมไม่ได้  อย่าให้มันแหกตาซ้ำอีก  หลังจากที่แหกตามมามากมายแล้ว บอกว่าใช้ถุงเท้ายาวผูกคอตายกับบานพับประตูห้องขัง

5.การฆ่าครั้งนี้ “นายหัวมาเฟียฮุบที่ดินป่าที่ดินเขา” ในพื้นที่ภาคใต้บงการครับ  ผมเชื่อว่า ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ เอาจริงเหมือนสั่งให้ทหารจับ “บังฟัต”  ต่อให้พวกมันเป็นโคตรมาเฟียปักษ์ใต้  ก็ไม่รอดเงื้อมมือท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปได้

ถ้าพวกมันไม่ถูกโค่น ไม่ถูกจับเข้าคุก  ในยามที่ชาติบ้านเมืองไทยอยู่ในสถานการณ์รัฐประหาร  พวกมันก็จะฮุบที่ดินป่าต่อไปอย่างสำราญ

ฉลามเขียว
6 สิงหาคม 2560

คลิกอ่านข่าว คำสั่งศาล

+1
13
8ความคิดเห็น
หลวงพี่เตี้ย
หลวงพี่เตี้ย
07 ส.ค. 2017 - 04:53

ขนาดไปตายอยู่ในตึก  DSI  ก็ต้องเป็นคนใน  DSI  นั่นแหละที่ฆ่า     เรื่องง่ายๆ   .........  แค่ไปถามไอ้คนคุมก็รู้แล้ว    .....    ขำ 

+
11

big60
big60
07 ส.ค. 2017 - 05:08

สถานที่ตาย ก็เป็นสถานที่ราชการระดับกรม แถมเป็นกรมที่ใช้สอบสวนคดีพิเศษด้วย ไม่ใช่คดีธรรมดาทั่วไป การรักษาความความปลอดภัยและความลับ จึงเข้มงวดเป็นกรณีพิเศษ คนนอกจะเข้าไปได้อย่างไร แค่เดินเลาะก็โดนล็อคแล้ว (ยกเว้นกรณีของ กปปส. เคยเห็นบุกขู่ถึงตัวอธิบดี)

....

อีกอย่างที่น่าแปลกใจ ตอนเกิดการตายใหม่ๆ ทำไมคนในกรมนี้พยายามอย่างยิ่ง ที่จะบอกว่าฆ่าตัวตาย ทั้งๆที่สถานที่และวัตถุที่ใช้ฆ่าตัวตาย ไม่สมเหตุสมผลเป็นอย่างยิ่ง พอเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ ยังพยายามโยงไปหาการปั๊มหัวใจกู้ชีพว่า อาจเกิดจากการปั๊มหัวใจ ซึ่งมันก็ไม่สมเหตุสมผลอีก

...

ประการสุดท้าย ก่อนด่วนสรุปว่าฆ่าตัวตาย ทำไมไม่ทำการสอบสวนสาเหตุให้ละเอียดรอบคอบก่อน รีบด่วนสรุปแบบนั้นทำไม นี่ถ้าน้องชายเขาไม่ตามเรื่องชนิดกัดไม่ล่อย เขาไม่ตายฟรีหรือ มีเหตุผลอะไรจึงทำแบบนั้น ในเมื่อมีฐานะเป็นกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น ต่อไปคนจะหวังพึ่งอะไรได้

+
12

หลวงพี่เตี้ย
หลวงพี่เตี้ย
07 ส.ค. 2017 - 05:41

ยังมีคนหวังพึ่งไว้ใจให้ทำคดีวัดธรรมกายครับ     จะให้จับพระไปไว้ในตึกนั้น

 

แค่ได้ยิน    พวกวัดธรรมกายก็ขนหัวลุกแล้ว     เตรียมจัดงานศพได้เลย       เครียดจนฆ่าตัวตายแน่ๆ    .......   หัวเราะ

+
10

กิ๊กก๊อก
กิ๊กก๊อก
07 ส.ค. 2017 - 08:25

แล้ว โฉนดที่ เซ็นต์ออกให้ละ

มีการตรวจสอบหรือไม่

หรือ คนตายไปแล้ว 

โฉนดที่เซ็นต์ไป กลายเป็นถูกกฏหมาย

เอายังงั้น เหรอ...เศร้า

+
14

payai97
payai97
08 ส.ค. 2017 - 21:44

อันที่จริงคดีนี้..มีคนตั้งข้อสังเกต ตั้งข้อสงสัย

ในหลายๆประเด็น..ตั้งแต่เรื่องเกิดใหม่ๆ

 

แต่เพราะอะไรข้อสงสัยมากมาย..จึงไม่ได้รับการคลี่คลาย

เพื่อให้ผู้คนหายสงสัย DSI..แต่นี่เรื่องเงียบหายไปเกือบปี

มีเรื่องอื่นๆมากลบ จนชาวบ้านแทบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว..เพิ่งจะหยิบขึ้นมา งงกันสิ

+
4

Loading...