ทำไม ๆๆๆ

ทำไม ๆๆๆ

คุณโรมเปิดประเด็นตั๋วช้างในวงการตำรวจ
สื่อหลักไม่รายงาน
สถาบันการศึกษาไม่รับลูก
ทำไมๆๆๆ
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0

8 ความเห็น

 
ICT

лทม."" height="789" width="526">

ถ้าบักไผ่จะหนี มันหนีไปตั้งแต่เจอคดี 112 แล้วแต่มันไม่หนี
ถ้าบักไผ่รักสบาย ออกจากเรือนจำ คงไปเรียนต่อตปท. ตามที่ครอบครัววางแผนอยากให้ไปแต่มันไม่ไป
ไผ่เป็นนักต่อสู้ที่สุขุม หลักแหลมยึดแนวทางสันติวิธี ตอนนี้เดินเท้าเข้ากทม. 247.5 กม. อยากฝากทุกคนให้กำลังใจ ไผ่ กัน
  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT
ขอให้โชคดีกับการเดินประชาธิปไตยที่ยาวนานของคุณ
ขอให้โชคดีกับการเดินประชาธิปไตยที่ยาวนานของคุณ
 
อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน, กำลังยืน, ท้องฟ้า และถนน

  ·   ·

“แต่ในขณะที่ประชาธิปไตยอาจถูกฉุดรั้งไว้ได้ชั่วคราว ทว่าไม่เคยพ่ายแพ้อย่างถาวร"
แด่ทุกเนินเขาที่เราป่ายปีน • อะแมนดา กอร์แมน
  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT
3 ชม.  ·
มนุษย์ม็อบ : ทหารผ่านศึก ผู้หมดศรัทธา
พูดคุยกับผู้ร่วมชุมนุม #ม็อบ20กุมภา ประชาภิปรายไม่ใว้วางใจ จากรัฐสภาใหม่ เกียกกาย ซึ่งจัดโดยแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา
“หมดศรัทธา เห็นการลงมติเมื่อเช้าแล้ว ผมเห็นคนเห็นแก่ได้ไม่เห็นแก่ประเทศชาติไม่เห็นอนาคตของประเทศชาติไม่เห็นอนาคตของลูกหลานเลย ส.ส.บางคนขายตัวเห็นแล้วหมดศรัทธา แต่ผมว่าก็ทนไปไม่เกินสองปี ผมทำนายได้เลยว่า พลังประชารัฐจะค่อยๆ สาบสูญ เหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ค่อยๆ ร่อยหลอลง ประวัติศาสตร์มันเคยมี”
จ่าแดง ทหารผ่านศึก วัย 60 ปีเล่าความรู้สึกหลังจากทราบผลการลงมติเมื่อเช้านี้ แต่เขาก็มั่นใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาจะอยู่ครบ 4 ปี เพราะว่าประชาชนเองก็มือเปล่าไม่สามารถจะไปสู้ได้ ก็ต้องรอเลือกตั้งรอบหน้า
“สว.ก็จะรู้สึกเอง ประชาชนจะสั่งสอนและการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะแก้ได้ในสมัยหน้า ประยุทธ์อยู่มาถึงสองปีประชาชนเขารู้ว่าเขาอดอยากขนาดไหนทุกวันนี้บางบ้านไม่มีข้าวจะกินลำบาก คนจนเขาอยากมาก็มาไม่ได้เพราะไม่มีเงิน”
จ่าแดงบอกว่าตัวเขาเองก็ไม่ได้มาชุมนุมบ่อยหลังจากหยุดไปพักหนึ่งก็เพิ่งได้กลับมาเพื่อแสดงพลังให้รัฐบาลเห็นว่าควรจะคืนอำนาจให้กับประชาชนได้แล้ว แล้วเขาก็หวังว่าพรรคฝ่ายประชาธิปไตยชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้า
จ่าแดงบอกว่าตัวเขาขนาดเป็นทหารผ่านศึกก็ยังไม่เห็นด้วยกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เลยครองอำนาจมานานถึง 7 ปีและเห็นว่าควรจะสละอำนาจได้แล้ว เพราะตัวเขาเองถึงจะบำนาญกินก็เป็นเงินเล็กๆ น้อยๆ แค่พออยู่ได้เท่านั้น ซึ่งเขาก็เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมทั้ง 3 ข้อ แล้วก็ไม่เห็นว่าการที่เรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์จะเป็นการล้มล้างอย่างไร และสถาบันฯ ก็จะอยู่คงทนสืบไปถ้ามีการปฏิรูปให้ดีขึ้น
อ่านความเห็นของคนอื่นที่รวมชุมนุมได้ที่ : https://prachatai.com/journal/2021/02/91781
อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    0
 
ICT

การ์ตูน เซีย

การ์ตูน จ๊ะโอ๋

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT

ภูมิคุ้มกันรัฐบาลแห่งชาติ : ผลพวงอภิปรายได้เวลาฉีดวัคซีนต้านรัฐประหาร

https://www.thairath.co.th/news/politic/2036812

 

นับเป็นนักวิชาการอีกคนที่เดินอยู่บนถนนสายสันติวิธี มีข้อเสนอต่อสังคมเสมอถึงทางออกของประเทศในยามวิกฤติความขัดแย้ง

ไปแย้มมุมคิดของ ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ ศาสตราจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ถึงกลเม็ดผ่านด่านการเมืองนอกระบบ เพื่อเดินหน้าประเทศไทย

โดยอาจารย์สะท้อนให้เห็นว่า ในแง่นี้การอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วยให้ผู้คนได้รับรู้รับเห็นว่าสังคมที่เขาอยู่เป็นอย่างไร ถ้าสภาเป็นกระจกเงาสะท้อนความจริงในสังคม ก็เท่ากับว่าตอนนี้ความขัดแย้งกำลังถูกถ่ายเข้ามาอยู่ในรัฐสภา เพื่อให้ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้ถกเถียงกัน ถือเป็นเรื่องที่ดี

เพราะทุกสิ่งอย่างดำเนินอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ ระเบียบต่างๆที่ต้องปฏิบัติ เป็นกรอบคุมความขัดแย้งระหว่างฝ่ายต่างๆเอาไว้มิให้ระเบิดไปสู่ความรุนแรง อีกทั้งปัจจุบันระบบการเมืองแม้มีข้อจำกัดไม่น้อย แต่ที่เป็นอยู่ก็เปิดช่องทางให้พรรคการเมืองรุ่นใหม่ ได้นำเสนอข้อคิดความเห็น พร้อมคำอธิบายเบื้องลึกเบื้องหลังปัญหาด้วยประเด็นใหม่ๆที่แตกต่างไปจากเดิม ซึ่งไม่เคยพบเห็นกันมาแต่ก่อน

เป็นภาพสะท้อนความขัดแย้งในสังคมปัจจุบัน ทั้งความเชื่อ แนวคิด คุณค่า หลายสิ่งอย่างซึ่งกำลังเผชิญกันอยู่จริงๆระหว่าง “ของที่เป็นประเพณี” ในสังคมกับความคิดที่กำลัง “ตรวจสอบประเพณี” เหลานั้นในกรอบการเมืองรัฐสภา ในแง่นี้นับเป็นปรากฏการณ์ความก้าวหน้าของสังคมไทยมิใช่หรือ

เพราะความสำเร็จของสภาอยู่ที่สามารถถ่ายทอดสิ่งเหลานี้เข้ามา และให้สาธารณชนได้รับฟังติดตามทั่วประเทศ เท่าที่รับฟังการอภิปราย แม้จะมีการประท้วงเป็นระยะๆ แต่นั่นคือ “พลังที่ปะทุในสภา” ผู้ทำหน้าที่ประธานการประชุมก็พยายามทำหน้าที่ควบคุม ให้การประชุมดำเนินการต่อไปได้

ที่น่าสนใจต้องยอมรับว่าสังคมไทยขณะนี้เป็นอย่างนี้จริงๆ หากถามว่ามีทางออกหรือไม่ ถ้าไม่ตั้งความหวังมากจนเกินไป โดยตั้งความหวังแค่เข้าใจให้ได้ว่า การต่อสู้ในสภาสะท้อนความเป็นจริงในสังคม ก็ต้องถือว่า การเมืองระบอบประชาธิปไตยโดยรัฐสภาทำหน้าที่ของมันอยู่แล้ว แม้ภายใต้กฎเกณฑ์เช่นนี้ทุกคนรู้ว่าจะจบอย่างไร

การอภิปรายแบบนี้สุดท้ายนำไปสู่ทางออกของประเทศอย่างไร ควรคิดถึงทางออกอย่างรัฐบาลแห่งชาติหรือการรัฐประหารหรือไม่ นายชัยวัฒน์ บอกว่า กลไกของสภาเป็นทางออกอยู่แล้ว เราต้องเข้าใจการทำงานและให้โอกาสมันทำงาน

หากไปคิดถึงรัฐประหาร คิดถึงรัฐบาลแห่งชาติ

เป็นการคิดที่ไม่ให้โอกาสกลไกสภาทำงาน ไม่ให้ความจริงปรากฏ

เพราะเป็นการเอาอำนาจนอกระบบบางอย่างไปกดบังคับ ย่อมมีปัญหาใหญ่ตามมา เพราะทั้งรัฐบาลแห่งชาติและการรัฐประหาร ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา แต่เป็นการนำปัญหาอีกชุดหนึ่งโถมทับลงบนสังคมที่ประสบปัญหาสาหัสต่างๆอยู่แล้ว

แม้อาจดูเหมือนจะหยุดเรื่องต่างๆไว้ได้บ้าง แต่ก็เป็นการชั่วคราวไม่ใช่การแก้ปัญหายิ่งทุกวันนี้มันมีแนวโน้มทำให้แรงกดดันเพิ่มมากขึ้น เพราะตอนนี้ประเทศไทยมีปัญหาเยอะแยะไปหมด บางสิ่งอย่างก็ไม่เคยพบเจอมา

เช่น ปัญหาโควิด-19 โรคระบาดร้ายกาจนี้เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของมนุษย์ไปแทบหมดสิ้น คำถามคือโรคนี้มันฉลาด ปรับตัวกลายพันธุ์ วัคซีนอาจใช้ไม่ได้

ยิ่งกว่านั้นโรคระบาดนี้จะดำเนินไปยาวนานแค่ไหน ความยากจนย่อมต้องเพิ่มขึ้น คนไม่มีจะทำอย่างไร อาชญากรรมตามมา รัฐจะมีปัญหามากขึ้น ทรัพยากรที่รัฐเคยมีก็ไม่มี ภาษีอากรต่อให้ไม่โกงก็ลดลง เอางบประมาณที่ไหนมาจัดการปัญหาเหลานี้

เอาเข้าจริงสังคมไทยมีปัญหาอย่างอื่นอีกมาก ไม่ต้องไปคิดถึงการทำรัฐประหาร เอาแค่นี้ก่อน คนแก้ก็พยายาม แต่มันไม่ง่าย ล่าสุดนักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของไอเอ็มเอฟระบุว่า โรคโควิด-19 นี้จะหายก็ต่อเมื่อทุกประเทศหายหมด ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง

ตอนนี้โลกทั้งใบพัวพันกันอยู่จนปัญหาในที่หนึ่งย่อมกระทบในอีกที่หนึ่งชนิดที่เลี่ยงได้ยาก ยิ่งในประเทศอย่างเราที่เอาระบบเศรษฐกิจผูกไว้กับการส่งออกและการท่องเที่ยวมานานมากยิ่งมีเหตุที่ต้องกังวลมาก

ในเมื่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนลำบากยากแค้น

ปัญหาพวกนี้รุมสังคมก็ต้องหาวิธีจัดการพวกนี้

ไม่ใช่คิดจะเรียกร้องรัฐบาลแห่งชาติหรือถามหารัฐประหาร

เพราะจะยิ่งเป็นชนวน ทำให้เกิดการกดทับทางอำนาจมากขึ้น

จนที่สุดอาจสุมไฟจนระเบิดกลายเป็นความรุนแรงในสังคมไทยไปได้

ขณะนี้ทางออกของประเทศไทย ต้องให้กลไกของรัฐสภาเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไป ให้ฝ่ายค้านและรัฐบาลยังทำหน้าที่ได้พอสมควรตามรัฐธรรมนูญ

แน่นอนสุดท้ายรัฐธรรมนูญก็ต้องถูกแก้ตามที่มีเสียงเรียกร้อง แถมยังมีเสียงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก จะลาออกเมื่อไร
ก็เมื่อเงื่อนไขพร้อมมูลบีบให้ลาออก รวมถึงข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน ก็เป็นพัฒนาการที่น่าสนใจเพราะจากข้อเรียกร้องที่ไม่มีกติกาควบคุมในที่สาธารณะ มาถูกหยิบยกขึ้นมาพูดโดยมีกติกาควบคุมในสภาบ้าง ซึ่งอนุญาตให้พูดได้เท่านั้นเท่านี้ ทุกคนก็ทำตาม คนฟังก็รู้ ก็ดีแล้ว ถูกแล้ว

เหล่านี้คือการพัฒนาการของสังคมที่กำลังดำเนินไป ในแง่นี้สภาจึงเป็นกระจกสะท้อนความเป็นจริงของสังคมและช่วยระบายความอึดอัดต่างๆได้บ้าง ภายใต้รัฐธรรมนูญที่กำกับการทำงานของสภาอยู่ เพราะรัฐธรรมนูญทุกฉบับย่อมเป็นตัวสะท้อนสัมพันธภาพทางอำนาจที่เป็นอยู่ในแต่ละห้วงเวลา ไปมองหารัฐบาลแห่งชาติทำไม

ที่พูดมาทั้งหมดเป็นการมองโลกอย่างที่เป็นจริง ไม่ได้มองอย่างอุดมคติที่ทุกอย่างโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือสิ่งที่อยู่นอกสภาด้วย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเพียงม็อบราษฎรที่พยายามใช้การประท้วงเชิงสัญลักษณ์ซึ่งอยู่ในแบบสันติวิธีอยู่แล้ว ที่สำคัญคือถ้าสภาทำหน้าที่ตามสิ่งที่ควรจะเป็น แรงกดของม็อบราษฎรก็ไม่น่าจะเยอะ

แต่ถ้าแก้ปัญหาคนจน ชาวนาไม่ได้ ย่อมกลับมาที่การเมืองบนท้องถนน ดังที่อาจารย์ประภาส ปิ่นตบแต่ง ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับสมัชชาคนจนเคยอภิปรายว่า คนยากคนจนจากอีสานเขาต้องมาเดินขบวนบนถนน เพราะอำนาจของชาวบ้านอยู่ที่เท้า ปรากฏการณ์แรงหรือเบาในสังคมจึงขึ้นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในสภาด้วย

ถ้าตัวแทนประชาชนคือ ส.ส.ทำงานไม่ได้

อำนาจตัวจริงคือประชาชนก็ย่อมจะปรากฏตัว

ในแง่นี้สภาจึงควรเป็นพื้นที่การเปลี่ยนแปลงทางสร้างสรรค์และประคับประคองสถานการณ์ ไม่ให้เกิดความรุนแรง ความรุนแรงใช้ไปก็มีความสูญเสีย สังคมก็จะมีความโกรธเกรี้ยว เจ็บแค้น หยามเหยียดกันมากขึ้น เป็นตัวผลักให้การชุมนุมที่สร้างสรรค์และสันติหยุดลง ไม่อยากเห็นความสูญเสีย บาดเจ็บ เพราะส่งผลต่อการเมืองและสังคมในอนาคต

และระบอบรัฐสภามีปุ่มรีเซ็ตการเมืองใหม่อยู่แล้ว หากถึงทางตันจริงๆ

นายกรัฐมนตรีอาจยุบสภา หรือ ลาออก แต่ไม่ใช่รัฐประหาร

หรือวิธีอื่นอีก เช่นเมื่อไม่สามารถล้มรัฐบาลได้จากเหตุผลการโหวตลงคะแนนไม่ไว้วางใจ อีกไม่นานก็ต้องมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการไหลเวียนของอำนาจในสภาและรัฐบาลผสม ทุกสิ่งก็เปลี่ยนแปลงได้เสมอ โดยไม่ต้องคิดถึงการทำรัฐประหาร

เราอยู่กับประเพณีการใช้รัฐประหารเยอะไปหน่อย จนหลงคิดไปว่าเป็นวิธีปกติ ทำอะไรไม่ได้ก็ทำรัฐประหาร ถ้าเป็นยา ยาแขนงนี้หยุดอาการเท่านั้นไม่ได้รักษาโรค ยิ่งกว่านั้นยังเป็นยาพิษทำให้กระดูกกร่อน สมองบาดเจ็บประเทศแคระแกร็นไม่ไปไหน สั่งสมความไม่พอใจทั้งในหมู่ประชาชนและทหารมากขึ้น

เพราะการรัฐประหารเป็นการใช้ความรุนแรง

เพื่อหยุดนวัตกรรมสันติวิธีที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษย์

นั่นคือประชาธิปไตยแบบรัฐสภา.

ทีมการเมือง

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

11208

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ลุงแพะ

เพราะส่วนใหญ่เลือกข้างกันหมดแล้ว อย่าถามหานักสื่อสารมวลชนมืออาชีพในประเทศนี้ หากจะมีก็อยู่แบบกล้าๆ กลัวๆ ส่วนใหญ่เป้าหมายอยู่ที่ผลประกอบการทางธุรกิจและความอยู่รอดของกิจการ การเมืองในอดีตชี้ให้เห็นว่าสื่อด้านต่างๆ มีอิทธิพลต่อการเมืองไทยเป็นอย่างมาก จึงไม่แปลกที่นักการเมืองหรือแม้แต่ผู้มีอำนาจจะมีสื่อไว้ในครอบครอง และเจ้าของสื่อก็ใช้เป็นข้อต่อรองเพื่อแสวงหาประโยชน์สำหรับธุรกิจตน สังคมหรือประชาชนจึงไม่อาจคาดหวังให้สื่อใหญ่ๆ เป็นกระบอกเสียงหรือสนับสนุนข้อเรียกร้องต่างๆ ได้เลย ในยามที่ประเทศมีความเป็นประชาธิปไตย ก็พากันปากกล้าด่าเขาได้โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย หากถูกฟ้องบ้างก็บอกว่าถูกริดรอนสิทธิการเป็นสื่อสารมวลชน แต่ในยามนี้กลับพากันหัวหด ไม่กล้าแม้แต่จะนำเสนอข่าวความเคลื่อนไหวและข้อเรียกร้องของม็อบ ... แต่พอหันไปดูสื่อสารมวลชนของพม่า...ทำไมบทบาทพวกเขามันช่างไกลกันอย่างลิบลับกับของไทย ... เขาอยู่ข้างปชช.อย่างแท้จริง

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1