ถูกตอกหน้ากลับ “ไม่ใช่” !!!!!

ถูกตอกหน้ากลับ “ไม่ใช่” !!!!!

ชื่อพม่า ชื่อมหาชัย

https://www.thairath.co.th/news/politic/2010888

กิเลน ประลองเชิง13 ม.ค. 2564 05:01 น.
 

สุนทรภู่เกิดต้นกรุงรัตนโกสินทร์ หลังกรุงศรีอยุธยาแตกไม่นาน ตอนบวชพระอยู่วัดราชบูรณะ ล่องเรือไปถึงกรุงเก่า เห็นสภาพบ้านเมืองที่ถูกทิ้งรกร้าง...ก็อนาถใจ รำพึงไว้ตอนหนึ่งในนิราศภูเขาทอง

กำแพงรอบขอบคูก็ดูลึก ไม่น่าศึกอ้ายพม่าเข้ามาได้ ยังให้มันข้ามเข้าเอาเวียงชัย โอ้กระไรเหมือนบุรีไม่มีชาย

วลี “อ้ายพม่า” ย้ำสำนึกคนไทย...ที่อ่านประวัติศาสตร์แล้วรู้ว่า เราเสียกรุงให้พม่าถึงสองครั้ง พม่าคือศัตรูคู่ศึกสำคัญ ที่ดูเหมือนเป็นผู้ร้าย รุกรานย่ำยีบ้านเมืองเรา

แต่ความจริงแล้ว ทุกบ้านเมืองในสมัยโบราณ ก็เป็นเช่นพม่ากับไทย เมื่อเข้มแข็งกว่าก็รุกเอาเมืองเล็ก จนวันนี้ถ้าไปคุยกับคนลาว อ้างประเด็นบ้านพี่เมืองน้อง ก็จะถูกตอกหน้ากลับ “ไม่ใช่”

 

สำนึกลึกๆของลาว หรือเขมร กระทั่งญวน เคยเป็นเมืองขึ้นของไทย...ไม่ต่างกัน อย่างน้อยครึ่งหนึ่งก็เคยเป็นศัตรูคู่ศึกกัน...

มาถึงวันนี้ โลกก้าวหน้า คนทุกบ้านเมืองต่างเป็นมนุษย์เท่าๆกัน คนพม่าที่เข้ามาทำงานในไทยหลายล้าน ถ้าไม่มีอคติเรื่องชาติพันธุ์ ต่างก็เกื้อกูลกันและกัน ไม่ใช่พี่น้องก็เหมือนพี่น้อง

วันใด ที่ขาดแรงงานพม่า ไม่ว่าปัญหาแรงงานเรือประมง ในวันวาน หรือปัญหาลูกจ้างพม่าในตลาดกุ้ง หรือตลาดแรงงานทั่วไปวันนี้...กลไกธุรกิจเล็กใหญ่ สะดุด เดือดร้อนวุ่นวายกันไปทั้งบ้านเมือง

นี่คือตัวอย่างปัญหาจากมายาคติ ที่เราปลูกฝังกันมาเนิ่นนาน

แถวปากอ่าวแม่กลองบ้านผม ใช้แรงงานพม่ากว่าสามสี่สิบปี ด้วยสายตานักข่าวเด็กๆ ผมเคยคิดว่า พวกเขาเข้ามาแย่งแรงงานไทย...แต่ต่อมาผมก็รู้ว่าไม่ใช่ เพราะพม่ามาทำงานที่แรงงานไทยไม่ทำ

เรื่องเล่าที่เล่ากันจนเบื่อ ลูกจ้างพม่าคิดบัญชีรับเงินเดือนจากนายจ้าง...เอาบางส่วนซื้อสร้อยทองใส่คอ ที่เหลือใส่กระเป๋า อีกชั่วโมงสองชั่วโมง ก็เดินร้องไห้กลับบ้านนายจ้าง

บอกว่า หมดแล้วๆ ถูกตำรวจยึดเอาไปหมดแล้ว

นี่คือเรื่องอนาถ เรื่องเศร้า ที่ค่อยๆเปลี่ยนความรู้สึกที่เคยคลางแคลงมาเป็นความเห็นใจความเข้าใจ

จนวิกฤติโควิด-19 รอบสอง โรคกลัวพม่าจากมหาชัย ลามมาถึงแม่กลอง เรื่องเล่าเรื่องนี้เกิดแถวอัมพวา ลูกจ้างพม่าถือเงินมาซื้อก๋วยเตี๋ยว แม่ค้าไม่ขายให้ เรื่องนี้เป็นประเด็นถกเถียงกัน

วันต่อมา พม่าซื้อของกินได้ เธอถึงกับร้องไห้ ยกมือไหว้แล้วไหว้อีก

อคติเหลวไหล ที่ทำร้ายความรู้สึก ถ้าลุกลามต่อไป จะทำลายวงจรธุรกิจการค้าสิ้นเชิง ไม่น่าจะเกิดขึ้นเลย หากใช้สติยั้งคิด ใช้ปัญญาพิจารณา เจ้าเชื้อโรคมหาชัย มาเกาะติดอยู่ในคนมหาชัย ถ้วนทั่วทุกตัวคนไปได้อย่างไร

เชื้อพม่าที่อคติว่าแรง บวกเชื้อมหาชัยเข้าไปว่าแรงยิ่งกว่า...ถือเป็นเวรเป็นกรรมแล้ว

เชื้อโรคระแวง...เพราะความรักตัวกลัวโรคเกินจริง ที่เกิดจากคนบางกลุ่ม ร้ายแรงน่ารังเกียจยิ่งกว่า

ช่วงแรกที่มีการดำริสร้างโรงพยาบาลสนามที่ตลาดกุ้ง...มีคนต่อต้าน ผู้ว่าฯมหาชัย...ตอนนั้นท่านยังไม่ติดเชื้อโควิด-19 ท่านพูดทั้งน้ำตา...ขอร้องให้เลิกต่อต้าน

โรงพยาบาลสนาม เป็นกระบวนการสำคัญ ที่จะสู้กับโรคนี้ได้ เคราะห์ดี ที่วันนี้ มหาชัยมีโรงพยาบาลสนามแห่งที่สี่ ทุกแห่งสร้างขึ้นด้วยความร่วมแรงร่วมใจจากหลายฝ่าย ฝ่ายรัฐ นายทุน และลูกจ้าง

ผมดูข่าวโรงพยาบาลสนามแห่งที่สี่ ที่ตำบลพันท้ายนรสิงห์ แล้วก็ชื่นใจ เมื่อใช้ปัญญาผ่าทะลุมายาคติความรักตัวกลัวตายเกินจริงได้แล้ว โอกาสที่เราจะชนะกับสงครามนี้ ยังพอมีให้เห็น

วันนี้ ตัวเลขเจอคนป่วยด้วยเชื้อนี้ กำลังจะลดลง ชื่อพม่า ชื่อมหาชัย กำลังกลายเป็นชื่อที่ฟังดูดี ชื่อที่นำชัย

ผมตั้งความหวัง อีกไม่นาน ชื่อพม่า จะถูกโยงกับคำว่า “พี่น้อง” เชื่อมความรักไว้ดีกว่า

เหมือนชื่อมหาชัย กับท่าฉลอม ในเพลงของชาลี อินทรวิจิตร ที่ฟังเมื่อไรก็รู้ซึ้งถึงความรักของผู้คนด้วยกัน.

กิเลน ประลองเชิง

******

*********

**************

 

หน้าที่ของ ส.ส.ฝ่ายค้านในระบบสภาฯ คือติดตามตรวจสอบการทำงานบกพร่องผิดพลาดของรัฐบาล การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือเครื่องมือตรวจสอบรัฐบาลอย่างสำคัญ!!

รัฐธรรมนูญมาตรา 154 กำหนดให้ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีได้ปีละครั้งเดียว

ขณะนี้เหลือเวลาอีก เดือนครึ่งสภาผู้แทนฯจะปิดสมัยประชุมสามัญ

ฝ่ายค้านต้องใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก่อนสภาปิดเทอมยาว

 

ถ้าฝ่ายค้านไม่ใช้สิทธิอภิปรายไม่ไว้วางใจ เท่ากับฝ่ายค้านเจตนาละเว้นไม่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน!!

ฝ่ายค้านจะโดนประชาชนอภิปรายไม่ไว้วางใจเสียเอง!!

เรื่องมันวนเป็นงูกินหางอย่างนี้แหละโยม

“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยที่ 6 พรรคฝ่ายค้าน ซึ่งมีพรรคเพื่อไทยเป็นหัวขบวน จะยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแต่เนิ่นๆ

เพื่อให้รัฐบาลมีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้าหนึ่งเดือนเต็ม

หากวิกฤติโควิดระบาด ทำให้ไม่สามารถเปิดประชุมสภาตามปกติจนถึงกำหนดปิดสมัยประชุมปลายเดือนกุมภาพันธ์

ญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ฝ่ายค้านยื่นจองกฐินไว้ตามมาตรา 154 ของรัฐธรรมนูญยังคงมีผลต่อไป

สามารถเปิดประชุมสภาฯ นัดพิเศษได้ตามกติกา

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าวันที่ 15 เดือนนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านต้องตัดสินใจร่วมกัน 3 ประเด็น

1.จะซักฟอกรัฐมนตรีกี่คน?

2.จะซักฟอกประเด็นใด?

3.จะใช้เวลาอภิปรายกี่วัน?

มีข่าวว่าพรรคฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯลุงตู่ และรัฐมนตรีหางเครื่องอีก 3 คน

จะใช้เวลาซักฟอกมาราธอน 7 วัน 7 คืน!!

เป้าหมายจะขยี้รัฐบาลที่ปล่อยให้มีขบวนการค้ามนุษย์ ลักลอบขนแรงงานติดโควิดเข้ามาระบาดรอบ 2 ในบ้านเรา ปล่อยให้มีบ่อนพนันเต็มบ้านเต็มเมือง เป็นซุปเปอร์สเปรดเดอร์แพร่เชื้อโควิดไปติดคนอื่นเพิ่มอีกกว่าห้าพันคน ฯลฯ

“แม่ลูกจันทร์” ไม่อยากขัดคอ แต่กระชุ่นฝ่ายค้านให้คำนึงถึงหลักทฤษฎี 2 ย.

หนึ่งอย่าเยอะ

สองอย่ายาว

ประการแรก ฝ่ายค้านไม่ควร จับปลาหลายมือ ไม่ควรอภิปรายรัฐมนตรีหลายคน

จัดหนัก “นายกฯลุงตู่” คนเดียวเหลือพอ

เพราะ “นายกฯลุงตู่” เป็น “วันสต็อปเซอร์วิส” เป็นศูนย์กลางทุกปัญหาของรัฐบาล

ประการที่ 2 ประเด็นซักฟอกรัฐบาลอย่าเยอะเป็นน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งลอยคอ ควรเฟ้นประเด็นเด็ดๆ ประเด็นเบิ้มๆมาอภิปราย

จะแซ่บอีกหลีกว่าแกงจับฉ่ายหม้อโต!!

ประการที่ 3 ควรใช้เวลาอภิปรายซักฟอกไม่เกิน 3 วัน 3 คืน เพราะการอภิปรายยืดเยื้อยืดยาวชาวบ้านเบื่อฟัง

คนไทยยุคนิวนอร์มอลดิจิทัล 5 จี ไม่ชอบฟังอะไรยาวๆ.

"แม่ลูกจันทร์"

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    4
  • เศร้า
    2

1 ความเห็น

 
3 ส

ท่าฉลอมกับมหาชัย

KISS

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    6
คุณรู้สึก ว้าว