ถึงเวลา กลับไม่ทำ.

ถึงเวลา กลับไม่ทำ.

ปิดสนิท 21 วัน

แม่ลูกจันทร์21 มี.ค. 2563 05:03 น.
 

ไวรัสโควิด-19 เขย่าโลกมีต้นกำเนิดจากเมืองอู่ฮั่น ก่อนแผลงฤทธิ์ไปติดคนทั่วโลกจนงอมพระราม

ล่าสุด ยอดผู้ติดไวรัสในแผ่นดินมังกร...เหลือศูนย์ราย!!

แสดงว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ปราบไวรัสอยู่หมัด ภายใน 2 เดือน

กลับมาที่เมืองไทย ตัวเลขผู้ติดไวรัสโควิด-19 เพิ่มใหม่อีก 60 รายในวันเดียว ยอดผู้ป่วยสะสมกระโดดผางเป็น 272 คน (ข้อมูล 19 มีนาคม)

ผู้ติดไวรัสใหม่ 60 ราย ถ้าแยกหลวมๆแบ่งได้เป็น 6 กลุ่มคือ

1,กลุ่มใหญ่ที่สุดที่ติดไวรัสกันอุตลุดนุงนังยังเป็นกลุ่มสนามมวยเพิ่มมาอีก 12 คน

2,กลุ่มสถานบันเทิง เริ่มมาแรงแซงเพิ่มใหม่อีก 14 ราย มีทั้งดีเจ พนักงานทำความสะอาด พ่อครัว แคชเชียร์ ลูกค้าทั้งขาประจำและขาจร

3,กลุ่มลูกเรือ พนักงานสายการบินและผู้ใกล้ชิด 12 ราย

4,กลุ่มที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมศาสนาที่มาเลเซียอีก 5 ราย

5,กลุ่มที่เดินทางกลับจากไต้หวัน อิตาลี ฝรั่งเศส อังกฤษ อินเดีย อิหร่าน ญี่ปุ่น เยอรมนี ติดไวรัสกลับมาอีก 9 ราย

6,กลุ่มที่ทำงานใกล้ชิดกับชาวต่างชาติอีก 8 รายมีทั้งครูพี่เลี้ยงเด็ก พนักงานเคาน์เตอร์เช็กอิน เทรนเนอร์ฟิตเนส และผู้สื่อข่าวอีก 1 คน

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการแพร่ระบาดไวรัสหลากหลายกระจัดกระจาย จับต้นชนปลายไม่ได้ว่าใครติดใครอย่างชัดเจน

ข้อมูลจำนวนผู้ติดไวรัสใหม่ที่เพิ่มขึ้นอีก 60 คน ยังไม่รวมนายตำรวจติดตาม “ดร.อุตตม สาวนายน” รมว.คลัง อีก 1 นาย

ยังไม่ได้รวมเจ้าหน้าที่ตำรวจ นครบาลที่ติดไวรัสอีก 9 นาย

ยังไม่รวมจำนวนผู้ติดไวรัสนอก กทม. และปริมณฑล เช่น จังหวัดเชียงใหม่ ยืนยันผู้ติดไวรัสแล้ว 7 คน ชลบุรี 6 คน ฉะเชิงเทรา 4 คน ระยอง 2 คน โคราช 2 คน ฯลฯ

“แม่ลูกจันทร์” ประเมินจากจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสวันต่อวันเพิ่มขึ้นเท่าตัว

ประเมินจากอาชีพ และแหล่งที่มาของผู้ติดไวรัสที่เชื่อมโยงไม่ถึงกัน ฯลฯ

บ่งชี้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดในประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ “ขั้นที่ 3” แล้วโดยพฤตินัย

แต่รัฐบาลยังไม่ประกาศเป็นขั้นที่ 3 อย่างเป็นทางการ

ยังพยายามยื้อให้การระบาดอยู่ใน “ขั้นที่ 2” อย่างเดิม

“แม่ลูกจันทร์” ยํ้าว่าเมื่อสถานการณ์แพร่ระบาดขึ้นไปขั้น 3 รัฐบาลต้องเร่งปรับแผนรับมือไวรัสระบาดให้สอดคล้องกับความเป็นจริง

เพื่อให้สามารถสยบการระบาดของไวรัสตัวแสบได้รวดเร็ว

ล่าสุด มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และเครือข่ายประชาชน 48 องค์กร ได้ยื่นหนังสือด่วนถึงรัฐบาลให้ประกาศการแพร่ระบาดเป็นขั้นที่ 3 โดยเร็ว

ให้รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน สั่งปิดประเทศ ปิดเมือง ปิดบ้าน เป็นเวลา 3 สัปดาห์

สั่งห้ามการเดินทางเข้าออกประเทศชั่วคราว

ให้ประชาชนอยู่บ้าน หรือทำงานที่บ้านเป็นเวลา 21 วัน

และให้รัฐบาลอัดฉีดเงินชดเชยการหยุดงานหรือการปิดกิจการของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบทุกราย

ภาคประชาสังคมเขายื่นข้อเรียกร้องมาอย่างนี้ นายกฯลุงตู่ จะว่าอย่างไร??

ถ้ามั่นใจมาตรการที่รัฐบาลใช้อยู่ก็เดินหน้าต่อไป

แต่ถ้าไม่มั่นใจ...

จะทบทวนอีกครั้งก็ยังไม่สายนะโยม.

"แม่ลูกจันทร์"

https://www.thairath.co.th/news/politic/1799778

การ์ตูน เซีย

 

คาบลูกคาบดอก : สมควรใช้ยาแรง

หมัดเหล็ก21 มี.ค. 2563 05:06 น.
 

กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธานควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัส โควิด–19 ยังไม่ประกาศยกระดับการแพร่ระบาดของโรค อยู่ในระยะที่ 3 ทั้งที่บรรดานายแพทย์ที่อยู่ในโรงพยาบาล ได้พบกับผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยและผู้ที่เดินทางมาตรวจเชื้อไวรัส ในแต่ละวันออกมาประกาศว่าจะรับมือไม่ไหวแล้ว เนื่องจากมีผู้ติดต่อขอเข้ารับการตรวจและขอรับการรักษาแน่นโรงพยาบาลวันละหลายร้อยคน เครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ในการป้องกันและการรักษาก็ยังไม่พร้อม รวมทั้งหน้ากากอนามัยที่จะใช้ทางการแพทย์ และแจกให้กับผู้ที่มาติดต่อกับโรงพยาบาลยังไม่พอเพียง สุดท้ายเลยกลายเป็นแหล่งรวมโรค

จะหลอกตัวเองไปถึงไหน

ในระยะนี้เกือบทุกประเทศที่มีผู้ติดเชื้อ ยอมปิดประเทศกันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย สิงคโปร์ แม้แต่ สปป.ลาว ที่อยู่ติดกับบ้านเราก็ปิดพรมแดนทั้งหมด

มีแต่ประเทศไทยที่ยังเปิดรับตลอดเวลา ถ้ารัฐจะอ้างว่ามีการเข้มงวดตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ทำได้เต็มร้อยหรือไม่ อาทิ ตามข่าวที่ จ.พิษณุโลก ผู้ว่าราชการจังหวัดเรียกประชุม ผู้เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการ แจ้งถึงประกาศของมหาดไทยให้งดใบอนุญาตเปิดบ่อนชนไก่ สนามมวย สถาบันกวดวิชา งานคอนเสิร์ต กิจกรรมทางศาสนา ส่วนโรงแรม สถานที่พัก ร้านอาหารให้เปิดได้ แต่ต้องผ่านการคัดกรอง

แต่ในส่วนของ ผับ บาร์ ปรากฏว่ามีผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ก็เลยไม่มีการสั่งปิด เป็นต้น ใน กทม.เองก็เถอะ หน้าหน่วยงานตำรวจแท้ๆยังเปิดกันครื้นเครง คำถามก็คือ การเข้าสู่ มาตรการลดความเสี่ยงทำได้เต็มร้อยหรือไม่ ถ้าไม่มีการประกาศยกระดับเป็นระยะที่ 3

ถ้าไม่ยอมใช้ยาแรง

ในเวลาเดียวกันการประกาศปิดผับ ปิดบาร์ นวดแผนโบราณ ฟิตเนส สถานบันเทิง กลายเป็นการกดดัน ผู้มีรายได้น้อย คนที่มีรายได้เป็นรายวันไม่มีเงินเดือนประจำ ต้องหาเช้ากินค่ำโดยตรง ไม่ต้องถึง 2 สัปดาห์ แค่สัปดาห์เดียวก็เลี้ยงไม่โตแล้ว

ที่ สหรัฐฯ ก่อนที่จะประกาศปิดเมือง ประธานาธิบดี ทรัมป์ แจกเงินให้ชาวบ้านทันที 1 พันเหรียญ เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะตามมาและทำให้มาตรการได้ประสิทธิภาพมากขึ้น ต่อมาก็ อนุมัติแพ็กเกจช่วยเหลือฉุกเฉินมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อรับรอง สิทธิ์การลาป่วย โดยยังได้รับค่าจ้าง กับคนอเมริกันที่จะต้องเผชิญกับ โควิด–19 เอามาใช้ในการลางานกักตัว ดูแลคนในครอบครัว หรือรับการรักษาพยาบาลรวมทั้งการว่างงานอีกด้วย เพราะสหรัฐฯก็พบผู้ติดเชื้อถึง 9 พันคนไปแล้ว

บ้านเรา ตอนแรกก็จะแจกเงินให้คนละพันบาทเป็นเวลา 2 เดือนแล้วจู่ๆก็เลิกเสียอย่างนั้น เข้าใจว่ายังหาเหตุผลไม่ได้ว่าจะแจกทำไม แต่มาถึงระยะนี้ ถึงเวลาที่รัฐบาลควรจะแจกเงิน รวมทั้งปิดประเทศด้วย

กลับไม่ทำ.

หมัดเหล็ก

mudlek@thairath.co.th

https://www.thairath.co.th/news/politic/1799641

 

 

  • love
    1
  • haha
    1
  • wow
    1
  • sad
    0

1 ความเห็น

 
3 ส

ไงไอ่เห้ตู่นายกโคตรควาย

โกรธแล้ว

  • love
    1
  • haha
    0
  • wow
    1
  • sad
    1