ถึงวันนี้กล่าวได้อย่างเต็มปากว่า “ประเทศตกอยู่ในการเมืองที่เป็นอันตรายสูง”กว่าทุกยุคทุกสมัย...

ถึงวันนี้กล่าวได้อย่างเต็มปากว่า “ประเทศตกอยู่ในการเมืองที่เป็นอันตรายสูง”กว่าทุกยุคทุกสมัย...

การเสียสละของนายก คือความเสียหายที่น้อยสุด

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/in-the-news/news_5145180

20 ต.ค. 2563 - 12:02 น.
 
 
 

คอลัมน์ ข่าวข้นคนเข้ม

การเสียสละของนายก คือความเสียหายที่น้อยสุด -หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับประจำวันพุธที่ 21 ตุลาคม พุทธศักราช 2563 ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 12 ปีชวด...

ดินฟ้าอากาศ ยังอึมครึม น้ำจากฟ้ายังพรั่งพรู ฤดูฝนยังอยู่ ลมหนาวเริ่มเยี่ยมเยียน...

 

กระแสลมกระแสฝน สู้กระแสผู้คนที่ชุมนุมกันแบบหลากหลายไปทุกพื้นที่ไม่ได้ ถึงวันนี้ไม่มีใครทำนายได้ว่า “อะไรคืออนาคต” และ “อนาคตคืออะไร”...

 

ม็อบแบบ “ไร้แกนนำ” คือปัญหาสำหรับฝ่ายความมั่นคง เหมือน “หาเม็ดทรายจากชายหาด” หรือ “หาต้นหญ้าในทุ่งใหญ่”...

 

ไม่มีน้อยลง มีแต่เพิ่มขึ้น ไม่มีขอบเขต เพราะเกิดขึ้นได้ทุกที่ และไม่มีอุปกรณ์ใดๆ ให้เป็นของกลาง นอกจาก “มือถือ” ที่เป็นแหล่ง “สื่อสารหลัก” ของการชุมนุม...

 

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พลาดที่ใช้กฎหมายฉุกเฉินห้ามชุมนุม แต่รักษาไม่ได้ “การสลายที่ปทุมวัน” ทำให้ยิ่งพลาดกันไปใหญ่...

 

ถึงวันนี้จะเดินต่อก็ไม่ได้ หนทางที่ควรเป็นไป คือให้สภาผู้แทนฯเข้ามาคลี่คลายความเร่าร้อน จะ ยุบสภา หรือ ลาออก ทางใดทางหนึ่ง...

 

ตะโกน “ขี้ข้าเผด็จการ” ตัดหนทาง ว่าที่นายกรัฐมนตรีอย่าง อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยสนิทยิ่งกว่าอ๊อกเหล็กเชื่อมติด ถึงวันนี้ไปๆ มาๆ หล่อใหญ่อย่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลายเป็นว่าโอกาสดีกว่าเสียอีก...

 

ฝ่ายค้านวันนี้ มีแต่กำไร เพราะทุกการชุมนุมคือ “คะแนนในกล่องเลือกตั้ง” หากหนทางข้างหน้าคือการยุบสภา และที่กำไรสูงสุดคือ ก้าวไกล ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ...

 

 

สำหรับผู้เฒ่าสภา ชวน หลีกภัย ผู้บันดาลทุกอย่างแห่งประชาธิปัตย์ เจอโจทย์ยากที่สุดในชีวิตการเมืองครึ่งศตวรรษ และทางเลือกทางเดียวจากหายนะของพรรค คือ “การถอนตัว” แค่นั้น...

 

ถาม “พญาไม้” จะมีปฏิวัติหรือไม่ ? ถามมาตอบไป อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แต่หนทางที่เสียหายน้อยที่สุด คือ “การเสียสละของท่านนายกฯ”...

 

ถึงวันนี้กล่าวได้อย่างเต็มปากว่า “ประเทศตกอยู่ในการเมืองที่เป็นอันตรายสูง”กว่าทุกยุคทุกสมัย...

 *****

**********

**************

ใช้การเมืองแก้ม็อบ แทนการสลายชุมนุม

20 ต.ค. 2563 - 11:56 น.
 
 
 
คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

ใช้การเมืองแก้ม็อบ แทนการสลายชุมนุม - สังเกตได้ว่า นับจากปฏิบัติการคืนวันที่ 16 ตุลาคม ที่แยกปทุมวันแล้ว ต่อจากนั้นมาก็ยังไม่มีการใช้กำลังหน่วยปราบจลาจล รถฉีดน้ำแรงดันสูง ออกมาบนท้องถนนอีกเลย ทั้งที่ยังมีการชุมนุมของนักเรียนนักศึกษาในวันถัดมา และอย่างต่อเนื่องในทุกๆ วัน ก็ไม่มีการสลายม็อบเกิดขึ้นอีก

อีกทั้งล่าสุด ท่าทีของนายกรัฐมนตรี ของพรรคร่วมรัฐบาล ก็ขานรับข้อเสนอของฝ่ายค้าน ที่ให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ถกเถียงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้

ดูเช่นนี้แล้ว น่ายินดีที่ฝ่ายผู้มีอำนาจ หันมาใช้การเมืองแก้ปัญหา แทนการสั่งใช้กำลังเข้าปฏิบัติการ

เพราะสถานการณ์ตึงเครียดในขณะนี้ เป็นปมการเมืองเรื่องประชาธิปไตย เป็นการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล พร้อมข้อเรียกร้องในทางการเมือง

การสั่งแต่ให้ตำรวจเข้าจัดการ โดยเน้นใช้กฎหมาย เน้นใช้การสลายม็อบ ก็เพียงเพื่อไม่ให้มีการชุมนุม

เท่ากับรัฐบาลไม่รับฟังข้อเรียกร้อง ไม่สนใจดำเนินการกับข้อเรียกร้องนั้น!

ไปๆ มาๆ ก็ประจักษ์ชัดแล้วว่า ผลจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ทั้งจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง แล้วกำหนดให้ตำรวจต้องบังคับใช้อำนาจตามประกาศนี้

นำมาสู่เหตุการณ์คืนวันที่ 16 ตุลาคม

กลายเป็นภาพเด็กนักเรียนนักศึกษาที่ปราศจากอาวุธ มีแต่ร่มต้านแรงน้ำฉีด ส่งผลเสียทางการเมืองต่อรัฐบาลอย่างรุนแรง

ยิ่งทำให้การชุมนุมลุกลามไปทั่ว ด้วยไม่มีใครกลัวมาตรการสลายการชุมนุม!

จึงเป็นไปได้มาก ที่มีการสรุปบทเรียนของฝ่ายปฏิบัติการ ว่าทำไปแล้วยิ่งบานปลาย ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา

 

ปัญหาการเมืองควรต้องแก้ด้วยการเมือง!!

เลิกใช้มาตรการปราบจลาจล แล้วรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล ออกหน้าแก้ปัญหาเอง รับฟังข้อเรียกร้องเอง

จะพูดคุยเจรจาหรือจะหาทางออกด้วยวิถีทางสภา ก็ต้องดำเนินการ

ถ้าหันมาใช้การเมือง ยุติการใช้กำลังปฏิบัติการ ก็จะช่วยลดความร้อนแรงไปได้ขั้นหนึ่งทันที!

แต่ก็ยังไม่ใช่การแก้อย่างถึงที่สุด

ก็ต้องพูดคุยหาทางออกกันต่อไป หาข้อยุติให้เหมาะสมลงตัว ให้ประชาธิปไตยพัฒนาก้าวหน้าไปกว่าที่เป็นแค่ครึ่งๆ กลางๆ อย่างทุกวันนี้

ข้อสำคัญยอมรับความจริงได้แล้วว่า ที่ชุมนุมประท้วง อยู่นี้เป็นพลังนักเรียนนักศึกษาคนรุ่นใหม่ ที่เต็มไปด้วย พลัง สติปัญญา และความรอบรู้

เลิกโจมตีเหลวไหลว่ามีนักการเมืองชักใย หนักไปกว่านั้นเลอะเทอะถึงขั้นอ้างว่ามีชาติมหาอำนาจหนุนหลัง

ก็เลยแก้ปัญหาเละเทะผิดทิศทาง จนวันนี้การชุมนุม ยิ่งลุกลามเดือดดาลไปทั่วประเทศ

เด็กๆ จึงได้สมเพชว่า รัฐบาลและลิ่วล้อทั้งหลาย ไม่มีสติปัญญาดีพอจะอยู่ในอำนาจต่อไป!

วงค์ ตาวัน

************

***********************

*************************************

 

เสาค้ำ พล.อ.ประยุทธ์

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/relevant/news_5145029

20 ต.ค. 2563 - 11:58 น.
 
 
 
คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

เสาค้ำพล.อ.ประยุทธ์ - ยังนับว่าพอจะมีสติตื่นรู้อยู่บ้าง สำหรับท่าทีที่ลดระดับความแข็งกร้าวลงของรัฐบาล

ไล่ตั้งแต่การออกมาแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ที่ส่งสัญญาณให้สภา ผู้แทนราษฎร เปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ประจวบเหมาะกับการที่ศาลซึ่งเป็นองค์กรใช้อำนาจตุลาการ ที่มีการตัดสินใจอย่างอิสระ ไม่มีใครก้าวล่วงได้ ก็เริ่มอนุญาตให้กลุ่มผู้ชุมนุม และแกนนำที่ถูกจับกุมในกลุ่มหลัง ทยอยได้ประกันตัวไปหลายคน

ส่งผลให้บรรยากาศทางการเมืองลดความตึงเครียดไปได้บ้าง

แต่ก็ยังคงเกิดคำถามว่าการผ่อนคลายทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นเพราะอะไร

เป็นเพราะเริ่มเข้าใจตรงกันแล้วว่าควรจะต้องรับฟังเสียงประชาชน ที่แสดงออกมาอย่างต่อเนื่องหลายเดือน มีการลงชื่อกันมากกว่า 1 แสนรายชื่อเพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สภาพิจารณา

หรือเป็นเพราะประเมินแล้วว่าไม่สามารถปราบปรามม็อบลงได้อย่างราบคาบ

ด้วยเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารกันในยุคสมัยใหม่ ที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถรู้เท่าทัน รวมทั้งพลังการแสดงออกที่เกิดขึ้นมหาศาล เป็นม็อบที่มีพลัง พร้อมปะทุขึ้นได้ทุกที่ และเป็นพลังบริสุทธิ์ ชุมนุมโดยสงบอย่างแท้จริง

จึงจำเป็นต้องประนีประนอมเพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์ ยังสามารถนั่งอยู่ในตำแหน่งนายกฯ ได้ต่อไป

 

ซึ่งก็น่าจับตาว่าการถอยครั้งนี้ของรัฐบาลเพียงพอในการรักษาตำแหน่งดังกล่าวไว้ได้หรือไม่

เพราะอย่าลืมว่าข้อเรียกร้องอันดับแรกของกลุ่มผู้ชุมนุม ก็คือพล.อ. ประยุทธ์ ต้องออกไป

ดังนั้นเมื่อรัฐบาลอ่อนท่าที ม็อบจะอ่อนท่าทีลงตามหรือไม่

แต่ไม่ว่าอย่างไรพล.อ.ประยุทธ์ ยังมีพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์ ที่กอดคอกันอย่างเหนียวแน่น

แม้จะมีพื้นฐานจากนักการเมืองลงเลือกตั้งมาจากประชาชน แต่ก็ไม่ปริปากเลยสักคำ แม้จะมีการสลายการชุมนุม ใช้กำลังกับเด็กและเยาวชนเมื่อวันที่ 16 ก.ย.

เป็นความผูกพันที่จงรักภักดีต่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นอีก 1 ปัจจัยค้ำยันความมั่นคงของพล.อ.ประยุทธ์

ที่ประชาชนมองกันตาปริบๆ

รุก กลางกระดาน

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0

2 ความเห็น

 
ICT
เด็กไปไกลถึงการเรียกร้องการปฏิรูปกษัตริย์ นางสุดารัตน์ยังวนเวียนกับอีประยุทธ์ เสร่อ โบราณ นักการเมืองบ้านเชียง มีคนบอกว่า อ่านข้อความในเครื่องหมายคำพูดแล้วต้องบึนปาก
ในภาพอาจจะมี ข้อความ
 
 
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
3 ส

ไอ้เห้ตู่ออกไป

โกรธแล้ว

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1