ต้องระบุให้ชัดว่าสเป๊กผู้นำในการแก้รัฐธรรมนูญต้องเป็นผู้ที่หนักแน่น แหลมคมและมุ่งมั่นไปข้างหน้าแบบคนรุ่นใหม่มากที่สุด!

ต้องระบุให้ชัดว่าสเป๊กผู้นำในการแก้รัฐธรรมนูญต้องเป็นผู้ที่หนักแน่น แหลมคมและมุ่งมั่นไปข้างหน้าแบบคนรุ่นใหม่มากที่สุด!

ประชาคมมาเฟีย!??
https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/news_3030306
ประชาคมมาเฟีย

ประชาคมมาเฟีย!??คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุมโดย รุก กลางกระดาน

ประชาคมมาเฟีย!?? – เป็นประเด็นคำถามที่น่าสนใจสำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรืออาเซียนซัมมิต ที่เพิ่งจบไป ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายในวาระที่ไทยเป็นประธานอาเซียนนั้น

มีผลเจรจาอันใดที่เกิดประโยชน์เป็นรูปธรรมขึ้นมาบ้าง

นอกเสียจากความยินดีชื่นชม ที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ประกาศสนับสนุนให้ชาติอาเซียนเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกในปีค.ศ.2034

ซึ่งก็ต้องไปลุ้นกับอีกหลายประเทศที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ว่าเรามีความพร้อมมากกว่าหรือน้อยกว่าอย่างไร

ก็เป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอีก 15 ปีข้างหน้า

แต่ในปัจจุบันมีอะไรบ้างหรือไม่ที่แสดงให้เห็นว่าประชาคมอาเซียน มีการรวมตัว เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

เพราะเอาเข้าจริงแล้ว การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่มีผลอย่างเป็นทางการเมืองปี 2558 หรือเมื่อ 4 ปีก่อน มาถึงปัจจุบันมีอะไรที่เกิดขึ้นบ้าง

ถ้าไม่นับเรื่องวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนการแสดงศิลปะพื้นบ้านแก่กันและกัน

เรื่องที่ดูเป็นงานเป็นการ อย่างภาษา สกุลเงิน หรือกระทั่งการร่วมมือเพื่อวางแผนพัฒนาภูมิภาคให้ไปในทิศทางเดียวกัน มีความคืบหน้าบ้างหรือไม่อย่างไร

แล้วทำอย่างไรให้ภูมิภาคอาเซียน เป็นการรวมกลุ่มที่เหนียวแน่น มีจุดมุ่งหมายชัดเจน ยกระดับภูมิภาคไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

อย่างน้อยก็ต้องยึดหลักเศรษฐกิจทุนนิยม และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เพื่อให้ความสำคัญกับประชาชนในภูมิภาคได้มีโอกาสยกระดับตัวเองได้อย่างแท้จริง

ไม่ใช่การรวมกลุ่มของกลุ่มชนชั้นนำ ข้าราชการ และใช้การต่อรองผลประโยชน์เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

อย่างเรื่องการคุกคามนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ที่พากันลี้ภัยอยู่ในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน

แทนที่จะได้รับการคุ้มครอง กลับได้รับการปฏิบัติที่ตรงกันข้าม แถมหลายกรณีเข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน

การรวมเป็นประชาคมจึงควรอยู่ในพื้นฐานที่จะยกระดับสังคมในทิศทางที่ดี

ไม่ใช่ให้กลายเป็นกลุ่มมาเฟียที่ไม่มีจุดยืน

........

..............

...........................

แก้รธน.แบบไหน แบบมาร์คๆ หรือ
Facebook
Twitter
Google+
LINE
แก้รธน.แบบไหน

แก้รธน.แบบไหน แบบมาร์คๆ หรือคอลัมน์ ชกไม่มีมุม วงค์ ตาวัน

แก้รธน.แบบไหน – กระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งพรรคฝ่ายค้าน ผลักดันมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งตอนนั้นยังเรียกกันว่าเป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตย จนกระทั่งเมื่อผ่านการเลือกตั้งแล้วก็ได้รัฐบาลหวยล็อก ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า ถ้าไม่แก้ก็จะไม่สามารถได้รัฐบาลตามเจตนารมณ์ของประชาชนส่วนใหญ่ได้

จะไม่ได้คนเก่งๆ วิสัยทัศน์กว้างไกลเข้ามาบริหารประเทศ

แก้รัฐธรรมนูญเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง เป็นเรื่องเดียวกัน!

การเดินหน้ารณรงค์ของ 7 พรรคฝ่ายค้าน ก่อเป็นกระแสที่ใครก็ไม่อาจขัดขวางได้ ทำให้ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องมีท่าทีพร้อมจะเข้าร่วมด้วย

ล่าสุดมีการผลักดันญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญพ.. 2560 เสนอโดยพรรคฝ่ายค้าน และพรรคฝ่ายรัฐบาลก็ยื่นเสนอด้วย

สภากำลังจะพิจารณาญัตตินี้ในเร็ววันนี้

ระหว่างนี้จึงเริ่มพูดกันถึงตัวบุคคลที่จะเข้ามามีบทบาทในกรรมาธิการ

เริ่มมีชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าประชาธิปัตย์ ออกมาหยั่งเชิงในเก้าอี้ประธานคณะกรรมาธิการ

พอเอาไปถามแกนนำฝ่ายค้าน ซึ่งก็ต้องแสดงท่าทีแบบเปิดกว้าง แสวงหาความร่วมมือทุกฝ่ายเพื่อให้การแก้รัฐธรรมนูญสามารถฝ่าอุปสรรคมากมายไป ได้

เลยกลายเป็นว่า ใครต่อใครก็พากันหนุนนายอภิสิทธิ์ ทั้งที่ยังไม่ใช่บทสรุป!

จุดสำคัญก็คือ การแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องแก้ได้อย่างถูกจุด ต้องรู้เท่าทันพรรคฝ่ายรัฐบาลบางพรรค

ก็แค่จำเป็นต้องเห็นดีเห็นงามไปกับการแก้ แต่ลึกๆ แล้วจะยอมให้รื้อประเด็นที่สร้างความได้เปรียบให้กับกลุ่มอำนาจรัฐบาลทหาร เก่าได้หรือ!?!

เช่น ลดอำนาจ 250 .ไม่ให้อยู่เหนืออำนาจประชาชนหลายล้านเสียงที่เข้าคูหาเลือกตั้ง ประเด็นนี้พรรคแกนนำ รัฐบาลและฝ่ายส..จะยอมสูญเสียอำนาจและประโยชน์จากกติกานี้ได้ไหม

การพร้อมร่วมมือจากทุกฝ่าย เป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านปฏิเสธ ไม่ได้

แต่ต้องไม่ทำให้การแก้รัฐธรรมนูญที่อุตส่าห์ต่อสู้ผลักดันกันมา

ลงเอยอย่าเป็นแค่ละครของบางฝ่าย ที่แก้แล้วเหมือนไม่แก้!?!

ดังนั้นผู้จะมีบทบาทนำในการแก้รัฐธรรมนูญ ควรชัดเจนทั้งในข้อกฎหมายและจุดยืนนักประชาธิปไตยที่แจ่มชัดแหลมคม

ยิ่งคนที่เคยมีอำนาจแล้วแก้ปัญหาการชุมนุม ของประชาชนด้วยการใช้กำลังทหาร หรือเมื่อเกิดการรัฐประหาร ก็หันมาโทษพรรคการเมืองด้วยกันว่าก่อเงื่อนไขจนทหารจำเป็นต้องออกมา

เพราะถ้าเป็นนักประชาธิปไตยแท้ ต้องไม่ยอมรับแม้แต่น้อยนิดว่า การรัฐประหารมีเงื่อนไขให้สามารถทำได้!!

ต้องระบุให้ชัดว่าสเป๊กผู้นำในการแก้รัฐธรรมนูญ

ต้องเป็นผู้ที่หนักแน่น แหลมคมและมุ่งมั่นไปข้างหน้าแบบคนรุ่นใหม่มากที่สุด!

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    1
คุณรู้สึก ขำขำ

3 ความคิดเห็น

 
ICT
แม่ลูกจันทร์6 พ.ย. 2562 05:01 น.
SHARE
 
 
 

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ต้อนรับเปิดเทอมใหม่วันนี้ (6 พ.ย.) มีวาระน่าสนใจเรียงเป็นตับติดต่อ กันถึง 3 คิว

เริ่มจากรัฐบาลรายงานความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญ มี ดร.วิษณุ เครืองาม เป็นดารานำแสดง

ตามด้วยญัตติตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จมาตรา 44 ของ หน.คสช. มี ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน??

จากนั้นจึงถึงคิวสำคัญ...

 

ญัตติตั้งคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจเผด็จการให้หลุดพ้นหลุมดำอันพิลึกกึกกือ

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้มีทั้งสิ้น 49 คน แบ่งเป็นโควตาคณะรัฐมนตรี 12 คน โควตาพรรคร่วมรัฐบาล 18 คน และโควตาพรรคฝ่ายค้านอีก 19 คน

ภารกิจหลักคือกำหนดแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อทะลวงซอยตันให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้สะดวกกว่าเดิม

เมื่อระเบิดปากถํ้าได้แล้ว จะแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตรา? หรือแก้ไขทั้งฉบับ? หรือยกร่างใหม่ทั้งกระบิ? ค่อยว่ากันอีกที

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ถูกบรรจุไว้ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

เหตุผลที่ต้องกำหนดไว้เป็นนโยบายเร่งด่วนรัฐบาล เพราะพรรคประชาธิปัตย์ใช้ “เงื่อนไขแก้รัฐธรรมนูญ” เป็น “เงื่อนไขในการตัดสินใจร่วมรัฐบาล”

ถ้าไม่ตามใจพรรคประชาธิปัตย์ “ลุงตู่” ก็ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

พูดกันแฟร์ๆ พรรคประชาธิปัตย์ทำให้เกิดคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้ริเริ่ม ก็ควรให้เกียรติพรรคประชาธิปัตย์เป็นประธานกรรมาธิการชุดนี้เอง

ซาวเสียง 7 พรรคฝ่ายค้าน ก็ไม่ขัดข้องที่พรรคประชาธิปัตย์จะเสนอชื่อ อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธาน กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ

เมื่อ 7 พรรคฝ่ายค้านไม่ขัดข้อง ก็น่าจะลงเอยด้วยดี

แต่ที่ไหนได้ กลายเป็นฝ่ายรัฐบาลขัดขากันเอง!!

นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ ในฐานะวิปรัฐบาล กระโดดเตะสกัดไม่ให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นประธาน กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ

อ้างว่าต้องเป็นโควตาพรรคพลังประชารัฐในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล

นายวีระกรย้ำว่า แม้นายอภิสิทธิ์ จะมีความเหมาะสม แต่พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเล็ก ไม่ใช่พรรคแกนนำ

โดยมารยาทจึงไม่ควรนั่งเก้าอี้ประธาน กมธ.

“แม่ลูกจันทร์” ประเมินกระบวนท่าจระเข้ขวางคลองของ นายวีระกร เชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐจะไม่ยอมให้พรรคประชาธิปัตย์ยึดเก้าอี้ประธาน กมธ. แก้ไขรัฐธรรมนูญไปครอบครอง

ถ้าพรรคพลังประชารัฐไม่ส่งคนเป็นประธาน กมธ.เอง

ก็ต้องประเคนโควตาให้คณะรัฐมนตรี

ซึ่งจะเป็นใครอื่นไม่ได้ นอกจาก ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายเนติบริกร ลูกศิษย์ก้นกุฏิของซือแป๋มีชัย ฤชุพันธุ์ ผู้ให้กำเนิดรัฐธรรมนูญฉบับถอยหลังลงคลอง ซึ่งสร้างปัญหาวุ่นวายขายปลาช่อนอยู่ในปัจจุบัน

สรุปว่าการเริ่มต้นแก้ไขรัฐธรรมนูญ...ดูแนวโน้มไม่สะดวกโยธิน

ยิ่งมีชื่อ ดร.วิษณุโผล่เป็นประธาน กมธ. ก็จบข่าวน่ะซีโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

https://www.thairath.co.th/news/politic/1697273

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    0
 
619

มาร์ค ถ้ายืนยันและทำสัตยบรรณว่า สว.มาจากการเลือกตั้ง

ไม่สามารถเลือกนายกได้ มึงเป็นไปเลยขอเรื่องเดียวเท่านั้น

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ไม่ใช่ให้กลายเป็นกลุ่มมาเฟียที่ไม่มีจุดยืน

ขำขำ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0