ดร.โสภณแนะยายกระบี่ ขายที่ยังชีพดีกว่ารอลูกหลาน

ดร.โสภณแนะยายกระบี่ ขายที่ยังชีพดีกว่ารอลูกหลาน

           ตามที่มีข่าวคุณยายใช้ชีวิตตามลำพัง ประกาศยกที่ดิน 9 ไร่ให้ลูกหลานที่มาดูแลนั้น ดร.โสภณ ในฐานะผู้ประเมินค่าทรัพย์สิน ให้ข้อคิดกับคุณยายว่า ขายที่ไปดีกว่ารอลูกหลานเลี้ยงดู อาจเลี้ยงดูได้ไม่ดีเท่าค่าเงินที่มี

            จากข่าว “ยายวัย 67 ปีใช้ชีวิตลำพัง ลูกหลานคนไหนมาดูแล ยกให้เลย ที่ดิน 9 ไร่” (https://bit.ly/32G2xoB) ในเขตหมู่ 5 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ให้ข้อคิดว่า การที่จะรอให้ลูกหลานมาดูแลนั้น มีข้อจำกัด

            1. อาจไม่มีลูกหลานรายใดมาอาสา

            2. อาจต้องรอนานกว่าที่ลูกหลานจะตัดสินใจ อาจสายเกินไป

            3. ลูกหลานก็อาจไม่ค่อยมีกำลังทรัพย์ที่จะดูแลคุณยายให้คุ้มค่าที่ดิน

            4. ลูกหลานอาจมีเงิน แต่อาจไม่มีใจที่จะเลี้ยงดูให้คุ้มค่ากับมูลค่าที่ดิน

            5. การดูแลตามมีตามเกิดอาจไม่เพียงพอกับการรักษาโรคที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคตได้

            ดังนั้น ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินค่าทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์ จึงให้ข้อเสนอแนะแก่คุณยายให้ขายที่ดินแปลงนี้ แล้วนำเงินมาจ้างผู้ดูแล หรือไปอยู่ในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานตามกำลังเงินที่มีจะคุ้มค่ามากกว่า หรืออาจจะฝากเงินไว้กับธนาคารหรือซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพื่อนำเงินและดอกผลมาเพื่อการยังชีพในอนาคต

            จากการสำรวจราคาที่ดินเบื้องต้น พบที่ดินที่เสนอขายในปัจจุบันได้ดังนี้:

            1. ที่ดินสวนปาล์ม 5 ไร่ 49 ตารางวา ในเขตบ้านและตำบลเดียวกัน ราคาเสนอขาย 1.45 ล้านบาท หรือไร่ละ 283,065 บาท (https://bit.ly/2OjdnO2)

            2. ที่ดิน 24 ไร่ 1 งาน 74 ตารางวา ในเขตตำบลเดียวกันแต่คนละบ้าน เสนอขายในราคา 6 ล้านบาท หรือไร่ละ 245,549 บาท (https://bit.ly/2LyHJtI)

            3. ที่ดิน 491 ตารางวา ในเขตอำเภอคลองท่อม แต่คนละตำบลกัน เสนอขายในราคา 450,000 บาท หรือไร่ละ 366,599 บาท (https://bit.ly/2Lymj00) ทั้งนี้เป็นเพราะเป็นที่ดินแปลงเล็ก

            ดังนั้น ราคาที่ดินตามราคาเสนอขายในตลาดเบื้องต้นของที่ดินของคุณยาย น่าจะเป็นเงินไร่ละ 250,000 บาท หรือรวมเป็นเงิน 2,250,000 บาท  อย่างไรก็ตามหากเป็นราคาซื้อขายจริง น่าจะต่อรองได้ประมาณ 10% เหลือ 90% หรือเป็นเงิน 2,025,000 บาท  แต่ถ้าจะขายให้ได้ในทันที ก็อาจต้องลดลงไป 20% เหลือเป็นเงิน 1,620,000 บาท

            ถ้าเงินจำนวนนี้ไม่ได้งอกเงยขึ้นเลย และคุณยายยังสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีก 20 ปี ก็จะมีเงินใช้ได้เดือนละ 6,750 บาท ซึ่งอาจจะมากกว่าค่าเลี้ยงดูที่หลานๆ จะมอบให้ต่อเดือนเสียอีก  หรือหากมีใครประสงค์จะเลี้ยงดูคุณยาย ก็อาจต้องให้คำมั่นกับคุณยายว่าจะเลี้ยงดูเป็นเงินประมาณ 6,750 บาทต่อเดือน  หากคุณยายท่านเสียชีวิตเกินกว่า 20 ปี ก็เป็นความเสี่ยงของผู้เลี้ยงดูเอง (แต่ได้บุญ)  แต่หากท่านเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ก็ถือเป็นกำไรของผู้เลี้ยงดูไปนั่นเอง

            อย่างไรก็ตามหากขายที่ดินไป แล้วนำเงินไปฝากสถาบันการเงินไว้ นำทั้งเงินต้นและดอกผลมาเลี้ยงดูตนเอง น่าจะคุ้มกว่า หากมีวันใดที่ป่วยหนัก ก็ยังมีเงินสำรองไว้ใช้รักษาตัวได้  ทางเลือกในการขายที่น่าจะดีกว่ารอลูกหลานมาเลี้ยงดู

ที่มา : https://bit.ly/2Yc432v

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

2 ความคิดเห็น

 
619

ผมเห็นด้วยครับเงินล้านสองล้านถึงมันจะไม่มากในยุคแบบนี้เป็นผมก็ขายไปดีกว่ารอลูกหลานในยุคแบบนี้ครับ  ถ้าผมแก่คราวยายผมจะขายที่แถวแจ้งวัฒนะไม่เก็บเอาไว้ทำเกษตรกรรมแบบนี้แน่ครับ  50 60 ล้านก็เอาครับดีกว่ารอให้ลูกหลานมาดูแล 

  

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

เยี่ยมครับ

ยอดเยี่ยม

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0