ณัฐวุฒิ โพสต์ 72 ปี วีระกานต์ มุสิกพงษ์

ณัฐวุฒิ โพสต์ 72 ปี วีระกานต์ มุสิกพงษ์

https://www.facebook.com/157009771023305/posts/2452147741509485/

 72 ปี ‘วีระกานต์ มุสิกพงศ์’ มิตรสหายหลายพรรคร่วมอวยพร - 'ณัฐวุฒิ' ชวนตั้งรัฐบาลก่อนตบมุกฮา ขาดคุณสมบัติ เหตุไร้ 'นาฬิกายืมเพื่อน' อีกรายชื่อ 'ตู่' แต่ไม่มีม.44 แถมติดคุกทุกทีในหลายมาตรา ร่ายชื่อพี่น้องเหมาะนั่งนายกฯ แต่ไม่มีพรรค- เผยความเป็นลูกศิษย์ทางการเมือง เรียกเต็มปากเต็มใจ 'นายหัววีระ' นักเลงตัวจริง

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ‘ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ’ ร่วมกับเพื่อนพ้องน้องพี่ จัดงานวันเกิดครบ 6 รอบ 72 ปี  ‘วีระกานต์ มุสิกพงศ์’ ณ ห้องประชุมคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ 

โดยนักการเมืองหลายพรรคเข้าร่วมงาน อาทิ นายวันมูหะมัด นอร์มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายจตุพร พรหมพันธุ์ พร้อมส.ส.และสมาชิกพรรคเพื่อชาติ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช นายจาตุรนต์ ฉายแสง พร้อมอดีตกรรมการบริหารและอดีตผู้สมัครส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ

นอกจากนั้น ดร.ทักษิณ ชินวัตร และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์  ก็ได้ส่งกระเช้าผลไม้และกระเช้าดอกไม้ มาร่วมอวยพรวันเกิด

ทั้งนี้ในงานใช้คำขวัญ ‘คิดอะไรคิดเถิด อย่าคิดคด คดอะไรคดเถิด อย่าคดมิตร’ 

ณัฐวุฒิ กล่าวบนเวทีในฐานะตัวแทนคณะเจ้าภาพผู้ร่วมจัดงานว่า 'ค่ำคืนนี้จะเป็นคืนแห่งความทรงจำของพวกเราหลายๆ คนที่มีความรักเคารพศรัทธาเชื่อมั่นและผูกพันต่อนักการเมือง นักต่อสู้ นักเลงจริง ชื่อ 'วีระ' หรือ  ‘วีระกานต์ มุสิกพงศ์’ 

ผมได้รับมอบหมายจากท่านวีระกานต์ซึ่งผมเรียกเต็มใจเต็มปากมาตลอดเวลาว่า 'นายหัววีระ' ให้ขึ้นมาทำหน้าที่สนทนากับทุกท่านในนามตัวแทนคณะเจ้าภาพผู้ร่วมกันจัดงานในค่ำคืนนี้ 

ก็ท้าวความกันหน่อยเดียวนะครับว่า งานนี้เกิดขึ้นจากวันหนึ่งหลังจากเสร็จภารกิจ 'ช่วยราชการ' ที่ศาลอาญารัชดา อัตราอื่นเต็มครับว่างแต่อัตรา 'ผู้ต้องหา' 

พวกเราก็เลยชวนกันไปเป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายที่นั่น เสร็จจากศาล ผมถามนายหัวว่าปีนี้นายหัวอายุเท่าไหร่แล้ว 

นายหัวบอกปีนี้จะเต็ม 72 ก็เลยบอกท่านว่า ถ้าจะเต็ม 72 ก็หมายถึง 6 รอบ จำจะต้องจัดงานสังสรรค์พบปะเพื่อนมิตรพี่น้องคนรักใคร่ผูกพันศรัทธากันเสียอีกวาระหนึ่ง 

ถ้าทุกท่านจำได้ เมื่อคราว 6 รอบ ครบ 60 ปี เราจัดงานที่เมืองทองธานี วันนี้ผ่านไป 12 ปี ก็มาเจอกันที่นี่ โอกาสดีเหลือเกินครับ ที่เลือกจัดงานคืนนี้ 

เพราะพรุ่งนี้เช้าจะเป็นวันที่สภาผู้แทนราษฎร จะลงคะแนนเลือกประธานรัฐสภา แล้วหลังจากนั้น ก็จะเป็นขั้นตอนของการตั้งรัฐบาล 

ดังนั้น ผมก็คิดว่า คืนนี้นักการเมืองก็มาหลายคน หลายพรรค เราก็น่าจะชิงความได้เปรียบ ตั้งรัฐบาลกันเสียคืนนี้เถอะครับ (เสียงปรบมือ เฮ) 

นายหัววีระ อายุ 72 ผมมองๆ ว่า อย่างน้อยต้องรองนายกฯ ควบรัฐมนตรีกลาโหม แต่ดูข้อมือแล้วยังไม่ได้ยืมนาฬิกาเพื่อนมาใส่ คุณสมบัติไม่ผ่าน (เสียงเฮ หัวเราะ)

ส่วนคุณจตุพร ร่ำร่ำว่าคั่วเก้าอี้นายกฯ อยู่ เพราะคุณสมบัติพื้นฐานได้ คือชื่อเล่นชื่อตู่ (เสียงหัวเราะ) ติดอยู่หน่อยเดียวเท่านั้นแหละครับ ที่จะต้องตีความ 

คือตู่โน้น เค้าเรียก 'ลุง' ตู่นี้เค้าเรียก 'พี่' ตู่โน้น มีมาตรา 44 ตู่นี้ ติดคุกทุกทีในหลายมาตราครับ (หัวเราะ) คุณสมบัติ ก็ไม่น่าจะได้เป็นนายกฯ คราวนี้นะครับ แต่คราวต่อๆ ไป ผมไม่ทราบ 

ส่วนท่านอื่นๆ ครั้นว่า จะชวนกันตั้งรัฐบาลแล้วประกาศตัวเป็นนายกรัฐมนตรี จริงๆ มีคุณสมบัติครบถ้วนหลายคนนะครับ 

พี่ชายผม ท่านจาตุรนต์ ฉายแสงเนี่ย ใครบ้างล่ะจะกล้าบอกว่าไม่เหมาะ พี่สุธรรม แสงปทุม พี่อดิศร เพียงเกษ 

น้องชายผม ปรีชาพล พงษ์พานิช เหมาะทั้งนั้นล่ะครับ แต่รวมๆ กันแล้ว ก็คงยังตั้งไม่ได้ เพราะพรรคไม่มี (เสียงปรบมือ หัวเราะ) ก็เลยเอาเป็นว่า รอดูทางทีวีพรุ่งนี้ก็แล้วกัน 

สำหรับเรา เรามาคุยกันเรื่องงานคืนนี้ต่อ 

ท่านที่เคารพครับ เมื่อผมเรียนนายหัวว่า งั้นต้องจัดงาน 6 รอบ 72 ปี ตกลงกันเลือกวันนี้ ผมก็เลยประสานงานเพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมด้วยช่วยกัน 

งานนี้ไม่ใช่ผมคนเดียวนะครับ มีเพื่อนมีพี่มีน้องมากมายเหลือเกินที่ร่วมกันลงแรง เทใจให้เกิดขึ้นอย่างอบอุ่น และก็เรียกได้ว่า ยิ่งใหญ่ 

กับข้าวกับปลา มาจากหลายซุ้ม เครื่องดื่มไม่ว่าจะเป็นสุราไวน์ต่างๆ ก็มาจากหลายมิตร หลายน้ำใจ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นงานวันนี้เป็นงานสามัคคีครับ หลายใจช่วยกันรวมกันเป็นใจเดียวให้นายหัวในวาระครบรอบ 72 ปี 

ผมคงไม่อาจจะไล่รายชื่อเพื่อขอบคุณเจ้าภาพร่วมทีละท่านทีละรายการจนหมดสิ้น เพราะจะใช้เวลานาน แล้วผมก็เชื่อว่า ทุกคนที่ร่วมกันจัดงานนี้ไม่มีใครนั่งรอฟังชื่อตัวเอง จะเอาหน้าเอาตาไปลงหนังสือพิมพ์ออกทีวี ผมว่าไม่ใช่

เราเห็นงานสำเร็จ เห็นพี่น้องมามากมายแบบนี้ ก็เป็นความดีใจแล้ว แต่อย่างไรก็ตามนะครับ อยากจะขอความกรุณาแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ได้ปรบมือขอบคุณน้ำใจของเพื่อนมิตรทุกคนที่ร่วมกันทำให้งานนี้สมบูรณ์ครับ (เสียงปรบมือ) 

วงดนตรีที่เล่นภาคค่ำ เดี๋ยวรอบดึกมีทีเด็ด วันนี้ลงทุนปิดร้านนะครับ เพื่อมาโชว์ที่นี่ ร้านอยู่แถวคู้บอน ชื่อ Rose22 ไปจับจองเป็นเจ้าของที่นั่งกันได้ 'Rose22 คู้บอน' ช่วงนี้เป็นช่วงเบรคโฆษณาครับ ต้องมีบ้างสปอนเซอร์ ไม่โฆษณาเลยก็ไม่ได้ล่ะครับ (ปรบมือ)

ผมมีวาระจะกล่าวอีกเพียงเล็กน้อยนะครับ แต่ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณศิลปินระดับตำนานที่ได้กรุณาสละเวลามาให้ความสุขกับทุกคนในงาน พี่ติ๊กชีโร่นะครับ ขอบคุณครับ 

เดินทางมาจากเขาเขียว 3 ชั่วโมงกว่าว่ายากแล้วนะครับ แต่คืนนี้จะเดินทางกลับออกจากงานนี้เนี่ยยากกว่า ผมยืนยัน 

ท่านครับ ผมผูกพันกับคนชื่อวีระ หรือ วีระกานต์ ด้วยชีวิตจิตใจและจิตวิญญาณทางการเมืองของผม ผมพูดเต็มปากว่าผมเป็นลูกศิษย์ทางการเมืองของนายหัววีระ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน ไม่ว่ายศศักดิ์ตำแหน่งทางการเมืองจะเป็นอย่างไร 

ไม่ว่าวันนั้น เราจะมีหรือไม่มีอิสรภาพ ผมเป็นลูกศิษย์วีระ หรือ วีระกานต์ มุสิกพงศ์ 

ด้วยความเคารพนะครับ ผมกลับปักษ์ใต้ช่วงเวลาหนึ่ง ขณะนั้นอาจจะเป็นว่าบทบาททางการเมืองของผม มันก็เริ่มพอดูได้ มีผู้ปรารถนาดีบางคนมาถามผมว่า เดินมาถึงตรงนี้ ทำไมยังอยู่กับวีระอีก

ผมถามว่า อ้าวแล้วทำไม? เค้าบอกว่า วีระวันนี้ไม่เหมือนวันก่อนแล้ว ถ้าไปอยู่กับคนอื่น ไปเดินตามหลังคนอื่น ก็น่าจะอวยยศอวยศักดิ์ สร้างโอกาสทางการเมือง ให้ได้มากกว่านี้ 

ผมบอกว่า เข้าใจครับ ว่าหวังดี แต่ผมรักของผมแบบนี้ ไม่น่าจะมีใครมีปัญหา (ปรบมือ) 

นายหัววีระ สอนผมทั้งเรื่องการเมือง สอนผมทั้งเรื่องการใช้ชีวิต สอนทั้งเรื่องความเป็นนักเลง นักเลงที่ว่า ไม่ได้หมายความว่าชี้แนะให้ไปตีหัวใคร ไม่ได้หมายความว่า จะให้ผมยกพวกไป 30 คน ให้ฝ่ายโน้นมา 60 คนแล้วผมเปิด ไม่ใช่ฮะ(หัวเราะ ปรบมือ) แต่ความเป็นนักเลงที่นายหัววีระสอนผม คือถอดจากคำพูดที่เป็นคำขวัญของงานคืนนี้ครับ 

‘คิดอะไรคิดเถิด อย่าคิดคด

คดอะไรคดเถิด อย่าคดมิตร’ 

นี่คือคำพูดที่ในหลายสถานการณ์ นายหัววีระสอนผม สอนพี่ตู่ สอนลูกศิษย์ทางการเมืองทุกคน 

ทราบความว่า คำพูดนี้ มาจากวิถีชีวิตของนักการเมืองและนักต่อสู้ผู้ยิ่งใหญ่อีกคนหนึ่ง ชื่อ ลุงไขแสง สุกใส 

ด้วยวัยวุฒิผม ไม่ทันลุงไขแสง แต่ถือว่าทันสิ่งที่นายหัววีระบอก ก็นับได้ว่า เราเป็นผู้สืบทอดแนวทางและเจตนารมณ์ทางการเมืองร่วมไปด้วยกัน

พวกผมเดินบนเวทีการเมือง แผลเต็มตัวเหงื่อโทรมกาย หลายครั้งเฉียดเป็นเฉียดตาย คุกตาราง เราคบหากันเสมือนหนึ่งเพื่อนสนิท แค่คิดก็มาแล้ว แต่เราไม่เคยห่างกัน 

เราไม่เคยแม้แต่จะคิดเอารัดเอาเปรียบหรือทรยศหักหลังกัน ผมเป็นรัฐมนตรี นายหัวโทรหาผมทุกครั้ง เรียกท่านทุกครั้ง

ผมก็บอกว่าอย่าเรียก จะเรียกท่านทำไม ก็ผมนี่ลูกศิษย์แท้ๆ เดินตามหลังมาทั้งชีวิตแท้ๆ ก็ไม่ยอม ต้องเรียกท่าน อยู่อย่างนั้น 

วีระกานต์ มุสิกพงศ์ เป็นคนที่ได้รับโทรศัพท์ติดต่อ ให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตั้งแต่คราวยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 แล้ววีระกานต์ มุสิกพงศ์ เป็นคนที่ตอบปฏิเสธยศศักดิ์อันเกิดขึ้นจากอำนาจเผด็จการอย่างหน้าชื่นตาบาน (ปรบมือ) แล้วเราก็อยู่กันของเราแบบนี้

พวกผมไม่ใช่คนร่ำรวย อยู่กันกับนายหัววีระ ไปไหนมาไหนบางช่วงเวลา ใครมี ใครจ่าย ดื่มกิน สังสรรค์ มีเท่าไหร่หมดกันก็เท่านั้น 

ทุกครั้งที่เผชิญวิกฤต ผมไม่เคยเห็นคนชื่อวีระกานต์ มุสิกพงศ์ แสดงอาการลุกลี้ลุกลน ตื่นตระหนก เสียขวัญเสียบุคลิก ผมไม่เคยพบเจอ 

มีแต่ความนิ่ง สงบ มั่นคง และเป็นหลักพึ่งหลักยึดให้กับน้องๆ นักต่อสู้รุ่นใหม่ได้ตลอดเวลา 

นอกจากสอนผมเรื่องวิชาการเมือง สอนผมเรื่องวิชาคบคน วิชาการเป็นนักเลงแล้ว 

วีระกานต์ มุสิกพงศ์ ได้สอนบทเรียนสำคัญให้กับผมโดยไม่ได้ถามเลยว่าผมลงทะเบียนเรียนวิชานี้หรือไม่ คือสอนวิชาการเป็นนักโทษหรือผู้ต้องขัง (ปรบมือ)

อันนี้สอนโดยละเอียด รอบคอบ ถี่ถ้วน ผมพูดคุยกับพรรคพวกตอนที่เค้าเปิด VTR ประวัติของนายหัว 

ผมบอก เอาล่ะ ของเราเรื่องอื่นแพ้ชนะใครผมไม่ทราบ แต่เรื่องติดคุกล่ะก็ ไม่เป็นรองใครเด็ดขาดครับ (เสียงปรบมือ หัวเราะ) 

แล้วก็เป็นครูบาอาจารย์ที่ใจกว้าง ก็ชวนน้องนุ่งติดร่วมด้วยอยู่เป็นระยะๆ แต่ท่านเชื่อผมไหมครับ ผมไม่รู้สึกผิดพลาด ผมไม่รู้สึกเป็นทุกข์เลย ตรงกันข้าม ผมรู้สึกมีเกียรติยศศักดิ์ศรีเพราะผมรู้ว่าสิ่งที่เราชวนกันทำ ไม่ได้เป็นการทำร้ายบ้านเมือง ไม่ได้เป็นเฉกเช่นโจรผู้ร้ายแต่เราทำเพราะเราเชื่อร่วมกันในสิ่งที่เรียกว่า ประชาธิปไตย (เสียงปรบมือ)

ดังนั้น ในโอกาสที่เราร่วมกันจัดงาน 6 รอบ 72 ปี วีระกานต์ ‘คิดอะไรคิดเถิด อย่าคิดคด คดอะไรคดเถิด อย่าคดมิตร’ ในค่ำคืนนี้ ผมขึ้นมายืนบนเวทีก็เห็นว่า มีลูกศิษย์ลูกหานายหัวหลายรุ่นรวมอยู่ในงานนี้ 

ผมเนี่ย ถ้านับอายุแล้วรุ่นลูกได้นะครับ เพราะแม่ผมปีนี้อายุเข้า 70 ปี นายหัว 72 แล้ว

แต่เมื่อยืนอยู่ด้วยกันบนเวทีการเมือง เราก็เรียกกันเป็นพี่เป็นน้อง

ท่านที่เคารพครับ ถ้าเราจะมีพี่ชายสักคนหนึ่ง ผมว่า เต็มหัวใจนี้คารวะพี่ชายคนนี้ล่ะครับ วีระกานต์ มุสิกพงศ์ ว่าเป็นพี่ชายที่แสนดี' ณัฐวุฒิกล่าว

(ทีมงาน)

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

2 ความคิดเห็น

 
3 ส

เยี่ยมครับ

ยอดเยี่ยม

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
ผักหวานป่า

นัดวุดกล่าวได้เยี่ยมมาก14  14

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0