ซี้ซั้ว !!!

ซี้ซั้ว !!!

ทิ้งหมัดเข้ามุม : จับตาข่าวซี้ซั้ว ในพรรค พปชร.

 
23 พ.ย. 2564-00:30 น.

จับตาข่าวซี้ซั้ว ในพรรค พปชร. : ทิ้งหมัดเข้ามุม จับตาข่าวซี้ซั้ว - 'ตอนนี้เรามีว่าที่ (khaosod.co.th)

จับตาข่าวซี้ซั้ว ในพรรค พปชร.

‘ตอนนี้เรามีว่าที่ผู้สมัครส.ส.เกือบครบทุกจังหวัดแล้ว และกลไกของพรรคได้วางไว้เรียบร้อยหมดแล้ว’

คือคำกล่าวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาฯ พลังประชารัฐ ระหว่างเป็นตัวแทนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค ไปประชุมจัดตั้งสาขาพรรค จ.ขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ 1 วันเสาร์ที่ผ่านมา

หลังจากเมื่อต้นเดือนทั้งพล.อ.ประวิตร และร.อ.ธรรมนัส เพิ่งลงไปประชุมจัดตั้งสาขาพรรคภาคใต้ ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

จะว่าไปก็เหมือนเป็นการส่งสัญญาณกลายๆ ถึงรัฐบาลชุดนี้ยังเหลือเวลาอีกปีกว่า แต่พลังประชารัฐก็มีการเตรียมพร้อม หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองแล้วจะต้องเลือกตั้งใหม่

ในการประชุม จ.ขอนแก่น เลขาฯ พลังประชารัฐกล่าวกับสมาชิกพรรคด้วยว่า เรื่องในพรรคไม่อยากให้สมาชิกหรือส.ส.พรรคออกมาพูดเป็นรายวัน ทุกอย่างให้ฟังจากปากหัวหน้าพรรคคือพล.อ.ประวิตร คนเดียวเท่านั้น

‘อย่าให้สัมภาษณ์ซี้ซั้ว’ ร.อ.ธรรมนัส อ้างคำพูดหัวหน้าพรรค

ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องอะไรที่ว่าซี้ซั้ว แต่หากใครเกาะติดสถานการณ์ภายในพลังประชารัฐโดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ปราบกบฏ พปชร.

ก็จะมีข่าวจริงบ้างเท็จบ้าง ซี้ซั้วบ้าง ไม่ซี้ซั้วบ้าง ออกมาสร้างแรงกระเพื่อมในพรรคอยู่บ่อยๆ

ล่าสุดก็มีข่าวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กับ ‘บิ๊กป๊อก’ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เตรียมแยกวงจากพลังประชารัฐของพี่ใหญ่ ‘3 ป.’ ไปตั้งพรรคการเมืองของตัวเอง

พล.อ.ประวิตรปฏิเสธข่าวนี้ แต่พล.อ.ประยุทธ์กลับเอาแต่ส่ายหน้า เดินหนี ไม่ตอบ

มีการวิเคราะห์ที่มาที่ไปกระแสข่าวดังกล่าว น่าจะมีมูลจากการที่พล.อ. ประยุทธ์ไม่มั่นใจพลังประชารัฐ ว่าจะยังสนับสนุนตนเองเป็นแคนดิเดตนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่

ผสมกับข่าวที่กระฉอกออกมาว่า พลังประชารัฐมี ‘ตัวเลือกใหม่’ เป็นคนดังมีชื่อเสียง

คือต่อให้มั่นใจว่าพี่ใหญ่ไม่หักหลัง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องมั่นใจในตัวร.อ.ธรรมนัส

อีกอย่างถ้าข่าวตั้งพรรคเป็นเรื่องจริงเพราะไม่เชื่อใจร.อ.ธรรมนัส

ก็ต้องถามก่อนว่า 7 ปีกว่าที่ผ่านมายังจะมีนักการเมืองกี่มากน้อยที่เชื่อมั่นในตัวพล.อ.ประยุทธ์

จนถึงขั้นเสี่ยงย้ายตามไปอยู่พรรคใหม่ด้วยหรือไม่

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1

9 ความเห็น

 
ICT
09.00 INDEX กระแสข่าวลือยุบสภาปลิวว่อน ภายใต้การพลิกผัน ‘การเมือง’

09.00 INDEX กระแสข่าวลือยุบสภาปลิวว่อน ภายใต้การพลิกผัน 'การเมือง' (matichon.co.th)

กระแสข่าวลือยุบสภาปลิวว่อน ภายใต้การพลิกผัน ‘การเมือง’

ทำไมข่าวลือเรื่อง ‘ยุบสภา’ จึงปลิวว่อนสร้างความหวั่นไหวเป็นอย่างสูง ไม่ว่าจะมองจากพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะมองจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน

ปัจจัยสำคัญมาจากการประกาศและบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมนับแต่วันที่ 21 พฤศจิกายนเป็นต้นมา

นั่นหมายความว่า ระบบการเลือกตั้งใหม่โดยใช้บัตร 2 ใบต่อ 400 ระบบเขต และต่อ 100 ระบบบัญชีรายชื่อ จะต้องเดินหน้าต่อไป ไม่มีอะไรจะยับยั้ง

ปมเงื่อนอยู่ที่รายละเอียดของร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้งจะดำเนินไปอย่างไร ดำเนินไปเหมือนกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 หรือว่ายังรักษาการนับคะแนนในแบบรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เดิม

ขณะที่สภาพการณ์ทางการเมืองในห้วงที่เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมระบบเลือกตั้ง กับสภาพการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ก็แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ปัจจัยที่สำคัญเป็นอย่างมากอยู่ที่สภาวะที่ยังขาดความนิ่งอย่างเพียงพอภายในของพรรคพลังประชารัฐ

อาจเพราะสังคมตกอยู่ในสถานการณ์ ‘ลับ ลวง พราง’ อันเป็นยุทธวิธีที่ทหารยึดกุมตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 กระทั่งต่อเนื่องมายังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

ท่วงทำนองทางการเมืองไม่ว่าจะมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะมาจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงถูกตีความเข้ม

ระหว่าง ‘จริง’ กับ ‘เท็จ’ อะไรคือความจริงที่ซ่อนเร้น งำประกาย

ตัวอย่างที่ยากแก่การสรุปก็คือ ความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นหรือว่ามีความจริงรองรับจนยากจะสมาน

หากมองจากอากัปกิริยาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

แม้กระทั่งการเลื่อนวันสังสรรค์ก็กลายเป็นข้อสงสัย กลายเป็นประเด็น

ความสงสัยที่คุกรุ่นอยู่ขณะนี้ก็คือ การเดินเข้าไปสู่ระบบเลือกตั้งใหม่ เป็นการหลงเข้าไปใน ‘กลยุทธ์’ ทางการเมืองของฝ่ายใด ฝ่ายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือฝ่ายของพรรคเพื่อไทย

โอกาสในการแก้เกมมีเพียงช่องทางเดียวเท่านั้น คือการรักษาจุดได้เปรียบจาก ‘กฎหมายลูก’ และจังหวะในการ ‘ยุบสภา’

 

จึงเป็นไปได้ว่าข่าวลือ ข่าวปล่อย จะปลิวว่อนอย่างยิ่งตามมา

 

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

ข่าวข้น คนเข้ม : การเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามา รัฐธรรมนูญจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ชี้ชะตา

 
23 พ.ย. 2564-00:04 น.

คอลัมน์ ข่าวข้น คนเข้ม การเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามา รัฐธรรมนูญ จะเป็นปัจจัยหนึ่ง (khaosod.co.th)

การเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามา รัฐธรรมนูญจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ชี้ชะตา

หนังสือพิมพ์ ข่าวสด ครบทุกรส สดทุกเรื่อง ฉบับนี้ตรงกับวันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2564 แรม 4 ค่ำ เดือน 12 ปีฉลู…•

สถานการณ์ โควิด ในไทย ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันไม่ถึงหมื่นราย ไม่มากไม่น้อย มีโอกาสดีดตัวสูงขึ้นได้ทุกเมื่อ เพราะต้อง เปิดประเทศ ผ่อนคลายมาตรการให้ประชาชนลืมตาอ้าปาก ต่อลมหายใจทางเศรษฐกิจ การหาอยู่หากิน ห้ามประมาทเด็ดขาด มีตัวอย่างหลายชาติเปิดแล้วมีผู้ติดเชื้อสูงฮวบฮาบ…•

นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คุยโวเกทับเพื่อนบ้าน ประเทศเรามีวัคซีนเยอะ รอบบ้านเขาอยากได้ แต่ไม่มี ยังตั้งเป้าฉีดวัคซีน 100 ล้านโดสภายในเดือนพ.ย. จากนั้นเดือนธ.ค.อีก 20 ล้านโดสครบปีฉีดได้ 120 ล้านโดส สั่งเร่งรณรงค์ให้พาคนมาฉีด แต่สถานการณ์จริงแค่รณรงค์ไม่พอ ต้องบริการฉีดเชิงรุกให้มากกว่าที่เป็นอยู่…•

น่าเป็นห่วงนักเรียน เยาวชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ยอมฉีดวัคซีน จนถึงขณะนี้ยังฉีดได้แค่ครึ่งเดียว ที่เหลือปฏิเสธ ความกลัวผลข้างเคียงก็ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่มาจากสถานการณ์ไม่สงบ หวาดระแวงรัฐ ไม่เชื่อใจเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่…•

มีเสียงเรียกร้องดังขึ้นต่อเนื่อง ผู้ประกอบการสถานบริการบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ วิงวอนรัฐบาล ร่นเปิดบริการวันที่ 1 ธ.ค. จะได้ลืมตาอ้าปาก ช่วงไฮซีซั่น โดยเฉพาะช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ไม่ใช่ให้รอไปถึงกลางเดือนต้นปีหน้า ไม่ทันการณ์…•

ไม่เท่านั้นตั้งแต่งวดเดือนม.ค.65 ค่าไฟฟ้าขึ้นอีก รัฐบาลอ้างน้ำมันโลก ก๊าซธรรมชาติราคาแพงขึ้น ส่งผลต้นทุนผลิตไฟฟ้าสูงขึ้นตามมา อีกทั้งค่าเงินบาทลด การนำเข้าเชื้อเพลิงปั่นไฟต้องใช้เงินมากขึ้น ที่อ้างมาถูกทั้งหมด แต่ก็เป็นหน้าที่รัฐบาลมิใช่หรือ ไม่ใช่โยนภาระให้ประชาชน…•

ผู้คนพลเมืองอ่อนแอลงทุกวัน อำนาจต่อรองถดถอยแต่อำนาจ ความแข็งแกร่ง รัฐบาลแน่นปึ้ก ดังกรณี รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ถูกตีตกจากที่ประชุมรัฐสภา เสียง 250 ส.ว. ผนึกกับ ส.ส.รัฐบาล ยิ่งตอกย้ำเสียงประชาชนแทบไม่มีความหมาย…•

เรื่อง แก้รัฐธรรมนูญ จะเป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง ก้าวไกล ประกาศออกมาแล้วเป็นลำดับแรก ฝั่ง เพื่อไทย ก็ด้วยเช่นกัน การเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามา รัฐธรรมนูญจะเป็นปัจจัยหนึ่งส่งผลต่อคะแนนเสียง…•

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอความร่วมมือประชาชนช่วยบริจาคโลหิตเพราะหลังเปิดประเทศ คลายล็อกมาตรการควบคุมโควิด ร.พ.กลับมาเปิดรักษาได้ตามปกติ ส่งผล เลือดขาดแคลนหนัก ต้องเบิกขอใช้เลือดสูงกว่า 6,500 ยูนิตต่อวัน แต่จ่ายเลือดได้ให้ไม่ถึงครึ่ง ปัจจุบันมีเลือดบริจาคทั่วประเทศวันละ 2,800 ยูนิตเท่านั้น ไม่เพียงพอรักษา และผ่าตัดผู้ป่วย.…•

โดย…ข้าวตอกแตก

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT

เหลืองอร่าม ทองอุไร

'ทองอุไร' ไม่ได้มีแค่ความสวยงามเท่านั้น ยังช่วยเสริม โชคชะตา ทำให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง โชคลาภ จัดเป็นไม้มงคล

23 พฤศจิกายน 2564

10:00 น.

เกษตร

ไม้พุ่มสูง ให้ดอกสีเหลือง เกือบทั้งต้น เราอาจเห็นในสถานที่ต่างๆ หรือ ตามเกาะกลางริมถนน ปลูกกันอย่างแพร่หลายอาจสงสัยว่าชื่อต้นอะไร อาจเป็น “ต้นทองอุไร” ที่เรากำลังจะมาแนะนำ ในสัปดาห์นี้ ครับ

 

ต้นทองอุไร เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กสูง 2-4 เมตร ลำต้นเล็ก แผ่กิ่งด้านบนเป็นพุ่มกลมโปร่ง ให้ดอกสีเหลือง ตลอดทั้งปี อาจมีหลายชื่อในถิ่นต่างๆ เช่น ดอกละคร หรือสร้อยทอง สามารถนำ ต้นทองอุไร มาปลูกเป็นกลุ่ม ปลูกริมรั้วเป็นแถว หรือปลูกต้นเดียว ก็ได้ อาจจะมีข้อเสียก็แต่ ต้นทองอุไรนั้นดอกร่วง จะเยอะ ต้องหมั่นกวาดหน่อยครับ

 

ทองอุไร เลี้ยงง่ายเป็น ไม้ชอบแดด ทนฝน ไม่ตายง่าย แมลงต่างๆไม่ค่อยรบกวน ชอบดินร่วนระบายน้ำดี ไม่ชอบดินที่มีน้ำขังเป็นเวลานาน ไม่เหมาะกับปลูกไว้ในร่ม เพราะจะทำให้ดอกไม่ออก อย่างที่เราอยากได้ ต้นทองอุไร ก็ยังมีสรรพคุณทางสมุนไพร ช่วยรักษาโรค เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ตัวดอกของ ทองอุไร ยังสามารถนำมากินแบบสดๆ เป็นเมี่ยงคำ หรือชุบแป้งทอดร่วมกับดอกไม้อื่นๆได้ด้วย

 

ควรตัดแต่งทรงพุ่มของต้นทองอุไร เป็นประจำ เนื่องจากเป็นต้นไม้แตกใบเร็ว ตัดบ่อยก็จะได้ทรงพุ่มที่แน่น เป็นทรง กระตุ้นการออกดอก มีความเชื่อว่าปลูกทองอุไรแล้วออกดอกดกๆนั้น จะช่วยเสริมโชคชะตา ทำให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง จะมีโชคลาภและจะมีฐานะร่ำรวย จัดเป็นไม้มงคล ออกดอกจัด โรคแมลงไม่รบกวน น่าหามาปลูกกัน นะครับ

 

………………………………….

คอลัมน์ “มหัศจรรย์พรรณไม้”

เขียนโดย เอกลักษณ์ ถนัดสวน

... สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/500370/

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

การ์ตูน เซีย

การ์ตูน จ๊ะโอ๋

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
ที่ใดมีจัดซื้อที่นั่นมักมี...
ไทยรัฐฉบับพิมพ์

23 พ.ย. 2564 05:42 น.

 

อีกไม่กี่วันจะถึงวันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน วันเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาตำบล (อบต.) 5,300 แห่ง ทั่วประเทศ มีรายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า ได้ระดมตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วยตำรวจจากกองบัญชาการทั้ง 9 ภาค เพื่อตัดตอนอาชญากรรมก่อนวันเลือกตั้ง

ไม่ทราบชัดเจนว่า “อาชญากรรม” ประเภทไหน ที่ชอบเกิดขึ้นในช่วงเวลาก่อนวันเลือกตั้ง เป็นมือปืนรับจ้าง หรือเป็นการป้องกันและปราบปรามการซื้อเสียง ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะการซื้อสิทธิ์ขายเสียงน่าจะเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของ กกต. แต่มีรายงานข่าวว่า กกต.มักจะไม่สนใจในการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น

นักวิชาการผู้ติดตามและศึกษาการเลือกตั้งองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าเลือกตั้ง อบต.คราวนี้ จะมีการแข่งขันที่เข้มข้น ทั้งด้วยอำนาจรัฐ อำนาจเงิน หรืออิทธิพล เพราะประเทศไทยว่างเว้นการเลือกตั้ง อบต.มาเกือบ 10 ปี จน อบต.ซึ่งเป็นฐานรากของการปกครองท้องถิ่นเปลี่ยนไป

เปลี่ยนจากการเป็นองค์กรปกครองตนเองของประชาชน เนื่องจากอยู่ใต้รัฐบาลรัฐประหารมาเป็นเวลานาน จึงอาจมีแนวโน้มจะกลายเป็นกลไกของรัฐราชการรวมศูนย์ ภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกตั้ง จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อสืบทอดอำนาจ

การสืบทอดอำนาจเป็นธรรมชาติของมนุษย์ โดยเฉพาะมนุษย์ที่เสพติดอำนาจ ต้องการอยู่ในอำนาจให้นานที่สุด ฉะนั้น ประเทศประชาธิปไตยหลายประเทศจึงห้ามประธานาธิบดีหรือนายกรัฐมนตรีอยู่ในตำแหน่งเกิน 2 วาระ หรือ 8 ปี เพื่อไม่ให้ “รากงอก” รัฐธรรมนูญก็ห้ามแต่กลัวไม่ศักดิ์สิทธิ์

อบต.เป็นการปกครองตนเองของประชาชน ในระดับฐานรากที่สุด เป็นการกระจายอำนาจถึงระดับหมู่บ้าน และตำบล มีเสียงวิจารณ์ว่านอกจากการกระจายอำนาจแล้ว ยังกระจายการทุจริตโกงกินด้วย เรื่องนี้อาจเป็นไปได้ เพราะ อบต.บางส่วนมีรายได้ถึงปีละ 400-600 ล้านบาท อบต.ที่มีรายได้ต่ำสุดปีละ 50-199 ล้านบาท

จากการศึกษาวิจัยของสถาบันการศึกษาระดับสูง ยืนยันว่าที่ใดมีงบประมาณใช้จ่าย มีการจัดซื้อจัดจ้าง มักจะมีการทุจริตฉ้อฉล ถ้าไม่มีกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็ง อย่าว่าแต่ระดับตำบลเลย แม้แต่ในระดับประเทศก็มีการทุจริตกันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากปกครองด้วยระบบพวกพ้อง กลไกการตรวจสอบอ่อนแอ.

ที่ใดมีจัดซื้อที่นั่นมักมี... (thairath.co.th)

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT
เสียดายหัวลำโพง
แม่ลูกจันทร์

23 พ.ย. 2564 06:12 น.

 

สถานีรถไฟหัวลำโพง ศูนย์กลางการคมนาคมอายุ 105 ปีของประเทศ ไทยกำลังจะถูกปลดระวาง กลายเป็นสถานีร้างกลางสะดือ กทม.

15 ชานชาลาอันใหญ่โตของหัวลำโพง ซึ่งเคยมีขบวนรถไฟจอดเรียงกันเป็นตับ มีคนเดินทางเข้าออกพลุกพล่านตลอด 24 ชั่วโมง จะกลายสภาพเป็น “ป่าช้ารางรถไฟ

เพราะตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม จะไม่มีขบวนรถไฟเข้ามาจอดสุดทางที่สถานีหัวลำโพงอีกต่อไป!!

ขบวนรถไฟสายเหนือ สายใต้ สายอีสาน 155 ขบวน ทั้งรถด่วน รถเร็ว รถหวานเย็น รถดีเซลราง รถไฟชานเมือง ฯลฯ จะเปลี่ยนไปจอดรับส่งผู้โดยสารที่ชุมทางสถานีกลางบางซื่อแห่งเดียว

ส่วนขบวนรถไฟสายตะวันออก 19 ขบวนจะไปจอดที่สถานีมักกะสันเป็นต้นทาง

 

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าการปิดตำนานสถานีรถไฟหัวลำโพงเป็นนโยบายของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม โดยได้รับความเห็นชอบจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

นายศักดิ์สยาม อ้างเหตุผลการหยุดให้รถไฟทุกขบวนเข้าจอดสถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อแก้ปัญหาจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นใน

แต่ประเด็นสำคัญไม่ใช่เรื่องการแก้ปัญหาจราจร

แต่เป้าหมายคือที่ดินพระราชทาน 120 ไร่ของสถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่ง “ในหลวงรัชกาลที่ 5” พระราชทานให้เป็นจุดเริ่มต้นของการรถไฟไทยไปให้กลุ่มทุนเอกชนเช่าลงทุนพัฒนาใช้ประโยชน์ระยะยาว

เพื่อหารายได้มาชดเชยการขาดทุนของการรถไฟแห่งประเทศไทย

โดยแผนล่าสุดจะแบ่งพื้นที่ทองคำฝังเพชร 120 ไร่ ราคาประเมิน 48,000 ล้านบาทให้กลุ่มเอกชนลงทุนพัฒนาเป็น 5 โซน

โซนเอ 16 ไร่ เป็นพื้นที่เข้าออกลานจอดรถริมคลองผดุงกรุงเกษมเป็นพื้นที่สาธารณะ จะปรับปรุงภูมิทัศน์ให้ประชาชนพักผ่อนหย่อนใจ

โซนบี 13 ไร่ ตัวอาคารสถานีรถไฟ หัวลำโพงขึ้นทะเบียนโบราณสถานจะปรับปรุงให้คงสภาพเดิม

 

โซนซี 49 ไร่ พื้นที่ชานชาลา และย่านสับหลีกขบวนรถไฟและพื้นที่จอดพักรถไฟ จะพัฒนาเป็นโรงแรม อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า และคอนโด มิเนียมระดับไฮโซ แบบกรุงโตเกียว

โซนดี 22 ไร่ พื้นที่โรงซ่อมรถดีเซลราง และโรงซ่อมตู้โบกี้รถโดยสารจะพัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ ร้านค้า แหล่งช็อปปิ้งไฮคลาส และร้านอาหารระดับหรู แบบเมืองเวนิส

โซนอี 20 ไร่ ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทยและกลุ่มอาคารพัสดุเดิม จะพัฒนาเป็นมิกซ์ยูส โรงแรม อาคารสำนักงาน ศูนย์ธุรกิจทันสมัย แบบนครเซี่ยงไฮ้

แต่ยังติดขัดปัญหาเดียว

คือพื้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพงถูกกำหนด “ผังเมืองสีน้ำเงิน” ห้ามก่อสร้างอาคารสูงและห้ามพัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

จึงต้องเสนอ นายกฯลุงตู่ ขออนุมัติปรับ “ผังเมืองสีน้ำเงิน” ให้เป็น “ผังเมืองสีแดง” เพื่อนำไปให้เอกชนเช่าใช้ประโยชน์ ครบวงจร

คาดว่าไม่เกินต้นปีหน้า “ผังเมืองสีน้ำเงิน” จะกลายเป็น “ผังเมืองสีแดง”

เจ้าสัวรายไหนจะได้สะง่อมที่ดินพระราชทาน 120 ไร่ แปลงสุดท้ายใจกลางกรุงเทพฯไปครอบครอง??

ฟันกำไรสะดือบานไปอีก 50 ปี เชียวนะโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

เสียดายหัวลำโพง (thairath.co.th)

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
619

หัวลำโพงเมื่อก่อนผมเคยใช้บริการประจำนะเกือบปีได้ทรมานฉิบหายทำไมถึงต้องใช้บริการหรอก็เพราะรถเมล์แม่งไม่มีนะสิจากลาดกระบังเลยต้องนั่งรถไฟเป็นหลักมาลงที่หัวลำโพงแล้วต่อรถไฟมาหลักสี่อีกทีเหม็นฉิบหายเลยนะแถวชานชลาทั้งเยียวทั้งขี้ กลิ่นยังติดจมูกจนถึงทุกวันนี้เลยครับ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT
คนไทยทำใจโดนรีดภาษี
เพลิงสุริยะ

23 พ.ย. 2564 05:45 น.

 

ตามไปเกาะขอบเวทีสัมมนาหอการค้าไทยฯ ครั้งที่ 39 มีข้อเสนอจากทั้งภาคเอกชน รวมถึงทิศทางการขับเคลื่อนงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลในปี 2565

เริ่มที่ คุณสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวปาฐกถาเรื่อง “Connect the Dots : Design the Future รวมพลัง...สร้างสรรค์อนาคต”

มองว่าหลังการแพร่ระบาดโควิด เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญ VUCA คือ เศรษฐกิจโลกผันผวน (Volatility) ความไม่แน่นอนสูง (Uncertainty) ความซับซ้อนสูง (Complexity) ความคลุมเครือ (Ambiguity)

ดังนั้นในปี 2565 ต้องปรับตัวใช้ 5 โอกาส ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ประกอบด้วย

1) ร่วมกันสร้างแรงจูงใจดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการใช้ประโยชน์จากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)

หอการค้าฯอาสารับบทเป็น “แม่สื่อ” ให้รัฐกับกลุ่มเอ็นจีโอมาพบกัน เพื่อผลักดันการเข้าร่วมความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP)

 

2) สร้างความเชื่อมั่นกับนานาชาติ ผ่านเวทีการประชุม APEC ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในปีหน้า โดยหอการค้าไทยจะมีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนการประชุม “CEO Summit”

3) ภาคการท่องเที่ยว ในปี 2565 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่า จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา 10 ล้านคน

4) กระตุ้นเศรษฐกิจภายใน สร้าง Local demand ผ่านโครงการคนละครึ่ง, เราเที่ยวด้วยกัน ฯลฯ

“การที่รัฐบาลขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 60% เป็น 70% นั่นคือรัฐบาลยังมีวงเงินอีก 500,000 ล้านบาท ที่จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้า”

5) ความท้าทายในเรื่องเทคโนโลยี “ทรานส์ฟอร์เมชัน” ต่อไปจะไม่ใช่ Internet of Things (IoT) แต่จะเป็น Internet of everything ที่ทุกคนต้องปรับมายด์เซต ภายใต้แนวคิด “Connect the Dots DESIGN THE FUTURE”

ขณะที่ คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวเสวนา “ประเทศไทยกับการฟื้นตัวหลังโควิด-19”

ยังคงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2565 จะขยายตัวได้ 3.5-4.5% จาก 7 ปัจจัยหลัก ได้แก่

1.การดูแลการแพร่ระบาดโควิด 2.การหนุนให้ภาคธุรกิจฟื้นตัว 3.แรงกระตุ้นการใช้จ่ายครัวเรือน 4.ภาคการส่งออก 5.การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน 6.การใช้จ่ายรัฐบาล และ 7.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

ส่วนแนวทางการบริหารเศรษฐกิจในปี 2565 จะเน้นการเติบโตที่ทั่วถึง หรือ Inclusive Growth ไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะกลุ่ม โดยรัฐบาลจะดูแลโควิดควบคู่ไปกับเศรษฐกิจ

ที่ผ่านมารัฐบาลใช้งบประมาณดูแลเศรษฐกิจ คิดเป็น 14.6% ของจีดีพี และใช้นโยบายกึ่งการคลังไปประมาณ 4.2% ของจีดีพี แน่นอนว่าส่งผลให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น

ตัวเลข ณ เดือน ก.ย.ปีนี้ ระดับหนี้สาธารณะอยู่ที่ 57% ต่อจีดีพี ประเมินว่า ณ สิ้นเดือน ก.ย.2565 จะไปอยู่ที่ 62% ต่อจีดีพี จากการใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงิน

แต่ถือว่ายังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังที่รัฐบาลได้ขยายเอาไว้ที่ 70%

ฐานะการคลัง ณ สิ้นเดือน ก.ย.2564 อยู่ที่ระดับ 5 แสนล้านบาท หากเศรษฐกิจปีหน้าขยายตัวได้ 4% การจัดเก็บรายได้ก็จะเป็นไปตามเป้าหมาย

“แต่ก็คงไม่จบแค่นี้ เพราะเรามีแผนที่จะเพิ่มขยายฐานภาษี และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บให้ดีขึ้น”

แปลไทยเป็นไทยก็คือ หาช่องทางรีดเลือดเอากับปู

ขูดรีดภาษีเอากับประชาชนนั่นแหละ.

เพลิงสุริยะ

คนไทยทำใจโดนรีดภาษี (thairath.co.th)

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT
ไม้เท้าผีสิง
กิเลน ประลองเชิง

19 พ.ย. 2564 05:12 น.

 

หนังจีนดังเรื่อง “ร้อยฤทธิ์นางสิงห์ร้าย” ของชอว์บาเดอร์ ที่ฉายในเมืองไทยสี่สิบปีที่แล้ว ผมมีฉากจำสำคัญในสถานการณ์ที่สะใภ้ตระกูลขุนพลงักฮุย(ควรเป็นตระกูลหยาง) ถูกนายกกังฉินกินเมืองใช้อำนาจบีบคั้นขั้นคับขัน

จู่ๆก็มี “คุณย่า” ถือไม้เท้าหัวมังกรเดินออกมาไล่ตีนายกกังฉินสะบักสะบอม

ไม้เท้าหัวมังกรนัยว่าไม้เท้าพระราชทาน มีอำนาจเหนือเหนืออำนาจใดๆ ถ้าฮ่องเต้ทำอะไรไม่ดี ตีได้กระทั่งฮ่องเต้นั่นเทียว

ตอนที่ดูหนังผมรู้สึกได้ว่า “มันสะใจ” เพิ่งเข้าใจความนัย ประเพณีจีนนับถือผู้สูงอายุมากๆ เขาให้เกียรติยศกันด้วยไม้เท้า

มีกฎเกณฑ์ว่าอายุ 50 ปี ถือไม้เท้าได้แต่ในครอบครัว 60 ปี ถือไม้เท้าได้ภายในตำบล 70 ปี ถือไม้เท้าได้ในเมือง อายุ 80 ปี ถือไม้เท้าได้ในพระราชฐาน และถ้าอายุถึง 90 ปี ถือกันว่าฮ่องเต้ควรเสด็จไปเยี่ยมถึงบ้าน

เค้าของเรื่องเล่าไม้เท้าหัวมังกรตีนายกหรือฮ่องเต้ได้ น่าจะขยายมาจากความเชื่อดั้งเดิมนี่เอง

ไม้เท้าเป็นสัญลักษณ์สำคัญคนแก่ถึงปานนี้ จึงมีเรื่องเกี่ยวกับไม้เท้าอีกว่า เมื่อพ่อตายลูกชายต้องถือไม้เท้าพ่อ เชื่อกันว่าวิญญาณพ่อจะเข้าไปสิงในไม้เท้าคอยช่วยเหลือป้องกันภัย

มีคำกล่าวว่า ไก่ขาว ไม้เท้าผีสิง หญิงรูปงาม สามอย่างนี้เป็นของสำคัญสำหรับบ้าน

ไทยเราเวลาขึ้นบ้านใหม่ก็เอาความเชื่อสามสิ่งนี้มาใช้

การแต่งงานในสมัยโบราณนิยมปลูกเรือนหอใหม่ให้คู่บ่าวสาวแยกไปอยู่ตามลำพังผัวเมีย ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวต้องรู้จักเวลาที่จะทำมาหากิน จึงต้องมีไก่ไว้ประจำบ้านเพื่อขันบอกเวลา

ส่วนไม้เท้าจะต้องมีใช้ในบ้านใหม่ เปรียบได้เหมือนอาวุธไว้ป้องกันลูกเมีย

สำหรับหญิงงาม เห็นจะไม่ใช่ใคร ย่อมหมายถึงภรรยา

ความเชื่อเรื่องสามของสำคัญที่จะต้องมีตอนขึ้นบ้านใหม่เชื่อมโยงไปถึงขนบธรรมเนียมในราชสำนักไทย ในพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร มีการอุ้มไก่ขาวและใช้ไม้เท้าหรือธารพระกรเข้าไปพิธี

ธารพระกรในพระราชพิธีสมัยรัชกาลที่ 4 เรียกธารพระกรศักดิ์สิทธิ์ สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงทราบว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเซ่นสรวงอย่างเป็นของศักดิ์สิทธิ์

มีข้อสันนิษฐานว่า ชะรอยจะมีผู้นำไม้ไม้เนื้อดีมีรูปพรรณแปลกประหลาดถวาย ก็ทรงจะนึกถึงไม้เท้าผีสิงในตำราจีน จึงโปรดให้ทำเป็นธารพระกร

แต่จะให้เรียกนามว่า ธารพระกรปีศาจสิง เห็นแรงเกินไป จึงให้เรียกว่า ธารพระกรศักดิ์สิทธิ์

ตั้งพระนามไว้อย่างนั้น แต่ก็ไม่ทรงเชื่อความศักดิ์สิทธิ์แต่ประการใด ในงานเลี้ยงปีใหม่มีการตั้งเลี้ยงโต๊ะที่พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ ทรงใช้ธารพระกรศักดิ์สิทธิ์แทงจิ้มห่อหมูแนม

เรื่องที่สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเล่า แสดงว่า ธารพระกรศักดิ์สิทธิ์พระองค์นั้น ทำไว้แบบปลายแหลม ไม่ใช่ไม้เท้าที่มีหัวเป็นรูปร่าง มีปลายทู่ๆแบบไม้เท้าทั่วไป

ความรู้เรื่องธารพระกรผีสิงที่ได้เค้าจากเมืองจีน ชี้ให้นึกถึงประเพณีจีนดั้งเดิมที่นับถือพ่อแก่แม่เฒ่าเป็นใหญ่

สมัยเหมาเจ๋อตุงสั่งแก๊งสี่คนปฏิวัติวัฒนธรรม พวกเด็กๆจับคนแก่ที่หลงของเก่า ความเชื่อเก่าๆมาแห่ประจาน เป็นบาดแผลลึกๆ

ในใจคนจีน พอๆกับคนแก่ใช้รถถังและปืนไล่ฆ่าเด็กๆชุมนุมประท้วงที่เทียนอันเหมิน

จีนผ่านบทเรียนการสั่งสอนคนแก่ และคนแก่ล้างแค้นเด็กๆ

มาแล้วจนน่าจะพอเข้าใจ ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก แต่บางบ้านเมืองที่ผมรู้จักดูเหมือนจะผ่านแค่บทเรียนคนแก่ไล่ฆ่าเด็กหนีเข้าป่า

ตอนนี้ เริ่มมีเค้าพวกเด็กๆจะฮึ่มๆแก้แค้นตามประสาเขาบ้าง ความเชื่อเรื่องไม้เท้าผีสิง วิญญาณพ่อตามช่วยคุ้มภัย ดูเหมือนจะหมดไปนานเต็มทีแล้ว.

กิเลน ประลองเชิง

ไม้เท้าผีสิง (thairath.co.th)

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1