ฉบับเต็ม สื่อออสเตรเลีย ชี้ ร.ท. ธรรมนัส แกนกลางในขบวนการค้ายา ไม่ใช่อยู่ผิดที่ผิดเวลา

ฉบับเต็ม สื่อออสเตรเลีย ชี้ ร.ท. ธรรมนัส แกนกลางในขบวนการค้ายา ไม่ใช่อยู่ผิดที่ผิดเวลา

ต้องชัดเจน
แม่ลูกจันทร์11 ก.ย. 2562 05:10 น.
 
 

อิทธิฤทธิ์พายุโซนร้อนโพดุล ที่เริ่มอาละวาดตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม ทำให้น้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ 26 จังหวัด 82 อำเภอ

ล่าสุด ยังเหลือพื้นที่อีสานใต้อีก 7 จังหวัด ที่ยังเผชิญน้ำท่วมมาราธอน

หนักที่สุดคือ “อุบลราชธานี-ยโสธร-ร้อยเอ็ด และอำนาจเจริญ” น้ำท่วมหนัก ท่วมนาน พี่น้องประชาชนเดือดร้อนอ่วมอรไท

ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องจัดคิวไปเยี่ยมเยียนปลอบขวัญผู้ประสบภัยน้ำท่วมโซนอีสานใต้เมื่อบ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมา

“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าถ้าใน 7 วันนี้ ไม่มีพายุลูกใหม่ถล่มซ้ำแผลเดิม

วิกฤติน้ำท่วม 28 จังหวัดจะแห้งสนิทร้อยเปอร์เซ็นต์!!

หลังน้ำแห้งแล้ว รัฐบาลจะสำรวจความเสียหายเพื่อเร่งเบิกจ่ายเยียวยาผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลัง

ผู้มีสิทธิรับเงินเยียวยาจากรัฐบาลจะต้องมีรายชื่อในทะเบียนเกษตรกรในพื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน

และต้องมีผู้นำท้องถิ่นลงชื่อรับรองว่าเป็นผู้ประสบภัยตัวจริง และได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมจริง

โดยกรมส่งเสริมการเกษตรฯจะตรวจสอบความถูกต้องซ้ำอีกครั้ง

เพื่อป้องกัน “บัญชีผี” มั่วรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าอัตราจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมแยกออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้คือ...

1,นาข้าวโดนน้ำท่วมเสียหาย รัฐบาลจะจ่ายเงินเยียวยาไม่เกินรายละ 30 ไร่ ในอัตราไร่ละ 1,113 บาท

พี่น้องชาวนาจะได้รับเงินทำขวัญไม่เกินรายละ 33,390 บาท

2,พืชไร่โดนน้ำท่วมเสียหาย รัฐบาลจะจ่ายเงินเยียวยารายละไม่เกิน 30 ไร่ ในอัตราไร่ละ 1,148 บาท

พี่น้องชาวไร่จะได้รับเงินอัดฉีดไม่เกินรายละ 34,440 บาท

3,พืชสวนและอื่นๆโดนน้ำท่วมเสียหายหนัก รัฐบาลจะจ่ายเงินซับน้ำตารายละไม่เกิน 30 ไร่ ในอัตราไร่ละ 1,690 บาท

พี่น้องเกษตรกรจะได้รับเงินเยียวยาไม่เกินรายละ 50,700 บาท

“แม่ลูกจันทร์” ประเมินวงเงินที่รัฐบาลต้องอัดฉีดเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมรอบล่าสุด...

สิริรวมหลงจ๊งไม่เกิน 1.7 หมื่นล้านบาท

ไม่รวมที่ “รัฐบาลลุงตู่” อนุมัติเบิกงบกลางฉุกเฉินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งไปแหม็บๆ อีก 1.5 หมื่นล้านบาท เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

ถ้าเอางบเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมกับงบเยียวยาผู้ประสบภัยแล้งทั้ง 2 ก้อน ขยำรวมกันเป็นก้อนเดียว

รัฐบาลกระเป๋าฉีกเพิ่มอีกกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท

จิ๊บๆขนหน้าแข้งไม่ร่วงว่างั้นเถอะ

“แม่ลูกจันทร์” ยังมีข้อข้องใจ อยากให้รัฐบาลชี้แจงให้แจ่มแจ้งอีก 4 ประเด็น

ข้อ 1, พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมกับพื้นที่ประสบภัยแล้งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เดียวกัน

การจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม และเยียวยาภัยแล้ง จะแยกอย่างไร??

ข้อ 2, เมื่อพื้นที่ภัยแล้งกับพื้นที่ภัยน้ำท่วมส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เดียวกัน

รัฐบาลจะจ่ายเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม และจ่ายเยียวยาผู้ประสบภัยแล้งอย่างไรให้ถูกต้อง โปร่งใส เหมาะสม และเป็นธรรม??

ข้อ 3, เมื่อพื้นที่น้ำท่วมกับพื้นที่ภัยแล้งเกิดทับซ้อนกัน

รัฐบาลจะจ่ายเยียวยาทั้ง 2 เด้ง? หรือรัฐบาลจะจ่ายเด้งเดียว?

ข้อ 4, ถ้ารัฐบาลจะจ่าย 2 เด้ง มีเหตุผลอย่างไร?

หรือ ถ้ารัฐบาลจะจ่ายเด้งเดียว มีเหตุผลอย่างไร?

โปรดชี้แจงให้ชัดเจน ไม่งั้นยุ่งตายชักนะโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

https://www.thairath.co.th/news/politic/1657136

*******

*************

*********************


ฉบับเต็ม สื่อออสเตรเลีย ชี้ ร.ท. ธรรมนัส แกนกลางในขบวนการค้ายา ไม่ใช่อยู่ผิดที่ผิดเวลาhttps://hilight.kapook.com/view/193368
 
 
 

              ฉบับเต็ม สื่อออสเตรเลีย ย้อนเหตุการณ์สมัย ร.ท. ธรรมนัส พรหมเผ่า ถูกจับในคดียาเสพติด พบรู้ดีว่ามีการขนยาตั้งแต่ที่ไทยไปจนถึงที่ออสเตรเลีย คอยจัดหา - ดูต้นทาง ก่อนตามไป ถูกจับได้ก่อนรับสารภาพว่าขนยา จำคุก 4 ปี แล้วถูกเนรเทศ

ธรรมนัส พรหมเผ่า
ภาพจาก สำนักข่าว INN
 
              จากกรณีที่มีการเปิดเผยว่า ร.ท. ธรรมนัส พรหมเผ่า เคยต้องคดียาเสพติดและติดคุกที่ออสเตรเลียนานกว่า 4 ปี แต่ปัจจุบัน ร.ท. ธรรมนัส ได้รับตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าตัวยืนยันว่า เรื่องนี้มีการวางพล็อตจากคนในประเทศ ตนยอมรับว่าอยู่ประเทศออสเตรเลียจริง และเคยถูกจับจริง แต่เพราะอยู่ผิดที่ผิดเวลา จนตกกระไดพลอยโจร ติดคุกจริงแต่เป็นเวลาไม่นาน

              อ่านเพิ่มเติม : ธรรมนัส ท้าเปิดหน้าชก คนขุดติดคุกออสเตรเลีย 4 ปี ชี้เรื่องมีการวางพลอตในไทย

              ร.ท. ธรรมนัส

  ภาพจาก เว็บไซต์ The Sydney Morning Herald

 
อย่างไรก็ดี เว็บไซต์ The Sydney Morning Herald วันที่ 10 กันยายน 2562 ได้รายงานอีกแง่มุมของเรื่องนี้ โดยระบุว่า ในช่วงทศวรรษที่ 1990 ร.ท. ธรรมนัส เคยถูกจับกุมจริง จากข้อหาค้ายาเสพติด (เฮโรอีน) กว่า 3.2  กิโลกรัม มูลค่ากว่า 4.1 ล้านดอลลาร์ เข้าออสเตรเลีย จนทำให้เขาต้องติดอยู่ในคุก Parklea เป็นเวลากว่า 4 ปี แล้วจึงถูกเนรเทศออกนอกประเทศทันที

              ร.ท. ธรรมนัส เคยออกมายอมรับว่า ตนเองถูกจับกุมในเดือนเมษายน ปี 1993 จริง จากการทำความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ตนถูกควบคุมตัวก่อนที่จะถูกปล่อยตัวและออกมาทำการค้าในออสเตรเลีย การถูกจับกุมนั้น อันเนื่องมาจากตนไปอยู่ผิดที่ผิดเวลากับคนค้ายาเสพติดเท่านั้น

              อย่างไรก็ตาม เอกสารจากทางศาล ได้ยืนยันว่า ร.ท. ธรรมนัส พรหมเผ่า หรืออดีตชื่อว่า ร.ท. มนัส โบกพรหม แท้จริงไม่ใช่คนที่อยู่ผิดที่ผิดเวลา หากแต่เป็นตัวละครสำคัญในขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ

               เมื่อถูกจับ ร.ท. ธรรมนัส บอกตำรวจว่า เขาเองเป็นสายลับทหารในชื่อ ยุทธภูมิ โบกพรหม และทำอาชีพเสริมในขณะที่เป็นผู้ช่วยทหารระดับชั้นในนายพล และเพื่อเป็นการลดโทษ  ร.ท. ธรรมนัส ยังเผยรายละเอียดเกี่ยวกับขบวนการค้ายาข้ามชาติ และบอกว่ามีผู้ร่วมขบวนการชื่อ วีระ มานพ และ พิศาล ด้วย

              ในเอกสารของศาล ระบุว่า ร.ท. ธรรมนัส ได้เจอกับเพื่อนร่วมขบวนการ, ชาวออสเตรเลีย 2 คน และหญิงตัวกลางเดินยา ที่กรุงเทพมหานคร ในตอนนั้น ร.ท. ธรรมนัส เป็นผู้จัดทำวีซ่าและซื้อตั๋วเครื่องบินให้หญิงเดินยา และมีหลักฐานที่บอกว่า เขาอยู่ในเหตุการณ์ตอนที่มีการแพ็กยาเสพติด และขนยาเสพติดไปให้กับปลายทางที่ชายหาดบองดี ประเทศออสเตรเลีย

 
             รายงานระบุว่า ในช่วงปี 1993 นายศรศาสตร์ เทียมทัศน์ พี่น้องต่างบิดา (หรือมารดา) ของ ร.ท. ธรรมนัส ได้มาขอร้องให้ ร.ท. ธรรมนัส ช่วยดำเนินเรื่องขอวีซ่าให้ผู้หญิงที่ชื่อว่า ปา จากนั้น ทั้ง 2 คนได้ไปที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งใกล้กับสถานทูตเก่าออสเตรเลียในกรุงเทพฯ และได้เจอกับ ปา และนายพิศาล วันต่อมา นายศรศาสตร์ได้ยื่นตั๋วเครื่องบินให้ปา ซึ่งตั๋วนี้เป็นตั๋วเดินทางมาที่ออสเตรเลีย และจ่ายเงินโดย ร.ท. ธรรมนัส

               ต่อมา ร.ท. ธรรมนัส ได้มาเจอกับคนออสเตรเลีย 2 คนคือ นายแซม คาลาเบรซ และนายมาริโอ้ คอนสแตนติโน่ ที่เป็นคนที่นายวีระแนะนำมา ร.ท. ธรรมนัส ชี้ว่า แม้นายศรศาสตร์จะไม่ได้บอกตรง ๆ ว่าจะมีการขนเฮโรอีน แต่ตนก็คิดว่าน่าจะเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย ตนเองพอจะรู้มาก่อนว่า นายวีระเคยค้ายามาก่อน
 
ธรรมนัส พรหมเผ่า
ภาพจาก สำนักข่าว INN
 

             รายงานระบุอีกว่า นายศรศาสตร์ บินไปที่ซิดนีย์ก่อน และเช็กอินเข้าที่ห้อง 1011 ที่โรงแรมพาลาจโฮเทล  จากนั้นในอีก 2 วันต่อมา ปา หญิงเดินยา ก็จะเดินทางตามมา ร.ท. ธรรมนัส ยืนยันว่า ก่อนการเดินทาง จะมีการจับตานางสาวปาตลอดเวลา ตั้งแต่ 19.00 -05.30 น. ก่อนที่จะไปขึ้นเครื่อง ร.ท. ธรรมนัส พาเธอไปบ้าน ไปอาบน้ำ แล้วเอาบางอย่างใส่เข้าในกระเป๋า ร.ท. ธรรมนัส ยังยอมรับว่า "ผมอยู่ที่นั่นตอนที่เธอเอายาใส่กระเป๋า"

              เมื่อมาถึงซิดนีย์ นายศรศาสตร์ และนายมาริโอ้ คอนสแตนติโน่ จะไปรับ น.ส.ปา ที่สนามบินซิดนีย์ แต่กลับไม่พบตัว น.ส. ปา จนนายศรศาสตร์ต้องโทรศัพท์กลับประเทศไทยอย่างเร่งด่วน ในนาทีนั้น ร.ท. ธรรมนัส โกรธมาก และยังบอกอีกว่า "คุณทำงานอย่างที่ผมต้องการไม่ได้"

              นายศรศาสตร์ได้ไปเจอกับนายแซม คาลาเบรซ ที่ชายหาดบองดี ส่วน น.ส.ปานั้น ไปที่โรงแรมกาซิโบ้ และบอกว่า เธอได้เอาเฮโรอีนไปไว้ใที่ห้อง 713 ที่โรงแรมปาร์ครอแยล โฮเทล ซึ่งในช่วงระยะเวลาที่ น.ส.ปา หายตัวไปนี้ ทางตำรวจได้แอบติดเครื่องดักฟังเอาไว้ในกระเป๋า

              นายศรศาสตร์ ไปเจอกับ น.ส.ปา ที่โรงแรมกาซิโบ้ มีการส่งมอบกุญแจให้กัน และต่อมา นายมานพ อีกหนึ่งผู้ร่วมขบวนการ ที่ตั้งใจจะเดินทางตามมาพร้อมกับ ร.ท. ธรรมนัส มาที่ออสเตรเลีย ได้เกิดเปลี่ยนใจ ปล่อยให้ ร.ท. ธรรมนัส มาที่ออสเตรเลียคนเดียว

              เมื่อ  ร.ท. ธรรมนัส เดินทางมาถึงออสเตรเลียเมื่อวันที่ 14 เมษายน แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับตาทุกความเคลื่อนไหวของ ร.ท. ธรรมนัส โดยมีการปล่อยให้ ร.ท. ธรรมนัส เข้าเมืองได้ และเห็นว่า  ร.ท. ธรรมนัส และนายศรศาสตร์ ไปโรงแรมพาลาจโฮเทล ก่อนที่จะเอากระเป๋าขึ้นแท็กซี่ไปที่โรงแรมปาร์ครอแยล สถานที่ที่เฮโรอีนวางอยู่
 
ธรรมนัส พรหมเผ่า
ภาพจาก สำนักข่าว INN
 

             นายศรศาสตร์ ได้เช็กอินเข้าห้อง 609 และเอากุญแจให้ ร.ท. ธรรมนัส ไปเปิดห้อง 713 และไปเอาสิ่งของที่ซ่อนไว้ใต้เตียง นายศรศาสตร์ เอาห่อของสีน้ำตาลไว้ในกระเป๋าสีดำ เอากระเป๋ากลับไปที่โรงแรมพาลาจโฮเทล เพื่อส่งต่อให้นายมาริโอ้ คอนสแตนติโน่ และ นายแซม คาลาเบรซ คนออสเตรเลีย ซึ่ง ร.ท. ธรรมนัส ยังพูดด้วยว่า "ไม่ดีแน่ถ้าจะเอาของเก็บไว้กับตัวนาน ๆ" จนกระทั่งทุกคนถูกจับกุมทั้งหมด และเรียกเหตุการณ์นี้ว่า ปฏิบัติการโดรเวอร์

              นายศรศาสตร์ ยอมรับสารภาพก่อน ตรงข้ามกับ ร.ท. ธรรมนัส ที่ในตอนแรกตั้งใจว่าจะเข้าสู่กระบวนการไต่สวน แต่ผู้พิพากษาบอกว่า หากเข้าสู่กระบวนการนี้ เขาอาจติดคุกไปถึง 9 ปี ซึ่งทำให้ ร.ท. ธรรมนัส ยอมร่วมมือกับตำรวจและสารภาพผิด

              ร.ท. ธรรมนัส และ นายศรศาสตร์ ถูกตัดสินให้จำคุก 6 ปี และจะไม่มีการอภัยโทษก่อน 4 ปี นายมาริโอ้ คอนสแตนติโน่ ติดคุกอย่างน้อย 2 ปีครึ่ง และต่อมา ร.ท. ธรรมนัส และ นายศรศาสตร์  ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลเพื่อขอลดโทษ และศาลได้ยกฟ้อง เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนว่า ร.ท. ธรรมนัส และ นายศรศาสตร์  เป็นแกนกลางของขบวนการนี้
 
ธรรมนัส พรหมเผ่า
ภาพจาก สำนักข่าว INN
 

              ในวันที่ 14 เมษายน 1997 ทั้ง ร.ท. ธรรมนัส และ นายศรศาสตร์ ซึ่งจำคุกครบ 4 ปี ถูกปล่อยตัวออกมาและถูกเนรเทศออกนอกประเทศทันที และเมื่อมาถึงประเทศไทย ร.ท. ธรรมนัส กลับมาใช้ชื่อ พชร พรหมเผ่า และเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ และกลับมามีชื่ออีกครั้งเมื่อปี  2542 หลังเกี่ยวพันกับคดีฆ่าหนุ่มนักเรียนนอก และถูกตำรวจออกหมายจับ ทว่า ปี 2546 ได้มีคำสั่งพิพากษายกฟ้องในที่สุด

 
              ทั้งนี้ ร.อ. ธรรมนัส ได้กล่าวยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง พร้อมทั้งขู่จะฟ้องกลับสื่อออสเตรเลีย หลังรายงานข้อมูลติดคุก 4 ปี ลักลอบขนเฮโรอีน โดยระบุว่า ไม่รู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และตนเองติดคุกเพียงแค่ 8 เดือนเท่านั้น ชี้มีสื่ออวตารที่พยายามโจมตีเพื่อล้มตนให้ได้ เนื่องจากตนเป็นเส้นเลือดใหญ่ของรัฐบาล

ธรรมนัส พรหมเผ่า
ภาพจาก สำนักข่าว INN

 
  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

4 ความคิดเห็น

 
มังกือ

ฟ้องเลยจะได้กระจ่าง

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
tongtata

เห็นด้วย ฟ้องเลย . . ขำๆ 

อะไรวะ แค่ขายยาหม่อง??!! . . 09 ขำๆ ขำๆ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
619

อยากอ่านคำพิพากษาที่คัดมาจัง เมื่อไรจะได้เห็นนะ

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    0
คุณรู้สึก ขำขำ
 
3 ส

ติดตามครับ

YES !

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1