จุดจบคืออะไร ลองคิดดู ณวัฒน์ เตือน! พวกพูดแตกแยก

จุดจบคืออะไร ลองคิดดู ณวัฒน์ เตือน! พวกพูดแตกแยก

วิชาพยากรณ์
 

https://www.thairath.co.th/content/1542398

 

ผู้มีวิชาพยากรณ์ในสมัยอยุธยา ไม่ได้นั่งตามโคนต้นไม้รับจ้างทำนายดวงซะตา เหมือนที่ยังเห็นกันทุกวันนี้...แต่มีตำแหน่งเป็นขุนนาง ศักดินานับร้อยนับพันไร่ มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

ไม่แพ้วิชายกทัพจับศึก หรือวิชาต่อสำเภาทำการค้า (สุริษา มุ่งมาตร์มิตร ซ่อนเร้นไม่ซ่อนลับ สำนักพิมพ์ยิปซี พ.ศ.2555)

กรมโหร เป็นกรมใหญ่ มีทั้งกรมโหรหน้า (พระโหราธิบดี เป็นเจ้ากรม) กรมโหรหลัง (หลวงโลกทีป เป็นเจ้ากรม)

อีกทั้งยังมีพราหมณ์ ที่ปรากฏนามตามพระตำแหน่งนาพลเรือน อีกหลายตำแหน่ง

ฝรั่งที่มากรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระนารายณ์ เล่าว่า คำทำนายหาได้ตามท้องถนน ร่างทรงหรือหมอดูที่มีให้บริการทั่วเมือง อาจให้คำพยากรณ์ เหตุการณ์ที่ได้จาก สัตว์ สิ่งของ ฝนฟ้าอากาศ

หรือแม้แต่กิจวัตรธรรมดาของชาวบ้าน

แต่คำทำนายที่ถูกบันทึกไว้ ในพงศาวดาร มักเป็นเรื่องความเป็นความตายของบ้านเมือง อันเนื่องมาจากพระสุบินนิมิตของ
พระมหากษัตริย์

ราวปี 2142 สมเด็จพระนเรศวร เตรียมยกทัพไปตีหงสาวดี ทรงสุบินนิมิตว่า มีจิ้งจอกตัวหนึ่งมาคาบเอาพญาคชสารหนีไป ทรงติดตามเท่าไหร่ก็ชิงพญาคชสารกลับมามิได้

โหรทำนายว่าสมเด็จพระนเรศวรจะได้เมืองหงสาวดี แต่ไม่ได้องค์พระเจ้านันทบุเรง เพราะมีเมืองปฏิปักษ์มาชิงไปก่อน คำพยากรณ์นี้ แม่นเหมือนตาเห็น

เพราะต่อมา พระเจ้าตองอูได้เข้ามาเทครัวผู้คนจากเมืองหงสาวดี มิหนำซ้ำยังเผาเมืองวอดวาย ทั้งยังพาพระเจ้านันทบุเรง หนีไปประทับที่ตองอู

การศึกครั้งนั้น ผลปรากฏว่า สมเด็จพระนเรศวรเสียเที่ยว ได้แต่เมืองหงสาวดีเปล่าๆ

ฝรั่งอีกเหมือนกัน ที่บันทึกว่า อีกวิธีที่ชาวสยามอยากรู้เหตุล่วงหน้า คือการไปบนบานพระพุทธรูปในอารามที่นับถือ บนบานแล้วเดินออกจากอาราม หากได้เห็นหรือได้ยินอะไรครั้งแรก ก็เอามาใช้ตีความทำนาย

ครั้งหนึ่งเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ เสนาบดีชาวกรีกป่วยหนัก เป็นตายหมอหลวงไม่รับรอง สมเด็จพระนารายณ์ทรงปริวิตกมาก รับสั่งให้พราหมณ์ไปบนบานพระพุทธรูป...

เมื่อพราหมณ์เดินออกมา เจอเด็กเชื้อสายมลายูกำลังเตะตะกร้อกันอยู่

“ขณะที่พราหมณ์เดินใกล้พวกเขาเข้าไปนั้น ลูกตะกร้อได้ตกลงไปในสระ เด็กคนหนึ่งร้องขึ้นว่า เสร็จแล้ว เสียเสียแล้ว อีกคนก้าวตามไปใกล้ปากสระ เห็นลูกตะกร้อค้างอยู่บนกอหญ้า อันงอกขึ้นที่ข้างสระนั้น จึงร้องบอกมิตรสหายว่า

ไม่เป็นไร ยังไม่เสียหรอก ยังจะเก็บเอาขึ้นมาได้อยู่”

ถ้อยคำปราศรัยเหล่านี้ พราหมณ์ถือเป็นนิมิตสำคัญเอาไปทำนายทายทักว่า เขา (เจ้าพระยาวิชาเยนทร์) จักฟื้นไข้หายดี

ซึ่งต่อมา เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ก็หายจากป่วยไข้จริง

สุริษา มุ่งมาตร์มิตร บอกว่ามาถึงวันนี้ อาการแปลกๆของสัตว์ ตลอดจนความวิปริตของฟ้าฝนที่มากขึ้นทุกที จุดประกายให้มนุษย์สร้างคำทำนายไม่รู้จบ วิธีการทำนายก็พัฒนามีรูปแบบไม่ซ้ำ

ผมดูทีวีช่อง 22 เมื่อสองสามคืนที่แล้ว คุณกนกรัตน์ อ่านข่าว ฟองสนาน จามรจันทร์ ทำนายเหตุการณ์บ้านเมือง แสดงว่า คนสมัยรัตนโกสินทร์ ยังชอบฟังทำนายเหมือนคนในสมัยอยุธยา

เมื่อมีเรื่องแบบฟ้าผ่า หาเหตุผลกลใดอะไรไม่ได้...ก็ซุบซิบกันไปตามเรื่อง...โอกาสที่อยากฟังคำทำนาย “มันเกิดอะไรขึ้น” ก็ยิ่งมากขึ้น หมอดูจะขายดีก็ตอนนี้เอง.

กิเลน ประลองเชิง

**********

****************

****************************


จุดจบคืออะไร ลองคิดดู ณวัฒน์ เตือน! พวกพูดแตกแยก
โดย ไทยรัฐออนไลน์
 

11 เม.ย. 2562 19:38 น.

 

หลายวันที่ผ่านมา คนไทยทั่วทั้งแผ่นดิน คงได้ฟังคำพูด คงได้เห็นพฤติกรรมต่างๆ นาๆ ของ กกต. คณะกรรมการการเลือกตั้ง ไปเรียบร้อยแล้ว ณวัฒน์ อิสรไกรศีล พิธีกรดัง และผู้อำนวยการกองประกวด มิสแกรนด์ไทยแลนด์ Miss Grand Thailand และมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล Miss Grand International ก็ได้เห็นพฤติกรรมของ กกต. มาแล้วเช่นกัน

"ผมว่าหลายคน คงเห็นด้วยว่าบรรยากาศขณะนี้ ในประเทศของเราดูวุ่นวาย ประเทศไทยกำลังแย่ และมีแต่เรื่องการต่อสู้กันไปมา รวมถึงการเลือกตั้ง ที่ดูเหมือนมีความคลุมเครืออยู่หลายประการ และการกระทำหลายอย่าง ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงมากขึ้น

"มีใครที่จะหันมามองปัญหาของคนทางด้านอื่นบ้างมั้ยครับ เช่น ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ปัญหาทางด้านสาธารณสุข ซึ่งมีมากมายขนาดนี้ ปัญหาทางด้านการศึกษา รวมถึงปัญหาอาชญากรรม ที่เปิดอ่านข่าวหน้าหนึ่ง นสพ. แล้วไม่มีวันใด ที่จะไม่มีปัญหาเหล่านี้ แต่ไม่ได้รับการดูแลให้ลดลง มีแต่เพิ่มขึ้น

"ผมว่าประเทศไทยมาถึงจุดนี้ เพราะไม่มีใครยอมใคร และชอบสร้างวาทะกรรมในการเกลียดชัง เช่น ใครคิดไม่เห็นเหมือนกับตัวเอง ก็ไล่ไปอยู่ต่างประเทศ ใครเห็นต่างก็บอกว่าไม่รักประเทศ ผมว่าคำพูดเหล่านี้ ไม่ได้ช่วยให้ประเทศดีขึ้นครับ นอกจากจะทำให้แตกแยกแบ่งกันออกไปมากขึ้น และที่สำคัญ ทุกคนมีสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน ไม่มีใครสามารถไล่ใครได้ ต่อให้ไม่ถูกใจ แต่เราต้องเคารพในความเป็นมนุษย์ ซึ่งมีสิทธิ์พื้นฐานคือมนุษยชน

"ล่าสุด กกต. เริ่มฟ้องร้องบางคน ที่ตำหนิการทำงานและขอความชัดเจน ผมว่าไม่ควรจะเป็นอย่างนั้นที่จะไปฟ้อง กกต. ควรจะออกมาอธิบายชัดเจน เพราะทุกคนเป็นเจ้าของประเทศ และได้ไปลงสิทธิ์เลือกตั้งมา แต่ไม่ทราบวิธีการคำนวนบัญชีรายชื่อ และหลายเรื่องผ่านมา ที่ดูน่าแปลกใจ

"จนถึงวันนี้สูตรในการคำนวณ สส. บัญชีรายชื่อ ยังอธิบายไม่ได้ชัดเจน ผมว่ามันไม่เหมาะสมครับ เพราะก่อนการเลือกตั้ง ต้องมีสูตรการคำนวณชัดเจนอยู่แล้ว และต้องคำนวณตามสูตร ถึงแม้สูตรนั้นจะแปลกประหลาดขนาดไหนก็ตาม แต่จะต้องไม่เปลี่ยนแปลงไปอีก จึงเห็นว่าไม่น่าจะยาก ที่จะบอกวิธีการคำนวณ แบบชัดเจนตรงไปตรงมา

"ผมว่าวันนี้ คนไทยมีความรอบรู้เยอะขึ้นมาก เพราะสังคมโซเชียลรักคนรุ่นใหม่เติบโตมาจนอายุเยอะมาก วัฒนธรรมจึงไม่เหมือนคนในสมัยก่อน จึงอยากให้ทุกคนพูดแบบตรงไปตรงมา เพราะการพูดของผู้ใหญ่บางท่าน ในการให้เหตุผลมันเป็นการพูดที่ไม่ตรงกับการกระทำ ซึ่งหลายเรื่องทุกคนก็ทราบดี การพูดแบบนี้อาจจะไม่มีใครค้าน แต่คุณเชื่อมั้ยครับ ว่าคนส่วนมากก็ไม่เชื่อในสิ่งที่พูดแล้ว จุดจบมันจะคืออะไร ลองคิดดูในอนาคตครับ".

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

3 ความคิดเห็น

 
เล็กโทรนิคส์

เอาคะแนนเต็มไปเลย

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
3 ส

ติดตามครับ

OK

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
Prem

.....อยากถาม....ปัจจุบัน รมต.เกษตร/อตสาหกรรม/พานิชย์/กลาโหม......ทำอะไรกันอยู่บ้าง เพื่พัฒนากิจการที่กระทรวงรับผิดชอบ/ดูแลให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ผมอยากจะฝันว่า ดังนี้

1. กระทรวงเกษตร:จัดการเรื่องการสหกรณ์ให้ดี เช่น

1.1 เทคโนโลยี่การปลูกข้าวน้ำน้อย และรวมตัวเป็นสหกรณ์

1.2 มีสหกรณ์ผู้ปลูกข้าวที่มีโรงสี มีไซโล และการตลาดของตนเอง

1.3 กรมฝนหลวง หาทางพัฒนาให้มีขีดความสามารถในการดับไฟป่าได้ด้วย ถ้าไม่มีเครื่องบินที่เหมาะสม ก็จัดหาใหม่

1.4 จัดตั้งสหกรณ์ต่างๆที่ทำงานได้จริงๆ มีตัวอย่างให้เห็นก็มีอยู่ เช่น ที่ศรีประจันต์ ที่กำแพงฯ เป็นต้น

2. กระทรวงอุตสาหกรรม ไปเชิญคุณธนาธรมาร่วมกันปรึกษาว่าจะพัฒนากันต่อไปอย่างไร?

3. กระทรวงพานิชย์: อย่าไปเสียเวลากับธงฟ้า(เพราะเท่ากับไปแข่งกับเอกชนเขา ในความเป็นจริงปล่อยให้ Demand and Supply มันทำงานของมัน) พวกคุณต้องหัดเป็นคนค้าคนขายส่วนใหญ่ไปต่างประเทศ ดู(หรือ Copy ตัวอย่างของประเทศอิสราเอลก้"ด้(แต่ก่อนชาวอิสราเอลไม่รู้จักมะม่วง แต่เดี๋ยวนี้มีมะม่วงไปขายในยุโรป เป็นต้น)

4. กระทรวง ไอซีที: อย่ามัวทำแต่เรื่งอ Administrative be SUPPORTIVE OF NEW iDEAS ตามให้ทันโลกเขา IoT, AI, Robotics etc.

5. กลาโหม: เน้นให้หนักเรื่ง Cyber warfare และการรบระยะไกลใช้คนน้อย เป็นแหล่งผลิต Cyber Warriors ให้กับอุตสากรรมเมื่อปลดประจำการ สำหรับทหาร เมื่อมีอายุครบ 45 แล้ว หากไม่มีตำแหน่งที่สมควรจะได้เป็น ก็ใเกษียนไปเลย เพราะอายุขนาดนี้ยังหางานใหม่ไได้ หน่วยงานที่ไม่จำเป็นก็ยุบมันซะ เช่น กรมกิจการพลเรือนต่างๆ เป็นต้น ฝูงบินที่ไม่จำเป็น ก็ยุบไปรวมกันกับที่อื่นซะ กรมอีเลคทรอนิกซ์กับกรมสื่อสาร น่าจะรวมกันเป็นกรมใกญ่ได้ กรมอู่ทหารเรือก็ใหญ่เกินไป มีกรมเล็กกรมน้อยอยู่อย่างไม่จำเป็น เป็นแต่กองก็ได้ ขอให้ทำงานเป็นและอย่างมีประสิทธิภาพ

โอ้ยอยากเชียน(ฝัน)อีกเยอะ คนแก่ก็เลอะเทอะไปเรื่อยๆอย่างนี้จนกว่าชีวิตจะหาไม่

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0