จำได้ป่าว..คนที่เคยพูดยืนยันว่าสนง.ศาล จะไม่เป็นคู่ความหรือฟ้องประชาชน...

จำได้ป่าว..คนที่เคยพูดยืนยันว่าสนง.ศาล จะไม่เป็นคู่ความหรือฟ้องประชาชน...

จำได้ป่าว..คนที่เคยพูดยืนยันว่าสนง.ศาล จะไม่เป็นคู่ความหรือฟ้องประชาชน...

แล้วนี่เป็นการกลึนน้ำลายตัวเองหรือเปล่า...ที่ตัวผู้พิพากษาได้แจ้งความโดยส่วนตัวแล้วที่เชียงใหม่ แล้วสนง.ศาลยังมาแจ้งความที่กรุงเทพอีกในฐานความผิดเดียวกัน...

 561000012459101.JPEG]

คดีหมิ่นประมาทเป็นผิดต่อบุคคล ซึ่งมีการแจ้งความแล้ว. สนง.ศาล จะมีสิทธิ์แจ้งความเอาผิดอีกได้อย่างไร..

การกระทำแบบนี้ใครๆก็มองออกว่ามันเป็นการกลั่นแกล้งทำความยุ่งยากให้แก่ประชาชนอย่างชัดๆ...

เรื่อง “ป่าแหว่ง “ นี่มันเป็นเรื่องใหญ่ของชาวเชียงใหม่ล้านนาที่ออกมาปกป้องผืนป่าของท้องถิ่นและของประเทศโดยรวม...

แต่ สนง.ศาลออกมาปกป้องเพื่อประโยชน์ส่วนตน ใช้อำนาจบาทใหญ่ของศาลมารังแกประชาชนอย่างนี้..มันสมควรแล้วหรือ..

ผมเชื่อว่า..มีผู้พิพากษาและพนักงานศาลตุลาการจำนวนไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมการสนง.ศาลแต่เขา “เจ็บคอ “ พูดไม่ได้....

แล้วยังมีประชาชนเป็นหมื่นๆที่มาออกความเห็นต่อต้านไม่เห็นด้วย(ค่าก็มีเยอะ)กับการกระทำของศาลที่จะมองข้ามไปว่าเป็นเสียงนกเสียงกาไม่ได้...

สิทธิของศาลมีแค่ออกมาปกป้องกลุ่มของตนที่ใครจะละเมิดไม่ได้อย่างนั้นหรือ...

ประชาชนเขาจะปกป้องสิทธิของเขามั่ง...ก็ถูกฟ้อง...จริยธรรม มโนธรรมและความละอายหายไปไหนหมด?
 
ป.ล.  ท่านที่สนใจเรื่องป่าแหว่งติดตามอ่านข่าวสารข้อมูลทั้งหมดที่ผมเคยนำมาเสนอได้ตามลิงค์นี้ครับ :

http://nanasara.org/forum/forumdisplay.php?fid=23

เชิญอ่านข่าวครับ :

ศาลแจ้งจับแกนนำแพร่ชื่อเปา เข้าพัก “บ้านป่าแหว่ง” ชี้ ละเมิดสิทธิ ยันเข้าอยู่ถูกต้องเพื่อทำงานให้ส่วนรวม

  561000012459101.JPEG]

 

MGR online - เลขาธิการศาลยุติธรรม เผยแจ้งความดำเนินคดี แกนนำคัดค้านหมู่บ้านป่าแหว่ง นำชื่อผู้พิพากษาที่เข้าอยู่บ้านพักเชิงดอยสุเทพไปติดประกาศในที่สาธารณะ เข้าข่ายละเมิดสิทธิ ย้ำ เข้าไปอยู่โดยถูกต้องเพื่อทำงานให้ส่วนรวม ไม่ได้ไปเที่ยว พร้อมเร่งเสนอร่างกฎหมาย คอร์ทมาร์แชล คุ้มครองผู้พิพากษา

วันนี้ (ธ.ค.) นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค แห่งใหม่ พร้อมอาคารที่พักอาศัยของผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค กับข้าราชการประจำศาล ทดแทนอาคารเดิมที่จะย้ายจากพื้นที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ เชิงดอยสุเทพ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่ก่อนหน้านี้ มีปัญหาพื้นที่การก่อสร้างกระทั่งกลุ่มคัดค้านเรียกว่า บ้านป่าแหว่ง” ว่า หลังจากคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ได้มีมติเห็นชอบให้ย้ายไปสร้างในที่แห่งใหม่ โดยขอใช้ที่ดินของศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย จ.เชียงราย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานศาลยุติธรรมได้ทำหนังสือแจ้งไปยังรัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ แล้ว ขณะนี้รอเพียงการแจ้งอนุญาตให้ใช้พื้นที่ของกระทรวงเกษตรฯ และการจัดสรรงบประมาณเพื่อให้สร้างอาคารที่ทำการและที่พักอาศัยใหม่ในพื้นที่ จ.เชียงราย

ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีแกนนำผู้คัดค้านให้รื้อถอนบ้านพักอาศัยของผู้พิพากษาเชิงดอยสุเทพนั้นนายสราวุธ กล่าวว่า การนำชื่อผู้พิพากษาไปติดประกาศในที่สาธารณะในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ นั้น เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ไม่สามารถทำได้เพราะผู้พิพากษาที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ซึ่งถือเป็นบ้านพักของราชการไม่ใช่บ้านพักส่วนตัวของผู้พิพากษา การที่ผู้พิพากษาเข้าไปอยู่ในเขตบ้านพัก ซึ่งก่อสร้างโดยถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ หากบุคคลใดไปคุกคาม ละเมิดสิทธิของผู้พิพากษา สำนักงานศาลยุติธรรม มีหน้าที่ต้องคุ้มครองดูแลความปลอดภัยของผู้พิพากษาเหล่านี้

ทั้งนี้ หากเรามีเจ้าพนักงานตำรวจศาล หรือ คอร์ทมาร์แชล ซึ่งเวลานี้ กำลังเสนอร่างกฎหมายจัดตั้งนั้น ก็จะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้พิพากษาที่เราต้องดูแล ตอนนี้มีผู้พิพากษาศาลยุติธรรมทั่วประเทศทั้งหมด 4,471 คน กับบุคลากรในศาลยุติธรรมทั่วประเทศ อีก 12,974 คน เพราะผู้พิพากษาเหล่านี้มีหน้าที่พิพากษาชี้ขาดคดี ถ้าผู้พิพากษาอยู่ภายใต้ความหวาดกลัว ความกดดัน ประชาชนและสังคมก็จะได้รับผลกระทบโดยตรง หรือถ้าตัดสินคดีด้วยความกลัว ความเป็นกลาง ความอิสระก็จะไม่มี ท้ายที่สุดผลกระทบก็จะตกอยู่กับประชาชน

นายสราวุธ กล่าวว่า ที่ผ่านมา สำนักงานศาลยุติธรรมได้ทำตามกฎหมายทุกกรณี และเมื่อมีการคุกคามลักษณะเช่นนี้ เราก็จะดูแลดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าใครจะเป็นผู้กระทำ ก็ให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานศาลยุติธรรมที่จะดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อถามว่า ได้รับรายงานว่าผู้พิพากษาเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้วหรือไม่ นายสราวุฒิ กล่าวว่า ตนได้รับรายงานแล้ว และกำลังติดตามความคืบหน้ามาโดยตลอด ซึ่งการแจ้งความนั้น ทางสำนักงานศาลยุติธรรม รวมทั้งตัวผู้พิพากษาท่านนั้นๆ เอง ได้แจ้งความไว้แล้ว

นายสราวุธ กล่าวว่า ผู้พิพากษาเหล่านี้ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ก่อนที่จะมีการร้องเรียนด้วยซ้ำ ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรม ยืนยันว่า ผู้พิพากษาเข้าไปอยู่โดยถูกต้องทุกอย่าง ถ้าจะให้เขาย้ายออก ก็ต้องจัดหาที่พักให้ ขอย้ำว่าผู้พิพากษาเหล่านั้นไม่ได้ไปเที่ยว แต่ไปทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่หน่วยงานของรัฐที่จะดูแล ทั้งเรื่องที่พักอาศัยและความปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวถามว่า แจ้งความดำเนินคดีแกนนำคัดค้านบ้านพักข้าราชการศาลทั้งหมดจำนวนกี่ราย นายสราวุธ กล่าวว่า ถ้าตำรวจสืบทราบว่ามีผู้เกี่ยวข้องในการกระทำผิดกี่ราย ก็จะดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อหาที่มีการแจ้งดำเนินคดีนั้น คือ ข้อหาหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา และกระทำผิด พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งการแจ้งความนั้นจะเกี่ยวกับแกนนำกลุ่มคัดค้านเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่ประชาชนที่ร่วมแสดงความเห็น ทั้งนี้ มีรายงานแจ้งว่า มีการแจ้งความดำเนินคดีไว้ทั้งหมดในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ สน.พหลโยธิน ขณะนี้มีการออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาเพื่อให้ปากคำแล้ว

 
https://mgronline.com/crime/detail/96100...fBSyXO7Q_E

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0

5 ความคิดเห็น

 
akausa

แกนนำเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เตรียมเดินทางรับทราบข้อกล่าวหา หลัง สนง.ศาลแจ้งความดำเนินคดี

แกนนำเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เตรียมเดินทางรับทราบข้อกล่าวหา หลัง สนง.ศาลแจ้งความดำเนินคดี พร้อมยืนยันที่จะต่อสู้ในกรอบของกฎหมาย

 sdfds.jpg?strip=all&lossy=1&ssl=1]

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 ธ.ค.61 ที่บริเวณด้านหน้อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ตัวแทนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ พร้อมด้วยกลุ่มเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ได้เดินทางเพื่อมอบช่อดอกไม้และเข้าพบกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้กำลังใจในฐานะตัวแทนที่จะเข้าร่วมประชุมร่วมกับคณะกรรมการชุดใหญ่ ซึ่งมี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ เป็นประธานการประชุมในสัปดาห์หน้า เพื่อหาข้อสรุปในการรือย้านบ้านป่าแหว่งหรือไม่ โดยมี นายมนัส ขันใส รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นตัวแทนในการเข้าพบและพูดคุย พร้อมทั้งรับมอบช่อดอกไม้จากกลุ่มตัวแทนเครือข่ายในครั้งนี้ และในการนี้ยังได้รับฟังแถลงการณ์จากทางกลุ่มเครือข่ายที่ทางกลุ่มเครือข่ายได้เตรียมมายื่นถึงผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย 

โดยทาง นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ตัวแทนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดเผยว่า การเดินทางมาในวันนี้ เพื่อต้องการที่จะมาให้กำลังใจกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนที่จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมกับคณะกรรมการชุดใหญ่ ในช่วงสัปดาห์หน้า ซึ่งทางกลุ่มเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ มีความห่วงใยและอยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นจบลงด้วยดี ภายหลังจากที่ได้มีมติกรรมการระดับจังหวัดเมื่อวันที่ 16 ส.ค.61 ที่ผ่านมา 3 ข้อ คือ ข้อแรกให้รื้อย้ายบ้านพัก 45 หลัง โดยเร่งด่วน ข้อที่สอง ให้รื้อย้ายในส่วนของอาคารชุด 9 หลัง และให้ผู้อาศัยในอาคารชุด 9 หลัง ย้ายไปนอกแนวเขตพิพาท หากไม่เพียงพอให้ย้ายเท่าที่จำเป็น และข้อที่สาม ให้ส่งมอบพื้นที่ให้แก่กรมธนารักษ์โดยเร็ว ซึ่งเป็นมติที่ได้มีการประชุมกันแล้วในระดับจังหวัด และอยากฝากข้อความดังกล่าวผ่านไปถึงคณะกรรมชุดใหญ่เพื่อให้รีบดำเนินการตามมติดังกล่าว 

ตัวแทนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในส่วนของกรณีที่มีแกนนำและอาสาสมัครหลายคนถูกทางสำนักงานศาลและทาง ผอ.สำนักงานศาล แจ้งความดำเนินคดี ตามที่ปรากฎไปนั้น ทางตนยังยืนยันว่ายังพยายามที่จะต่อสู้ในกรอบของกฎหมาย และในฐานะของผู้ที่ลุกขึ้นสู้เพื่อให้ได้ผืนป่ากลับคืนมา แต่ก็ต้องมาถูกแจ้งความดำเนินข้อหา ทำให้พวกเราจะต้องลงไป กทม. เพื่อไปสู้คดีและทำให้เกิดความรุ้สึกอึดอัดพอสมควร เนื่องจากผู้ที่แจ้งความนั้นคือทางสำนักงานศาลที่รู้อยู่ว่ามีความเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว โดยทางสำนักงานศาลที่ กทม. ได้แจ้งความไว้ที่ สน.พหลโยธิน จำนวน 3 คดี โดยแบ่งเป็นคดีของตน 2 คดี และของ นายเรืองยศ สินธิโพธิ์ อีก 1 คดี ข้อหาเดียวกันคือหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

โดยจากการสอบถามทราบว่าน่าจะเป็นจากกรณีที่ตนให้สัมภาษณ์หลังจากที่ถูกค้นบ้าน และอีกกรณีคือวันที่มีการประชุมเครือข่าย และน่าจะเป็นข้อความที่ตนได้ให้สัมภาษณ์ไป ซึ่งจะได้ไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ ที่ สน.พหลโยธิน เวลาประมาณ 14.00 น. ส่วนทาง ผอ.สำนักงานศาลที่เชียงใหม่ ได้แจ้งความ นายเรืองยศ สินธิโพธิ์ อีก 1 คดี ข้อหา หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และช่วงเช้าที่ผ่านมานี้ได้มีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปที่ร้านป้ายเพื่อที่จะเอาผิดกับพนักงานร้านป้ายอีก 2 คน ซึ่งยังไม่ทราบว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีแล้วหรือไม่ อย่างไรก็ตามหลังจากเกิดเรื่องราวขึ้นทางตนยังคงยืนยันว่าจะต่อสู้ในฐานะประชาชนที่ลุกขึ้นมาทวงคืนผืนป่าเช่นเดิม

อย่างไรก็ตามภายหลังจากากรเข้าพบของทางกลุ่มเครือข่ายเสร็จแล้วนั้น ทางด้าน นายมนัส ขันใส รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ได้รับปากว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าแจ้งให้กับทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับทราบ พร้อมทั้งได้กล่าวขอบคุณในการที่ทางกลุ่มเครือข่ายได้นำช่อดอกไม้มาให้กำลังใจ โดยหลังจากนี้ก็ต้องให้เป็นไปตามการประชุมของทางคณะกรรมการชุดใหญ่ ในการพิจารณาดำเนินการต่อไป ก่อนที่ทางกลุ่มเครือข่ายจะแยกย้ายกันเดินทางกลับโดยสถานการณ์เป็นไปอย่างปกติ

https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/855479?fbclid=IwAR0H8MSa-o...

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
3 ส

ติดตามครับ

YES !

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
tongtata

ก็มันไม่รู้จะสู้ทางไหนนี่เพ่!! . . จะเอาแบบนี้ บึ้ม !!!

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
ปั้นจิ้ม

ขอแสดงความยินดีกับ ลุง อาข่าฯ

การต่อสู้ของลุงและชาวเชียงใหม่ คือตัวอย่างต่อเยาวชนและคนรักษ์ยุติธรรมครับ

https://hilight.kapook.com/view/181254

07

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    1
  • โกรธ
    0
 
tongtata

ดีใจด้วยครับ .. เต้น เต้น เต้น 

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0