จริงหรือไม่ที่ว่า..เป็น..เมียทหารนับขวดเมียตำรวจนับแบ๊งค์../อัพเดท....

กระทู้นี้จะเป็นกระทู้เสวนา..พล๊อตของเรื่องจะจบที่ทำไมนายพลทหาร-ตำรวจของไทยจึงรวยกันอื้อซ่าส์...

 

มันมีหลายตอน..จะทยอยเอามาโพสต์ตามแต่โอกาสจะอำนวยนะครับ...

 

วันนี้จะเอาคำตอบจากคนที่มาให้ความเห็นจากหัวข้อกระทู้มาให้อ่านกันก่อน...

 

คุณๆผู้อ่านก็เสริมได้นะครับ...

 

ป.ล. ผมเก็บตกมาจากการท่องเน็ตเพื่อหาข้อมูลนี้โดยไม่ได้บันทึกนามผู้เขียนเพราะไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์ไว้...แต่ยังไงก็ขอขอบคุณและขออภัยที่เอามาเผยแพร่...

 

[Image: Dc2zXfY.png]

 

มาเริ่มต้นที่เข้ามาให้ความเห็นก่อนนะครับ...

 

“ เคยผูกข้อไม้ข้อมือตกร่องปล่องชิ้นกะสามีทีมีอาชีพรับราชการทหาร....แต่ละเดือนมีเงินเดือนเหลือให้ใช้แค่ร้อยบาท...มากสุดสามร้อย...เป็นแบบปากกาด้ามเดียวใช้ได้ทั่วค่าย...อยากได้อะไรก้อเซ็นโลด...สิ้นเดือนทีติดลบไม่เคยเหลือ...เคยผูกคอตัวเองสองครั้ง{ครั้ง3คงไม่รอด...แค่ไม่คิดทำแล้วหละ}...เพราะคุณคนที่เป็นสามีเค้าไปติดหมอนวดชนิดที่เป็นจริงเป็นจัง...เลยอยากหมดลมหายใจหายจากโลกเฮงซวยใบนี้ไปซะดื้อๆ...ตอนนี้...โห....มาคิดได้...ไม่น่าทำอะไรบ้าๆเลยตรู...เลยอยากรู้ว่าตอนนี้...ยังเป็นกันแบบนี้รึเปล่า....มีผัวทหารนอนนับขวด...มีผัวตำรวจนอนนับแบ๊งค์ มันจริงรึไม่จริง “

 

“ ไม่จริงเสมอไปหรอก   เราเป็นเมียตำรวจแต่ไม่เคยนับแบ็งค์สามีเลย ทำมาหากินเองมาตลอด ทหารดีๆก็มีเยอะนะ เคยเห็น “

 

 

“ ไม่จริงค่ะ..เป็นเมียน้อยตำรวจ.. ก็นับแค่ แบงค์ 500 อย่างเดียว..เพราะไม่เหลือ ให้เมียหลวงแล้ว..แต่เจียดๆ ให้เมียน้อย.. นิดหน่อย เท่านั้นเอง.. หนุกๆ “

 

 

“ ทุกอาชีพแหละค่ะ ถ้าไม่รู้จักประหยัด อย่างเราก็สามีเป็นตำรวจบางเดือนก็พอใช้ บางเดือนก็ช็อตบ้างแต่เราก็ทำงานของเรานะ กระเป๋าใครกระเป๋ามัน แล้วแต่ว่ากู้มากกู้น้อยด้วย เขาก็มีกินเหล้าบ้างตามประสาผู้ชาย แต่เขาก็ยังมีความรับผิดชอบบ้างแบบว่ารักเรารักลูกมากน่ะค่ะ แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่ามีกิ๊กหรือเปล่าถ้ามีจริงก็ตายกันไปข้าง รักสามีจังค่ะ “

 

“ อันนี้ก็แล้วแต่บางคนนะคะ แต่เท่าที่รู้ก็คือทหารเป็นหนี้เยอะค่ะเงินเดือนไม่ค่อยเหลือ

ส่วนตำรวจนั้นก็บางคนและบางหน้าที่ค่ะที่เงินเดือนเยอะ แต่ตำรวจเงินเดือนมากกว่าทหาร “

 

“ ไม่จิงค่ะ สามีดิฉันก็เป็นทหารเงินเดือนทุกบาทก็ให้หมดแม้แต่เบี้ยเลี้ยงหรือเงินพิเศษอื่นๆมันแล้วแต่คนค่ะ “

 

“ ก้อมันอยู่ที่คนอีกแหละคะ  ก้อเหมือนว่าการใช้จ่ายเกินตัวหรือเปล่า  หรือว่าเที่ยวเตร่  กิน  สนุกสนาน  โดยที่ไม่รู้ว่ารายรับเท่าไร  รายจ่ายเท่าไร ทหารรวย ๆ ๆ มีเยอะแยะ  เพียงแต่พวกคุณ  ๆๆๆๆๆๆ ทั้งหลายไม่เลือกเองนี่คะ  ต่อไปก่อนที่จะคิดมีสามีเป็นทหารก้อเลือก ๆ ๆ หน่อยนะคะ  ไม้งั้นก้อต้องมานั่งน้ำตาตกแบบนี้และคะ  

ด้วยความหวังดีจากทหารหญิงคะ “

 

“ สามีเป็นตำรวจภรรยาเป็นพนักงานต้อนรับที่เรือสำราญเงินสองคนรวมกันได้นับแบงค์ทุกเดือน

แต่ไม่มีเวลาได้อยู่ด้วยกันเลยกลัวสามีมีเมียน้อย มากๆ “

 

“ ขอบคุณทุกคห.ค่ะ...ตั้งกท.แล้วไม่ค่อยมาเปิดอ่านเลย...วันนี้เลยอ่านซะ “

 

“ เมียตำรวจทหารดี ๆ ที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่น่าจะไม่นับทั้งสองอย่าง “

 

 “ หาทางออกทีร่เหมาะสมพบกันครึ่งทาง  

 สามี.....ลดสังคมทหารลงบ้าง ....กินเหล้า ...เคล้านารี...เล่นพนัน

 เมีย......ตั้งใจทำงาน .....หาเงินจุนเจือครอบครัว

 ลูก......ตั้งใจเรียน.....ไม่หลงวัตถุนิยม....มือถือ..รถ...แบรนด์เนม 

 

ถ้าทุกคนในครอบครัวร่วมแรง..ร่วมใจ....เชื่อว่า..ชีวิตต้องดีดีดี...มีความสุข... ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของทหารดีขึ้นด้วย...

 

แม้ว่าจะนับขวดเป็นบางครั้ง ....อย่าซีเรียด จาก เมียทหารชั้นผู้น้อย “

 

 

“ เราเป็นทหาร แต่สามีเป็นตำรวจ นับขวดให้สามี แถมชอบเล่นการพนัน(ไก่ชน) ซะด้วย ลงที่ละหลายๆหมื่น ได้เงินมาเราไม่เคยถาม แต่ถ้าเราเอ่ยปากเขาต้องมีให้  บอกไม่มีไม่ได้ เพราะสามีต้องเตรียมไว้เสมอเมื่อเราต้องการ  เราไม่ทนนะถ้าไม่มีเงินเหลือจุนเจือครอบครัว เพราะเราเองก็มีศักดิ์ศรีพอ เรื่องส่วนตัวสามีเราก็ไม่ยุ่งเกี่ยว เราอยู่กันแบบให้เกียรติกัน ไม่ดูถูกกัน และเคารพในการตัดสินใจของอีกฝ่ายเสมอ  แรงทั้งคู่อ่ะคะ ไม่ง้อกันด้วย” 

 

 

มีต่อ....

 

http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=6242

7ความคิดเห็น
  • akausa

    16 มี.ค. 2017 - 20:47

    ต่อ....

     

    คงคุ้นๆกับคำโบราณที่พูดกันว่า "เป็นเมียทหารนั่งนับขวด เป็นเมียตำรวจนั่งนับแบงก์"

    หลายคนคงคิดเหมือนกันว่า "จริง" 

     

    เพราะทหารที่เป็นรั้วของชาติมีอัตราเงินเดือนเพียงน้อยนิด

     

    ...ส่วนใหญ่มาจากลูกหลานชาวไร่ชาวนา...เบี้ยน้อยหอยน้อย...จนซะเป็นส่วนใหญ่

    หนำซ้ำ...เวลาว่างยังเอาแต่กินเหล้ากินเบียร์ เงินเดือนได้มาเอาไปหยอดใส่ขวดเบียร์ขวดเหล้าหมด 

     

    ทั้งๆ ที่ความจริง อาจมีแค่ส่วนน้อย...หากเมื่อเทียบกับทหารทั้งหมด 

     

    แต่ยังไงก็ยังสู้ตำรวจที่แต่งตัวโก้หรูไม่ได้...มีโอกาสหารายได้ และมีช่องทางร่ำรวยมากกว่ากันเยอะ

     

    บ้านไหนมีลูกสาว คงจะรู้ดี...พ่อแม่มักพร่ำสอนอยู่เสมอว่า จะหาผัวดีๆซักคน อย่าไปมองทหาร 

     

    จนมีความคิดฝังใจว่า...ขืนไปเป็นเมียทหารต้องนอนนับขวดเหล้า...เคล้าน้ำตาแน่ๆ  นานาเสียใจ

     

    แต่พอมาในยุคปัจจุบัน

     

    ยุคของ คสช. ที่เข้ามามีบทบาทในการบริหารบ้านเมือง และกำลังคืนความสุขให้กับคนในชาติ

     

    ทั้ง ครม.และ สนช. จำเป็นต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน...ตามกฎหมายและกระแสสังคม 

    (ทั้งๆที่ยังเขินอาย ไม่กล้าเปิดเผย)

     

    จึงถึงบางอ้อ... 

     

    คุณพระช่วย....อุแม่เจ้าโว๊ย!!...ทำไมมันอู้ฟู่...อื้อซ่า...เช่นนี้

     

    พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ อดีต ผบ.ทร. 801 ล้านบาท

     

    พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ อดีต ผบ.ทร. 185 ล้านบาท

     

    พล.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ อดีต ผบ.ทอ. 263 ล้านบาท

     

    พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม มีทรัพย์สิน 108 ล้านบาท

     

    พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาค 1 มีทรัพย์สิน 99 ล้านบาท

     

    พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. มีทรัพย์สิน 79 ล้านบาท

     

    พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ประธานที่ปรึกษากลาโหม มีทรัพย์สิน 122 ล้านบาท

    ฯลฯ

     

    และล่าสุดท่าน พล.อ.ประยุทธ์ รสโอชา นายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สินถึง 102,317,152.64 บาท 

     

    เห็นว่า...ยังเหลือกงสีเนื้อๆ รวมกันเฉียด 500 ล้าน และยังชอบสะสมนาฬิกาหรซะด้วย

     

    อุแม่เจ้า...ขนลุกค่ะ...ขนลุก

     

    ที่ยกตัวอย่างมาไม่ได้กล่าวหาใครว่าร่ำรวยเกินหน้าเกินตาเพื่อนฝูงนะ...

     

    เพราะทุกคนมีสิทธิ์จะรวยกันได้...หากไม่งอมืองอเท้า

     

    ...ทำธุรกิจ...เล่นหุ้น...กินมรดกเก่า...ตระกูลร่ำรวย...

     

    ก็ไม่แปลกนะ...เพียงแต่ว่าอย่าเบียดบังเวลาราชการแล้วกัน

     

    แต่เอ....ก่อนหน้านี้มีด็อกเตอร์ท่านหนึ่งชื่อ ดร.โสภณ พรโชคชัย ไม่รู้แกเชี่ยวชาญด้านไหนหรือมีเวลาว่างมากมั้ง

     

    คิดคำนวณรายได้เล่นๆ ของข้าราชการคนหนึ่ง (คงรวมทหารตำรวจด้วย) 

     

    หากถ้ารับราชการตั้งแต่อายุ 22 ปี โดยมีเงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 1,500 บาท

     

    จนถึงเดือนละ 1.5 แสนบาทจนวันเกษียณอายุราชการ

     

    ดร.โสภณ คำนวณไว้ว่า ถ้าเอาเงินเดือนฝากธนาคารครบทุกบาททุกสตางค์..ทุกเดือน ...ย้ำทุกเดือน

     

    เอาง่ายๆ ไม่ต้องกิน...ต้องใช้...อาศัยเมียอย่างเดียวสไตล์เรือร่มในหนอง ทองจะไปไหน

     

    ข้าราชการท่านนั้น...จะมีรายได้รวมกันประมาณ 34 ล้านบาท จากอายุการทำงาน 38 ปี

     

    ซึ่งในโลกความเป็นจริง....มันคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะเหลือเก็บทุกเมล็ด

    เพราะมนุษย์คนหนึ่งจะไม่กินไม่ใช้ จะไม่ให้ลูกให้เมียเลย...ก็กระไรอยู่

     

    หากเก็บเงินเก่ง ออมเงินแบบขั้นเทพจริงๆ

     

    อย่างเก่งก็ 40-50 เปอร์เซนต์ของรายได้ 

     

    ซึ่งก็จัดว่าขี้เหนียว เพื่อนไม่คบแล้ว...ถึงจะเป็นไปได้

     

    เลยแค่สงสัย...สิ่งที่เห็น...จะเข้าตำรา

     

    ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง รึเปล่า

     

    มา พ.ศ.นี้ อิชั้นจะไม่เชื่อคำพูดจากเพลง "รักทหารดีกว่า" ของนักร้องรุ่นเก่าอย่างคุณรังสรรค์ จิระสุข หนุ่มใต้เมืองสตูลที่ร้องไว้อีกแล้ว 

     

    ถ้ารู้ยังงี้ตั้งแต่แรก...เลิกกับไอ้แก่ที่บ้าน...ตั้งแต่สาวๆ...แล้วหาสามีทหารหล่อๆ 

     

    ป่านนี้เป็นคุณนายไปแล้ว...โธ่! หลงเข้าใจผิดอยู่ตั้งนาน...

     

    ตอนนี้มีใครมาพูดใกล้ๆ ว่า...

     

    "เป็นเมียทหารนั่งนับขวด เป็นเมียตำรวจนั่งนับแบงก์"

     

    ....อิชั้นจะตบปากให้...

     

     

    มีต่อ....

  • akausa

    16 มี.ค. 2017 - 20:49

    ปราณีต พรหมมีสา : หยี!!!! นับแบนนับขวดไม่ว่า แลกอะไรดี เบื่อที่สุดในโลก เอาไปคืนบ้านเดิมแล้วยังกลับมาถูกอีก555 (ชั้นผู้น้อยกินก้อย กินแกลบ55)

  • akausa

    16 มี.ค. 2017 - 23:07

    ปื๊ด บางฉาง : นายพลรับราชการมาทั้งชีวิต มีเงินกันหลักร้อยล้าน....กูโคตรเชื่อเลย

    Sukunya Martphutorn : โกงจนรวยนะ

    Chaiwat Sun : ควรเช็คย้อนหลังไปตั้งแต่เข้ารับราชการมีทรัพย์สินอะไรรวยเป็น100ล้านได้มาจากไหนอย่างไง

    ดาว งาม : เขาเรียกว่า เงินอภินิหาร

    สุเทพ เพ็งโต : คิดหยาบๆเอาเงินเดือนสูงสุดคูณจำนวนอายุราชการ มีใครได้ถึง50ล้านบ้าง คิดแบบไม่กินไม่ใช้เลยนะ หยาบที่สุดแล้ว

  • akausa

    16 มี.ค. 2017 - 23:18

    ผมคิดว่านายพลตะหานและตำหนวดทั้งหลาย ร่ำรวยขึ้นมาเพราะได้ตัวอย่างเริ่มจากยุคนี้และสืบทอดต่อๆกันมา......

     

    หลังจากจอมพลสฤษดิ์ถึงแก่อนิจกรรม หนังสือพิมพ์รายวันในยุคนั้น ได้เปิดเผยนางบำเรอของจอมพลผ้าขาวม้าแดงออกมาวันละคน ไม่ว่าจะเป็น นางงาม ดาราภาพยนตร์ หญิงบริการตามไนท์คลับ นักศึกษามหาวิทยาลัย และนักเรียนมัธยมทั้งสาวและไม่สาว
     

     

    หนังสือเรื่อง  “รังสวาทหลังพล 1” (โรงพิมพ์พัฒนา พ.ศ.2507) ตอนหนึ่งเขียนบรรยายว่า   จอมพลสฤษดิ์อยู่ที่บ้านซึ่งเป็นฮาเร็ม ซึ่งท่านผู้หญิงวิจิตราไม่สามารถเข้าไปได้ จอมพลสฤษดิ์มักใช้เวลาอยู่กับบรรดานางบำเรอ จอมพลสฤษดิ์ยังมีภรรยาน้อยอื่นๆซึ่งมีบ้านอยู่ในกรุงเทพฯ หลายแห่งที่จอมพลสฤษดิ์สั่งให้สร้าง โดยทั่วไปแล้ว จอมพลสฤษดิ์จะยังไม่ให้กรรมสิทธิ์ที่ดินเหลานั้นแก่บรรดาภรรยาน้อยจนกว่าจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ ส่วนมากจอมพลสฤษดิ์จะใส่ชื่อนายทหารคนสนิทคนหนึ่งให้เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์
     

     

    หนังสืออีกเล่ม เขียนโดย โดม แดนไทยเรื่อง จอมพลของคุณหนูๆ” (โรงพิมพ์เกียรติศักดิ์ พ.ศ.2507) โดม แดนไทย ได้รวบรวมรายชื่อ บรรดาสตรีในชีวิตของจอมพลสฤษดิ์ ได้ถึง 81 คน
     

    จากการตรวจสอบข้อมูลในประวัติศาสตร์   พบรายงานของคณะกรรมการสอบสวนขอบข่ายการฉ้อราษฎร์บังหลวงของจอมพลสฤษดิ์ ระบุว่า เงินที่จอมพลสฤษดิ์ใช้เลี้ยงดูนางบำเรอส่วนหนึ่งมาจากเงินกองสลากกินแบ่ง


     

    การใช้เงินกองสลากกินแบ่งของจอมพลสฤษดิ์ ได้กลายเป็นเรื่อง อื้อฉาว ขึ้นมาภายหลังจากการถึงแก่อนิจกรรมของจอมพลสฤษดิ์ โดยหนึ่งเดือนหลังจากจอมพลสฤษดิ์ถึงแก่อนิจกรรม ทายาททั้งหลายต่างก็เริ่มวิวาทแก่งแย่งทรัพย์มรดกมหาศาลของอดีตนายกรัฐมนตรี

     

     

    ในวันแห่งความรัก   วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2507    บุตรทั้ง 7 คนของจอมพลสฤษดิ์ ได้ยื่นฟ้องท่านผู้หญิงวิจิตราที่พยายามจะตัดสิทธิในส่วนแบ่งอันชอบของทายาท 
     

    กองมรดกของจอมพลสฤษดิ์ที่ทายาทต่อสู้แย่งชิงกัน รวบรวมได้เป็นจำนวน 2,874,009,794 บาท รวมกับอสังหาริมทรัพย์อีกมากมายที่ไม่สามารถจะประมาณได้
     
    เนื่องจากเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวมาก ประชาชนต่างให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่งในคดีนี้ และสื่อมวลชนก็ได้ยกเป็นคดีที่อื้อฉาวที่สุดในเมืองไทยและการที่ประชาชนให้ความสนใจในการพิจารณาคดี จึงเป็นการบังคับให้รัฐบาลจอมพลถนอมต้องเข้ามาแทรกแซงและสอบสวนเบื้องหลังความมั่งคั่งของจอมพลสฤษดิ์
     

    จอมพลถนอมลูกน้องของจอมพลสฤษดิ์ ถูกกระแสสังคมบีบบังคับให้ต้องนำมาตรา 17 มาใช้ในการยึดทรัพย์จอมพลสฤษดิ์และตั้งคณะกรรมการสอบสวนขอบข่ายการฉ้อราษฎร์บังหลวงของจอมพลสฤษดิ์ ทั้งๆที่ไม่อยากทำ
     

    จากการสอบสวนของคณะกรรมการฯ พบว่าจอมพลสฤษดิ์ได้ใช้เงินแผ่นดินเพื่อเลี้ยงดูนางบำเรอ และลงทุนในธุรกิจ เงินผลประโยชน์สำคัญ 3แหล่ง ประกอบด้วย เงินประมาณ 394 ล้านบาท เป็นเงินสืบราชการลับของสำนักนายกรัฐมนตรี เงินจำนวน 240 ล้าน จากกองสลากกินแบ่งรัฐบาลและเงินจำนวน 100 ล้าน ซึ่งควรที่จะให้แก่กองทัพบก ซึ่งได้เปอร์เซ็นต์จากการขายสลากกินแบ่ง


     

     

    ฮาเรมและเงินปรนเปรอ หนูๆ ของ ท่านนายพล  ส่วนใหญ่มาจากเงินหวยที่ตรวจสอบไม่ได้


     

    เห็นหรือยังว่า ในแง่เศรษฐศาสตร์การเมืองแล้ว   เรื่องราวของ ท่านพินิจ น่าสนใจกว่า  คุณชายพุฒิภัทร หลายเท่า !!!

     

     

    และมองในแง่ ความเป็นจริง  ในยุคเผด็จการที่อำนาจเต็มมือ ขนาดนั้น คุณชายพุฒิภัทรและพวก

     

    จะขี่รถจี๊บไปช่วย นางสาวสยาม ออกมาจากรังรักของจอมพล

     

     

    ย่อมเป็นไปไม่ได้   อย่างแน่นอน

     

     

    เพราะยุคท็อปบู้ตทมิฬ   น่ากลัวว่า การเมืองไทย พ.ศ. นี้ หลายร้อยเท่า !!!

     

     

    อำนาจการเมืองที่ตรวจสอบได้ กับ อำนาจการเมืองที่ตรวจสอบ ไม่ได้ คุณเลือกเองจะเอาแบบไหน ??

     

     

    http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1369219447

  • นิตยบุตร

    20 มี.ค. 2017 - 04:30

    มันแล้วแต่คนครับ


loading...