จบแล้ว ไร้ราคาจริงๆ เทียบชาวบ้านเดินดินยังไม่ได้??

จบแล้ว ไร้ราคาจริงๆ เทียบชาวบ้านเดินดินยังไม่ได้??

ประชาชนไม่มีใช้.. “ผู้นำ” ไฉนถึงกล้าใช้ “หน้ากาก”ยามขาดแคลน

https://bangkok-today.com/web/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8...

ประชาชนไม่มีใช้.. “ผู้นำ” ไฉนถึงกล้าใช้ “หน้ากาก”ยามขาดแคลน

“ประชาชน-ตายก่อน”

“หน้ากาก-อนามัย” ราษฎร-ชาวบ้าน ส่วนใหญ่ หาซื้อไม่ได้-อย่างแน่นอน

เพื่อให้อยู่ในยุคที่ทัดเทียม เสมอ เท่าเทียม พอ ๆ กัน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ- รมว.กลาโหม ต้องทำตัวเป็น“ประชาชนเต็มขั้น”ไม่ใช้หน้ากาก-อนามัย ป้องกัน“ไวรัสโควิด-๑๙”

 

“หน้ากาก-อนามัย” ที่ “พล.อ.ประยุทธ์” มีใช้สำหรับปิดปาก-ปิดจมูก ทุกช่วงเวลาท่านใช้หน้ากากตลอด กระทั่งตอนแถลงข่าว ในฐานะ “ผู้นำรัฐบาล” อย่าพึงใช้ “หน้ากาก”..ควรส่งลำเลียงไปให้ถึงมือ “คุณหมอและคุณพยาบาล” ที่อยู่หน้าด่านในสมรภูมิ-โควิด

ประชาชนต่างไม่มีใช้.. “ผู้นำ” มีได้เช่นใด เหมือนท่านจะถนอม-ชีวิต

๐๐๐๐๐๐

โชว์พาวเวอร์เป็นทัพหน้า

 

“อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข หายเข้ากลีบเมฆ กันไปเลย-ล่ะจ้า

เหมือนรู้ว่า “ศรัทธา” ความเชื่อ ความเลื่อมใส และความเห็นชอบของประชาชนนั้น ได้หมดกองหนุน และ กองทุน ในความเชื่อมั่นในตัวของ “รัฐมนตรีอนุทิน” กันแล้ว

ที่เคยยันว่า “โควิด-๑๙” เป็นไข้หวัดธรรมดา..เดี๋ยวนี้กลายเป็น ไวรัส-ระบาดกลืนโลกกันไปหมดทุกประเทศแล้ว เฉพาะที่ “อิตาเลี่ยน” เมืองเดียวคนตายเกือบ ๒๐๐ คน-ต่อวัน

ข้อมูลที่ท่านเคยย้ำบอก..วันนี้ต้องลาออก กันทันควัน

๐๐๐๐๐

โรงงานมีล้นหลาม

๑๑ แห่งสำหรับผลิต “หน้ากาก-อนามัย” มีการเร่งผลิตตั้งแต่ต้นมือ แต่ “หน้ากาก-อนามัย” ขาดตลาด ต้องถือว่าเป็นการบริหาร-จัดการ ที่ไม่ได้ความ

“จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ เกาะติดการผลิตกันอย่างไร “หน้ากาก-อนามัย” จึงหายเข้าไปอยู่ในตลาดมืด และไปโผล่เป็นสินค้าชั้นดี อยู่ที่เมืองจีน

จะเป็นความหละหลวม ไม่รอบคอบ ถี่ถ้วน ไม่รัดกุม ขององค์กรหรือหน่วยงานไหน..แต่ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็น “หน้าเสื่อ” ในการดูแลและกวดขัน ของ “รัฐมนตรีจุรินทร์” โดด ๆ

สร้างสปิริตให้เห็น..รีบเซ็นใบลาออกให้เป็นที่ปรากฏ

๐๐๐๐๐๐

“ปฏิวัติ” ไม่ใช่ “ตัวช่วย”

 

ออกมาแอ่น..แอ้น เอกเซอร์ไซส์ มีแต่ทำให้สถานการณ์ทุกอย่าง-ยิ่งม้วย

เกือบ ๖ ปีที่ผ่านมา ใต้ปีกของ “นายพล” ประเทศชาติและประชาชน เขาได้อะไรขึ้นมามั่ง

มีแต่ความยากจนที่ระบาดซึมลึก ร้ายแรงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า “ไวรัสโควิด-๑๙” ที่ขยับปรับตัวเข้าสู่ “ระยะที่ ๓” มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ดีแต่ว่ายังไม่มีผู้ป่วยตายเพิ่ม..ขณะนี้เศรษฐกิจไม่รู้ว่า “ติดพิษ” ความไร้สามารถของรัฐบาลหรือเปล่า..หุ้นร่วงต้องงัดมาตรการ “เซอร์กิตเบรกเกอร์”พักซื้อขาย ๓๐ นาที

“ปฏิวัติ” ได้ประโยชน์ไม่กี่คน..แต่บ้านเมืองปี้ป่น คุ้มกันหรือพี่

๐๐๐๐๐๐

ไม่เคยมี “พล.อ.ประยุทธ์” ก่อนหน้านี้

ประเทศไทย อยู่สุขีสโมสร กันอย่างแฮปปี้

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ และ รมว.กลาโหม ไปปลื้มใจอะไรด้วยเล่า เมื่อต่างชาติเริ่มหันมาไหว้ แทนการจับมือกัน

ทุกอย่างในโลกนี้ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเป็นของธรรมดา..จับมือและหันมาไหว้ก็เป็นอีกก้าวหนึ่งในการเปลี่ยนแปลง..เช่นเดียวกันถึงเวลา น่ามีการเปลี่ยนตัว “พล.อ.ประยุทธ์” จากการเป็น “ผู้นำ”..เพราะคนที่เป็น “หัวหน้ารัฐบาล” ต้องเป็นคนที่ “ประชาชน”สรรเสริญ และไม่ถูกด่า

“นายกฯประยุทธ์”ที่ถูกกระทุ้ง..โดนด่าจนสะดุ้ง เลิกฟุ้งคิดจะเป็น อีกดีกว่า

“กะพรุนไฟ”

๑๓ มีนาคม ๒๕๖๓

******

**********

*****************

 

ที่ ๑ ของรุ่น..แต่ฝีมือคุณ เทียบชาวบ้านเดินดินยังไม่ได้??

https://bangkok-today.com/web/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%91-%e0%...

“นายกฯหญิง-นุ่งกระโปร่ง”

ทุกเสียงของประชาชน ที่เสนอความคิดเห็นเข้ามา “อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” รับไว้พิจารณา เพื่ออุดรูรั่วไม่ให้-ลุ่มหลง

เสียงตำหนิ ที่ประชาชนส่งไปถึง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ และ รมว.กลาโหม เพื่อกล่าวติและเตือน

 

กลายเป็นของแสลงหู ขัดหู ฟังไม่เข้าหู และไม่เป็นที่ปลื้มใจของ “นายกฯประยุทธ์” ไปเสียเช่นนั้น..ที่เขายกแก้ปัญหา “โควิด-๑๙” มาเทียบกับประเทศไทย..เพราะ “รัฐบาลตู่-เรือเหล็ก” ตามหลังแก้ปัญหาโควิดทุกกรณี

“ยิ่งลักษณ์” ถึงนุ่งกระโปร่ง..รับทุกลูกที่ประชาชนชง ไม่เตะชู๊ตส่งกันอย่าง-ป่นปี้

๐๐๐๐๐๐๐

ประชาชนไม่เอา

 

นักศึกษาส่งเสียงขับไล่ กึกก้อง-ไม่เบา

นักรบเสื้อกาวน์-คุณหมอ แสดงแสนยานุภาพทางความคิด  ผ่านทาง “รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล” นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ที่จะต้องรับมือกับผู้ป่วยติดเชื้อ “โควิด-๑๙”อาการรุนแรง

เป็นคำตอกย้ำ จากนายกฯสมาคมแพทย์โรคทรวงอก ว่า “พวกเราจะไม่ยอมก้มหัวให้กับผู้รับผิดชอบระดับสูง ที่ขาดความสามารถเชี่ยวชาญ และเข้าใจบริบทการทำงานของพวกเราอย่างถ่องแท้ ได้เวลาแล้วที่เราจะต้องเตรียมทำศึก แม้จะไม่มีอาวุธที่มีประสิทธิภาพและแม่ทัพที่เด็ดขาดเข้มแข็ง”

มีแต่เสียงประจาน..ยิ่งอยู่เป็นรัฐบาล มีแต่ตาย-แอ้งแม้ง

๐๐๐๐๐๐

หาเหตุ-สร้างเภทภัย ให้นักศึกษา

ถามแบบตีรวน “การทำแฟลชม็อบ”นั้น มี “พรรคการเมือง” หนุนหลังหรือไม่-ล่ะหนา

ทั้งที่รู้กันเต็มอก “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”, เป็นเชื้อที่ทำให้นักเรียน-นักศึกษา มารวมตัวกันที่โรงเรียนและมหาวิทยาลัย กันอย่างคับคั่ง

ถ้าถามกันเช่นนี้..ทำไมไม่ถามกันมั่งล่ะว่า ที่ “นายกฯประยุทธ์” ยังทำตัวเป็นกระเบื้องอย่างหนา มี “กองทัพ” หนุนหรือไม่? ทำไมประชาชนไล่กันยิ่งกว่า “ถนอม-ประภาส” ก็ยังหัวดื้อไม่-ยอมไป

ถามฝั่งรัฐบาลบ้างก็ดี..ประชาชนไม่เอาเช่นนี้ จะอยู่-ทำไม

๐๐๐๐๐๐

ปัญหาธรรมชาติแก้ยาก

 

มีแต่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่แสดงความบ้อท่า ออกมาให้เห็น-กันมาก

“นายกรัฐมนตรี” ที่ผ่านมา เขาต่างแก้วิกฤตภัยธรรมชาติ ปัญหาภัยแล้ง น้ำน้อย กันอย่างมีประสิทธิภาพ

ถ้า “รัฐบาลประยุทธ์” คิดว่าตัวเองมีเงินน้อย..ก็ลาออกไปเสีย ให้ ประชาชนเดินดินคนธรรมดาเขาเข้ามาเป็น “นายกฯ” ดีกว่า..เพราะเขาทำ โครงการ “ธนาคารน้ำ” เข้าสู่ไร่-เข้าสู่นา อย่าง-ดีเยี่ยม

“พล.อ.ประยุทธ์”สอบได้ที่๑ ของรุ่น..บอกได้เลยว่าฝีมือของคุณ ไม่มี-ปัญญาเทียม

๐๐๐๐๐๐

“มีชัย” สร้างไว้

“ประชาชน” ร่วมกันทั้งประเทศ ย่อมแก้ “รัฐธรรมนูญ” ย่อมได้

ผลพวงที่ต้องการกีดกั้น และ ขัดขวาง ไม่ให้ ฝ่ายประชาธิปไตยเต็มใบ อย่าง “พรรคเพื่อไทย” เข้ามาบริหารประเทศ โดยเป็น “นายกรัฐมนตรี”

“กรรม” นั้นได้ฟ้องหมดแล้วว่า “รัฐธรรมนูญ ๖๐” ที่ “มีชัย ฤชุพันธ์” ร่วมกันตกผลึก สร้างเนื้อร้ายเป็นมะเร็งกันทุกองคาพยพ

ถ้าไม่แก้ “รัฐธรรมนูญปี ๖๐”…ปัญหาชาติมีแต่เพิ่มพูน ไม่มีวันที่-จะจบ

“กะพรุนไฟ”

๑๔ มีนาคม ๒๕๖๓

******

**********

***************

 

จบแล้ว ปชป.

https://bangkok-today.com/web/%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9...

จบแล้ว ปชป.

พรรคประชาธิปัตย์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2489 เป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของไทยที่ยังคงอยู่มาจนถึงขณะนี้

เดือนหน้าก็จะมีอายุครบ 74 ปีแล้ว

แต่สภาพที่เกิดขึ้นกับประชาธิปัตย์ ในยุคที่มีหัวหน้าพรรคชื่อ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ และ เลขาธิการพรรค ชื่อ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ถือเป็นอีกครั้งที่ถูกมองว่าเป็นยุคตกต่ำอย่างมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง

ในอดีตเคยได้รับการยอมรับในฐานะพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ที่มีจุดยืนในการปกป้องประชาธิปไตย แต่ตอนหลังๆกลับกลายเป็นภาพสีเทา สำหรับจุดยืนด้านประชาธิปไตยไปเสียฉิบ ยิ่งในยุคที่เผชิญกับคู่แข่งทางการเมืองอย่างพรรคไทยรักไทย มาจนถึงพรรคเพื่อไทยในยุคนี้

ยิ่งสู้ ยิ่งแพ้ จนถึงขึ้นมีคนเสนอทฤษฎีแมลงสาบ ว่าน่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่จะนำมาใช้เพื่อความอยู่รอดของพรรคในช่วงตกต่ำในช่วงพ่ายแพ้ตลอด

แต่กลายเป็นข้อเสนอที่ทำให้พรรคที่ยิ่งใหญ่ในอดีต กลายเป็นถูกเรียกแบบเหยียดหยันว่าเป็นพรรคแมลงสาบ ก็ไม่รู้ว่าจะโทษคนเสนอแนวคิดนี้ หรือว่าโทษที่พรรคไร้จุดยืนที่แข็งแกร่งเช่นในอดีตดี

ประชาธิปัตย์เคยได้ ส.ส.เป็นหลักร้อย ตั้งแต่ 2538 ถึง 2554 แม้จะไม่ชนะคู่แข่ง แต่ก็ได้เป็น 100 เก้าอี้ ปี 2539 ได้ 123 ส.ส. ปี 2544 ได้ 128 ส.ส. ปี 2550 หลังรัฐประหาร ก็ยังได้ 165 ส.ส. และปี 2554 ก็ยังมี 159 ส.ส.

แต่พอคนในพรรคออกมาลงถนน ขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จุดยืนเรื่องประชาธิปไตยจึงถูกตั้งคำถามหนัก สุดท้ายการเลือกตั้งในปี 2562 ประชาธิปัตย์จึงเหลือแค่หลักครึ่งร้อย 50 เก้าอี้เท่านั้น

คำขวัญของพรรคที่ว่า สจฺจํเว อมตา วาจา หรือ คำสัตย์แลเป็นวาจาไม่ตาย ยังถูกตั้งคำถามไปด้วย

แถมการยอมสละหัวพรรคให้ตายเดี่ยวกับการไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แล้วใช้การเปลี่ยนหัวหน้าพรรคเป็นจุดที่ทำให้ร่วมรัฐบาลได้โดยไม่ติดกับเรื่องสัจจะ ทำให้พรรคแตก และแตกมากขึ้นเรื่อยๆ

วันนี้คนกลุ่มหนึ่งออกมาบอกว่า ประชาธิปัตย์ ควรทวงศักดิ์ศรี ควรเลิกพายเรือให้โจรนั่งได้แล้ว

 

แต่สุดท้ายบรรดาคนในพรรคที่ยังลุ่มหลง ยึดติดกับการได้ร่วมรัฐบาล ได้อยู่ในขั้วอำนาจการเมือง ได้มีตำแหน่งมีหัวโขน พากันออกมาถล่มคนในพรรคเดียวกันที่เสนอให้ออกไปอยู่อย่างมีเกียรติ ว่าเป็นพวกที่ไม่เคารพมติพรรค

ไม่แปลกใจที่คนรุ่นใหม่อย่างไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ ซึ่งมีจุดยืนประชาธิปไตย จะทนอยู่ไม่ได้

และคงไม่แปลกใจ หากพรรคประชาธิปัตย์ จะยังอยู่เป็นฐานให้ พล.อ.ประยุทธ์ เหยียบยืนเป็นนายกฯ

รวมทั้งจะไม่แปลกใจ หากการเลือกตั้งครั้งหน้า ประชาธิปัตย์ จะกลายเป็นพรรคต่ำสิบ

อัคคี กัมปนาท

*****

**********

****************

ไร้ราคาจริงๆ

https://bangkok-today.com/web/%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8...

ไร้ราคาจริงๆ

แรงกดดันของสังคม จากความล้มเหลวในการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะแตะตรงไหน ก็ล้วนล้มเหลว ล้วนผิดพลาด

ความเชื่อมั่นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ความเชื่อมั่นของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่รวมเข้ามาเป็นความเชื่อมั่นของรัฐบาล กำลังกลายเป็นความเชื่อมั่นที่อาจจะย้อนกลับมาทำร้ายตนเองในที่สุด

เพราะวันนี้ ความอดอทนของสังคมเริ่มลดน้อยลงไปเรื่อยๆ

เตือนทีมเศรษฐกิจมาโดยตลอดว่า การแจกเงินเพื่อสร้างภาพ เพื่อหวังผลหาเสียงทางการเมือง ไม่สามารถที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะในภาวะที่เศรษฐกิจกำลังทรุดหนักทั่วโลก

พร่ำพูดเรื่องศาสตร์ของพระราชา มาเป็นเวลา 3-4 ปี แต่กลับไม่ได้ความรู้ซึมลึกเข้าไปบ้างแม้สักกระผีก ว่าการแจกเงินแบบหว่านนั้นเป็นแค่การแจกปลา ไม่ใช่การแจกเบ็ด ไม่ใช่การให้เครื่องมือทำมาหากิน

อ้างแค่ให้ไปถามคนที่ได้รับเงินว่าพอใจหรือไม่ ก็ใช่มนุษย์ทุกคนใครเอาเงินมาแจก ก็พอใจด้วยกันทั้งนั้น แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ เองก็เถอะ ได้เงินเดือนนายกรัฐมนตรีเป็นแสนบาทอยู่แล้ว ยังพอใจที่จะได้รับเงินเดือนเพิ่ม อนุมัติให้ตนเองอีกเดือนละ 1 หมื่นบาทเลยมีใช่หรือ

แต่ทำไมไม่เปลี่ยนเป็นถามบ้างว่า แล้วเงินที่แจกไป ผ่านโครงการชิมช้อปใช้ ตั้งแต่กันยายนปีที่แล้ว กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงแค่ไหน ถึงได้ตะบี้ตะบันจะออกโครงการแบบนี้อีก หรือว่าไม่มีปัญญาคิดมาตรการอื่น

 

เช่นเดียวกับปัญหาไวรัสโควิด-19 เสียงสะท้อนมีมาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์แล้วว่า หน้ากากอนามัยขาดตลาด มีการขายโก่งราคา แต่บรรดาผู้รับผิดชอบในรัฐบาล เลือกที่จะพล่ามสวนเสียงเรียกร้องของประชาชนที่ต้องการให้มีการตรวจสอบ ควบคุม ว่าไม่ขาดแคลน ไม่พบการโก่งราคา จนทำให้แก้ปัญหาไม่ได้ ดังนั้นเมื่อมามีประเด็นผลประโยชน์เกิดขึ้น และอาจจะเกี่ยวไปถึงคนในแวดวงการเมืองขั้วรัฐบาล ขั้วคนใกล้ชิด

ความน่าเชื่อถือในคำตอบที่แก้ตัวไปวันๆจึงไม่มี

ยิ่งบวกกับการทำงานที่ไม่รอบคอบ ที่ขาดสติปัญญา คิดแต่จะสร้างภาพ จะขายจะแจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชน ก็ยังต้องจัดพิธีกรรมหวังให้เป็นข่าว จะฟื้นเศรษฐกิจจากพิษไวรัส ก็ยังจะแจกเงินแบบสร้างภาพ แต่ดันจะขอรับบริจาคเงินไปรับมือโควิด-19 ผลคือถูกด่าจนต้องชะลอไม่เอาเข้า ครม.

ออกมาแถลงจะปิดศูนย์ ปล่อยให้ไปกักตัวที่บ้านแทน พอถูกตำหนิก็ออกมาบอกว่ายังไม่ปิดศูนย์ก็ได้

กลุ่มซีพี ออกมาบอกว่าจะลงทุน 100 ล้านบาท เพื่อผลิตหน้ากากอนามัยแจกประชาน เป็นการลงทุนที่ยั่งยืน แต่รัฐบาลใช้เงิน 225 ล้านบาท จัดกิจกรรมสอนวิธีทำหน้ากากให้ประชาชน เป็นแค่การใช้จ่ายแบบเบี้ยหัวแตกตามแนวถนัด

วันนี้ไม่ใช่แค่ตลาดหุ้นไทยตกหัวทิ่มหัวตำ แต่ราคาของรัฐบาลก็ตกต่ำจนไร้ราคาแล้วเหมือนกัน

ภูวนารถ ณ สงขลา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  • love
    3
  • haha
    0
  • wow
    0
  • sad
    0

2 ความเห็น

 
willy

ใดๆ ในโลกนี้ล้วนอนิจจังฯ

มีเกิด ย่อมมีดับ

ปชป. ก็เช่นกัน ฝืนกฏของธรรมชาติมิได้ดอก

คงจะเป็นพรรคต่ำสิบ แล้วก็สูญพันธุ์ไปตามกาลฯ

                       กลัว

จงสวาปามเสียให้พอ บาปกรรมจะตกถึงพรรคของพวกมึงเอง!

 

  • love
    0
  • haha
    0
  • wow
    0
  • sad
    3
 
3 ส

ประชาชน

เปื่อยสุด ๆ

  • love
    0
  • haha
    0
  • wow
    0
  • sad
    0