งานที่สามพรรคการเมือง กำลังพลิกเหลี่ยมใช้เล่ห์ฟาดฟันกัน ก็เป็นแค่งานโจรปล้นโจร

งานที่สามพรรคการเมือง กำลังพลิกเหลี่ยมใช้เล่ห์ฟาดฟันกัน ก็เป็นแค่งานโจรปล้นโจร

ชักธงรบ : โจทย์การเมืองมือเก่า
 
กิเลน ประลองเชิง2 ธ.ค. 2562 05:01 น.
SHARE
 
 
 

โจทย์เรื่องสารพิษเกษตร...ที่นักการเมืองสามพรรคกำลังทำกัน ซับซ้อนซ่อนเงื่อน จนทำให้ผมนึกถึง โจทย์ข้อรถไฟ และสายน้ำ ตอนเรียนวิชาเลขคณิต ระดับ 4 โรงเรียนผู้ใหญ่ยะลา

โจทย์ข้อหนึ่ง...นักเรียนทั้งห้องไม่มีใครทำ ผมดั้นด้นทำไปคนเดียว...อาจารย์เอาไปทำบนกระดานดำ...ยาวจนหมดหน้ากระดานดำ ...อาจารย์ชมว่าเก่ง ที่ทำได้ แล้วเฉลยว่า

ความจริงโจทย์ข้อนั้นผิด ใช้สองมาตรา ถ้าแก้โจทย์ให้เป็นมาตราเดียว เลข...ข้อนั้น ทำได้สั้นนิดเดียว

ผมจำติดใจ...อะไรๆที่ว่าผิดนั้น...ไม่ได้เกิดจากการทำผิดแต่บางครั้งก็มาจากโจทย์ผิด

 

โจทย์แรกเรื่องสารพิษ ผมฟังมานาน ยึดข้อมูลคนที่เชื่อว่าเก่งดีและบริสุทธิ์ใจ...อย่าง หมอธีรวัฒน์ เหมะจุฑา และ คุณสารี อ๋อง–สมหวัง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เป็นจุดเริ่ม

เมื่อมีการ “แบน” สามสารพิษเกษตร ผมก็หลุดปากชม คุณมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ ที่เป็นหัวเรือใหญ่เต็มปากเต็มคำ

ชมเผื่อไปถึงหัวหน้าพรรค คุณอนุทิน ชาญวีรกูร ที่มุ่งมั่นห่วงสุขภาพความปลอดภัยของประชาชน ไม่เสียทีที่นั่งกระทรวงหมอ...ใช้ข้อมูลจากหมอ

ขณะเดียวกัน ก็ชำเลืองไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ อาการที่รัฐมนตรีเกษตรฯ แสดงออกมาแบบ “ตีมึน” ตอนกระแสต้านสารพิษแรง

ตั้งหลักได้ก็ออกตัวให้เห็นว่า ฟังเสียงจากชาวบ้านฝ่ายอยากใช้ สารเคมีพิษต่อไป ด้วยเหตุผลที่...ที่จริงก็ฟังได้ หลายๆข้อ

ผมไม่เคยลืม...อำนาจเงินจากบริษัทที่อยู่หลังสารเคมีพิษนั้น มหาศาล ล็อกเป้าประชาธิปัตย์ไว้แล้ว เป้าต่อไปก็คือรัฐมนตรีอุตสาหกรรม คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

มีการปรับกระบวนการ คณะกรรมการสารเคมีพิษกันใหม่...คุณสุริยะนั่งหัวโต๊ะในการประชุมครั้งใหม่...แล้วก็แถลงออกมา ยืดเวลาสารพิษบางตัวไปหกเดือน อีกตัวหนึ่งยังให้ใช้ต่อ

ผมดูสีหน้าแววตา ตอนรัฐมนตรีอุตสาหกรรมแถลงข่าว...ฟังเหมือนมติใหม่สวนมติแบนสารพิษเก่า...จะด้วยอคติเดิมๆหรือไม่ ก็ไม่แน่ใจ แต่ทำให้คิดได้ว่า คุณสุริยะซ่อนอะไรไว้ในใจแยะเลย

ผลการประชุมจึงออกมาแบบผิดฝาผิดตัว ทำให้คณะกรรมการสายคุ้มครองผู้บริโภคคนหนึ่งประกาศลาออก เพื่อประท้วงให้สะดุดหยุดคิดว่า คำแถลงของรัฐมนตรีสุริยะ เป็นการตีกินหาประโยชน์จากบริษัทสารเคมีพิษ

ไม่ใช่มติจากคณะกรรมการแต่ประการใดเลย

ผมติดตามความเห็น หมอธีรวัฒน์ เหมะจุฑา เห็นคุณสารี อ๋องสมหวัง ไปให้กำลังใจรัฐมนตรีมนัญญา ที่แสดงท่าทีผิดหวังอย่างแรง ถึงขนาดประกาศขอไม่คุมกรมวิชาการเกษตร...ที่ตัวเองนำไม่ได้อีกต่อไป

คุณอนุทิน รัฐมนตรีสาธารณสุข ก็ออกข่าวทำนองว่า จะต้องหารือกันในพรรค ไม่ขู่ก็เหมือนขู่รัฐบาลว่า อาจจะอยู่ร่วมรัฐบาลต่อกันไม่ได้ แต่เชื่อขนมกินล่วงหน้าได้ เป็นแค่ลีลา ชาติหน้าบ่ายๆ พรรคนี้ก็ไม่ออก

โดยหัวจิตหัวใจ โจทย์หรือข้อมูลที่ผมได้ ผมเลือกชมฝ่ายภูมิใจไทย...แต่บังเอิญได้โจทย์ใหม่ ที่ยังไม่ยืนยัน แต่ฟังแล้วเชื่อทันทีว่า ทันทีที่สารเคมีพิษสามยี่ห้อ ถูกถอนออกไป

ารเคมีตัวใหม่...ที่ฟังได้เหมือนว่า มีพิษน้อยกว่า ไม่แพงกว่า กำลังเข้ามาแทน

และก็ให้บังเอิญอีกเหลือเกิน บริษัทสารเคมีตัวใหม่ ที่ว่า เชื่อมโยงไปจากบุรีรัมย์ ไปลงหลักปักฐานที่มั่นอยู่ที่เชียงใหม่...ถ้าโจทย์นี้ไม่ผิด ผมทำต่อ ก็จะได้ผลลัพธ์ใหม่...

ลงท้าย งานที่สามพรรคการเมือง กำลังพลิกเหลี่ยมใช้เล่ห์ฟาดฟันกัน ก็เป็นแค่งานโจรปล้นโจร

ที่เคยชม ก็ขอถอนคำชม สงสารตัวเองพยายามจะรักพรรคการเมือง จนป่านนี้ ยังหาไม่ได้เลยสักพรรคเดียว.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1715505

การ์ตูน เซีย

สำนักข่าวหัวเขียว : ใกล้ครบครึ่งปี
 
แม่ลูกจันทร์2 ธ.ค. 2562 05:01 น.
SHARE
 
 


 

เวลาเด็กหมุนช้า เวลา คนแก่หมุนเร็ว

เผลอแป๊บเดียวเหลืออีก 29 วัน ปีเก่า 2562 จะเก็บฉากจากไป

นับตามปฏิทิน “รัฐบาล ประยุทธ์ 2” สืบทอดอำนาจ มาแล้ว 5 เดือน

เดือนมกราคมปีหน้า รัฐบาลลุงตู่จะขี่กระดานโต้คลื่นครบครึ่งปี

รัฐธรรมนูญฉบับครึ่งใบ กำหนดให้รัฐบาลต้องแถลงผลงานต่อรัฐสภาเมื่อบริหารประเทศครบ 6 เดือน

ให้สภาตรวจการบ้านรัฐบาลได้ดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วน 12 ข้อ และนโยบายหลัก 12 ด้าน ที่แถลงไว้ต่อที่ประชุมสภาครบถ้วนหรือยัง??

ฉะนั้น เพื่อให้การแถลงผลงานรัฐบาลครบ 6 เดือน เป็นเวทีโชว์ความสำเร็จของรัฐบาลให้เอิกเกริกมโหฬาร “นายกฯลุงตู่” ได้สั่งให้ทุกกระทรวงเร่งรวบรวมข้อมูลผลงานต่างๆ เพื่อนำไปแถลงเป็นผลงานรัฐบาลในภาพรวม

“แม่ลูกจันทร์” มองว่าผลงานรัฐบาลครึ่งปีแรก มีหลายด้านที่เห็นผลเป็นรูปธรรม

เช่น...การเซ็นสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

นโยบายประกันราคาข้าว ยาง ปาล์ม ครบวงจร

นโยบายให้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ ทางการแพทย์

โครงการชิม ช้อป ใช้ แจกเงินหนึ่งพันบาทให้ประชาชน 13 ล้านคน

แจกเงินช่วยค่าเกี่ยวข้าว “หนึ่งหมื่นบาท” ให้ชาวนา 4.5 ล้านราย

แจกเงินดาวน์บ้าน 5 หมื่นบาทให้ประชาชน 1 แสนคน

พักหนี้กองทุนหมู่บ้าน 1 ปี ฯลฯ

แต่น่าเสียดาย...ที่ผลงานรัฐบาลช่วงครึ่งปีแรกยังไม่สามารถโชว์ความสำเร็จได้เต็มปากเต็มคำ

เพราะโดนปัญหาเศรษฐกิจทรุดหนักขโมยซีน

ข้อสำคัญ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยการทุ่มแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจตะพึดตะพือ บรรเทาความเดือดร้อนแค่ชั่วครั้งชั่วคราว

ไม่ช่วยให้ชาวบ้านคลายความเดือดร้อนจากพิษเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยเดี้ยงหนักเป็นประวัติการณ์

การส่งออก การลงทุน การท่องเที่ยว กำลังซื้อภายในประเทศ ฯลฯ เดี้ยงกันระนาว

แต่จุดที่น่าห่วงมากที่สุด คือปัญหา “หนี้สินครัวเรือน” ที่เพิ่มพรวดๆสูงเป็นประวัติการณ์

ปี 2562 หนี้สินครัวเรือนเฉลี่ย 3.4 แสนบาทต่อครอบครัวสูงกว่าปีก่อน (2561) หนี้สินครัวเรือนเฉลี่ย 3.1 แสนบาทต่อครอบครัว

หนี้สินครัวเรือนขยายตัว 7 เปอร์เซ็นต์เป็นใบเสร็จยืนยันว่าผลกระทบเศรษฐกิจตกต่ำการค้าขายฝืดเคือง รายได้ไม่พอใช้พอกิน

ทำให้คนไทยทั่วประเทศเป็นหนี้หัวโต

“แม่ลูกจันทร์” เปิดข้อมูลล่าสุดของสภาพัฒน์ ระบุว่าหนี้สินครัวเรือนปีนี้ มีมูลค่ารวมกันกว่า 13 ล้านล้านบาท

คิดเป็นสัดส่วนต่อจีดีพีสูงถึง 78.7 เปอร์เซ็นต์

อีกไม่ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ หนี้สินครัวเรือนไทยจะถึงจุดอันตราย 80 เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี

ข้อมูลสภาพัฒน์ย้ำว่าอีกจุดที่ต้องระวังอย่างมากคือปัญหาหนี้เสียหนี้เน่า (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้นกว่า 1.3 แสนล้านบาท

สูงขึ้นกว่า 12 เปอร์เซ็นต์จากปีที่ผ่านมา

สรุปว่าเศรษฐกิจแย่หมดทุกด้าน ไม่มีด้านไหนเอาไปแถลงโชว์เป็นผลงานรัฐบาลครึ่งปีได้เลย.

“แม่ลูกจันทร์”

https://www.thairath.co.th/news/business/finance-banking/1715461

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

3 ความคิดเห็น

 
3 ส

โจรกัดโจร

ขำขำ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
หลวงพี่เตี้ย

โจรปล้นโจร

โดยมร NGO รอส่วนแบ่ง

แบ่งไม่ลงตัว  ก็กัดกันต่อ

16

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
willy

14

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0