"งง ใน งง" ดูเหมือนว่าทรงเป็น king องค์เดียวในประวัติศาสตร์ ที่กษัตริย์หงสาวดีเป็นผู้แต่งตั้ง

"งง ใน งง" ดูเหมือนว่าทรงเป็น king องค์เดียวในประวัติศาสตร์ ที่กษัตริย์หงสาวดีเป็นผู้แต่งตั้ง

5 ความคิดเห็น

ระบบขนส่งไม่ดีไม่เป็นไร ขอแค่เราไม่เป็นเมืองขึ้นใครก็พอ!

http://www.voicetv.co.th/blog/512761.html

4 สิงหาคม 2560 เวลา 11:11 น.

ระบบขนส่งไม่ดีไม่เป็นไร ขอแค่เราไม่เป็นเมืองขึ้นใครก็พอ!

เมื่อมีข่าว "น้องอิมเมจ" อารมณ์ขึ้นทวิตว่าอะไรเฮงๆ ซวยๆ อีคำประเภทที่ว่า "ออกไปจากประเทศนี้ซะ" หรือ "เคยทำอะไรให้ประเทศบ้าง" มันก็ตามมาทันทีทันใด ซึ่งไม่ค่อยผิดคาดเท่าไหร่นัก

วัยรุ่นอารมณ์ปรู๊ดปร๊าดทำอะไรอาจวู่วามไปนิด แต่มีตรงไหนไม่จริงล่ะ ระบบขนส่งที่นอกจากต้องใช้เงินยังต้องใช้ดวง เผลอๆ อาจต้องใช้ชีวิตเข้าแลก ว่าเอาตามจริงถ้าเรื่องสาธารณูปโภคขั้นต้นเพียงเท่านี้ยังทำให้ดีไม่ได้ คนมีสติต้องซีเรียสแน่นอน และต้องตามมาด้วยคำถามว่าชีวิตเราจะงอกเงยอย่างไรในความ "กาก" แบบนี้ ฉะนั้น น้องไม่ผิดอ่ะ น้องแค่คิดดัง และอาจใช้คำที่ทำร้ายต่อมความรักชาติของคนบางส่วน

กระแสบอมบ์อิมเมจมีความน่าสนใจอย่างหนึ่ง คือการยกเรื่องความรักชาติมาอ้าง และไม่รู้อีท่าไหนลามไปถึง (เลียนเสียงพูดก่อนขึ้นเพลงชาติ) ความภาคภูมิใจในเอกราช และความเสียสละของบรรพบุรุษไทย ถึงขนาดมีนักแสดงชายรายหนึ่งที่มักมีข่าวพังๆ เพราะการโพสต์ของตัวเองเสมอ โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียทำนองว่า รับไม่ได้ที่ใครมาว่ามาตุภูมิ และภาคภูมิใจกับเมืองไทยเหลือเกิน เพราะเมืองไทยไม่ตกเป็นเมืองขึ้น !!

ถึงตอนหลังฮีจะออกมาบอกว่าไม่ได้โพสต์แซะน้องอิมเมจ (เชื่อป่ะ?) แต่แนวคิดของนักแสดงคนนี้ที่ว่า "ไทยไม่ตกเป็นเมืองขึ้น" ก็น่าสนใจนะ เพราะสะท้อนความ "งงในงง" ทางด้านประวัติศาสตร์ของคนจำนวนหนึ่ง

ฉันมองว่าความงงในงงที่ว่า มาจากชุดความคิด 2 ชุด ชุดแรกฉันตั้งชื่อว่า "ไทย = รัตนโกสินทร์" เพราะเวลาจะภูมิใจเรื่องการไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นใคร เส้นแบ่งประวัติศาสตร์ของความเป็นไทยจะย้อนไปไกลสุดแค่ยุครัตนโกสินทร์ พร้อมวลีท่องจำ "เสียดินแดนส่วนน้อย รักษาส่วนมาก" ลืมไปเลยกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ยุคไทยต้องขมขื่นยืนหนาวจำยอมกับการให้ทัพญี่ปุ่นผ่านแดน ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ส่วนความคิดชุดที่สองตั้งชื่อว่า "ไทย = อยุธยา" เพราะถ้าอยากจะพูดถึงความเก่าแก่ ยิ่งใหญ่เกรียงไกร ไทม์ไลน์จะย้อนกลับไปถึงสมัยกรุงศรีฯ หรือลามไปถึงสุโขทัย ถึงตรงนี้เราจะได้ของแถมอีกอย่างคือความโกรธขึ้งขึงแค้น "พม่า" ที่เป็นตัวการทำให้เสียกรุง ทุกวันนี้ทัวร์ไทยไปชเวดากองยังได้ยินน้ำเสียงอันกราดเกรี้ยว เสียดายทองคำอยุธยากันอยู่

 


คุณนก ฉัตรชัย ในบทขุนพิเรนทรเทพ เจ้านายสายพระร่วง สุโขทัย ภายหลังเข้ากับหงสาวดี ได้เป็นกษัตริย์อยุธยา ในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหมอบรัดเล บันทึกว่า "ลุศักราช 916 ปีมะโรง อัฐศก ณ วันศุกร์ เดือนอ้ายขึ้นหกค่ำ พระเจ้าหงสาวดีให้แต่งการพระราชพิธีปราบดาภิเษกสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติผ่านพิภพกรุงเทพมหานครศรีอยุธยา" ดูเหมือนว่าทรงเป็น king องค์เดียวในประวัติศาสตร์อยุธยา ที่กษัตริย์หงสาวดีเป็นผู้แต่งตั้ง ถ้าคุณอินกับประวัติศาสตร์ชาตินิยมมากๆ คุณต้องคลั่งกับเรื่องตอนนี้

 

ความคิดสองชุดนี้ผสมรวมกันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเมื่อคิดว่าเราเก่าแก่ เรายิ่งใหญ่ เป็น "ไทย = อยุธยา" สมองส่วนความภาคภูมิใจจากชุดข้อมูล "ไทย = รัตนโกสินทร์" ก็ดันมาสั่งสอนว่าเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใครเสียอีก ทั้งที่ถ้ายอมรับว่าอยุธยาคือประเทศไทยจริงๆ ก็เสียกรุงถึง 2 ครั้ง ครั้งแรก "สมเด็จพระมหาธรรมราชา" เจ้าฟ้าสองแคว ยกทัพพิษณุโลกร่วมกับพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองมาต่อตีกรุงศรีฯ พอชนะเลยได้นั่งเมือง ส่วนครั้งที่สอง "พระเจ้าเอกทัศน์" อันนี้หนักเลย เพราะถึงกับจบสิ้นยุคสมัยกันเลยทีเดียว

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะระบบการศึกษาที่พาให้เราเข้าใจประวัติศาสตร์แบบครึ่งๆ กลางๆ หรือเป็นเพราะกลไกทางจิตที่พยายามเลือกเชื่อแต่สิ่งที่อยากเป็น แต่อีการมีชุดข้อมูลแบบนี้ในหัว สิ่งที่ถูกโปรแกรมจะมีเพียงสองอย่าง คือความเกลียดชังเพื่อนบ้าน และความภูมิใจแบบอ่อนไหว ใช้เรื่อง "ไม่เป็นเมืองขึ้นใคร" ปลอบใจตัวเองเวลาได้ยินข่าวเวียดนามเตรียมแซงไทย หรือภาษาอังกฤษเด็กสิงคโปร์ดีเลิศแบบเทียบไม่ติด รวมถึงล่าสุด ยังเป็นข้อมูลที่ตอบโต้คนวิจารณ์บ้านเมือง จนดูเหมือนว่าความ "ไม่เป็นเมืองขึ้น" จะเป็นความภาคภูมิใจอันศักดิ์สิทธิ์ ที่เหลืออยู่เพียงอย่างเดียวที่คนเหล่านี้จะนำมาโต้แย้ง

ถึงตรงนี้ไม่น่าเชื่อว่า การบ่นเรื่องรถเมล์ของเด็กสาว จะสามารถปลุกเร้าสำนึกประวัติศาสตร์ชาตินิยมของคนบางกลุ่มให้ลุกโชนได้

#ยิงกูดิ ไม่สูญเปล่าเลยจริงๆ

 


ตั๋วรถเมล์ ความทรงจำแสนหวานยุค 90 ยามนั้นเรานิยมขึ้นกันหลายๆ คนให้ได้ตั๋วยาวๆ เรามีสูตรพยากรณ์จากเลขตั๋ว และหลายคนสะสมตั๋วหลากสี จนถึงวันนี้รถเมล์บ้านเรายังใช้ตั๋วอยู่ ทิ้งหางตั๋วที่ฉีกแล้วปลิวว่อน ขณะที่หลายประเทศเปลี่ยนเป็นการ์ดขึ้นได้หมดทั้งระบบรางและรถเมล์ นี่อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ก็สะท้อนความวินเทจของบ้านเราได้เป็นอย่างดี ถ้าน้องอิมเมจจะเดือดพี่จึงเข้าใจอย่างมาก

+1
22
 
5 ความคิดเห็น
ชญานุช
ชญานุช
05 ส.ค. 2017 - 10:43

ขอนับถือและชื่นชม คุณวิฬาร์ ลิขิต อย่างยิ่ง

ในความคิดที่มันจริงแท้ (ในความรู้สึกระลึกชาติของดิฉันเอง)

-

แล้วก็จริงด้วยอีกแหละ ที่ว่าไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้น(ขึ้นถึงความเจริญใดๆในโลกหล้า)

แต่เป็นเมืองลง (พากันลงเหว ลงนรก ตั้งแต่ดิฉันรู้ความ จนจวนจะได้ไปเกิดใหม่อยู่แล้ว)

ของพี่สมงิ

-

อมิตพุทธบุ๊ดด้า XXX

+
20
The Kingdom
The Kingdom
05 ส.ค. 2017 - 11:41

ที่มันเฮงซวยก็เพราะไม่เคยเป็นเมืองขึ้นรึเปล่า

ถ้าเคยเป็นเมืองขึ้น มันอาจเจริญกว่านี้ก็ได้นะ

ยิงมันดิ (อย่ายิงกรู) หัวเราะ

+
21
Loading...