คำถามนี้ สำหรับคนยุคใหม่ น่าจะลองหาคำตอบด้วยตัวเอง.

คำถามนี้ สำหรับคนยุคใหม่ น่าจะลองหาคำตอบด้วยตัวเอง.

หมื่นแคว้นมาเข้าเฝ้า
หมื่นแคว้นมาเข้าเฝ้า
 

https://www.thairath.co.th/content/1392444

การละเล่นเด็กชายไทย จับจิ้งหรีดมาปั่นหัวให้กัดกัน นิทานเรื่อง จิ้งหรีดส่งเสียงไพเราะจับใจ บอกว่าเพราะกินน้ำค้างจากยอดหญ้า ลาอยากเสียงเพราะกินตามบ้าง ไม่ช้าลาโง่ตัวนั้นก็ตาย

แต่เด็กจีน...ตั้งแต่เด็กสามัญไปถึงชั้นองค์จักรพรรดิ หนังเรื่องจักรพรรดิองค์สุดท้าย ทิ้งมุกให้ยิ้มตอนจบเรื่อง จิ้งหรีดในกล่องที่ฮ่องเต้เด็กซุกไว้ข้างบัลลังก์ยังอยู่ เมื่อระบบคอมมิวนิสต์เปลี่ยนฮ่องเต้เป็นคนทำสวน...

จิ้งหรีดตัวเดียวในกล่องข้างบัลลังก์นั้น ยังไม่เท่าจิ้งหรีดนับหมื่นตัว ที่ทำหน้าที่ประสานเสียง เหมือนวงออเคสตราสมัยใหม่ เฉลิมฉลองวันตรุษจีนให้ฮ่องเต้เฉียนหลง

หนังสือ “มองตะเกียบ เห็นป่าไผ่” ของ นิธิพันธ์ วิประวิทย์ สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ราชวงศ์จีน (สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊ค ก.ย.2561)เล่ม 3 เพิ่งถึงมือสดๆร้อนๆ มีเรื่อง ตรุษจีนของเฉียนหลง กับเสียงออเคสตราธรรมชาติ

ผมตั้งใจอ่านก่อนเรื่องอื่น

ในวันตรุษจีน เมื่อฮ่องเต้เฉียนหลงเสร็จจากพิธีไหว้ตรุษจีนช่วงเช้ามืด เสด็จก้าวเข้าตำหนัก “ไท่เหอเตี้ยน” จิ้งหรีดนับหมื่นตัว จะพร้อมใจกันส่งเสียงดังระงม

จิ้งหรีดเหล่านั้น อยู่ในกระปุกน้ำเต้า ถูกวางไว้สองฝั่งบัลลังก์ โดยฝีมือเหล่าขันที

ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องเล่นๆ แต่พวกขันทีเรียกชื่อว่า “พิธีหมื่นแคว้นเข้าเฝ้า”

จิ้งหรีดเขียว ที่ถูกเลือกมาใช้ในพิธี ภาษาจีนเรียก “กัวกัว” คำ “กัว” พ้องเสียงกับคำ “กั๋ว” ที่แปลว่า “แคว้น” (กั๋วสำเนียงจีนแต้จิ๋วฮกเกี้ยน คือก๊ก)

เมื่อจิ้งหรีดเขียวนับหมื่น พร้อมเพรียงส่งเสียงร้องต้อนรับ จึงเป็นคำเปรียบเปรยว่า แว่นแคว้นนับหมื่นมาเข้าเฝ้าฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ ในวันแรกของปี

พวกขันทีใช้สติปัญญาลุ่มลึกทำได้ขนาดนี้ ว่ากันว่าฮ่องเต้เฉียนหลง ซึ่งทรงมีความภาคภูมิใจในตัวเองสูง จึงทรงปีติยินดีกับพิธีนี้ยิ่งนัก

บางคนมีคำถาม ทำไมจิ้งหรีดเป็นหมื่นตัว จึงตั้งวงประสานเสียงได้พร้อมเพรียงขนาดนี้

คำตอบก็คือ ชาวจีนนิยมเลี้ยงจิ้งหรีดในกล่องไม้ หรือในกระปุกน้ำเต้า เอาไว้แหย่ให้ส่งเสียงร้องฟังเล่นๆ หรือแหย่ให้กัดกันเพื่อเล่นพนันกัน...เนิ่นนานมาแล้ว

ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ เลี้ยงจิ้งหรีดไว้จริงจัง ทั้งเป็นสัตว์เลี้ยงกะทัดรัดที่พกติดตัวไปได้ง่าย

“กัวกัว” จิ้งหรีดเขียว เป็นจิ้งหรีดฤดูร้อน ส่งเสียงในฤดูร้อน หรือในฤดูใบไม้ผลิบ้าง และจะหยุดร้องในฤดูหนาว ส่วนใหญ่จะตาย แต่ถ้าคนเลี้ยงไว้ดี บางตัวก็อยู่พ้นหน้าหนาว

มีคำถามอีก แล้วอะไรทำให้จิ้งหรีดพร้อมเพรียงส่งเสียงร้อง มีใครเป็นผู้อำนวยเพลงหรือเปล่า

ทันทีที่ฮ่องเต้เฉียนหลงก้าวแรกเข้าตำหนัก คำตอบ เพราะพวกขันทีใช้วิธีเป่าลมร้อนใส่ตัวจิ้งหรีด

สัญชาตญาณจิ้งหรีด เมื่อรู้ตัวว่าอุณหภูมิเปลี่ยน เมื่อตัวแรกเริ่มส่งเสียง ตัวที่สอง ที่สาม และตัวต่อๆไปก็ส่งเสียงตาม วงออเคสตราธรรมชาติก็เริ่มบรรเลง

ในสมัยโบราณ สมัยที่ยังไม่มีเสียงจากการบันทึก เสียงจากทีวี เสียงประกาศรถไฟฟ้า เสียงโทรศัพท์มือถือ เสียงเปิดคอมพิวเตอร์...ผู้คนยุคนั้นจึงต้องอยู่กับความเงียบ และต้องการเสียงคลายความเหงา

ธรรมชาติไม่ใจร้าย ความเงียบทุกฤดูกาลไม่ได้เงียบกริบ มีเสียงเล็กๆผสมผสานมากน้อยแตกต่างกันไป ในเมืองหนาว แม้สัตว์หยุดพักจำศีล น้ำเป็นน้ำแข็ง แต่ก็ยังมีเสียงนก กบ แมลง หรือเสียงลมหวีดหวิว ฯลฯ

นิธิพันธ์ วิประวิทย์ จบเรื่องนี้ด้วยคำถาม...

เราหยุดฟังเสียงตามฤดูกาลของธรรมชาติ ครั้งล่าสุดเมื่อไร... คำถามนี้ สำหรับคนยุคใหม่ น่าจะลองหาคำตอบด้วยตัวเอง.

กิเลน ประลองเชิง

***********************************

***********************************************

***********************************************************************

ทักษิณ นำถกอนาคตเพื่อไทย ต้องเน้นทีมเวิร์กมากกว่าผู้นำ เล็งเปิดตัวพรรคสำรองเพิ่มอีก

 
 

***********************************

***********************************************

***********************************************************************

 
หยอดน้ำมัน
หยอดน้ำมัน
 

https://www.thairath.co.th/content/1392392

ในยามที่เศรษฐกิจยังหนืดๆ การส่งออกยังอืดๆ การทำมาหากินยังฝืดๆ เรายังมีธุรกิจท่องเที่ยวที่ปั๊มรายได้เข้าประเทศเป็นกอบเป็นกำ

ปีนี้ (2561) เดิมทีรัฐบาลตั้งเป้าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวเมืองไทย 39 ล้านคน เพิ่มจากปีที่แล้ว (2560) 8 เปอร์เซ็นต์

ฟันรายได้เนื้อๆ เน็ตๆ 2 ล้านล้านบาทสบายๆ

แต่กลับมีแนวโน้มจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวเมืองไทยเพียง 37 ล้านคน

ต่ำกว่าเป้าราว 2 ล้านคน

หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียง 5 เปอร์เซ็นต์

“แม่ลูกจันทร์” มองแง่ดีว่า การที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เข้ามาทัวร์ไทยแลนด์ปีละ 37 ล้านคน ยังถือว่ามากอักโขมโหฬารบานตะไท

แต่...แต่การที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติหดจากเป้าไป 2 ล้านคน ทำให้รายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็นเส้นเลือดใหญ่เลี้ยงเศรษฐกิจไทยหดหายไปด้วยก้อนโต!!

ทำให้ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวฯ เครียดจนท้องผูกมาแล้ว 2 เดือน

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเป็นลูกค้าขาใหญ่ที่หลั่งไหลมาเที่ยวเมืองไทยเพิ่มขึ้นๆทุกปีๆ

ปี 2560 กองทัพทัวร์จีนเดินทางมาทัวร์ไทย 9.8 ล้านคน

ปีนี้ 2561 ตั้งเป้าว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนทะลุ 10 ล้านคน

แต่หลังจากเกิดเหตุเรือล่มที่ภูเก็ตทำให้นักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิตจำนวนมาก ข่าวไข้เลือดออกระบาดในเมืองไทย และล่าสุดข่าว รปภ.สนามบินดอนเมืองทำร้ายนักท่องเที่ยวจีน

ข่าวเน่าๆแบบนี้ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนชะลอการเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยเห็นผลทันตา

2 เดือนล่าสุด นักท่องเที่ยวจีนลดฮวบจากปีก่อน 12 เปอร์เซ็นต์

นักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนเป้าหมายไปเที่ยวญี่ปุ่นกันระเบิดเถิดเทิง

ทำให้ญี่ปุ่นแซงหน้าประเทศไทย กลายเป็นเป้าหมายยอดนิยมอันดับหนึ่งของทัวร์จีน

แถมยังโดน “พม่า เวียดนาม” แอบเจาะยางแย่งตลาดทัวร์จีนกันสุดลิ่มทิ่มประตู

ปัญหาทัวร์จีนหายไปจึงน่ากังวลทั้งระยะสั้นและระยะยาว

“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่า สาเหตุสำคัญที่กองทัพทัวร์จีนหดตัวลง ไม่หลั่งไหลเข้ามาเที่ยวเมืองไทยหัวกระไดเป็นมันอย่างเดิม

อาจไม่ใช่เรื่องอุบัติเหตุเรือล่มภูเก็ต

อาจไม่ใช่ข่าวไข้เลือดออกระบาดในเมืองไทย

อาจจะไม่ใช่เรื่อง รปภ.สนามบินทำร้ายนักท่องเที่ยวจีน

แต่ปัญหาสำคัญที่ส่งผลให้ทัวร์จีนเกิดอาการไม่แฮปปี้จะเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยคือ พฤติการณ์เรียกเก็บค่าเก๋าเจี๊ยะจากนักท่องเที่ยวจีน ที่ขอวีซ่าเข้าเมืองชั่วคราวที่สนามบิน

มีข่าวฉาวโฉ่ว่า มีขบวนการเรียก “เก็บเงินใต้โต๊ะ” หรือพูดอย่างสุภาพ เป็น “ค่าอำนวยความสะดวก” จากกลุ่มทัวร์จีน

คิดค่าหยอดน้ำมันเป็นรายหัว หัวละ 300 บาท ถึง 400 บาทต่อคน

คำนวณอย่างเบาะๆ ถ้ามีทัวร์จีนขอวีซ่าที่สนามบิน 3 แสนคนต่อเดือน จะฟันค่าเก๋าเจี๊ยะถึง 90 ล้านบาทต่อเดือน หรือ 1,000 ล้านบาทต่อปี

“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่า ปัญหาเก๋าเจี๊ยะใต้โต๊ะทำให้ทัวร์จีนอึดอัดคับข้องใจ

เพราะทัวร์ชาติอื่นไม่โดนเก็บเก๋าเจี๊ยะ เก็บเก๋าเจี๊ยะเฉพาะทัวร์จีน

ถ้าเป็นความจริง...ถือเป็นการทุจริตที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและชื่อเสียงประเทศไทยอย่างร้ายแรง!!

รัฐบาลต้องตรวจสอบให้ได้ว่าเงินเก๋าเจี๊ยะก้อนนี้ไหลไปเข้ากระเป๋าใคร??

ใครอยู่เบื้องหลังฟาดเก๋าเจี๊ยะนักท่องเที่ยวจีน??

“แม่ลูกจันทร์”

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    6
  • ขำขำ
    3
  • เศร้า
    4
  • โกรธ
    3

1 ความคิดเห็น

 
3 ส

ติดตามครับ

YES !

  • หลงรัก
    4
  • ว้าว!
    6
  • ขำขำ
    3
  • เศร้า
    4
  • โกรธ
    4