คมเฉือนคม ธค 61 > 新笑傲江湖 SHIN-ยิ้มเย้ยยุทธจักร 2, น้ำหนึ่งหัวใจเพชรยิ้มเย้ยวาณิชยุทธจักร Sunrise Sunset

คมเฉือนคม ธค 61 > 新笑傲江湖 SHIN-ยิ้มเย้ยยุทธจักร 2, น้ำหนึ่งหัวใจเพชรยิ้มเย้ยวาณิชยุทธจักร Sunrise Sunset

May I contribute to 王曉南


คมเฉือนคม ธค 61 笑傲江湖  SHIN-ยิ้มเย้ยยุทธจักร2,

น้ำหนึ่งหัวใจเพชรยิ้มเย้ยวาณิชยุทธจักร Sunrise Sunset 


ญี่ปุ่นออกเสียง “SHIN”  แปลว่า ใหม่

新笑傲江湖   SHIN Xiào ào jiānghú = SHIN-ยิ้มเย้ยยุทธจักร

  新家英雄   SHIN Jiā yīngxióng    = จอมยุทธตระกูล SHIN


เล่งฮู้ชง (令狐冲) เป็นตัวเอกของ เรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักร นิยายของกิมย้ง เป็นตัวละครที่มี

เอกลักษณ์อย่างยิ่ง คือ แม้เป็นคนที่อารมณ์ เฮฮา แต่ในใจเขานั้น  ถวิลหาความสุขอันแท้จริง

อย่างคำว่า ยิ้มเย้ยยุทธจักร อันหมายถึง หัวเราะ ให้กับความเป็นไปในโลกความจริง


บุคคลเช่นนี้หาได้ยากยิ่งในทุกสังคม จิตใจคนเราต้องการความยิ่งใหญ่ ชื่อเสียง เงินทอง ฯลฯ

"หากแต่ จะมีใครบ้างไหมที่คิดหาความสงบอันแท้จริง และ ยิ้มเย้ยยุทธจักร "

 


คิมหันต์ (ฤดูร้อน) ปี 2522 ทักกี้ 30 ปี และ Sandy 23 ปี ได้อุ้ม Oak ทารกน้อย 5 เดือน

เงินสดก้นกระเป๋าที่เก็บหอมรอมริบ ไว้อีก 200,000 บาท พร้อมรถเบนซ์มือสอง เดินทางจาก

เท็กซัสกลับกะลาแลนด์ แต่ต้องเสียภาษีนำเข้ารถ 4แสน! จึงยืมคุณป้าของ Sandy มาแก้ขัด

 

ทักกี้ จบ Doctor ทำงานเป็นตำรวจ เงินเดือนน้อยนิดไม่พอยาไส้ ไหนค่ากิน ค่าน้ำมัน ค่านมลูก

เงินที่เหลือแทบไม่พอจ่ายค่าเช่าบ้าน เริ่มแรกจึงต้อง พักอาศัยที่บ้านพ่อตาไปพลางก่อน

 

ต่อมาพ่อของทักกี้ ซึ่งฐานะก็ไม่ดีนักได้ให้บ้านไม้หลังเล็กๆที่มีเพียงสองห้องนอน

แต่ทว่าบ้านหลังนี้ซอมซอมาก เวลาฝนตกหนัก หลังคาจะรั่ว ต้องปั๊มน้ำออก

 

ทักกี้ จึงเบนเข็มทิศไปที่ธุรกิจ เพราะ มีเงินเดือนไม่ถึง 3,000 เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิต สร้างฐานะ

อย่างล้มลุกคลุกฝุ่นมาโดยตลอด โดยเปลี่ยนจากธุรกิจ Sunset ไปสู่ธุรกิจ Sunrise ซึ่งแต่ละ

กิจการลงทุนได้ไม่ยั่งยืน ขาดทุนย่อยยับ หนี้สินเยอะแยะ จากล้านต้นๆจนเหยียบยอด พันล้าน!

 

ตลอดเส้นทางวาณิชที่ผ่านมา ทักกี้ ได้พบ Mr.ชอกช้ำ Mr.โชกโชน Mr.เชี่ยวชาญ Mr.ช่ำชอง 

และ Mr.ชั้นเชิง คงเหลือแต่ Mr.ชัยชนะ ที่ยังควานหาตัวไม่เจอ แต่ที่สำคัญที่สุดเห็นจะเป็น

Ms. Honey วาสนา (Sandy) เธออยู่ข้างกาย เคียงใจ ไม่เคยเลยคิดจะทอดทิ้ง

 

Sandy เป็นผู้ใหญ่เกินตัว ทั้งเอาใจใส่ และ เห็นอกเห็นใจคนรอบข้าง เป็นคนโอบอ้อมอารีย์

ละเอียดอ่อน อ่อนโยนบ่ใช่อ่อนแอ อ่อนน้อมถ่อมตนไม่ใช่อ่อนปวกเปียก อ่อนซ่อนแข็งหาใช่

อ่อนซ้อม และ ช่างสังเกตเรื่องราวได้อย่างดี เข้าใจท่าทีและความรู้สึกของคู่สนทนา


ทั้งยังเป็นคนที่เด็ดเดี่ยวกล้าหาญ, ทุกครั้งที่ ครอบครัวเผชิญวิกฤต, Minnie จะสุขุมรอบคอบ

และ หนักแน่นมาก เธอไม่ค่อยกลัวอะไร และ มักเป็นฝ่ายที่คอยให้สติ Mickey

 

Mickey มีดีที่ หัวสมองเพชร Minnie มีดีที่ ใจเพชร ถึงไหนถึงกัน, 2 Mighty Mice

ผนึกพลังหลอม 2เพชร (หัว+ใจ) ให้เป็น น้ำหนึ่งหัวใจเพชรยิ้มเย้ยวาณิชยุทธจักร”…/.


Sunrise Sunset


#1 Sunrise… Silk …เริ่มจากค้าขายผ้าไหมของตระกูล SHIN

ทักกี้ และ Sandy ตัดสินใจเปิด Silk Shop พ.ชินวัตร (พ ย่อมาจาก พจมาน) เช่าห้องเล็กๆ

ราคาถูกในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านสุรวงศ์ โดยขอเซ้งร้าน 50,000 บาท เพราะ เจ้าของรู้จักกับ

พ่อตา จ่ายล่วงหน้า 50,000 บาท ไม่ต้องเก็บค่าเซ้ง

 

ขึ้นแชร์ก็ไม่รู้จักใคร รู้จักนักธุรกิจเล็กๆอยู่ 5 คนก็ขึ้นได้แค่ 6 มือทั้งตัวเอง

เงินไม่มีหมุนเวียนจะไปซื้อของ...จึงไป...เช่าสินค้าที่...ขอเขามา...วางขายอีกที!!

 

พอเปิดร้านขาย Oak ก็ยังตัวเล็กๆ นั่งรถเข็นอยู่เลย Sandy ก็เอา Oak ไปเฝ้าร้านทุกวัน แต่

ขายไม่ได้เลย ดีที่ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรมาก โดยแรกเริ่มนั้นมีพนักงานขาย คนทำบัญชี คนทำ

ความสะอาด และเจ้าของร้านเป็นคนคนเดียวกันหมด คือ Sandy นั่นเอง

 

เปิดร้านได้ราวๆเดือนเดียว พนักงานบัญชีของร้านแทบจะไม่ได้ทำงาน เพราะว่า ขายไม่ได้เลย

พอ ทักกี้ เลิกงานที่ศูนย์ข้อมูลกรมตำรวจ ก็ตรงดิ่งไปร้านทันที เปิดประตูเข้าร้านก็เห็นหน้า

เศร้าสร้อยของ Sandy พร้อมกับรูปมือสัญลักษณ์เลขศูนย์ ซึ่งมีความหมายว่า ขายไม่ได้ และ

กินไข่ต้มอีกตามเคย

 

หลังเดือนหนึ่งผ่านไป ทักกี้ ก็บอก Sandy ว่าต้องเปลี่ยนธุรกิจ ทำต่อไป ไม่ไหว ไม่ให้เสียเวลา

… Sunset…and…Debt rise



#2 Sunrise…Movie …พ่อเลิศเคยทำโรงหนัง มีสายสัมพันธ์กับคนในแวดวงอยู่บ้าง,

ทักกี้ ก็เลยไปหาเพื่อนเก่าเหล่านั้น โดยอาศัย ความชำนาญเก่าๆจากการเป็นเจ้าของโรงหนัง

จึงไปหา คุณเกียรติ เอี่ยมพึ่งพร ที่บริษัทไฟว์สตาร์, คุณเกียรติ เสนอให้เอาหนังใหม่ของเขา

ไปฉาย หนังเรื่องนั้นคือ บ้านทรายทอง ของ คุณรุจน์ รณภพ

 

ตอนนั้นใช้พระเอกนางเอกหน้าใหม่ทั้งคู่ คือ พอเจตน์-จารุณี พอได้ยินชื่อนางเอกตามท้องเรื่อง

ว่าชื่อ พจมาน”  ทักกี้ ตัดสินใจซื้อทันที ในราคาหนึ่งล้านห้าหมื่นบาท ฉายสายเหนือทั้งหมด

รวมสระบุรีด้วย โดยเอา รถเบนซ์พวงมาลัยซ้าย ไปโอนลอย แลกเช็คเพื่อนได้มาล้านบาท

รวมกับเงินเก็บที่เหลือ ทุ่มซื้อหนัง แบบหมดหน้าตัก!!

 

การซื้อหนังเรื่องบ้านทรายทองไปฉายทำให้ ทักกี้ ได้รู้จักกับลูกชายของ คุณวิชัย มาลีนนท์

แห่งช่อง 3 คือ คุณประชา มาลีนนท์ ผู้ร่วมเป็นนายทุนหนังเรื่องบ้านทรายทอง

(ทักกี้ได้ชักนำ คุณประชา เข้าสู่วงการเมืองในเวลาต่อมา)

 

หนึ่งเดือนผ่านไปเขาก็ไปไถ่ถอนรถคันดังกล่าวคืน แถมมีเงินในกระเป๋าเพิ่มอีก 1 ล้านบาท

ทำให้ ทักกี้ ตื่นเต้นมาก เพราะ เขาได้จับเงินล้านเป็นครั้งแรก ในชีวิต

 

แต่การซื้อลิขสิทธิ์ฉายภาพยนตร์ต่อมา กลับขาดทุนมาก ทักกี้ต้องแบกรับภาระหนี้สินมากกว่า

30 ล้านบาท! นอกจากหนังเรื่องแรกที่ทำเงินแล้ว เรื่องอื่นๆ ล้วนแต่ขาดทุนทั้งสิ้น ตอนนั้น

คนไทยดูหนัง เพื่อดูดาราดัง และเขาเพิ่งกลับจากอเมริกาไม่รู้จักดาราดังในประเทศเลย


หนังที่เขาซื้อก็ไม่มีดาราดัง …Sunset…and.. Debt rise (30 ล้านบาท!)



#3 Sunrise…Real Estate…เริ่ม มีเงินหมุนเวียนในธนาคาร และ ก็มีเครดิตพอควร

สามารถกู้เงินจากธนาคารได้ เขาจึงกู้เงินธนาคาร เพื่อหาธุรกิจอื่นทำ เป้าหมายต่อไป คือ

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจนี้ได้เงินเร็ว กำไรสูงถือเป็นทางเลือกที่ดีในการหาเงินมาใช้หนี้

จำนวนมาก ตอนนั้นมีคนมาเสนอขายที่โรงหนังเก่า 300 ตารางวา ย่านราชวัตรให้ ทักกี้

 

ทักกี้ ต้องการสร้างคอนโดมิเนียม ซึ่งเวลานั้นทันสมัยมาก แม้แต่บ้านจัดสรรก็ยังมีอยู่ไม่กี่แห่ง

ที่ดินราคา 18 ล้านบาท แต่เขาไม่มีเงิน ต้องใช้ความนอบน้อม ทำให้เจ้าของที่ดินถูกใจมาก

ขนาดยอมให้ เอาโฉนดไปค้ำประกันหาเงินกู้ก่อน แล้วค่อยมาจ่ายทีหลัง!!

 

ทักกี้ รีบคว้าโอกาสตัดสินใจ ทุบทิ้งโรงภาพยนต์มูลค่า 18 ล้าน และ กู้เงินธนาคาร 20 ล้าน

เพื่อ เตรียมสร้างอาคารชุดที่อยู่อาศัยสูง 15 ชั้น วาดความฝันสวยหรูอยู่ได้ 2 วัน!!

รมต.มหาดไทย ก็ออกกฎระเบียบใหม่ ห้ามสร้างตึกสูงเกินกว่า 7 ชั้นในเขตใจกลางเมือง

 

ตึก 15ชั้น เหลือเพียง 7ชั้น!, สร้างคอนโดมิเนียม ก็สำเร็จลง พร้อม หนี้เงินกู้ ร่วม 50 ล้าน!

ขณะนั้นมีนักเขียนคอลัมน์ดังคนหนึ่ง เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ คัดค้านการสร้างตึกสูง

สำหรับอยู่อาศัย เพราะ เกิดไฟไหม้ง่าย  สถานีโทรทัศน์ก็เข้าร่วมขบวนการคัดค้านตึกสูง

 

พอมี หนังเรื่องตึกนรก และ ละครเรื่องคอนโดมิเนียม ออกฉายในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้

ไม่มีคนกล้าซื้อห้องคอนโดมิเนียม ที่สำคัญคือ ห้องชุดกรรมสิทธิ์รวม เป็นของใหม่มากในยุคนั้น

 

ประกาศขาย โฆษณาไปมีทั้งหมด 90 ห้อง ค่าโฆษณากินหมด ก็เลยหยุดขาย, มีคนซื้อไป

10 กว่าห้อง คนที่ซื้อไปแล้วก็ไม่สบายใจ ทักกี้ ก็ซื้อห้องคืนจากลูกค้าในราคาเดิม ยิ่งทำให้

ขาดทุนหนักเข้าไปอีก ห้องที่ซื้อคืนมาก็เอามาทำเป็นอพาร์ทเมนต์

 

โครงการนี้ขาดทุนอย่างหนัก ทำให้หนี้สินเพิ่มจาก 30 ล้าน เป็น 50 ล้าน!!

 

แม้แต่ เงินค่าจ้างของคนงานก่อสร้าง ก็ไม่มีจะจ่าย! เจ้าหนี้ก็โทรศัพท์ทวงหนี้ทุกวัน

ทำให้นอนไม่หลับ เริ่มเข้าออกศาลบ่อย อาศัยฝีปากระดับดอกเตอร์ด้านอาชญาวิทยา

ทั้งให้คำสาบาน เพื่ออ้อนวอนผู้พิพากษา ให้เลื่อนระยะเวลาการชำระหนี้ออกไป

 

ขณะที่ Sandy ก็ต้องบากหน้า ด้วยรอยยิ้มหวานอมขมกลืนขอความช่วยเหลือจาก

คนใกล้ชิดรอบด้าน ญาติสนิทมิตรสหายทั้งหมดล้วนกลายเป็น เจ้าหนี้ของ Sandy!

….Sunset…Debt rise (50ล้านบาท!)

 

ทักกี้ รำพึง

เลิกทำธุรกิจดีไหม? บางที...ตนอาจไม่เหมาะเป็นนักธุรกิจ เพราะ ยิ่งทำยิ่งขาดทุน

ไม่ว่าธุรกิจใดๆก็ล้มเหลว ไม่เป็นท่า, หากทนทำต่อไปหนี้สินจะยิ่งสูงท่วมขึ้นมาอีกเท่าไร?

ไม่กล้าคิดเลย...วุ้ย…

 

แต่ทว่า หนี้สินจำนวนมากที่แบกรับอยู่ในขณะนั้นจะทำอย่างไรดี หากอาศัยรายได้เล็กน้อย

จากการเป็นข้าราชการ ชาตินี้ทั้งชาติก็คงใช้หนี้ไม่หมด ยิ่งกว่านั้นการติดเงินธนาคารแล้ว

ไม่ชำระ อาจต้องติดคุก เมื่อมาถึงทางตัน มันก็ต้องหาทางออก

 

 “เจ๊งแสนทำล้าน เจ๊งล้านทำสิบล้าน ไม่งั้นใช้หนี้ไม่ได้



#4 Sunrise … Computer… ทักกี้ เป็นคนกลุ่มแรกๆที่มองออกและรู้ถึงศักยภาพอันมหาศาล

ของธุรกิจคอมพิวเตอร์ และ เทคโนโลยี่ด้านสารสนเทศ จึงมีความคิดที่ จะนำตึกออกให้เช่า

และ เปลี่ยนไปประกอบธุรกิจคอมพิวเตอร์

 

ทักกี้ วิเคราะห์ถึงอนาคตของการทำธุรกิจคอมพิวเตอร์ให้ Sandy ฟังอย่างละเอียดยิบ

จนเธอต้องยินยอมตกลงให้เขาลองทำดูสักครั้ง

 

ความรู้จากวิชาคอมพิวเตอร์ เพียง 3หน่วยกิตที่อเมริกาจึงได้เริ่มนำออกมาใช้

 

ธันวาคม 2525 ทักกี้ ได้เปิดบริษัทให้เช่าเครื่องคอมพิวเตอร์ชื่อ ICSI (ต่อมาเปลี่ยนเป็นชินวัตร

คอมพิวเตอร์ และ ชินคอร์ปอเรชั่นในที่สุด) มีลูกค้าหลัก คือ หน่วยงานรัฐบาลและสถาบันวิจัย

ของมหาวิทยาลัยที่ต้องการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ มีลูกค้าสำคัญคือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

และ การรถไฟแห่งประเทศไทย

 

ในปีที่ 2 ICSI ได้ชนะประมูลโครงการรวดเดียว 8 โครงการ ทำให้ ทักกี้ดีใจมาก และ รีบลงทุน

อีก 20 ล้านบาท จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทให้บริการด้านคอมพิวเตอร์ และ ลงทุนตั้งบริษัทชินวัตร

ประกอบการเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่และกลางของ IBM ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น

บริษัทชินวัตรเทเลคอม ให้บริการครบวงจรทั้งจำหน่าย ให้เช่า และซ่อมแซมคอมพิวเตอร์

 

ธุรกิจดำเนินไปได้ไม่เลว แต่ไม่ช้าก็เริ่มที่จะมีปัญหาเพราะ IBM ต้องการผู้แทนจำหน่ายที่ใช้เงิน

ดอลลาร์สหรัฐซื้อคอมพิวเตอร์ของ IBM และไปให้รัฐบาลเช่าด้วยเงินบาท ซึ่ง ทักกี้เห็นว่าดี

 

Sandy ได้ยืมเงินจากเพื่อนพ่อ10 ล้านบาท ดอกเบี้ย 2.5% หรือ 25,000 บาทต่อเดือน

 

ธุรกิจคอมพิวเตอร์พอทำกำไรได้บ้าง แต่อีกนานกว่าจะใช้หนี้ได้หมด

ทักกี้ จึงคิดจะเข้าสู่ ธุรกิจโทรคมนาคม เพราะ ถ้าหากโชคดี จะได้กำไรมากพอที่

จะชำระหนี้สินที่มีอยู่ทั้งหมดทันที แต่...ไม่มีใครสนับสนุน!

 

ปี 2527 มี การลดค่าเงินบาทอย่างหนัก จาก 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 21 บาท เหลือ 26 บาท!

ทำให้ทักกี้ ขาดทุนเกือบ 20 ล้านบาท ทางธนาคารเสนอให้ เขาแปลงทรัพย์สินแลกเป็นเงิน

ฟรังซ์สวิส แต่กลับยิ่งเลวร้าย เพราะ เงินบาทแลกกับ เงินฟรังซ์สวิส ลดจาก 13 เป็น 22 บาท!

รุนแรงกว่าเงินดอลลาร์อีก ทำให้หนี้ของคุณทักษิณเพิ่มจาก 10 ล้านเป็น 200 ล้านบาททันที!

 

เหมือนยิ่งดิ้นเชือกยิ่งรัด แต่ธุรกิจให้เช่าเครื่องคอมพิวเตอร์ในแต่ละปีได้กำไรแค่ 10 ล้านบาท

ทักกี้ จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจาก ต้องเข้าสู่ธุรกิจโทรคมนาคม เพื่อไปวัดดวงเอาข้างหน้า

….Sunset…Debt rise (200ล้านบาท)



ปรมาจารย์กิมย้งเคยกล่าวไว้ว่า

   บุญคุณยิ่งใหญ่ คุณธรรมยิ่งยง       大恩大義        Dà ēn dàyì                

   จิตใจมั่นคง ตอบแทนบุญคุณ        大恩大德        Dà ēn dà dé         

  แก้วแหวนเงินทอง ขุดหาไม่พบ    寧可淘不到寶  Nìngkě táo bù dào bǎo 

 สัตย์ซื่อห้ามเลือนลบ กลบทิ้งเอย   決不能棄誠信  Jué bùnéng qì chéngxìn "

 

สายสัมพันธ์ของ พ่อเลิศ ชินวัตร ลูกค้าเก่าแก่ของธนาคารทหารไทยได้ช่วยประคับประคอง

ธุรกิจของ ทักกี้ให้ โดย คุณประยูร จินดาประดิษฐ์ และ คุณอนุตร์ อัศวานนท์ เป็นผู้ให้โอกาส

นักธุรกิจรุ่นหนุ่ม อีกคนหนึ่งที่รอดการล้มละลายมาในยามนั้นคือนายไพโรจน์ เปี่ยมพงศานต์

แห่งบ้านฉางกรุ๊ป ต่อมา เครือชินวัตรทั้งหมดก็ใช้บริการ ธ.ทหารไทย เป็นหลัก

และคุณประยูรเมื่อเกษียณจากธนาคารทหารไทยก็มาเป็นที่ปรึกษาอาวุโสให้กับเครือชินวัตร

ผ่านมาถึงผู้บริหารอีกรุ่น คือ คุณทนง ลำไย หรือ ทนง พิทยะ ที่มีความสนิทแนบแน่นเป็น

เพื่อนรักกันมาก

 

ทักกี้เป็นคนไม่อาฆาตใคร แต่เป็นคนจดจำความจำดีไม่ลืมบุญคุณคน คนที่เคยมีบุญคุณกับ

เขาล้วนได้รับการตอบแทน ในรูปแบบการทำงาน หรือ เป็นที่ปรึกษา


 


#5 Sunrise …Telecommunication

ทักกี้ รุกไปข้างหน้า ทำธุรกิจเพเจอร์ เคเบิลทีวี และ โทรศัพท์เคลื่อนที่ ต่อมาได้ขยายไปทำ

ธุรกิจดาวเทียม ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก และ ได้ร่วมมือกับบริษัท AT&T

ของสหรัฐฯ และได้เงิน 700 ล้านบาท! เพื่อเปิดกิจการซึ่งในขณะนั้นถือเป็นเงินก้อนใหญ่ทีเดียว

ทักกี้ เป็นนักเจรจาต่อรองที่เก่งมาก

 

ปี 2528 ตั้ง บริษัทแปซิฟิคเทเลคอมโปรเจ็ค รับสัมปทานในการประกอบการธุรกิจด้าน

           เพเจอร์/วิทยุติดตามตัว ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นระยะเวลา 10 ปี

           ในปีเดียวกัน ตั้งบริษัท IBC ทำโทรทัศน์เคเบิ้ลทีวีแห่งแรกได้รับสัมปทานถึง 20 ปี

 

ปี 2529 บริษัทชินวัตรเทเลคอมกรุ๊ป ได้ร่วมมือลงทุนกับบริษัท TELEZIS ของสหรัฐฯ

           ในกิจการเพเจอร์ ตั้งบริษัทให้เช่าเครื่องคอมพิวเตอร์

 

ปี 2530 ทักกี้ ลาออกจากการราชการตำรวจ เพราะกิจการขยายเติบใหญ่

 

มังกร ทักกี้ ของเล่นที่เขา ชอบมากที่สุด ในวัยเยาว์นั่นคือ ตุ๊กตาล้มลุก Rockig Doll

ทักกี้ ทำธุรกิจ ล้มไปไม่รู้กี่ครั้ง ล้มแต่ละครั้ง หนี้สินเพิ่มตลอด จาก เลข 7ตัวเป็นเลข 9หลัก

(โรงหนัง, คอนโด, คอมพิวเตอร์, เพจเจอร์,  Cable TV IBC)

 

จนกระทั่ง First Lady ขยาด ไม่กล้าลงทุนอีก เพราะ หนี้เก่า 200ล้าน ยังจ่ายไม่หมด

แต่ ทักกี้ ก็ได้แอบไปประมูล Rising Star ธุรกิจดาวรุ่งพุ่งแรง Walkie Talkie (มือถือ)  

เพราะถ้าขืนบอก ฮูหยิน, ชีวิตคงมีอันเป็นไป แม่นมั่น พอประมูลได้ ดีใจมาก กลับมาก็บอก

ศรีภรรยาที่รัก นั่งรออยู่ ด้วยแววตาใสซื่อ

 

จริงดิ? พี่ฮูหยิน


จริงจ๊ะ,เป็นหนี้เพิ่มแค่เลข 0 อีกตัวเดียว หนี้จาก 9 เป็น 10หลัก

  หรือก็เพียงแค่ 2,000,000,000 ล้าน เอง จิ๊บๆเนอะทักกี้

 

“…….” ฮูหยิน ลมใส่



ปี 2532 บริษัทชินวัตรดิจิตอลเทเลคอมได้รับสัมปทานจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย

           ให้ดำเนินธุรกิจ ด้านเครือข่ายโทรคมนาคมระบบดิจิตอล

ปี 2533 เริ่มดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ CELLULAR 900

           บริษัทชินวัตรเพเจอร์ได้ สัมปทานกิจการ PHONELINK ทั่วประเทศ

 

21 สค 2533 บริษัทชินวัตรเทเลคอม เข้าตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จ ดัชนีหุ้นขึ้นไปตลอดอย่าง

รวดเร็ว จากมูลค่าหุ้น 10 บาทขึ้นไปถึง 158บาท ทักกี้ได้ขายหุ้นในมือ จำนวน 25,000 ล้าน

บาทออกไปหมด ทำให้เขากลายเป็น Tycoon มหาเศรษฐีอีกคนหนึ่งในทันที!!

 

ปี 2535 ทักกี้ ได้จัดตั้งบริษัทมหาชนเพื่อลงทุนในกิจการโทรคมนาคมระหว่างประเทศขยายไป

           ยังอินเดีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และกัมพูชา กลายเป็นยักษ์ใหญ่ หรือ เจ้าพ่อ

           แห่งวงการโทรคมนาคม และ ติดอันดับ 1 ใน 500 ของเศรษฐีโลก

 

ทักกี้ ใช้ชื่อสกุลตั้ง บริษัท SHIN = ใหม่ๆ + Advance = ก้าวหน้า

SHIN Advance = ก้าวไปข้างหน้าใหม่ๆเสมอ

 

และแล้ว ทักกี้ ค้นพบ Mr.ชัยชนะ เพื่อตนเอง (นามสกุล)

ท้ายที่สุด ทักกี้ก็ สามารถปลดหนี้ ได้หมด ก็ด้วย ธุรกิจสื่อสาร Walkie Talkie

หนี้สินที่พอกพูน เป็น 10 หลัก ก็ได้ ย้ายขั่วกลับข้างสมการ เป็น มั่งคั่ง 11หลัก

 

Debt set Zero ….. Tycoon Thakky rise …..

 

ไหวพริบ ปฏิภาณ การตัดสินใจ ครั้งโน้น คือ จุดพลิกผัน ของ ทักกี้ Turning Point

และ นับแต่ วินาทีนั้น ชีวิตทักกี้ ก็เปลี่ยนไปตลอดกาล Forever Change

 

ยังเหลือ 1คนสุดท้ายที่ ทักกี้ยังตามหาไม่พบ, Mr. ชัยชนะ เพื่อชาติ

เมื่อ ทักกี้สลัดคาบวาณิช มาท่องยุทธจักร (การเมือง) จะเพิ่มความเร้าใจยิ่งกว่า

ยิ้มเย้ยวาณิชยุทธจักร เพราะมัน คือ ยิ้มเย้ยยุทธจักลี (จักร+กาลี)

 

อ้างอิง

ประวัติ คนชื่อ "ทักษิณ ชินวัตร" ตอนที่ 2 ตาดูดาว เท้าติดดิน

http://yakratchaprasong.blogspot.com/2013/07/2_9.html#.XAbRqNszbIV


英雄 Duōxiè yīngxióng ขอบพระคุณ จอมยุทธทุกท่าน

们后会有期 Zánmen hòuhuìyǒuqī แล้วพบกันใหม่ ครับ


  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0

8 ความคิดเห็น

 
Tuxedo1

มหากาพย์ คมเฉือนคม ปีที่ 5 (เริ่ม ตค 57)

180 โพสต์ > https://goo.gl/qCo9AD

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
3 ส

ติดตามครับ

YES !

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
tongtata

ตามมาติด ๆ . . เต้น เต้น เต้น

ได้เวลาพักครึ่ง เดี๋ยวมาอ่านต่อ . . 

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
กานดา ใจดี

ปูลู เรื่องนี้ให้รู้กันแค่คุณกะผมละกัน

      ผมจาบอกว่า ผมเคยไปรับหรือไงไม่ทราบ

      ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมของนายกฯทักษิณ ตอนนั้นต้นต้น

      หรือกางกางพ.ศ 2520 เพราะสํานักงานใหญ่ของผมอยู่ใกล้ใกล้กับ

      บริษัทชินวัตรไหมไทย รับมาแล้วต้องมาพิมพ์ตั๋วทําอินวอยซ์ เพื่อผ่านพิที

      ศุลกากร เจ้าของบริษัทผมเป็นคนเหนือเหมือนกัน ตั๋วผ้าไหมนี่

      ทํายากมาก ต้องคิดออกมาเป็นตารางหลา ฯลฯ ไรต่อไร

      บริษัทผมเป็นตัวแทนส่งออกและนําเข้าสินค้าน่ะ

      เออ ทานโทษ อินวอยซ์นี่บริษัทเค้าทํามาเอง

      จากน้ันเราก็ต้องมาคิดหน้ากว้างของผ้า,

      ผมรู้จักยาดของท่านอยู่สองคน     

      นั่งโต๊ะติดกันด้วย นี่ผมไม่เคยพิมพ์ให้ใครอ่าน

      ขอให้เรารู้กันแค่สองคนพอ(....เฮ)พิมพ์ให้อ่าน ไมได้พิมพ์ให้เชื่อครับ.

       à¸„ารวะ à¸„ารวะ à¸„ารวะ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
Tuxedo1

พ.ศ.2520 ทักกี้ อยู่เมกา เรียน ป.เอก

น่าจะเป็น พ.ศ. 2522 มากกว่าหรือเปล่า ครับ ? 

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
กานดา ใจดี

ปูลู ต้นต้น 2520-2525, กางกางก็น่าจา 2525- 2527

      ปายปายก็นาจา 2527-2529 (ผมเดาเอาเอง)ผมอาจจาจําปีผิดพาดไป

      ส่วนยาดของท่านที่ผมรู้จัก(ไม่ซาหนิดมาก)ชื่อจูน(ผู้ชาย)กะเจน(ผู้หญิง - ชื่อไม่แน่ใจ)

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
tongtata

อ่านจบแล้วจ้าาาาาา . . เต้น เต้น เต้น ดีใจ ดีใจ เต้น เต้น เต้น

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0
 
Tuxedo1

เหนื่อยไหม? กว่าจะอ่านจบ ครับ  ใช่เลย

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0