คนมีความคิดเเบบไหน จะเเสดงตรรกะป่วย ๆ เเบบนี้ออกมากัน

คนมีความคิดเเบบไหน จะเเสดงตรรกะป่วย ๆ เเบบนี้ออกมากัน

ตรรกะป่วย ๆ

"เพราะประเทศไทยถนนดี จึงมีการใช้น้ำมันเยอะ" คนมีความคิดเเบบไหน จะเเสดงตรรกะป่วย ๆ เเบบนี้ออกมากัน

28 ตุลาคม 2564

11:00 น.

การเมือง, คอลัมนิสต์

31 ต.ค. คือเส้นตายที่สหพันธ์ขนส่งทางบกยื่น 3 ข้อเรียกร้อง รบ. 3 ป. คือ 1.ตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ที่ลิตรละ 25 บาทนาน 1 ปี 2.เลิกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน 3.ลดภาษีสรรพสามิตดีเซลลิตรละ 5 บาท หากไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ จะเอารถสิบล้อมาจอดประท้วงปิดรอบ กทม. อีกครั้ง และครั้งนี้ 40% ของสิบล้อจะหยุดวิ่งประท้วงน้ำมันแพงด้วย แม้ก่อนหน้า รมว.พลังงาน สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ สั่งลดเงินกองทุน ค่าการตลาด ใช้ดีเซลบี 6 เป็นฐานเพื่อตรึงให้อยู่ที่ลิตรละ 28 บาทชั่วคราว

 

อย่างที่รู้ ดีเซลไม่ใช่น้ำมันชนิดเดียวที่ขึ้นราคา แต่น้ำมันทุกชนิดแพงขึ้นจนน่าตกใจตั้งแต่ปลายปี 63 แล้ว เทียบ ต.ค. 63 กับ ต.ค. 64 น้ำมันทุกชนิดปรับขึ้นเกือบลิตรละ 10 บาท เบนซินแตะลิตรละ 40 บาท อี20 จากไม่ถึง 20 เป็น 30 กว่า ดีเซลจากไม่ถึง 20 พุ่งไป 30 กว่าบาท สาเหตุน้ำมันแพงหลัก ๆ ก็คือน้ำมันตลาดโลกเคย 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (20 ดอลลาร์ก็ได้เห็น) พุ่งไป 70 ดอลลาร์ และไปต่อจน 80 กว่าดอลลาร์ ผู้เชี่ยวชาญบอกคงได้เห็น 100 ดอลลาร์ต้นปีหน้า ขณะที่เงินบาทอ่อนตัวลง และโครงสร้างภาษี ทั้งสรรพสามิต เทศบาล มูลค่าเพิ่ม กับ “ท็อปปิ้ง” ทั้งการเก็บเงินเข้ากองทุน ค่าการตลาด จาก รบ. ทำให้ราคาจากหน้าโรงกลั่นเมื่อมาถึงหน้าปั๊มจึงเพิ่มเกือบ 50% จากต้นทางลิตรละ 20 บาทจึงกลายเป็น 30 บาท ขณะที่น้ำมันก็หลายชนิดเกินไป ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนของปั๊ม

 

 

จะให้น้ำมันถูกลง ก็ต้องเอาท็อปปิ้งออกไปบ้าง น้ำมันแพงค่าครองชีพจะพุ่งเพราะสินค้าทุกอย่างจะขึ้นราคาตาม รบ.ต้องยอมเสียสละ เพราะหน้าที่ของ รบ. คือการดูแลทุกข์สุขของประชาชน ลดภาษีสรรพสามิตลงมาจะลิตรละ 5 บาทหรือมากกว่าก็แล้วแต่ เอาเงินจากกองทุนน้ำมันออกมาช่วย ไม่พอ ก็ต้องกู้ ทีเอาไปแจกหาเสียงตำน้ำพริกละลายแม่น้ำยังทำได้นี่ และไม่ใช่ดูแลแต่ดีเซล น้ำมันชนิดอื่น ๆ ก็ไม่ควรให้แพงเว่อร์เกิน ที่ผ่านมาคน “เวิร์กฟรอมโฮม” การเดินทางน้อย แต่ตั้งแต่ 1 พ.ย. ซึ่งเปิดประเทศผู้คนคงต้องกลับไปทำงานที่ออฟฟิศ ค่าน้ำมันรถ ค่าเดินทาง จะกลายเป็นอีกภาระอันหนักอึ้ง?!?

มันไม่ใช่ “ตรรกะป่วย ๆ” อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์ว่า เพราะบ้านเมืองเจริญเติบโตถนนหนทางดี จึงมีการใช้น้ำมันเยอะ ซึ่งแปลว่า เพราะถนนดีคนเลยขับรถกันเยอะ มันใช่หรือ เหมือนแนะให้ปลูกบ้านสองชั้นหนีน้ำท่วม นี่วิสัยทัศน์ผู้นำหรือ คิดได้ “ตื้นเขิน” แค่นี้จริง ๆ หรือ ไม่รู้หรือคนไม่ได้อยากขับรถเลย หากเรามีระบบขนส่งสาธารณะที่ครบวงจร มีปาร์กแอนด์ไรด์เสียที เป็นไปได้ไงที่มีสถานีฟันหลอเตาปูน-บางซื่อ ให้คนต้องลงเดินเป็นกิโลเพื่อไปต่อรถไฟฟ้าอีกขบวน ยังค่ารถไฟฟ้าที่แพงระยับเมื่อเทียบกับรายได้ของผู้คน รู้มั้ยว่า แค่“บีทีเอส” ประกาศเลิกตั๋วเดือนตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว คนทำงานที่ใช้บัตรตั๋วเดือนจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 40-70% หากจะเดินทางในระยะเท่าเดิม และหากเป็นตั๋วเดือน นร.-นศ. ค่าใช้จ่ายจะแพงขึ้น 80-130% (ข้อมูลจาก ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์) ขณะที่ยังมีรถเมล์แสนเก่าและรอนาน รถตู้ที่ต้องนั่งแทนรถไฟฟ้ากับรถเมล์

การเดินทางเป็นเรื่องสาหัสสากรรจ์และแสนแพงของคนในเขตเมืองมากขึ้นทุกที ค่าใช้จ่ายเดินทางมากถึง 30% ของเงินเดือน จะเอาเงินที่ไหนมาเก็บ มามีลูก เลี้ยงตัวเองยังไม่รอดเลย

เหนืออื่นใด ที่ผ่านมา คือ โรคซ้ำกรรมซัด วิกฤติโรคโควิด ทำให้ธุรกิจน้อยใหญ่เจ๊งเป็นแถบ ๆ แม้แต่ร้านลาบส้มตำ ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางยังกระอักเลือด คนตกงานเป็นล้าน ๆ ที่ยังมีงานทำอยู่ก็ถูกลดเงินเดือนกว่าครึ่ง ที่จบใหม่ก็จะว่างงาน มีแต่ ขรก.เท่านั้นล่ะที่ยังอยู่ดีมีสุขรับเงินครบทุกบาททุกสตางค์ ประชาชนแทบจะกัดก้อนเกลือกินแล้ว นี่ยังไม่พูดถึงผลกระทบจากน้ำท่วมที่ไร่นาเสียหายนับล้านไร่ บ้านช่องประชาชนถูกน้ำกระหน่ำเสียหายต้องเสียเงินซ่อมแซมอีกไม่รู้เท่าไหร่

น้ำมันแพงจึงเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย” บนหลังอูฐ แต่ รบ.3 ป. กลับดูไม่รู้ร้อนรู้หนาวเท่าไหร่ ไม่เห็นมาตรการจริงจังที่จะรับมือเลย (สมัยยิ่งลักษณ์ น้ำมันเคย 140 ดอลลาร์ ต้องออกมาตรการลดค่าครองชีพนาน 6 เดือน) รมว.สุพัฒนพงษ์ เองก็ช่างน่าผิดหวัง ทั้งที่อยู่ในวงการน้ำมันมานาน กลับคิดได้แค่จะตรึงดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาทสองเดือน อ้าง ก็ทำเหมือน รบ.ก่อน ๆ ที่เคยทำ น่าเสียดายคุณสุพัฒนพงษ์ คงถูกวิสัยทัศน์ผู้นำกลืนไปหมด…หรือไร.

 

————————– 

ดาวประกายพรึก... สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/articles/414650/

 

 

 

 

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1

11 ความเห็น

 
ICT

ไล่ “ประยุทธ์” ไม่มีพัง..แถมได้ “โควตากลาง” มีแจก สส.

ไล่ “ประยุทธ์” ไม่มีพัง..แถมได้ “โควตากลาง” มีแจก สส. - สำนักข่าว บางกอก ทูเดย์ (bangkok-today.com)

 ไล่ “ประยุทธ์” ไม่มีพัง..แถมได้ “โควตากลาง” มีแจก สส.

“รอยเกวียนทับตีนโค”

กี่ครั้งแล้ว ที่ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” และ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ขึ้นมานำเป็น “ทัพหลวง” มักพ่ายแพ้-กันทุกโผ

เปิดเกม “นำบิ๊กเนม” ที่เป็น “กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐลาออก” คิดว่ามีคน “ตบเท้า” ตามออกมาเป็นพรวน ๑๔ คน ทำให้ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” หน.พรรค “รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เลขาฯพรรค ตกจากตำแหน่งสิ้นสภาพ

มีกระแสว่า มีคน “ไขก๊อก” ตามถึง ๘-๙ คน..พอสรุปยอดจริงๆ มีลาออกแค่ “๖ คน” ไม่สามารถทำให้ “พล.อ.ประวิตร-รอ.ธรรมนัส-นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” สะเทือนซางได้

น็อก “รอ.ธรรมนัส” ไม่อยู่..”สมศักดิ์-สุริยะ” จะมีหน้าอยู่ -ได้อย่างไร

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“แยกอำนาจกันเป็นสัดส่วน”

ถ้าจะใช้เขตอำนาจ “ฝ่ายบริหาร” ในทำเนียบฯ เป็นที่ “ประชุมวิปรัฐบาล” ซึ่งไม่เคยมีใน “ประวัติศาสตร์” ทำเช่นนี้ “ ๓อำนาจ” จะ-ปั่นป่วน

เขาแยก “โซนอำนาจ” บริหารจัดการไว้ชัดเจน “ฝ่ายบริหาร” หรือ “รัฐบาล” ใช้ “ทำเนียบฯ” สั่งการ… “ฝ่ายนิติบัญญัติ” หรือ “วิปรัฐบาล” ก็มีห้องประชุมชัดเจนที่ “รัฐสภาฯ” ส่วน “ฝ่ายตุลาการ” ก็มีพื้นที่ของเขาทำงานอยู่เป็นมาตรฐาน

หาก “อำนาจรัฐบาล” สั่งให้ “วิปรัฐบาล” ได้..ต่อไปอาจสั่ง “ฝ่ายตุลาการ” ให้มาทำงานที่ทำเนียบฯ..ซึ่ง “เสียระบบ” การปกครองของประเทศไทย อันดีงามที่เคยปฏิบัติกันมา

“๓ อำนาจ” ต้องแยกจากกัน..อย่าให้ “ถึงขั้น” ประเจิดประเจ้อ-กันดีกว่า

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“สส.พลังประชารัฐรู้อยู่เต็มอก”

“ความเจริญเติมโตก้าวหน้า” อนาคตทุกคนจะดีกว่า ถ้าได้ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” เป็นนายกฯ

เพราะ “โควตากลาง” ที่ “ใส่พานประเคน” ให้กับ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นผู้หาคนของตนเองมาลงตำแหน่ง ถือว่าเป็นฐานอำนาจใหญ่ สามารถที่จะ “พลิกบ้านพลิกเมือง” กันได้ทีเดียว

เก้าอี้ “รัฐมนตรีว่าการมหาดไทย”, “รัฐมนตรีว่าการคลัง” และ “รัฐมนตรีว่าการพลังงาน”..ถ้า “สส.พลังประชารัฐ” ได้เป็นเอง คงช่วย “ประเทศชาติ” ได้ดีกว่า..การยกให้เป็น “โควตากลาง” ที่ “พล.อ.ประยุทธ์” ได้ชิ้นปลามัน

เอา “พล.อ.ประยุทธ์” ออกไป.. “พล.อ.ประวิตร” ขึ้นมาเป็นใหญ่ สส.ก็ได้อำนาจทั่วกัน

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“หลายพรรคการเมืองน้ำมันต้องลดราคาได้”

มีแต่ “ระบอบประยุทธ์” ที่ขยับ-ปรับขึ้น “ราคาน้ำมัน” กันยกใหญ่

“เพิ่มต้นทุนเศรษฐกิจ” ให้แก่ “ผู้ประกอบการ” ทั้งประเทศ ให้ได้รับผลเสียหายกันบานเบอะ

“รถสิบล้อ” ขอให้ “ลดราคาน้ำมัน” และ “เรือประมง” ก็เรียกร้องให้ปรับราคาลงเช่นกัน..แต่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”  ที่ยืนยันว่าทำเพื่อประชาชนทุกคน กลับขึ้น “ราคาน้ำมัน” เป็นรายวันเป็นรายชั่วโมงอยู่ตลอด

ขึ้นน้ำมันไม่ใช้ “แก้ปัญหา”..แต่มันคือ “การฆ่า” ประชาชน-ตายยกล็อต

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“กองทัพต้องอยู่ในแถว”

ต้อง “ตัดวงจรนอกแถว”..เพื่อให้เดินตามกรอบ “ประชาธิปไตย”  ที่คับแก้ว

อยากเข้าสู่ “สนามการเมือง” เข้ามาตามเส้นทาง “ประชาธิปไตย”

เหมือนกับที่ “ประเทศอังกฤษ” ทหารที่มาสู่ “การเลือกตั้ง” ต้องออกจาก “ราชการ” กันก่อนถึง “๕ ปี” จึงมีสิทธิ์ลงสมัคร..และในประชาธิปไตย ของ “สหรัฐ” นั้น.. “ทหาร” ที่มาเล่นการเมืองต้องไม่มียศ มีแค่ “นาย”คำเดียว

เป็น “ความเสมอภาค”..ที่ดีมาก-จริงเชียว

“กะพรุนไฟ”

 

๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๔

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    3
 
ICT
 
สวัสดีครับ
วันนี้ทำเนียบอันตราย
คงมีคนอาละวาดพังข้าวของ ใครผ่านไปก็ระวังตัวด้วยครับ
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2
 
ICT
 
ข่าวลือก้เป็นข่าว...จาก ร้อยเปนพันจากหมื่นเป็นแสน โอ้แม่เจ้า ...น้องลิซ่าอย่ามานะ มีคนจะกินตับน้อง!
  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT
จิตร ภูมิศักดิ์ กับกรณีโยนบก “28 ตุลาคม 2496”

จิตร ภูมิศักดิ์ กับกรณีโยนบก "28 ตุลาคม 2496" (silpa-mag.com)

ที่มาศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤษภาคม 2547เผยแพร่วันพฤหัสที่ 28 ตุลาคม พ.ศ.2564

ท่ามกลางความบ้าคลั่งของระบบ SOTUS (ธรรมนิยม-สามัคคี-น้ำใจ-ระเบียบ-อาวุโส/คำแปลในสมัยนั้น) ของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในทศวรรษ 2490 โดยมี มหาวิทยาลัย ๒๓ ตุลาคม ๒๔๙๖ ซึ่งเป็นหนังสือประจำปีที่ได้มีการจัดทำขึ้นทุกปี เป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดความคิดดังกล่าว

จิตร ภูมิศักดิ์ นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะอักษรศาสตร์ ในฐานะสาราณียากร ได้ปฏิวัติการจัดทำหนังสือมหาวิทยาลัย ๒๓ ตุลาคม ๒๔๙๖ ซึ่งเป็นหนังสือประจำปีขึ้นเสียใหม่ ทั้งในรูปแบบ และเนื้อหา

รูปแบบ จากเดิมที่มีแต่พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นหน้าปก จิตรได้เปลี่ยนรูปแบบเสียใหม่ โดยให้เหตุผลว่าหนังสือเล่มนี้ทำมา 20-30 ปีแล้ว ก็มีรูปซ้ำซากตลอดมา

เนื้อหา จากเดิมที่เป็นเวทีในการสรรเสริญพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และปลูกฝังระบบ SOTUS จิตรได้ปรับเปลี่ยนให้มีบทความ “สรรเสริญ ร.5 เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น” และจิตรได้เขียนบทความ “พุทธปรัชญาแก้สภาพสังคมตรงกิเลส วัตถุนิยมไดอะเลคติค แก้สภาพสังคมที่ตัวสังคมเอง และแก้ได้ด้วยการปฏิวัติ มิใช่ปฏิรูปตามแบบสิทธารถ ปรัชญาวัตถุนิยมไดอะเลคติค กับปรัชญาของสิทธารถผิดกันอย่างฉกรรจ์ตรงนี้” (หรือรู้จักกันอีกชื่อคือ “ผีตองเหลือง”) ซึ่งเป็นการเขียนวิจารณ์ความเสื่อมทรามของพระภิกษุสงฆ์ที่หากินภายใต้ร่มกาสาวพัสตร์ ภายใต้กรอบลัทธิมาร์กซ์ ซึ่งจิตรกำลังศึกษาอยู่ในขณะนั้น ในนามปากกาว่านาครทาส

และบทกวีที่ชื่อ “เธอคือหญิงรับจ้างแท้…ใช่แม่คน” ในนามปากกาศูลภูวดล ที่วิจารณ์ผู้หญิงที่รักสนุกแต่พอท้องขึ้นมาแล้วปัดความรับผิดชอบ พร้อมกับบทความอื่นอีก 4-5 เรื่องที่ถูกตีความว่า “ไม่ควรลงมาตีพิมพ์ในหนังสือที่มีเกียรติ”

แม้ มหาวิทยาลัย ๒๓ ตุลาคม ๒๔๙๖ ฉบับที่จิตร ภูมิศักดิ์ เป็นสาราณียกร ไม่เคยได้รับการตีพิมพ์แต่หนังสือดังกล่าวยังถูก “เข็น” ออกมา คณะผู้จัดทำชุดใหม่ได้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยการ

 

เจาะกระดาษออกเป็นรูปวงกลมตรงมุมขวาบน พร้อมสอดภาพพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 เมื่อทาบปกลงมาก็จะปรากฏพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 โผล่ออกมาพอดี

รวมทั้งเปลี่ยนเนื้อหาในเล่มเป็นจำนวนมาก แต่สำหรับจิตรแล้วมันไม่จบเพียงเท่านั้น

28 ตุลาคม 2496 ขณะที่จิตรกำลังชี้แจงกับนิสิตกว่า 3,000 คน ในหอประชุมอยู่นั้น ได้มีนิสิตที่โกรธแค้น นำโดยนายสีหเดช บุนนาค ขึ้นไปจับจิตรขณะที่อยู่บนเวทีที่สูงจากพื้น 5 ฟุต และโยนลงมาเบื้องล่างเพื่อเป็นการลงโทษตาม “ธรรมเนียม” หรือเรียกกันต่อมาว่ากรณีโยนบก

 

แม้จะเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อนเพียงใด แต่ในบรรยากาศอำนาจนิยมในขณะนั้น ขจร สุขพานิช สาราณียกรหนังสือชุมนุมจุฬาฯ กลับมองว่า

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่น่าสนใจอะไร เพราะโยนบกก็เท่ากับเป็นการเพิ่มโทษเท่านั้นเอง

เมื่อเทียบกับการโยนน้ำ!!!

แทนที่คนผิดจะถูกลงโทษ สภามหาวิทยาลัยได้สั่งให้พักการเรียนจิตรเป็นเวลา 12 เดือน ข้อหามีความโน้มเอียงไปทางซ้าย

มหาวิทยาลัย ๒๓ ตุลาคม ๒๔๙๖ ฉบับที่จิตรเป็นสาราณียกร จึงเป็นหนังสือนักศึกษาที่ “ดังที่สุด” เท่าที่เคยมีมา แต่ก็เป็นหนังสือที่ไม่เคยมีใครได้อ่านต้นฉบับจริง

 

ที่มา: คัดจากตอนหนึ่งของบทความ “ชีวิตและงาน จิตร ภูมิศักดิ์” โดย ธนาพล อิ๋วสกุล และคณะ ใน นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤษภาคม 2547

เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2561

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
ICT
68ปี ยังไม่สาย! กก.นิสิตวิศวะ จุฬาฯ ขอโทษ “จิตร ภูมิศักดิ์” กรณี “โยนบก” อย่างเป็นทางการ

68ปี ยังไม่สาย! กก.นิสิตวิศวะ จุฬาฯ ขอโทษ "จิตร ภูมิศักดิ์" กรณี “โยนบก” อย่างเป็นทางการ (matichon.co.th)

68ปี ยังไม่สาย! กก.นิสิตวิศวะ จุฬาฯ ขอโทษ “จิตร ภูมิศักดิ์” กรณี “โยนบก” อย่างเป็นทางการ ย้ำเตือนถึงความอยุติธรรมที่จิตร เคยได้รับ 

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมการนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือ กวศ. ออกแถลงการณ์ขอโทษ จิตร ภูมิศักดิ์ นักประวัติศาสตร์ นักคิด นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชื่อดังของไทย ศิษย์เก่าคณะอักษรศาสตร์ จากการกระทำในอดีตของประธานเชียร์คณะวิศวกรรมศาสตร์
รวมถึงกลุ่มนิสิตคณะวิศวกรรมศษสตร์ ที่เคยกระทำความรุนแรงต่อ จิตร ภูมิศักดิ์ จนเป็นบาดแผลทางประวัติศาสตร์ ยาวนานกว่า 68 ปี โดย ระบุว่า

แถลงการณ์กรรมการนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง แถลงการณ์ขอโทษแด่คุณจิตร ภูมิศักดิ์ ต่อกรณี “โยนบก”

เนื่องในโอกาสครบรอบ 68 ปีของเหตุการณ์ “โยนบก” คุณจิตร ภูมิศักดิ์ ซึ่งเป็นอดีตนิสิตคณะอักษรศาสตร์ และถือได้ว่าเป็น “นิสิตหัวก้าวหน้า” ในยุคสมัยนั้น ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสังคมไทยไว้อย่างมากมาย แต่สิ่งที่ตอบแทนความดีงามของคุณจิตร ภูมิศักดิ์นั้น กลับกลายเป็นความรุนแรงและความอยุติธรรม จากกรณีที่ได้มีอดีตนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์กระทำการ “โยนบก” คุณจิตร ภูมิศักดิ์ลงจากเวทีหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2496 เพียงเพราะพยายามเปลี่ยนรูปแบบหนังสือมหาวิทยาลัย 23 ตุลาฯ อันมีจุดประสงค์เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมมหาวิทยาลัยที่ติดหล่มให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นเท่านั้น

เหตุการณ์ “โยนบก” นี้ เป็นการใช้ความรุนแรงและละเมิดความเป็นมนุษย์ ที่ไม่ว่าใครก็ไม่สมควรได้รับความรุนแรงเช่นนี้ทั้งสิ้น ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงผลพวงจากวัฒนธรรมอำนาจนิยมที่สร้างความชอบธรรมในการใช้ความรุนแรงต่อผู้เห็นต่างทางความคิด แม้ผู้นั้นจะแสดงความเห็นอย่างสันติ และวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดที่ผู้กระทำการ “โยนบก” คุณจิตร ภูมิศักดิ์นั้น ไม่เคยถูกลงโทษอย่างสมเหตุสมผล แต่กลับกลายเป็นคุณจิตร ภูมิศักดิ์เสียเอง ที่ถูกคณาจารย์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยลงโทษพักการเรียนอย่างไม่เป็นธรรม และแม้ว่าเหตุการณ์ “โยนบก” จะล่วงเลยมากว่า 68 ปี ก็มิอาจปฏิเสธได้ว่าวัฒนธรรมเหลานี้ ทั้งการใช้ความรุนแรงต่อผู้เห็นต่างทางความคิดหรือวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดยังคงเกิดขึ้นและมีอยู่ในสังคมไทยปัจจุบัน

กรรมการนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ ในฐานะตัวแทนของนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จึงขอใช้โอกาสนี้ในการกล่าวแสดงความเสียใจและกล่าวขอโทษต่อทุกความผิดและความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับคุณจิตร ภูมิศักดิ์ ที่ถูกกระทำความรุนแรงในเหตุการณ์ “โยนบก” โดยอดีตนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2496 และกล่าวขอโทษต่อการแถลงการณ์กรณี “โยนบก” โดยกรรมการนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปีการศึกษา 2563 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ที่ละเลยต่อเหตุการณ์ความรุนแรงในอดีต ทั้งนี้ กรรมการนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปีการศึกษา 2564 ขอแสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยต่อแถลงการณ์ดังกล่าว ขอน้อมรับในทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ต่อเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น และได้ตระหนักถึงความผิดพลาดทั้งปวง รวมถึงขอประณามการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้น และขอยืนยันว่าไม่ว่าในยุคสมัยหรือบริบททางสังคมแบบใด การใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการโยนบกหรือโยนน้ำ ก็ล้วนเป็นการกระทำที่ผิดหลักสิทธิมนุษยชน และไม่สามารถยอมรับได้ทั้งสิ้น

การขอโทษต่อคุณจิตร ภูมิศักดิ์นี้ จะเป็นการย้ำเตือนถึงความอยุติธรรมที่คุณจิตร ภูมิศักดิ์ได้รับจากเหตุการณ์ “โยนบก” รวมถึงเป็นเครื่องเตือนใจแก่ทั้งนิสิตและผู้คนในสังคมให้ต่อต้านการใช้ความรุนแรง รับฟังผู้เห็นต่างทางความคิดอย่างสันติ ไม่เมินเฉยต่อวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด และเคารพในหลักสิทธิมนุษยชน กรรมการนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ขอให้คำมั่นสัญญาในการสอดส่องดูแล และต่อต้านระบบอำนาจนิยมและวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดภายในรั้วคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการธำรงไว้ซึ่งเสรีภาพและเคารพต่อความเป็นมนุษย์ที่ทุกคนพึงมี และป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงและความอยุติธรรมในอนาคตเช่นนี้สืบไป

ขอเยาะเย้ยทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย
แม้นผืนฟ้ามืดดับเดือนลับละลาย ดาวยังพรายศรัทธาเย้ยฟ้าดิน

กรรมการนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
28 ตุลาคม 2564

สำหรับ จิตร ภูมิศักดิ์ เป็นนักนักประวัติศาสตร์ นักกิจกรรม นักคิดด้านการเมือง นักภาษาศาสตร์ นับเป็นนักปราชญ์ นักปฏิวัติทางความคิด และนักวิชาการคนสำคัญของประเทศไทย จิตรเป็นนักวิชาการคนแรก ๆ ที่กล้าถกเถียงคัดค้านปราชญ์คนสำคัญ ด้วยวิธีคิดที่มีเหตุผลลุ่มลึก มีความโดดเด่นจากผลงานการค้นคว้าทางวิชาการที่แปลกใหม่และลึกซึ้ง ขณะเดียวกันจิตรยังมีความคิดต่อต้านระบบเผด็จการและการใช้อำนาจกดขี่ของชนชั้นสูงมาโดยตลอด ผลงาน 3 รายการของเขาได้รับยกย่องเป็นหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกันกับ นายครอง จันดาวงศ์, นายผี อัศนี พลจันทร และนายกุหลาบ สายประดิษฐ์

จิตรเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2509 หลังเข้าร่วมต่อต้านการปกครองของเผด็จการทหาร โดยถูกตัวแทนเผด็จการคือ”กำนันแหลม”และพวกอาสาสมัครฝั่งตรงข้ามและนำเหลาทหารกับตำรวจล้อมยิง นี่เองที่เป็นส่วนหนึ่งของพลังผลักดันให้เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516

ชื่อเสียงของ จิตร ภูมิศักด์ น่าจะโด่งดังในสาธารณชนวงกว้างเป็นครั้งแรก จากกรณี โยนบก เมื่อครั้งที่เขาเป็น”สาราณียกร” ให้กับหนังสือประจำปี ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2496 ในครั้งนั้นเขาได้เปลี่ยนแปลงเนื้อหาที่ “ซ้ำ ๆ ซาก ๆ” ของหนังสือประจำปี โดยลงบทความสะท้อนปัญหาสังคม ประณามผู้เอารัดเอาเปรียบในสังคม ซึ่งรวมถึงรัฐบาลด้วย รวมทั้งชี้ให้เห็นค่านิยมอันไม่ถูกต้อง ซึ่งผู้คนนับถือกันมานาน โดยบทความเหลานั้น มีทั้งที่จิตรเขียนเอง ร่วมแก้ไข หรือเพื่อน ๆ คนอื่นเขียน ผลก็คือระหว่างการพิมพ์หนังสือได้ถูกตำรวจสันติบาลอายัด และมีการ “สอบสวน” จิตรที่หอประชุมใหญ่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในเหตุการณ์นั้น จิตรถูกกลุ่มนิสิตที่นำโดย”นายสีหเดช บุนนาค” คณะวิศวกรรมศาสตร์ตั้งศาลเตี้ยจับ “โยนบก” ลงจากเวทีหอประชุม ทำให้จิตรได้รับบาดเจ็บต้องเข้าโรงพยาบาลและพักรักษาตัวอยู่หลายวัน ต่อมาทางมหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาโทษและมีมติให้จิตร ภูมิศักดิ์ถูกพักการเรียนเป็นเวลา 1 ปี คือในปี พ.ศ. 2497

ระหว่างถูกพักการเรียน จิตรได้ไปสอนวิชาภาษาไทยที่โรงเรียนอินทร์ศึกษา แต่สอนได้ไม่นาน ก็ถูกไล่ออกไป เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีหัวก้าวหน้ามากเกินไป จิตรจึงไปทำงานกับหนังสือพิมพ์ไทยใหม่ ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้เอง ที่จิตรได้สร้างสรรค์ผลงานการวิจารณ์ที่มีคุณค่าต่อวงวิชาการไทยหลายเรื่อง เช่น การวิจารณ์วรรณศิลป์ วิจารณ์หนังสือ วิจารณ์ภาพยนตร์ โดยใช้นามปากกา “บุ๊คแมน” และ “มูฟวี่แมน”

 

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2
 
ICT
25 ตุลาคม เวลา 09:49 น.  · 
 
อาจเป็นรูปภาพของ 2 คน และ ผู้คนกำลังนั่ง
 

 

 
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2
 
ICT
คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) และผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรา 112 ยื่นหนังสือนำเสนอปัญหาของมาตรา 112 ที่ปิดกั้นการวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ถึง กมธ.กฎหมายฯ เพื่อให้พิจารณาเสนอต่อสภาในการพิจารณายกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายมาตรานี้ หลังจากถูกนำมาใช้ดำเนินคดีกับผู้ที่ออกมาวิจารณ์สถาบันกษัตริย์อย่างกว้างขวางในช่วงที่ผ่านมา

อาจเป็นรูปภาพของ 3 คน, ผู้คนกำลังยืน และ ข้อความ

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2
 
ICT

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความพูดว่า "CAAn9 D กรมประชาสัมพันธ์ สถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทย 28 ตุลาคม 2564 หายป่วยวันนี้ +8,526 ติดเชื้อเพิ่มวันนี้ +9,658 ผู้ติดเชื้อใหม่ เรือนจำ ที่ต้องขัง +9,440 +218 ตั้งแต่ เมษายน2564 หายป่วยสะสม 1,739,397 ป่วยสะสม ตั้งแต่ เมษายน2564 1,856,110 กำลังรักษา 99,144 เสียชีวิตเพิ่ม 84 สรุปสถานการณ์ศูนย์ข้อบูลCOVID-19 f ศูนย์ข้อมูล ศูนย์ข้อมCOVID- สายด่วน EOCกระทรวงสาธารณสุข"

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    4
 
ICT
 

ใครใคร่แบก
ก็มาแบก
ใครมิใคร่แบก
ก็บ่ต้องแบก
แยกกันไปเลย.
จบข่าว.
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
ICT
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    3