คดีนี้ผมมีข้อมูล..พอเชื่อถือได้ว่า กระบวนการยุติธรรมมันผิดเพี้ยน มันแปลกมาตั้งแต่ต้น

คดีนี้ผมมีข้อมูล..พอเชื่อถือได้ว่า กระบวนการยุติธรรมมันผิดเพี้ยน มันแปลกมาตั้งแต่ต้น

คดีเงินทอนวัด..ตราบาปที่รอล้าง ??

พระคุณเจ้าจะพ้นวิบากกรรมหรือไม่ หรือยังต้องเสวยวิบากกรรมต่อ แต่ในใจลึก ๆ ขอภาวนาให้ท่านพ้นวิบากกรรม

 

พุธที่ 20 พฤษภาคม 2563 เวลา 11.00 น.

 
ในขณะที่ผมกำลังเขียนต้นฉบับอยู่นี้ ในใจก็กำลังลุ้นอยู่ว่า “คดีเงินทอนวัด” วันนี้ศาลจะพิจารณาตัดสินจะออกมาในทิศทางไหน พระคุณเจ้าจะพ้นวิบากกรรมหรือไม่ หรือยังต้องเสวยวิบากกรรมต่อ แต่ในใจลึก ๆ ขอภาวนาให้ท่านพ้นวิบากกรรม
 
คดีนี้ความจริงไม่มีอะไรมาก มันเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติบางคน นำเงินสนับสนุนกิจการพระพุทธศาสนาให้พระไปใช้ผิดประเภท และมีการขอคืน สุดท้ายความซวยก็ไปตกอยู่กับพระคุณเจ้า
 
เรื่องแบบนี้..หากมองการทุจริตในวงการข้าราชการ นักการเมืองมีทั่วไป
สังคมไทยก็แบบนี้..หากเป็นพวกพ้องปากว่าตาขยิบ...แต่ฝ่ายต้องข้าม..ต้องยำให้ตายไปข้าง

 
คนสื่อแบบพวกผม..มีข้อมูลเชิงลึกว่าชาวบ้านทั่วไป..บางเรื่องนำเสนอไม่ได้ บางเรื่องพูดไปอาจถูกกฎหมายเล่นงานเสียเวลาต้องสู้คดี..เพราะการทุจริตคงไม่มีใครทิ้งหลักฐานเอาไว้

ขนาดมีหลักฐาน..หากผู้นั้นครองอำนาจอยู่กฎหมายก็เอื้อมไม่ถึง เพราะสังคมไทยเป็นสังคมพรรคพวก เป็นสังคมอุปถัมภ์..หลังปี 50 มานี้คำว่า “สองมาตรฐาน” กระหึ่มในสังคมบ้านเรา คดีเงินทอนวัด..เป็นเรื่องของการทำลายล้าง ทางการเมือง เป็นเรื่องการทำลายล้างอำนาจทางคณะสงฆ์..บางเรื่องคนใหญ่ในรัฐบาล “อาจไม่รู้ด้วยซ้ำ”
 
แต่..อันนี้คือตราบาปของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คดีนี้ผมมีข้อมูล..พอเชื่อถือได้ว่า กระบวนการยุติธรรมมันผิดเพี้ยน มันแปลกมาตั้งแต่ต้น

แต่ในความโชคร้าย..มีความโชคดี ศาลยุติธรรมท่านเห็นความแปลกประหลาด คดีนี้จะซ้ำรอย เหมือนอดีตพระพิมลธรรมหรือไม่..ชาวพุทธหลายท่าน รอลุ้นเหมือนที่ผมลุ้น

และหากท่านพ้นวิบากกรรม..คำถามต่อคือ ผ้าเหลือง จะกลับมาคลุมกายได้เหมือนเดิมหรือไม่..
คงมีอีกหลายยก..ทั้งการลับมาครองผ้าเหลือง ตำแหน่งทางปกครอง และสมณศักดิ์ คิดแล้ว..ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา...เว้น..ผู้มีอำนาจต้องการ “ล้างบาป” ที่ตนเองก่อเอาไว้
.................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com

... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/article/775296

 

*****

**********

******************

ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน ช่อ พรรณิการ์ รวยขึ้น 6 พันบาท ระหว่างเป็น ส.ส. อนาคตใหม่

https://hilight.kapook.com/view/202383


 
 

          สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง ป.ป.ช. เปิดทรัพย์  ส.ว. และ ส.ส. ที่พ้นตำแหน่ง รวมถึง คณะกรรมการบริหารอนาคตใหม่ เผย ช่อ พรรณิการ์ รวยขึ้น 6 พันบาท ระหว่างเป็น ส.ส.

 

          วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 อมรินทร์ ทีวี รายงานว่า สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ ส.ว. และ ส.ส. ที่พ้นตำแหน่งจำนวน 6 คน ซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ที่พ้นตำแหน่งพร้อมกันทั้งหมด เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 มีดังนี้

          1. น.ส.พรรณิการ์ วานิช แจ้งว่ามีทรัพย์สินรวม 3,326,293 บาท แบ่งเป็น ส่วนหนี้สินเป็นเงินเบิกเกินบัญชี และหนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ รวม 559,091 บาท ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับตอนยื่นเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 ที่แจ้งว่ามีทรัพย์สิน 3,319,567 บาท เท่ากับว่า น.ส.พรรณิการ์ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ประมาณ 6,726 บาท

          2. พล.ท. พงศกร รอดชมภู แจ้งว่ามีทรัพย์สินรวม 10,936,970 บาท ส่วนหนี้สินมีจำนวนรวม 23,595,473 บาท โดยแบ่งเป็น เงินเบิกเกินบัญชี 40,498 บาท หนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ 22,539,924 บาท โดยส่วนใหญ่หนี้สินจากการเป็นลูกหนี้ของ พ.ท.หญิง ฐิติยา รังสิตพล ส่วนหนี้สินอื่น 1,015,050 บาท รวมมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน 12,658,503 บาท

          3. น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ แจ้งว่ามีทรัพย์สินรวม 7,427,518 บาท และหนี้สินเป็นเงินเบิกเกินบัญชี เงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น รวม 4,013,153 บาท

          4. นายนิรามาน สุไลมาน แจ้งว่ามีทรัพย์สินรวม 89,476,547 บาท ส่วนหนี้สินเป็นเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 173,864 บาท

          5. นายชำนาญ จันทร์เรือง แจ้งว่ามีทรัพย์สินรวม 66,670,307 บาท ส่วนหนี้สินเป็นเงินเบิกเกินบัญชี เงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น รวม 799,319 บาท

          6. น.ส.เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ แจ้งมีทรัพย์สินรวม 4,522,936 บาท หนี้สินจากเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น และหนี้บัตรเครดิต รวม 1,732,077 บาท

          สำหรับกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ที่เป็น ส.ส. ที่เหลือ ประกอบด้วย นายปิยบุตร แสงกนกกุล, นายสุรชัย ศรีสารคาม,  นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ และ น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ ได้ยื่นขอขยายเวลาในการยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.

          ส่วนกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาให้พ้น ส.ส. จากคดีถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด เมื่อปลายปี 2562 นั้น ตามคำพิพากษาของศาลถือว่านายธนาธรไม่มีคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่ง ส.ส. มาตั้งแต่ต้น ดังนั้น จึงไม่ต้องยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ในกรณีพ้นจากตำแหน่งแต่อย่างใด

ขอบคุณข้อมูลจาก อมรินทร์ ทีวี

 

  • love
    0
  • haha
    0
  • wow
    0
  • sad
    0

1 ความเห็น

 
3 ส

 คุุณช่่อรวยขึ้น 6,000 บาท

16

  • love
    0
  • haha
    0
  • wow
    0
  • sad
    0