ของร้อน !!!

ของร้อน !!!

https://dailynews.co.th/article/827491

3 รมต.ของร้อน!รัฐบาล

เเม้ฝ่ายรัฐบาลจะชนะอภิปรายฯไปแบบไม่เกินความคาดหมาย ด้วยการยกมือเเบบ “ฝักถั่ว” เเต่ก็มีเเผลให้ฝ่ายค้านทิ่มเข้าปลายคางแบบเต็ม ๆ

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 11.00 น.

ควันหลงอภิปรายไม่ไว้วางใจการทำงานของ 10 รัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สุดท้ายแล้วตอนยกมือแบบ “ฝักถั่ว” ของฝ่ายรัฐบาล ก็ชนะไปแบบไม่เกินความคาดหมาย

ถามว่าการยกมือชนะ แต่มีความชอบธรรมหรือไม่? เนื่องจากมีปรากฏการณ์ “งูเห่า” ทั้งพรรคฝ่ายค้าน และพรรคฝ่ายรัฐบาล ท่ามกลางกระแสข่าวแจก “กล้วย” เลี้ยงลิงอย่างอิ่มหมีพีมัน บ้างก็ว่ามีรอยปริร้าวกันหนักในฝ่ายรัฐบาล

“พยัคฆ์น้อย” ฟังอภิปรายฯ ในครั้งนี้พอสมควร แล้วสรุปฟันธงว่ามี 3 รัฐมนตรี “เสียศูนย์” เนื่องจากถูกฝ่ายค้านทิ่มเข้าปลายคางแบบเต็ม ๆ

คนแรกมีดีกรีเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ถูกนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย อภิปรายฯ คดีทุจริตทำสัญญาลวงซื้อขายถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า (อคส.) 112,500 ล้านบาท มูลค่าความเสียหาย 2,000 ล้านบาท

จากการที่ อคส. ชำระเงินค่าสิ่งของล่วงหน้า 2,000 ล้านบาท ให้กับผู้ขาย (บริษัทเอกชน) ไปแล้ว โดยขณะนี้เงินหลวง 2,000 ล้านบาท ได้อันตรธานหายไป

หลังมีการอภิปรายฯ เรื่องดังกล่าว ปรากฏว่า “บอร์ด” อคส.ซัดกันนัว! ปัดเผือกร้อนกันพัลวันว่าไม่เกี่ยวการจัดซื้อถุงมือยาง แต่ฝ่ายปฏิบัติเป็นผู้ดำเนินการ แถมยังบอกด้วยว่าโครงการใหญ่แบบนี้ไม่เคยเสนอให้บอร์ดพิจารณาเลย

ส่วนนายจุรินทร์พูดจา “หล่อเหลา” เหมือนเดิม ว่าไม่หวั่นฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องถุงมือยางให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบเอาผิด พร้อมทั้งย้ำว่าเข้ามาปราบโกง ไม่ได้เข้ามาโกง ถ้าใครผิดจะเอาเข้าคุกให้หมด

สำหรับรัฐมนตรีคนที่ 2 อดีตแกนนำม็อบนกหวีด และปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 พรรคพลังประชารัฐ คือ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ถูกนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ยำใหญ่กรณีไม่ชอบมาพากลในสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่ดูแลเงินหมื่น ๆ ล้านบาท

แต่นายณัฏฐพลในฐานะประธานบอร์ด สกสค. กลับตั้ง “คนสนิท” ที่เรียนจบปริญญาตรี เคยเป็นพนักงานขายนมในบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งปิดกิจการไปแล้ว มาเป็นเลขาฯ สกสค. จากเดิมตำแหน่งดังกล่าวต้องมีวุฒิฯ ปริญญาโท เป็นเหลือแค่ปริญญาตรี หลังจากแก้วุฒิการศึกษา แต่ยังมีระเบียบอีกข้อ คือ ต้องเคยทำงานภาคเอกชนมาอย่างน้อย 12 ปี แล้ว“คนสนิท”เคยทำงานภาคเอกชนที่ไหน? มา 12 ปี แต่กลับได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขาฯ สกสค. กินเงินเดือน 250,000 บาท

ส่วนรัฐมนตรีคนที่ 3 มีดีกรีเป็น “พี่รอง” สายบูรพาพยัคฆ์ คือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ถูก ส.ส.พรรคเพื่อไทยชำแหละเรื่องโรงเตาเผาขยะเอื้อเอกชน และกรณีใช้ ม.44 จะยกสัมปทาน “รถไฟฟ้า” ให้เจ้าสัว ด้วยการต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว เป็นการทำผิดรัฐธรรมนูญ ผิดกฎหมายร่วมทุน ทำให้คนกรุงเทพฯ เดือดร้อนจากค่าโดยสารแพง

ปัญหาของนายจุรินทร์ นายณัฏฐพล และ พล.อ.อนุพงษ์ล้วนเกี่ยวเนื่องและพาดพิงมาถึง พล.อ.ประยุทธ์ทั้งนั้น แสดงให้เห็นถึงการไร้ประสิทธิภาพ ปล่อยปละละเลย และเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ซึ่งนายกฯ จะปฏิเสธไม่ได้เลย

ยิ่งนายกฯ ทำเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เอา 3 รัฐมนตรีที่ว่านี้ออกไป ในที่สุดไฟจะลามทุ่งมาถึงนายกฯ เพราะกระบวนการตรวจสอบความไม่ชอบมาพากล ต่าง ๆ จะมีปัญหา! ตราบใด 3 รัฐมนตรียังนั่งอยู่ที่เดิม จะหาความเป็นกลางตรงไหน จะหาความถูกต้องชอบธรรม การตรวจสอบเรื่องฉาว ๆ จะเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลได้อย่างไร?

“พยัคฆ์น้อย” เชื่อ 1,000% ถ้าปรับ ครม. เอาคนใหม่ ๆ มาคุมกระทรวงพาณิชย์-ศึกษาธิการ-มหาดไทย เขาจะไม่ทำเหมือนที่นายจุรินทร์ นายณัฏฐพล และ พล.อ.อนุพงษ์ ทำ!!.

---------------
พยัคฆ์น้อย

... อ่านต่อที่ : https://dailynews.co.th/article/827491

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    5

4 ความเห็น

 
ICT

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/blunt-opinion/news_6023158

วัคซีนถึงไทยแล้ว มาช้าดีกว่าไม่มา..ฮา

25 ก.พ. 2564 - 09:47 น.
 
 
 
คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

วัคซีนถึงไทยแล้ว มาช้าดีกว่าไม่มา..ฮา – วัคซีนล็อตแรก 2 แสนโดส มาถึงประเทศไทยแล้วเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ก็น่าปลื้มปีติยินดี ถึงขั้นนายกรัฐมนตรีไปรับด้วยตัวเอง หน้ายิ้มหน้าบานไปตามๆ กัน แต่ประชาชนจำนวนไม่น้อยก็อดถามไม่ได้ว่า กว่าจะมาถึงล็อตแรกก็คือ 24 กุมภาพันธ์ไปแล้ว แถมจำนวนเท่านี้สามารถฉีดให้กับคนได้จำนวน 1 แสนหรือ 2 แสนคนเท่านั้น

เอาเข้าจริงๆ แล้ว ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ไทยจะได้เริ่มฉีดกันอย่างจริงก็ต้องเดือนมิถุนายน หรือกลางปีเป็นต้นไป

ภายใต้หลักความจริงที่ว่า วัคซีนไม่เพียงแค่ช่วยป้องกันโควิด แต่ยังเป็นตัวช่วยฟื้นเศรษฐกิจที่สำคัญ

เมื่อเทียบกับการเริ่มฉีดวัคซีนของหลายๆ ประเทศแล้ว เราถือว่าล่าช้าทีเดียว

นั่นก็หมายถึงวันเวลาของการปลุกเศรษฐกิจ ทำการท่องเที่ยวให้กลับคืนมา การทำมาหากินของประชาชนจะเริ่มต้นได้จริงจัง

ก็คงต้องใช้เวลา ตามการเริ่มต้นของวัคซีน!!

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้าที่วัคซีนจะบินมาถึงเมืองไทยเรา ได้นั่งดูช่องข่าวของทีเอ็นเอ็น 16

สัมภาษณ์คนไทยในต่างแดน ถึงความคืบหน้าของวัคซีนในที่นั้นๆ

หนุ่มไทยนักศึกษาปริญญาโทในรัสเซีย ให้สัมภาษณ์ว่าได้ฉีดวัคซีนไปเรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนไม่มีอะไรยุ่งยาก คนต่างชาติในรัสเซียไปฉีดได้หมด

 

แค่ไปยืนต่อคิว ในจุดบริการที่ห้าง “กุม” ห้างสรรพสินค้าดังของมอสโก ซึ่งคนไทยที่ไปท่องเที่ยวรัสเซียรู้จักดี เพราะติดกับจัตุรัสแดงและวังเครมลิน ยืนรอคิวแล้วก็ได้ฉีดวัคซีน สปุตนิก หลังจากฉีดเสร็จแล้วก็เป็นปกติดี ไม่มีอาการข้างเคียง

 

หนุ่มไทยในรัสเซียบอกว่า จากนี้ก็รอครบกำหนดเพื่อไปฉีดเข็มที่ 2 ซึ่งผลจากวัคซีนจะทำให้กิจกรรมต่างๆ การฟื้นเศรษฐกิจในรัสเซีย กลับคืนมาได้รวดเร็ว

อีกราย เป็นการสัมภาษณ์คนไทยในอิสราเอล ซึ่งก็เปิดเผยว่า ได้รับการฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว

ประชาชนในอิสราเอลได้ฉีดเข็มแรกกันครบทั้งประเทศไปแล้ว ตอนนี้กำลังฉีดเข็มที่สอง

การได้รับบริการฉีดวัคซีนไม่ยุ่งยาก ในตลาดก็ยังมีรถวัคซีนเข้าไปฉีดให้กับประชาชน!

นั่นคือข้อเท็จจริงจากต่างแดน

ของบ้านเราก็ยังดีที่วันนี้มาแล้วล็อตแรก แต่หลักๆ แล้วจะได้ฉีดกันจริงจังกว้างขวางต้องกลางปีโน่น

ถ้าเป็นคนที่ไม่ชอบคิดอะไรมาก ก็ต้องเชื่อตามที่โฆษกศบค.เขาเคยพูดเอาไว้

วัคซีนมาเร็วมาช้าไม่สำคัญ ไม่มีผลกับประเทศไทย เพราะเราใส่หน้ากากอนามัย ไม่ต้องรอเพราะเราใส่ ได้เลย ไม่ต้องเจ็บด้วยซ้ำ ใช้สตางค์น้อยมาก

แต่ก็ไม่อธิบายต่อไปว่า แล้วแค่ใส่หน้ากาก ไม่ต้อง เจ็บตัวนั้น

จะฟื้นเศรษฐกิจ ฟื้นท่องเที่ยว ฟื้นเงินทองแก้ปากท้องประชาชน ได้ใช่ไหม!?!

วงค์ ตาวัน

 

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    1
 
ICT

“สุเทพ” แค่เบี้ยหน้าขุน..ไม่คุ้มหรอกคุณ อย่าได้ไปสะใจ??

https://bangkok-today.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e-...

 “สุเทพ” แค่เบี้ยหน้าขุน..ไม่คุ้มหรอกคุณ อย่าได้ไปสะใจ??

“ตายคาคุก ก็ปลุกชาติไทยให้ยิ่งใหญ่ ไม่ได้”

“สุเทพ เทือกสุบรรณ” พร้อมกับกลุ่มดาว ม็อบกปปส. จำนวน ๓๙ คน.. มีคำพิพากษาตกลงมา กลุ่มนี้ก็แค่เป็น “เบี้ยหน้าขุน” เทียบไม่ได้เลย กับ “๔ คณะราษฎร” ที่ถูกจองจับ ในเรือนจำ-เอาไว้

“ฝ่ายเผด็จการ” กินเรียบ ทั้ง “ขุนฝ่ายประชาธิปไตย ไม่ว่า “อานนท์ นำภา-เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์-สมยศ พฤกษาเกษมสุข- ปฏิวัฒน์ สาหร่ายแยม” นักสู้แห่งแผ่นดินที่ต้องมาสิ้นอิสรภาพ ทั้งที่เป็นพลังแผ่นดินเหนือกว่า “เทพเทือก”

รวมทั้งมันสมองระดับเทพ ไม่ว่าจะเป็น “ทักษิณ ชินวัตร-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ-ปิยบุตร แสงกนกกุล-ช่อ พรรณิการ์ วานิช” ..ควร “ล้างหน้าไพ่” อภัยโทษเพื่อกลับมาสู้โดยไม่มี “อำนาจพิเศษ”

คืนคนดีให้กับสังคม..สร้างความเกลียวกลม-ให้กับประเทศ

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“กปปส.ที่จุดติด ขับเคลื่อนกันมิดด้าม เพราะสุเทพ จริงหรือ”

 

อำนาจของ “เทพเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ อ่อนด้อย ขนาด “ชวน หลีกภัย” และ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ๒ อดีตนายกฯ อดีต หน.พรรคประชาธิปัตย์ ยังเรียกคนของสำนักธงฟ้ามาไม่ได้ -จนแทบหมดชื่อ

จะดีใจไปทำไม ในการ “จำคุก-เป้าหลอก”..ควรเร่งให้คืนความเป็นธรรม ให้กับ “ฝ่ายประชาธิปไตย” ดีกว่า

ต้องเสียคนร่วมทางเช่น “อานนท์-เพนกวิน-หมอลำแบงก์-คุณสมยศ”..ยิ่งได้คนดีมีคุณภาพ กลับมารับใช้แผ่นดิน ทั้ง “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-ธนาธร-ปิยบุตร-ช่อพรรณิการ์” เอาประโยชน์ชาติเป็นหลัก อย่าได้ไปสะใจ-กันเลย

อย่าได้เอาประเทศไปถูกขัง..เพราะความเกลียดชัง “สุเทพ” ถูกขัง ประเทศได้อะไร-เล่าเอย

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“เผด็จการพม่า ฆ่าประชาชนทั้งเด็กและคนแก่ ดังไปทั่วโลก”

มหาอำนาจที่ทรงอิทธิพล ไม่ว่าจะเป็น “รัสเซีย” หรือ “จีน”  ที่หนุนหลัง “นายพลอาวุโสมิน อ่อง หล่าย” เขายังกบไต๋ ไม่เคลื่อนตัว เพราะกลัวเสียงประณามทำให้-อิทธิพลตก

“ไทย” เป็น “ลูกไก่ในกำมือ” แต่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ และ “ดอน ปรมัตถ์วินัย” รมว.ต่างประเทศ เปิดประตูประเทศ รับ “เผด็จการพม่า” ให้ “วัณณะ หม่อง ลวิง” รมว.ต่างประเทศพม่า ไปพบไม่แคร์สายตาชาวโลก

เผด็จการที่ล้มอำนาจประชาธิปไตย ฆ่าประชาชนจน “ยูเอ็น-สหรัฐ” คว่ำบาตร..แต่ไทยเป็น “ชาติแรก” ที่ต้อนรับขับสู้ ขณะที่ “กลุ่มอาเซียน” แอนตี้ไม่คบค้าสมาคม แต่ “นายกฯประยุทธ์” ว่าให้กำลังใจฐานะประเทศอาเซียน

นำประเทศไปถูกประณาม..คุ้มกับการกระทำหรือ ที่มีคน-เขาเอียน

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ เมื่อมีลมหายใจ ทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง”

“สุทิน คลังแสง” ประธานวิปฝ่ายค้าน อย่าได้ไปถอดใจ ยอมแพ้ ท้อถอย ถอยกลางคัน เพราะปลงใจแล้วว่า “รัฐธรรมนูญ-กอลลัม” จะไม่มีการแก้ไขได้ เพราะถูกวางกับดัก-เอาไว้อย่างแรง

รัฐธรรมนูญที่ดีที่ของประเทศไทย “”คสช.” ยังปฏิวัติรัฐประหาร ฉีกเสียขาดกระจุย ..จนได้ “รัฐธรรมนูญฉบับของพวกเรา” ที่สร้างอำนาจให้กับ “พวกมีสี” ใหญ่คับฟ้าคับแผ่นดิน

อย่าเอาพฤติการณ์ตาขาว ของพวกที่ปิดประตูตีแมว..และร่างรัฐธรรมนูญเพื่อพวกเราขึ้นมา..หนทางการสู้ของ “ฝ่ายประชาธิปไตย” ไม่เคยตัน ถึงจะโดนขัดขวางบ้าง แต่ก็เดินไปถึงจุดหมาย ได้ในที่สุด

พวกที่เกาะอำนาจ..ชะตากำลังถึงขาด รัฐธรรมนูญ-ก็เสื่อมทรุด

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“ป่าไม้เป็นสมบัติของชาติ ไม่อาจให้ใครยึดครองไปได้แม้แต่นิ้วเดียว”

ครั้งนี้ ไม่น่าเป็นมวยล้มต้มคนดู เพราะ “พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข” ผบ.ตร. ทำหนังสือไปยัง “ประธานฯชวน หลีกภัย” เพื่อขอตัว “ปวีณา ไกรคุปต์” สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ผู้ชอบทำตัว-ฉายเดี่ยว

เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถึงจะล่าช้า แต่ก็มาถึงจนได้..หลัง “ปทส.” สั่งฟ้องคดีฟาร์มไก่  รุกป่าสงวน ๑,๗๐๐ ไร่ ส่งให้อัยการ

ผิดกับ “ชาวบ้านบางกลอย” ถูกไล่ต้อนให้ออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว ..ไม่มีหนทางต่อสู้ เหมือน “สส.ปวีณา ไกรคุปต์” ขวัญใจ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ที่ยังลุกมาสู้คดี

เปิดทางให้ “ปวีณา” สู้..แต่ “กระเหรี่ยงบางกลอย” ถูกปิดประตู หมดทางสู้ ในทุก-กรณี

“กะพรุนไฟ”

๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    3
  • เศร้า
    3
 
ICT

ผลกรรมประชาธิปไตยข้างถนน

https://bangkok-today.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%...

 ผลกรรมประชาธิปไตยข้างถนน

ผลโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรีเมื่อที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 ที่มีการแหกโผทั้งส.ส.ฝ่ายค้านและส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจนตั้งท่าจะต้องชำระบัญชีกันภายในพรรคกลายเป็นเรื่องเล็ก   เมื่อ4วันต่อมา 24 กุมภาพันธ์ 2564 ศาลอาญามีคำพิพากษาคดี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

อดีตเลขาธิการ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ผู้สร้างขบวนการนกหวีด มือตบ  กับพวกซึ่งเป็นแกนนำและแนวร่วมรวม 39 คน เป็นจำเลยในความผิดหลายข้อหาจากการชุมนุมทางการเมืองขับไล่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อพฤศจิกายน 2556 – 22 พฤษภาคม 2557

หลังศาลอ่านคำพิพากษาที่ยาวนานกว่า 5 ชั่วโมง เพราะมีจำเลยจำนวนมากและอัยการตั้งข้อกล่าวหาตั้งแต่มั่วสุม อั้งยี่ ซ่องโจร บุกรุกสถานที่ราชการ ฯลฯ จนถึงข้อกล่าวหากบฏนั้น  โดยสรุปว่าศาลยกฟ้อง 12 คน มีความผิดแต่ให้รอลงอาญา 12 คน เพิกถอนสิทธิทางการเมือง 7 คน อีก 8 คนโทษหนักจำคุก 4-9 ปีโดยไม่รอลงอาญา

8 คนที่ต้องเปลี่ยนชุดสูทเดินเข้าเรือนจำระหว่างรอคำสั่งศาลอุทธรณ์ได้แก่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกปปส. โทษ 5 ปี  นายชุมพล จุลไศย โทษ 9 ปี 24 เดือน นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โทษ 7 ปี  นายอิสสระ สมชัย โทษ 7 ปี 16 เดือน นายถาวร เสนเนียมโทษ 5 ปี นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ โทษ 6 ปี 16 เดือน นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ (อดีตพระพุทธะอิสระ) โทษ 4 ปี 8 เดือน  เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ โทษ 4 ปี 16 เดือน

คำพิพากษาดังกล่าวมีผลให้เก้าอี้รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่างลงทันที 3 ตัวคือ นายณัฏฐพล หลุดจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  นายพุทธิพงษ์ หลุดจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายถาวร หลุดจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ยิ่งไปกว่านั้นนายณัฏฐพลยังต้องหลุดจากส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ  นายชุมพลหลุดจาก ส.ส.เขตจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์  นายอิสสระหลุดจากส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์เนื่องจากศาลอาญายังสั่งเพิกถอนสิทธิทางการเมือง 5 ปี  รวมถึงนายสุวิทย์ และ เรือตรีแซมดิน

กรณีนายณัฏฐพลคงไม่ติดใจเรื่องใครหักหลังคะแนนโหวตไว้วางใจในสภาจนติดอันดับบ๊วย  และคงไม่ต้องปวดหัวคิดวางแผนส่งภรรยาลงชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพราะนางทยา ทีปสุวรรณ เป็นอีกหนึ่งในหัวขบวน กปปส. แม้จะถูกคำพิพากษาจำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับ 26,666 บาท แต่ยังโชคดีที่ศาลให้รอลงอาญา 2 ปี และเพิกถอนสิทธิทางการเมือง 5 ปี

มองภาพการเมืองใหญ่ผลที่ตามมาคือต้องจัดเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร เขต 1 แทนนายชุมพล  และส.ส.สงขลา เขต 6 แทนนายถาวร  แต่ที่จะเกิดแรงกระเพื่อมในรัฐบาลคือการปรับคณะรัฐมนตรีที่แม้จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าขึ้นอยู่กับนายกฯประยุทธ์  แต่ในพรรคใหญ่ก็มีหลายมุ้ง  ในพรรคร่วมก็มีการรวมเสียงเพื่อขอโควตา  คนที่คุมเสียงส.ส.ก็ส่งสัญญาณแล้วว่าต้องการขยับจาก รมช.เป็นรมว.

ขบวนการนกหวีด กปปส. ที่ “ลุงกำนัน”สุเทพจัดการชุมนุมเริ่มต้นจากการต่อต้านร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย  แล้วกลายเป็นการขับไล่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ลากยาวเกือบ 7 เดือนจนสิ้นสุดในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำรัฐประหารในนาม “คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ” (คสช.)

หนึ่งในผู้ร่วมคล้องนกหวีดออกมาร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์คือนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรปี 2529-2531 อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 5 ผู้ที่เคยประกาศว่า “เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา”

เมื่อถูกถามว่าเชื่อมั่นระบบรัฐสภาแต่ทำไมมาเดินขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง  และทำไมจึงคัดค้านการเลือกตั้ง  นายชวนตอบตอนนั้นว่า แคมเปญการเมืองของประชาธิปัตย์ กับอีเวนต์การเมืองหรือวาระของ กปปส. ไม่มีประเด็นใดขัดแย้งกัน เพราะทั้งสองขา ต่างเห็นด้วยกับเรื่อง หลักประชาธิปไตย

นักการเมืองอาชีพอย่างนายชวนย่อมรู้อยู่ว่าการชุมนุมของกปปส.จะนำไปสู่การรัฐประหาร มีการฉีกรัฐธรรมนูญ  เกิดรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจคสช.  พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังเข้าร่วมรัฐบาลและนายชวนก็ยังรับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง

วันนี้นายชวนนั่งดูลูกน้องเดินชักแถวเข้าคุก  ส่วนที่รอดคุกก็มีประวัติคดีอาญาแผ่นดิน  ล้วนเป็นความถดถอยของพรรคประชาธิปัตย์  ล้วนเป็นผลกรรมของประชาธิปไตยข้างถนน

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    4
 
3 ส

ไอ้เห้้ตู่ออกไป

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1