ขอขอบคุณคณาจารย์ ม.เชียงใหม่ที่ไปวางหมุด ณ ที่เกิดเหตุ ทวงถามความคืบหน้าคดีวิสามัญฆาตกรรม ชัยภูมิ ป่าแส…

วันนี้ ที่ด่านตรวจรินหลวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ กลุ่มเครือข่ายติดตามคดีวิสามัญฆาตกรรม ชัยภูมิ ป่าแส นำโดย มาลี สิทธิเกรียงไกร, อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์, ชำนาญ จันทร์เรือง, สมชาย ปรีชาศิลปกุล พร้อมกับคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เข้าร่วมพิธีวางหมุดเนื่องในโอกาส “รำลึก 60 วันชัยภูมิ – สานฝัน จะอุ๊” เพื่อรำลึกถึงโศกนาฏกรรมจากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการวิสามัญ ชัยภูมิ ป่าแส ในข้อกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและต่อสู้ขัดขืนทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ทั้งนี้ เครือข่ายฯ ได้ออกแถลงการณ์ต่อกรณีผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐซึ่งมิได้เป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับคดีแต่กลับออกมาแสดงความเห็นในเชิงปกป้องเพื่อนร่วมอาชีพของตน โดยมิได้สนใจต่อข้อเท็จจริงภายในคดีที่ยังไม่มีความกระจ่าง

เชิญอ่านข่าวครับ :


60 วันวิสามัญฯ ชัยภูมิ คณาจารย์ ม.เชียงใหม่ วางหมุด ณ เกิดเหตุ ทวงถามความคืบหน้าคดี

กลุ่มเครือข่ายติดตามคดีวิสามัญฆาตกรรม ชัยภูมิ ป่าแส ร่วมพิธีวางหมุด ณ ด่านตรวจรินหลวง จ.เชียงใหม่ เพื่อรำลึกและติดตามความคืบหน้าภายหลัง 60 วันจากเหตุการณ์วิสามัญฯ และคดีไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน

[Image: 34330656950_018866e57d.jpg]

[Image: 33872608644_14f2ddeb90.jpg]

17 พ.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วันนี้ ที่ด่านตรวจรินหลวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ กลุ่มเครือข่ายติดตามคดีวิสามัญฆาตกรรม ชัยภูมิ ป่าแส นำโดย มาลี สิทธิเกรียงไกร, อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์, ชำนาญ จันทร์เรือง, สมชาย ปรีชาศิลปกุล พร้อมกับคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เข้าร่วมพิธีวางหมุดเนื่องในโอกาส “รำลึก 60 วันชัยภูมิ – สานฝัน จะอุ๊” เพื่อรำลึกถึงโศกนาฏกรรมจากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการวิสามัญ ชัยภูมิ ป่าแส ในข้อกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและต่อสู้ขัดขืนทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ทั้งนี้ เครือข่ายฯ ได้ออกแถลงการณ์ต่อกรณีผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐซึ่งมิได้เป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับคดีแต่กลับออกมาแสดงความเห็นในเชิงปกป้องเพื่อนร่วมอาชีพของตน โดยมิได้สนใจต่อข้อเท็จจริงภายในคดีที่ยังไม่มีความกระจ่าง

นานู ในฐานะตัวแทนชุมชนและกลุ่มสตรีลาหู่ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดพิธีดังกล่าวว่าการจัดงานในวันนี้เกิดขึ้นก็เพื่อต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ชัยภูมิและไม่ต้องการให้เรื่องนี้เงียบหายไปกับกาลเวลา พิธีในวันนี้เราจัดตามประเพณีของชนเผ่า แม้ว่าชัยภูมิจะนับถือศาสนาคริสต์แต่พิธีกรรมที่ในวันนี้เป็นพิธีกรรมของชาวลาหู่ซึ่งมีความศักดิ์มาก และหวังว่าความศักดิ์สิทธิ์อันนี้จะช่วยส่งผลต่อการเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่ชัยภูมิได้

[Image: 33872610964_94f134d2a8.jpg]


ในขณะที่ สุรพงษ์ กองจันทร์ทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวว่าคดีของชัยภูมิไม่ใช่โศกนาฏกรรมแรกที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่ลุกขึ้นท้าทายอำนาจรัฐเพื่อเรียกสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ แต่การกระทำและการให้เหตุผลที่ไม่เป็นกลางได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐควรหยุดการกระทำเหลานี้พร้อมกับควรออกมาแสดงความเสียใจ ออกมาแสดงความรับผิดชอบ และต้องออกมาให้การช่วยเหลือเยียวยาต่อกรณีดังกล่าวอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ รัฐควรนำร่าง พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานและสูญหาย กลับมาพิจารณาอีกครั้ง ต้องมีการกำหนดกระบวนการการให้ความช่วยเหลือเยียวยากลุ่มชาติพันธุ์ในลักษณะที่ชัดเจนเพื่อสร้างเป็นมาตรฐานในการคุ้มครองแก้ไขปัญหาในกรณีดังกล่าว นอกจากนี้รัฐและเจ้าหน้าที่ควรปรับเปลี่ยนทัศนคติและยอมรับว่าประเทศไทยคือสังคมพหุวัฒนธรรม

สุมิตรชัย หัตถสาร ทนายความ ได้กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสำนวนคดีไปให้อัยการแล้ว ซึ่งวันพรุ่งนี้ (18 พ.ค. 60) ทางทีมทนายของเราก็จะเดินทางไปยังสำนักงานอัยการภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับพนักงานอัยการให้มีการพิจารณาพยานหลักฐานอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องกล้องวงจรปิดที่กลัวว่าจะไม่ถูกส่งเป็นหลักฐานให้แก่พนักงานอัยการ อีกทั้งทีมทนายยังเห็นว่ามีพยานหลักฐานบางประการที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณารูปคดีของพนักงานอัยการได้ เช่น ครูในโรงเรียนของชัยภูมิ ที่มีความใกล้ชิดและทราบถึงภูมิหลังของชัยภูมิเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ได้ถูกเรียกไปสอบสวนหรือให้ปากคำแต่อย่างใด

สงกรานต์ ป้องบุญจันทร์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่าจากกรณีที่เจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐได้มีการออกมาให้ความเห็นต่อการเสียชีวิตของชัยภูมินั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ควรวางตัวเป็นกลางและปฏิบัติตามหลักการของกฎหมายอาญาโดยที่ต้องไม่ตัดสินใครก่อนที่บุคคลนั้นจะถูกตัดสินว่ามีความผิด นอกจากนี้การกระทำของเจ้าหน้าที่ระดับสูงดังกล่าวยังก่อให้เกิดความลำบากต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เพราะทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติดังกล่าวไม่สามารถใช้ดุลยพินิจในการปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ สิ่งที่พวกเราเรียกร้องก็คือ อยากให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลางและเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับทั้งในเชิงกระบวนการและพยานหลักฐาน เพราะกระสุนที่คร่าชีวิตชัยภูมิไปนั้น ล้วนมาจากภาษีของประชาชน ฉะนั้นประชาชนจึงควรมีสิทธิที่จะรู้และได้รับความร่วมจากเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่

http://prachatai.org/journal/2017/05/71519


http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=6821

 


3ความคิดเห็น
  • Prem

    18 พ.ค. 2017 - 01:33

    ....อ้าว...ทำไม้ไม่เชิญ....แม่ทัพภาค 3 ไปร่วมวางหมุดด้วยล่ะครับ?....ท่านเป็นทั้ง"คนเก่ง และคนกล้า"....

  • akausa

    18 พ.ค. 2017 - 19:40

    พนัส ช่วยชู : อำนาจต้องชนกับอำนาจปชชถึงจะไม่เดือดร้อน

    Naris Khumlamai : ขอบคุนครับ

    Hide Takayama : ถ้าคนไทยไม่ลุกขึ้นสู้… มันจะฉิบหายอย่างถาวร…เศร้า ?

    ราตรี รัตนพรม : ถึงเวลาที่เราต้องลุกและรุกบ้างไม่อย่างนั้นความยุติธรรมจะไม่เกิด


Loading...