ก็เพราะเป็นแบบนี้ แกล้งโง่ ไล่จับเงา

ก็เพราะเป็นแบบนี้ แกล้งโง่ ไล่จับเงา

 ก็เพราะเป็นแบบนี้

https://bangkok-today.com/web/%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8...

ก็เพราะเป็นแบบนี้

แก้เรื่องยาง ก็เอามันมาทำยางรถยนต์ให้คนไทยใช้

รถเป็น10ล้านคันคัน รถราชการอีกมากมาย ทำใหม่ หรือหล่อดอก ถ้าราคามันถูกก็ขายได้ แถมยังส่งไปขายจีน อินเดีย ได้

ให้ทุกมหาวิทยาลัย ประกวดกับสร้างผลิตภัณฑ์ยางพารา หรือนักประดิษฐ์คิดค้น แล้วให้รางวัลเป็นเงินล้าน เดี๋ยวมันก็มีทางไป

แต่คิดแบบควายดอย เอาภาษีไปพยุง มันก็มีแต่ยิ่งง่อยเปลี้ยเสียตังค์ไปเรื่อย

พอจะเอายางไปราดถนน มันก็กำหนดสเปคมาขวางคนอื่นไว้

นายกตู่ ทุกๆปัญหา มันเกิดจากอำนาจหน้าที่กับงบประมาณ

จะทำยาก็ต้องเบี่ยงไปจดทะเบียนเป็นอาหาร

ประเทศเดียวที่ใช้น้ำประปาไปชักโครกขี้

ที่อื่นเขาใช้ภูเขาสร้างที่อยู่อาศัยแล้วเก็บที่ว่างไว้สร้างอาหาร ที่นี่ให้ที่ดอนไปทำไร่ แล้วใช้ที่ราบสร้างโรงงานกับบ้านอยู่อาศัย

ที่นี่เอาเงินเป็นหมื่นล้านสร้างรถไฟฟ้า แล้วให้ไอ้ตัวเดียวซื้อรถมาวิ่ง จนเป็นเศรษฐีติดอันดับโลก

อีกตัวสร้างถนนลอยฟ้าเสร็จ เก็บตังค์มาแล้วกว่า30ปี วันนี้ประเทศยังเป็นลูกหนี้มัน ถนนเสร็จตั้งแต่ปูนลูกละ60บาทตอนนี้ปูนลูกละเกือบ150บาท กำไรข้ามหัวไปแล้วไม่รู้กี่รอบ แถมยังกลับมาขึ้นราคากับประชาชน

ทางด่วนอีกสายแดกอิ่มมาแล้วไม่รู้เท่าไหร่ วันนี้ประเทศของประชาชนคนไทย เป็นลูกหนี้มันแสนสามหมื่นล้าน ถ้าจะยอมมัน ต้องให้สัมปทานมันอีก30ปี

ก็เป็นแบบนี้ พรรคการเมืองของเด็กถึงกลายเป็นพรรคการเมืองยอดนิยม

ยิ่งถ้าคิดจะไปตบตี เอาเข้าคุก เลิกพรรค ยิ่งกลับเป็นรดน้ำพรวนดิน

พญาไม้

9 สิงหาคม 2562

*********

****************

****************************

 แกล้งโง่ ไล่จับเงา

https://bangkok-today.com/web/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8...

แกล้งโง่ ไล่จับเงา

เรื่องโง่ของคนไล่จับเงา

เหมือนเมืองไทยไม่มีกะหรี่ หรือขอให้เศรษฐีเลิกค้ากำไร

อะไรอะไรที่เป็นความพอใจของคนทั้ง 2 ฝ่าย มันเป็นความถูกต้องทางธรรมชาติ และธรรมชาติคือบ่อเกิดเบื้องต้นของความยุติธรรม

ล็อตเตอรี่ก็เหมือนกัน รัฐขายขาดให้กับคนขายสลาก และไม่รับคืนหากขายไม่ได้(ขายคืนก่อนสลากออกรางวัล) ดังนั้นจึงเป็นการค้าขายที่มีกำไรขาดทุน

ในหลักการค้าบันทัดแรกสอนว่า จงค้าในสิ่งที่ตลาดขาดแคลน นั่นคือการแยกแยะสลากออกเป็นหลายราคา เหมือนกับการเลือกส้มเลือกมังคุดใส่ตาชั่ง

ทั้งสิ้นทั้งปวงเป็นธรรมชาติ

เมื่อกองสลากขายออกไปแล้วจึงเป็นสิทธิ และกรรมสิทธิ์ของผู้ครอบครอง เขาจะขายอย่างไรก็เรื่องของเขากับผู้ปราถนาต้องการ มันเป็นศิลปในการค้าขาย

เหมือนพระห้อยคอ ราคามันเปลี่ยนแปลงไปตามสถานะการ ของผู้ให้เช่ากับผู้ขอเช่า

ที่นี่ เพราะมันมีพวกแกล้งโง่ วิ่งไล่จับเงา ปัญหาราคาสลาก มันขึ้นอยู่กับพวกเสือนอนกิน ที่อาศัยอยู่ระหว่างต้นทุนสลากกับคนขายสลาก เปอร์เซ็นต์แต่ละเปอร์เซ็นต์ ของกาฝากต่างหากคือสิ่งที่ต้องแก้ไข แต่มีใครกล้ามั่ง

ถ้าราคามันถึงมือคนขายที่ 80 บาทต่อใบ หรือใกล้ราคาขายแบบปริ่มน้ำ

ไม่ลองถามรัฐบาลดูบ้าง ว่าได้ซื้อเสียงในราคาเกินราคาตลาดหรือไม่

ที่อื่นเขามีกฏหมายเพื่อรักษากลไกแห่งการอยู่ร่วมกันของมวลชน ที่นี่กฏหมายใช้เพื่อการควบคุมบังคับมวลชนให้อยู่ในคำสั่ง

ที่อื่นถ้ามีสติปัญญา คุณก็สามารถพัฒนาอะไรก็ได้ เพื่อเป็นรายได้ เป็นอาชีพ ที่นี่แค่เอาพืชผลไม้มาทำแอลกอฮอล์ ก็ต้องติดคุก

ที่อื่นเขาให้สถาปนิคออกแบบก็ก่อสร้างได้ แต่ที่นี่ต้องให้ข้าราชการเงินเดือนหมื่นบาท อนุมัติหรือไม่อนุมัติ โครงการราคาหลายหมื่นล้าน

วังเวงไหมครับ ท่านทั้งหลาย

พญาไม้

11 สิงหาคม 2562

***********

******************

******************************

ยก “ม.๔๔” ขึ้นมาร่อน ..สส.ไม่ใช่หมูกลัวน้ำร้อน อย่ามาขู่ให้ยาก

https://bangkok-today.com/web/%e0%b8%a2%e0%b8%81-%e0%b8%a1-%e0%b9%94%e0%...

ยก “ม.๔๔” ขึ้นมาร่อน ..สส.ไม่ใช่หมูกลัวน้ำร้อน อย่ามาขู่ให้ยาก

ตายควร “ไว้ชื่อ”

เซียนกฎหมายระดับประเทศ “อาจารย์โภคิน พลกุล” ถามว่า “คนเป็นนายกฯ จะทำอะไรในบ้านเมืองก็ได้ โดยไม่รับผิดชอบกระนั้นหรือ”

ขั้นตอน “ถวายสัตย์ปฏิญาณ” ถือว่าถูกต้อง..ยกเว้นคำถวายสัตย์ที่ไม่ครบถ้วนเท่านั้น

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ และ รมว.กลาโหม ถวายสัตย์ปฏิญาณกันมากี่หน-กี่รอบกันแล้ว ครั้งนี้จึงไม่ควรเกิดการ “ผิดพลาด” ครั้งสำคัญ ขึ้นมา-เลยเชียว

“ถวายสัตย์ปฏิญาณ”มาตลอด..ผิดแล้วไม่น่ารอด “ลาออก”กันสถานเดียว

๐๐๐๐๐

ไม่ใช่ “ดาบฟ้าฟื้น”

เขียนเสือให้วัวกลัว ถ้ารัฐบาลเรือเหล็ก “ประยุทธ์๒/๑” อับเฉา.. “รัฐบาลคสช.” ที่มี “ม.๔๔” จะกลับมาผงาดคืน

“รัฐบาลประยุทธ์๒” เดินหน้ามาแล้ว..จะให้ถอยหลัง เข้าสู่วังวนแห่งห้วงน้ำเน่า คงจะไม่มีผล

เพราะขณะนี้ มี “สภาผู้แทนราษฎร” ได้ตัวแทนเสียงสวรรค์ จากประชาชน “๕๐๐ คน” เป็นปราการด้านความคิดที่หลากหลาย คงไม่ปล่อยให้ “นายกฯม.๔๔” มีอำนาจสั่งการ-สร้างแต่ความลำบาก

“ม.๔๔” ถือว่าเป็น “ดาบร้อน” ..แต่ “สส.” เขาไม่ใช่หมูกลัวน้ำร้อน อย่ามาขู่-เสียให้ยาก

๐๐๐๐

ซีรีย์ม้วนเดิม

ดราม่าเก่าๆ  ไม่มีอะไรเพิ่ม

ความเห็นที่ให้กับสื่อนอก “รอยเตอร์” ของ “พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์” ผบ.ทบ. ให้ประกาศิต  คำสั่งเด็ดขาด คำพูดที่ศักดิ์สิทธิ์ “ตราบใดที่ผมเป็น ผบ.ทบ. จะไม่นำกองทัพข้ามเส้นก่อรัฐประหาร และจะไม่ยอมให้เกิดปฏิวัติล้ม พล.อ.ประยุทธ์”

วาจาแตกฉานช่างน่าเสื่อมใส..เหมือนคำพูดครั้งหนึ่ง “ผมจะไม่ปฏิวัติ และจะไม่เป็นนายกรัฐมนตรี”

แต่..เพราะผิดคำพูด..ศรัทธาจึงทรุด หลุดความนิยม อย่างไม่มีดี

๐๐๐๐๐

เศรษฐกิจวูบ-ฟุบตกต่ำ

“ท่านวัฒนา เมืองสุข” ย้ำว่า..ส่งออกไม่เป็นตามเป้า ติดลบบานตะเกียง “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกฯ และ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ และ รมว.กลาโหม “หน.ทีมเศรษฐกิจ” เก่งแต่ปาก แต่ชาติรับกรรม

ประชาชนระส่ำ การบริโภคในประเทศก็หดตัว เกษตรกรน้ำตาร่วง ขายผลผลิตไม่ได้ราคา ประชาชนไม่ซื้อ..ท่องเที่ยว เหี่ยวลงทุกวัน นับแต่ “ปากพาจน” ทำให้ชาวจีนหนีไปประเทศอื่น

“รัฐบาลประยุทธ์๒/๑” ตั้งเป้ากำหนดยุทธศาสตร์ทะลุเพดานบิน หวังโครงการ “อีอีซี” ภาคตะวันออก จะลอยลำทำเงินเข้าประเทศสุดกู่..แต่ “นักลงทุน” โกยหนีเมื่อได้ “รัฐบาล-หน้าเดิม” ไม่เป็นไปตามหวัง ที่จะมี “รัฐบาลใหม่”มากู้วิกฤติ

นึกว่าได้คนใหม่ๆเรี่ยมเร้..ได้แต่พวกคนเก่า “เหลาเหย่” จึงตายสนิท

๐๐๐๐

ความคิดคม

มีทัศนะที่ดีๆ ก็ลงมานั่งข้างล่าง แสดงบทบาทให้ประชาชนได้-ชื่นชม

คารม-คมคายเป็นมีดโกนอาบน้ำผึ้งจริงล่ะก้อ..อยากเห็น “ชวน หลีกภัย” ลาออกจากประธานสภาผู้แทนราษฎร มาแสดงความคิดเห็น ในฐานะ “สส.” ดีกว่า

เมื่อเป็น “ประธานสภาฯ” ควรมีหน้าที่วินิจฉัย หากอยากใส่ความคิดเห็นใดๆ ก็ลงมาทำหน้าที่เป็น “สส.” เพื่อจะได้ลับฝีปาก-ความคิดกับ “ฝ่ายค้าน” ให้จั๋งหนับ

อยากแสดงความคิดเห็น..งั้นเชิญลงมาเล่น ข้างล่างเถิด-ขอรับ

“กะพรุนไฟ”

๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๒

*********

**************

************************

 “พลเรือน”ดูกองทัพ..สร้างประสิทธิภาพคับแก้วฉับไว

https://bangkok-today.com/web/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8...


“พลเรือน”ดูกองทัพ..สร้างประสิทธิภาพคับแก้วฉับไว

ยาหมดอายุ

กินก็ตาย-คายก็สกปรก น่าดู

เมื่อส่งออกหดตัว จะมัวพิรี้พิไร อ้อยสร้อยโทษเศรษฐกิจโลก-อยู่ทำไม

ควรส่งเสริมการบริโภค การจับจ่าย ใช้สอย ผ่านในประเทศให้คล่องมือ.. “รัฐบาลประยุทธ์” ควรพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส คิดแต่จะ “ส่งออก” ในขณะที่ตลาดโลกล่มสลาย-กันเป็นแถบ

คร่ำครวญพิษตลาดโลก..เป็น “นายกฯ” ต้องกู้วิกฤติกันทุก-รูปแบบ

๐๐๐๐

โบราณราชประเพณี

หากต้องแสดงความรับผิดชอบ สมควรลาออกจาก “นายกรัฐมนตรี”

อิดออด รีรอ อึกอัก ไม่สมัครใจ ที่จะทำ ดำรง “โบราณราชประเพณี” ให้มีความศักดิ์สิทธิ์ เหมือนยุคเก่า ที่เขาจะรับผิดชอบกันมา..

ว่ากันว่าการ “ถวายสัตย์ปฏิญาณ” ที่ไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ ถือเป็นเรื่องร้ายแรง ดังที่ “ชวลิต วิชยสุทธิ์” สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ยกเอาคำพูดของ “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า “เรื่องนี้เป็นการกล่าวหาที่รุนแรง ผู้พูดต้องรับผิดชอบ”.. หาก “ปิยบุตร แสงกนกกุล” นำความเท็จมากล่าวในสภาฯ ย่อมได้รับโทษ “ร้ายแรง”.. ถ้า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวคำสัตย์ฯ ขัดรัฐธรรมนูญ ย่อมได้รับโทษ “ร้ายแรง” เช่นกัน

จะมาจบกันหยวนๆ ..ห้วน ๆ รวบรัดคงไม่ได้-หรอกทั่น

๐๐๐๐

เฟคนิวส์-ข่าวปลอม

“ยุทธ์การ io” พรรคการเมืองไม่น่ามี “ความพร้อม”

การ “บอมบ์” ด้วยวาจา ของ “นายใหญ่เสื้อเขียว” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. อยากบอกให้รู้ว่า..ข่าวปลอมย้อมแมวขาย เพื่อปลุกปั่นหนุ่มสาวคงไม่มี

แต่ทว่า เมล็ดพันธุ์ต้นกล้าเยาวชนแผ่นดิน ตื่นตัวให้ความสนใจกับการเมืองกันเข้าสายเลือด.. พรรคใดลวงหลอกประชาชน หาเสียงสร้างนโยบายแล้วไม่ทำ เขาก็ลุกขึ้นมาตามทวง-มาตามจี้

ใครสร้างข่าว “io”โกหก..ปล่อยข่าวปลอมสกปรก เดี๋ยวก็ตายเอง ควรดูให้ดี

๐๐๐๐

แค่ “ทหารเกษียณ”

ยังรับฟังคำสั่ง กันอย่างเหนียวแน่นไม่มี-วันเปลี่ยน

พรรคการเมือง ที่เป็นพรรคของพลเรือน จึงอยากให้ “ลายพราง-ผู้เคร่งวินัย” รับฟังคำสั่ง จาก “รัฐบาลพลเรือน” เหมือนเช่นที่ทุกประเทศเขาปฏิบัติกัน..

เมื่อฟังคำสั่งจาก “รัฐบาล-เกษียณ” ได้.. แล้วทำไม จะฟังคำสั่งจาก “รัฐบาล-พลเรือน” กันไม่ได้

“พลเรือน” ดูกองทัพ..สร้างประสิทธิภาพคับแก้ว ฉับไว

๐๐๐๐

“ปฏิวัติ” มีแต่คราบด่างดำ

“ชัยเกษม นิติสิริ” ว่าที่นายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย เชื่อจะมีปรากฏการณ์ “ปฏิวัติ” จึงไม่อยากเห็น-ใครทำ

มีแต่สร้างความตกต่ำ ไร้ค่าให้เกิดกับแผ่นดินไปทั้ง-ปฐพี

ใช้อำนาจเด็ดขาด ผ่านคน เพียงคนเดียว มีแต่สร้างวิกฤติล่อแหลม

ปฏิวัติเป็นการถอยหลัง..สร้างความผุพัง เดินไปข้างหน้าไม่ได้-สักแต้ม

“กะพรุนไฟ”

๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๒

*******

*************

**********************

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0

3 ความคิดเห็น

 
3 ส

อนาถ

ขี้เซา

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

https://www.facebook.com/684312115037654/posts/1584824488319741/

เมื่อคราวที่พรรคไทยรักไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลในปี 2544 ประเทศไทยประสบปัญหาเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากวิกฤตต้มยำกุ้งทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศหมดต้องกู้จากไอเอ็มเอฟ นโยบายที่นายกทักษิณใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยเรียกว่า Dual Tracks Policy หรือนโยบายคู่ขนาน ด้วยการกระตุ้นให้เกิดการบริโภคภายในเพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับการส่งออกเพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถยืนอยู่ได้บนขาตนเองไม่ต้องพึ่งพาการส่งออกเพียงอย่างเดียว เพราะหากโลกมีปัญหาเหมือนที่เกิดขึ้นอีกในวันนี้ไทยจะป่วยไปด้วย

 

สิ่งแรกที่นายกทักษิณทำคือการทำตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้เพื่อให้ประชาชนและนักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นในตัวผู้นำและรัฐบาล เพราะหัวใจสำคัญของการบริหารคือความเชื่อมั่น (trust) ที่จะมีต่อรัฐบาลและนโยบายอันจะนำมาซึ่งความมั่นใจ (confidence) ที่จะมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ได้แก่ การจัดตั้งธนาคารประชาชนหรือที่เรียกว่ากองทุนหมู่บ้าน เพื่อเป็นแหล่งทุนให้ประชาชนได้กู้ยืมมาเป็นทุนหมุนเวียนใช้ทำมาหากินแต่ต้องคืนเพราะไม่ใช่การแจกหรือให้เปล่า โดยรัฐบาลได้โอนเงินผ่านธนาคารออมสินไปให้หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ประชาชนเข้าไม่ถึงแหล่งทุน เมื่อมีกองทุนหมู่บ้านทำให้ประชาชนสามารถกู้ยืมเงินไปเป็นทุนทำมาหากินได้ จึงเกิดการบริโภคที่ยั่งยืนเพราะมาจากการผลิต

 

นายกทักษิณยังสนับสนุนให้แต่ละท้องถิ่นผลิตสินค้าเด่นของตนเองภายใต้โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ OTOP ซึ่งอาจเป็นของกินหรือเครื่องมือเครื่องใช้โดยรัฐบาลสนับสนุนแหล่งทุนที่ใช้ผลิตและสนับสนุนแหล่งจำหน่ายสินค้า จึงทำให้เกิดการผลิต การพัฒนาสินค้าและการบริโภค นอกจากนี้รัฐบาลยังพักหนี้เกษตรกรเป็นเวลา 3 ปี เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ทำให้คนยากจนนำเงินที่ผลิตได้นั้นไปจับจ่ายใช้สอยเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทาง รัฐบาลยังลดรายจ่ายของประชาชนด้วยโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เพื่อเป็นหลักประกันสุขภาพให้กับประชาชนทุกคนที่นายกทักษิณถือว่าเป็นผู้มีบุญคุณกับประเทศเพราะเมื่อทุกคนจ่ายภาษีให้รัฐจึงควรได้รับการดูแลจากรัฐเช่นกัน

 

โครงการ 30 บาทดังกล่าวทำให้ประชาชนไม่ต้องพะวงกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลหากเจ็บป่วย เพราะมีเพียง 30 บาทก็รักษาได้ทุกโรคจึงกล้าจับจ่ายใช้สอยจากเงินที่หามาได้อันเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ นายกทักษิณไม่เคยแจกเงินแต่ท่านแจกโอกาสให้กับประชาชนเพื่อให้ทุกคนใช้เป็นโอกาสหาเงินเพื่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยทำให้เศรษฐกิจไทยมีความเข้มแข็งจึงสามารถใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้ก่อนกำหนด จากนั้นในปีงบประมาณ 2548 และ 2549 รัฐบาลทักษิณได้จัดทำงบประมาณสมดุลได้เป็นครั้งแรก

 

ภายใต้สถานการณ์ที่ทั้งโลกประสบปัญหาเศรษฐกิจ รัฐบาลประยุทธ์ก็เหลือทางเดียวเช่นกันคือต้องกระตุ้นให้เกิดการบริโภคภายใน โดยมีปัจจัยที่สำคัญคือประชาชนต้องมีเงินที่จะจับจ่ายใช้สอยและที่มากไปกว่านั้นคือต้องมีความมั่นใจที่จะใช้เงินซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในตัวผู้นำและทีมเศรษฐกิจ พูดเหมือนง่ายแต่ทำโคตรยากครับ

 

วัฒนา เมืองสุข

12 สิงหาคม 2562

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    0
 
เล็กโทรนิคส์

ทุเรียนภาคใต้ราคาถูกมาก

จะมีใครแนะนำ

ให้โค้นแล้วไปปลูกหมาหมุ่ยบ้างแล้วหรือยัง หรือไม่ก็ไปขายดาวอังคาร น่าจะมีตลาดรับซื้อราคาดีนะ

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0