การบังคับใช้ กฎหมายห้ามนั่งกระบะท้าย

จว. เชียงราย                                                                                  ที่     /  ๒๕๖๐

                                  วันที่             ๑๐         เมษายน           พ.ศ.          ๒๕๖๐

เรื่อง               การบังคับใช้กฎหมาย ห้ามนั่งท้ายรถกระบะ

เรียน               ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี  รัฐมนตรี บุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

                          หนังสือฉบับนี้ เป็นข้อมูล สำหรับให้ท่านทั้งหลาย ได้ใช้สมองสติปัญญา คิดพิจารณา ไตร่ตรองให้รอบคอบ ในการที่ท่านทั้งหลายที่เกี่ยวข้อง  ทั้งผู้แนะนำให้นำกฎหมายเกี่ยวกับการห้ามนั่งท้ายรถกระบะของรถปิคอัพ มาบังคับใช้ รวมถึงผู้ที่มีอำนาจในการอนุมัติให้นำกฎหมายดังกล่าวมาบังคับใช้  ข้อมูลต่อจากนี้ไป เป็นข้อมูลที่ข้าพเจ้าได้พบประสบมาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน อันเกี่ยวข้องกับการบรรทุกของรถปิคอัพ หรือเรียกอีกอย่างว่ารถบรรทุกขนาดเล็กหรือรถกระบะส่วนบุคคล

                               ประชาชนที่มีรถปิคอัพ ส่วนใหญ่จะเป็นเกษตรกร เป็นผู้ค้าขายเกี่ยวกับผลิตผลทางการเกษตรกรรม เป็นผู้ค้าขายสินค้าอื่นๆหลายชนิด และหรือมีอาชีพอื่นๆ อีกหลายอาชีพ บุคคลเหลานั้น บ้างก็มีฐานะ มีกินมีใช้ บ้างก็มีฐานะดีปานกลาง บ้างก็มีฐานะดี เพราะเป็นเจ้าของกิจการ เป็นเจ้าของการผลิตสินค้าต่างๆ  บ้างก็ซื้อรถด้วยการผ่อนชำระ บ้างก็กู้เงินมาเพื่อดาวน์และผ่อนชำระ บ้างก็ซื้อเงินสด

                               การบรรทุกคนในกระบะท้ายรถปิคอัพนั้น มีหลายกรณี ดังนี้.-

                                  ๑.บรรทุกคนที่แค๊ปและกระบะท้าย เป็นครั้งคราว เช่น ในท้องถิ่นที่ห่างไกลโรงพยาบาล เมื่อมีผู้ป่วยทั้งฉุกเฉินและป่วยธรรมดา ก็จะใช้กระบะท้ายรถปิคอัพนั่นแหละบรรทุก คนป่วย ญาติผู้ป่วย ผู้ติดตามช่วยเหลือ บางครั้งนับเป็นสิบคน

                              ๒. บรรทุกคนที่แค๊ปและกระบะท้ายรถปิคอัพ เพื่อพากันไปเที่ยวพักผ่อน ในงานบุญ ในงานชุมนุมชาติเผ่าพันธุ์ งานประเพณี ซึ่งมักอยู่ห่างจากหมู่บ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่ บางครั้งก็ข้ามหมู่บ้าน บางครั้งก็ข้ามอำเภอ ข้ามจังหวัดก็มี

                              ๓. บรรทุกคนที่กระบะท้ายเพื่อดูแลควบคุมสินค้าที่บรรทุก หรือควบคุมสิ่งของที่บรรทุกในกระบะท้ายรถปิคอัพ  อาจจะมีจำนวนคนที่นั่งควบคุมไม่มากนัก สองสามคน

                              ๔. บรรทุกคนที่แค๊ป และที่กระบะท้ายรถ เนื่องจากมีญาติพี่น้องเยอะ จำเป็นต้องเดินทางไปพร้อมกันเพื่อไปทำกิจกรรมส่วนตัวในเมือง เช่น ไปตรวจโรคที่โรงพยาบาล ไปจับจ่ายซื้อสินค้าที่ตลาดในเมือง ไปธนาคาร ไปอำเภอ และอื่นๆ

                              ๕. บรรทุกคนที่กระบะท้าย เพื่อไปทำงานในสวนในไร่ในนา หรือทำเกษตรกรรมอื่นๆ บ้างก็เป็นรถหกล้อ อันนี้จะบรรทุกหลายคนอาจเกินสิบคนขึ้นไปหรืออาจน้อยกว่า ขึ้นอยู่กับงานที่จะทำ ทั้งขากลับก็อาจจะบรรทุกผลิตผลทางเกษตรกรรมกลับมาด้วย การบรรทุกคนท้ายรถกระบะในลักษณะนี้ จะมีเป็นฤดูกาล ฤดูกาลละหลายๆวัน หรืออาจมีเป็นช่วงๆของเดือน ของปี

                              ๖. บรรทุกคนที่กระบะท้ายรถ พร้อมเครื่องมือในการก่อสร้าง หรือผลิตภัณฑ์หรืออุปกรณ์เครื่องมือของช่างแขนงอื่นๆ บ้างก็เป็นรถหกล้อ จะบรรทุกหลายคน บางครั้งสิบกว่าคน บางครั้ง เจ็ดแปดคน ขึ้นอยู่กับว่างานรับเหมาก่อสร้างหรือช่างแขนงต่างๆในแต่ละครั้งนั้น ต้องใช้คนงานมากน้อยเพียงใด การบรรทุกคนที่กระบะท้ายรถในลักษณะนี้ ก็ขึ้นอยู่กับว่า งานที่เขารับเหมา มีมากหรือมีน้อย งานที่ต้องใช้ระยะเวลาหลายเดือน ก็จะมีการบรรทุกคนที่กระบะท้ายหลายเดือนตามไปด้วย

                              ๗. ยังมีการบรรทุกคนที่กระบะท้ายรถแบบพิเศษอีกลักษณะหนึ่ง เป็นการรับจ้างบรรทุกคนงานต่างชาติผิดกฎหมาย โดยอาการลักลอบ โดยเก็บค่าโดยสาร

                     ๘.ยังมีอีกประเภทหนึ่ง จะเป็นประชาชนที่อยู่ในเมืองในเขตเทศบาลเมือง       หรืออยู่ในเมืองที่เจริญแล้ว ประเภทนี้จำเป็นต้องมีรถปิคอัพ มีแค๊ปเพื่อให้ลูกหลาน บิดา มารดา ได้นั่ง ได้ใช้ในบางครั้งบางคราว เช่น ไปโรงพยาบาล ไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า ไปเที่ยวงานเทศกาล ประเพณี ตามวัฒนธรรมท้องถิ่นบ้าง อย่างนี้เป็นต้น

                              จะว่าบุคคลที่มีรถปิคอัพยากจน ก็คงไม่ถูกต้องนัก แต่จะว่ายากจนก็ถูกต้องเหมือนกัน เพราะต้องผ่อนชำระด้วยความอยากที่จะมี อยากที่จะใช้เพื่อความสะดวก เพื่อความปลอดภัย

                              การนำกฎหมายห้ามนั่งท้ายรถกระบะ หรือห้ามนั่งแค๊ป มาบังคับใช้ มีผลกระทบต่อพวกเขาเหลานั้นเป็นอย่างมาก ข้าพเจ้าไม่รู้ดอกขอรับว่า มันเป็นความคิดของใคร ประสงค์อะไร ประสบการณ์เขาเหลานั้นมีมากหรือน้อย จริงอยู่พวกเขา เอาข้ออ้างว่า เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ข้าพเจ้าว่า ไม่ใช่นะ มันน่าจะเป็นกฎหมายที่เอื้ออำนวยให้กลุ่มนายทุนมากกว่า

                              เพราะความปลอดภัยบนท้องถนน และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น มันอยู่ที่ผู้ขับขี่หรือคนขับถึง ๙๘-๙๙ เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ตัวรถ เพียง ๑-๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น  ถ้ารถมีสภาพที่ดีมั่นคง มีการตรวจเช็คสภาพอยู่เสมอ อุบัติทั้งหลายบนท้องถนน ก็จะอยู่ที่ผู้ขับขี่หรือคนขับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม

                              ใบขับขี่ มีความสำคัญเพื่อแสดงว่า ได้ผ่านการทดสอบทางการขับรถ เรียนรู้กฎจราจรแล้ว แต่ในทางที่เป็นจริง พวกเขาเหลานั้นส่วนมากนะขอรับ ไม่ได้ท่องกฎจราจร หรือเรียนรู้จดจำกฎจราจรอย่างถี่ถ้วน ส่วนใหญ่ก็จะรู้เมื่อเวลาสอบใบขับขี่แล้วก็ทิ้งไม่สนใจ ที่กล่าวไปข้างต้นนี้ ข้าพเจ้าวิเคราะห์จากประสบการณ์ที่ข้าพเจ้าได้พบเห็นมาอยู่บ่อยครั้ง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ความจริงวิธีที่จะแก้ไขให้ผู้ขับขี่หรือคนขับรถ เรียนรู้จดจำกฎจราจรจนขึ้นใจมีอยู่หลากหลายวิธีการ ในที่นี้จะไม่กล่าวถึง เพราะหน่วยงานที่มีหน้าที่ที่ควรจะกระทำมีอยู่แล้วหลายหน่วยงาน

                              อีกประการหนึ่ง อุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้น เกิดจากความไม่มีประสบการณ์ในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน ใจร้อน เห็นแก่ตัว บางคนอวดใหญ่ คืออวดว่าข้ารถใหญ่ไม่กลัวเจ็บ เห็นรถเล็ก รถมอเตอร์ไซค์มา ข้าไม่สน คนจะเดินข้ามทางม้าลาย หรือเดินเท้าตามกฎจราจร ข้าไม่รู้ ทางแยกทางร่วม เส้นทึบขาวเดี่ยว เส้นทึบขาวคู่ เส้นทึบเหลือง เส้นทึบทแยง เส้นขอบทาง ไหล่ทาง ข้าไม่รู้ ข้ารถใหญ่ ไม่หลีกไม่หลบไม่ได้เลยละ บ้างก็ย้อนศร เขามีป้ายบอก หรือขับขี่ยานพาหนะย้อนศร ไม่รู้ไม่ว่า กลัวเปลืองน้ำมันไม่ว่า ยังมีหน้าอวดเก่งทำท่าเป็นนักเลงไม่พอใจก็มีนะขอรับ

                              การใช้อัตราความเร็วในการขับ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง บุคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือโรงเรียนสอนขับรถ อาจมีความเข้าใจผิดหรือไม่รู้ว่า อัตราความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดนั้น เป็นอัตราความเร็วสูงสุด ไม่ใช่ให้ขับรถตามปกติโดยใช้อัตราความเร็วสูงสุด ปกติต้องขับรถด้วยอัตราความเร็วที่ต่ำกว่าอัตราความเร็วสูงสุดที่กฎหมายกำหนด จะใช้อัตราความเร็วสูงสุดได้ก็ต่อเมื่อใช้แซงรถคันหน้าเท่านั้น จึงจะถูกต้อง

                              ประการสุดท้าย เกิดจากความไม่รู้ ไม่มีประสบการณ์ของพวกนักการเมือง หรือ พวกที่ออกกฎหมาย บางคน บางกลุ่ม ท่านทั้งหลายรู้หรือไม่ว่า ครั้งหนึ่งมีนักการเมืองบางคน เสนอให้ออกกฎหมายให้ รถมอเตอร์ไซค์ต้องวิ่งชิดซ้าย ดูซิ คิดซิ ว่าพวกเขารู้อะไรบ้าง ถนนในแต่ละหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด เป็นอย่างไร ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า แต่ละถนนควรขับขี่ยานพาหนะอย่างไร จึงได้เสนอ ออกให้ออกกฎหมายให้ รถมอเตอร์ไซค์ต้องวิ่งชิดซ้าย

                              ฉะนั้น ดังที่ข้าพเจ้าได้แจ้งข้อมูลให้ท่านทั้งหลายได้ทราบไปแล้วข้างต้น โดยส่วนตัวของข้าพเจ้านอกเหนือจากที่ได้กล่าวไปแล้วเห็นว่า  การนำกฎหมายห้ามนั่งกระบะท้ายและแค๊ป รถปิคอัพ ไม่ถูกต้อง เพราะมันเป็นเพียงกฎหมายที่เลวๆฉบับหนึ่ง ขอให้ท่านทั้งหลายได้พิจารณายกเลิกกฎหมาย คือเลิกใช้กฎหมายไปเลย เพราะบรรดาประชาชนที่จำเป็นต้องบรรทุกคนนั่งท้ายกระบะรถปิคอัพ หรือนั่งแค๊ปนั้น ล้วนมีความจำเป็นในการครองชีพในระบบเศรษฐกิจ มีความจำเป็นในการสังคมเป็นอยู่ร่วมกัน ศักยภาพของพวกเขามีเพียงเท่านั้น  ถ้าในแง่ความคิดของข้าพเจ้าแล้ว มันเป็นกฎหมายที่จะทำให้เกิดความกระด้างกระเดื่องต่อผู้อนุมัติให้ประกาศบังคับใช้    ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อท่านทั้งหลาย ได้อ่านและทำความเข้าใจในข้อมูลที่ข้าพเจ้าแจ้งให้ทราบนี้แล้ว จะได้ออกกฎหมายยกเลิกกฎหมายห้ามนั่งแค๊ปและห้ามนั่งท้ายรถกระบะ หรือถ้า คสช.ยังมีอำนาจอยู่ ก็ออกคำสั่ง คสช. ยกเลิกกฎหมายดังกล่าวไปเลย ไม่ต้องมีมัน อุบัติเหตุทำให้มีคนเสียชีวิต มันไม่เกี่ยวกับว่าจะมีคนนั่งท้ายกระบะรถปิคอัพ หรือไม่ มันอยู่ที่ผู้ขับขี่ หรือคนขับทั้งสองฝ่ายหรือผู้ขับขี่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น

   จึงเรียนมาเพื่อกรุณาทราบและพิจารณา

                                                                      ควรมิควรแล้วแต่จะกรุณา

                                                                     จ่าสิบตรี เทวฤทธิ์ ทูลพันธ์   

                                                                       

                             

         

 

 


3ความคิดเห็น
  • markpakma

    19 เม.ย. 2017 - 19:43

    จ่ามีสมองมากกว่านายพล...แสดงให้เห็นว่านายพลไม่ใช่คนที่ฉลาดกว่าจ่าเสมอไป

    ขนาดสอบได้ที่หนึ่งโรงเรียนในร้อยนะเนี่ย... มิน่ามันถึงคิดยึดอำนาจ....ขำ

  • Sriariya

    20 เม.ย. 2017 - 20:19

    อย่ากล่าวอย่างนั้นขอรับ อาจเป็นอันตรายต่อผู้อื่น ไม่เกี่ยวกับว่าใครมีสมองมากกว่าใคร เกี่ยวกับ ความชำนาญการ และประสบการณ์ขอรับ

    อนึ่งการยึดอำนาจการปกครอง ก็เป็นเหตุสุดวิสัย ไม่มีใครอยากทำดอกขอรับ แต่จำเป็นต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำ บ้านเมืองก็ย่ำแย่ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ

    อย่าคิดว่าเป็นเผด็จการเลยขอรับ ทหารไม่ใช่เผด็จการนะขอรับ พวกท่านเข้าใจผิดแล้วขอรับ

    ประชาธิปไตย ต้องอยู่ภายใต้ กฎหมาย ระเบียบ วินัย ขอรับ ประชาชนไม่มีวินัย บ้านเมืองก็มีแต่เดือดร้อนวุ่นวายขอรับ

    ข้าพเจ้าไม่ได้เข้าข้างทหารนะขอรับ เพราะข้าพเจ้ามีความเป็นประชาธิปไตย อย่างเต็มตัว และได้รับการขัดเกลา ประชาธิปไตย จากกรมกองของทหารนั่นและขอรับ


Loading...