"กะพรุนไฟ" อย่าใช้อำนาจตัวเอง-ไม่เกรงใจประชาชน

"กะพรุนไฟ" อย่าใช้อำนาจตัวเอง-ไม่เกรงใจประชาชน

อย่าใช้อำนาจตัวเอง-ไม่เกรงใจประชาชน

http://bangkok-today.com/web/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%...

อย่าใช้อำนาจตัวเอง-ไม่เกรงใจประชาชน

กลายเป็น “วัฒนธรรมแห่งผู้ที่มีอำนาจ”

คือการ “จัดฉาก” ให้ร้าย-ป้ายสี ใส่ความให้เท็จผู้อื่น ได้รับความเสียหาย

ก่อนหน้าเปิดฉากถล่มทิ้งบอมม์ โจมตีทางอากาศต่อประเทศซีเรีย ของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา พร้อมสหายพันธมิตรอีก ๒ ประเทศ “อังกฤษ-ฝรั่งเศส”

ยุทธการรุมกินโต๊ะฝ่ายเดียวในครั้งนี้ ถูกกระชากหน้ากากให้เห็นเนื้อแท้ ว่าโปะและคลุมปกปิดหลายเรื่องเอาไว้ข้างหลัง

การอ้างปฏิบัติการณ์นี้ เพื่อตอบโต้การใช้สารเคมีในเองเมืองดูมา โดยทาง “ฝรั่งเศส”อ้างว่าเขามีหลักฐานการใช้อาวุธเคมี จนมีประชาชนเสียชีวิตกว่า ๔๐ คน

ขณะเดียวกัน “วาสสีลี เนเบนเซีย” ตัวแทนของรัฐเซียในยูเอ็น กล่าวต่อคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ ว่าเป็นการ “จัดฉาก” ให้เกิดเหตุการณ์อาวุธเคมีขึ้น

เพื่อเปิดทางสะดวก-เร็วไว ต่อการเข้าจู่โจมทางอากาศ ต่อ “ซีเรีย” อย่างสายฟ้าแลบ

สร้างความผิด-ติดตัวให้กับ “ซีเรีย” กลายเป็นลูกไก่อยู่ในกำมือก่อน

บีบก็ตาย-คลายก็รอด

ไม่รู้ว่ายุทธวิถี “จัดฉาก” โยนความผิดใส่เป็นละลอกคลื่น ให้กับคนที่ไม่สยบยอมนั้น

มีประเทศใด-ประเทศไหน ก็อปปี้-โรเนียว-ซีร็อก มาใช้กันมั่ง..

ซึ่ง “ผู้นำ” คนใดไปลอกเลียน จำแบบอย่างมา ไม่ว่าผู้นำคนนั้น จะอยู่มุมไหนของโลก ให้พบกับจุดจบ-วาระสุดท้าย อันน่าสะพรึงกลัว ด้วยก็แล้วกัน…

“โดนัลด์ ทรัมป์” ถืออำนาจว่าเป็นใหญ่ กระทำการโดยไม่รอบคอบ และไม่ไตร่ตรอง พิจารณาทบทวนให้แม่นยำเสียก่อน

แต่ “ทรัมป์” ได้ตัดสินใจคนเดียว

โดยไม่ได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส

เพราะกฎหมายนานาชาติ สั่งห้ามไม่ให้มีการใช้กำลังเพียงฝ่ายเดียว เว้นแต่จะเป็นการกระทำเพื่อป้องกันตัว แต่ “ทรัมป์” กลับสั่งโจมตี ประเทศทีไม่ได้โจมตีสหรัฐ แต่อย่างใด

จึงมีเสียงตำหนิทิ่มตำ-ทับถม มาจาก “จอน เรนวอเทอร์” ผอ.บริหารองค์กรพีซแอคชัน, และ “ฮีนา ชัมซี” ประธานโครงการความมั่นคงแห่งชาติ (เอซีแอลยู)

โดยเฉพาะกับ “บาร์บารา ลี”  สส.พรรคเดโมแครต ถือว่าสิ่งนี้ เป็นการแสดงออกหยามหยันรัฐธรรมนูญสหรัฐ ควรที่สภาคองเกรสต้องอภิปราย และตัดสินใจอนุมัติปฏิบัติการทางทหาร ไม่ใช่ “ทรัมป์” เป็นคนสั่งการเอง

การกระทำเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ใส่ใจประชาชน และไม่ใส่ใจรัฐสภาของตนเอง รวมถึงไม่สนใจการตรวจสอบ หรือความรับผิดชอบใดๆ

ที่ “บาร์บารา ลี” ฉายให้เห็นการไม่เคารพรัฐธรรมนูญ และไม่เกรงใจประชาชน และไม่สนใจการตรวจสอบนั้น

นอกจากที่ “ทรัมป์” กระเทือนซาง กระอักเป็นเลือดแล้ว

ไม่รู้ว่ายังจะมี “ผู้นำบางคน” จะเจ็บจี๊ด-ที่ถูกกรีดหน้าจนเละ จะกระอัก-กระอ่วน กันบ้างหรือไม่

เมื่อมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ของประเทศแล้ว ..ไม่ควรมีกฎหมายพิเศษมาใช้บังคับ ให้อีหลัก-อีเหลื่อ ลำบากหัวใจ กันอีกเลย

เพราะ “รัฐธรรมนูญ” ได้ตราทุกอย่างเอาไว้ “ครอบจักรวาล” เรียกว่า “สากกะเบือ-ยันเรือรบ” มีหมดทั้งนั้น

ทุกคนอยู่ใต้ “รัฐธรรมนูญ” ผิดต้องเป็นผิด ถูกต้องถูก มีมาตรฐานเดียว ที่ “รัฐธรรมนูญ” จะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกคน

ทำ “รัฐธรรมนูญ” ให้เกิดความ “ศักดิ์สิทธิ์” เกิดจริงขึ้นเมื่อไหร่ความสำเร็จ ต่อการเคารพกฎหมายสูงสุด ก็ตามมาอย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อนั้น “กฎหมายพิเศษ” ก็จะไร้ความหมาย ไม่ต้องหยิบมาใช้ควบคุม..

อยากเห็นทุกประเทศ..ที่มีรัฐธรรมนูญใช้จริงๆ…อย่าเก็บขึ้นหิ้ง-สิ่งนี้มีต้องใช้ ถึงจะศักดิ์สิทธิ์ไปถึงชั่วลูก-ชั่วหลาน

“กะพรุนไฟ”

๑๖ เมษายน ๒๕๖๑

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    1

3 ความคิดเห็น

 
619

ยุคนี้ไม่จำเป็นต้องเกรงใจใครแล้วนะ

หมดยุคการเกรงใจกันได้แล้วนะ

อยากกลับไปสู่ยุคออเจ้า ออเจี๋ยวไม่ใช่เหรอ

ทำไมต้องเกรงใจกันอีกละ

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    4
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    4
  • โกรธ
    2
 
payai97

คงไม่ง่ายอย่างที่..คุณกะพรุนไฟต้องการ

เรื่องการใช้รัฐธรรมนูญ..ให้เกิดความศักดิ์สิทธิ

ต้องไม่ลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับอีที..ประกาศใช้มาปีกว่าแล้ว

แต่เผด็จการก็ยังสามารถใช้ ม.44..ข้ามหัวรัฐธรรมนูญได้อย่างชิวๆ

ไม่มีใครกล้าทักท้วง..แม้แต่คนเขียนรัฐธรรมนูญกับมือก็ยังไม่หือไม่อือ

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    2
  • โกรธ
    2
 
3 ส

อนาถไม่ฟัง

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    6
  • เศร้า
    3
  • โกรธ
    1