กระแสคิงเพาเวอร์ผูกขาด ผูกขาดจริงหรือแค่วาทะกรรม?

กระแสคิงเพาเวอร์ผูกขาด ผูกขาดจริงหรือแค่วาทะกรรม?

1 ความคิดเห็น

         

          หลังจากที่มีงานสัมมนาในหัวข้อ สัมปทานดิวตี้ฟรี ก้าวสู่สากล” ที่ได้มีการเสนอให้ ทอท. ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบของสัมปทานจากเดิมอนุญาตให้รายใหญ่รายเดียวรับสัมปทาน เป็นการให้สัมปทานตามหมวดหมู่สินค้า (Category) เพื่อให้เกิดความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อลดการผูกขาด  ซึ่งแนวคิดนี้ถ้าถามคนทั่วไปส่วนใหญ่คาดการณ์ได้เลยว่าร้อยละ 90 ต้องเห็นด้วย เพราะแนวคิดนี้มันถูกปรับเปลี่ยนโดยเน้นให้นักท่องเที่ยวได้มีตัวเลือกมากขึ้น

           เมื่อมีข้อเสนอ ทางฝั่ง ทอท. โดยนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ก็มีฟีดแบคในเรื่องนี้ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีที่มีนักวิชาการมาช่วยกันศึกษากันในหลายมุมมอง แต่ในการพิจารณาของ ทอท. ต้องคำนึงถึงเรื่องการบริหารจัดการด้วย ซึ่งตนเคยยกตัวอย่างอยู่บ่อยครั้ง สมมติว่า ผู้ประกอบการรายหนึ่งได้รับสัมปทานดิวตี้ฟรีฝั่งซ้าย อีกเจ้าหนึ่งได้รับสัมปทานดิวตี้ฟรีฝั่งขวา หาก ทอท. กำหนดให้ผู้โดยสารไปลงทางฝั่งซ้ายมาก ฝั่งขวาก็ขายไม่ดี กรณีนี้ควรทำอย่างไร หรือกำหนดให้สัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรีมี 2 ราย รายหนึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการดิวตี้ฟรีบริเวณอาคารหลัก (Main Terminal) กับ อีกรายได้รับสัมปทานดิวตี้ฟรีบริเวณอาคารเทียบเครื่องบิน (Sattellite Terminal) หากผู้รับสัมปทานบริเวณอาคารหลักมีการจัดอีเวนต์ พอผู้โดยสารไปถึงอาคาร Sattellite Terminal ก็ต้องรีบขึ้นเครื่อง ผู้ที่ได้รับสัญญาสัมปทานบริเวณอาคาร Sattellite Terminal ก็จะลำบากในการบริหารจัดการ

             ประเด็นนี้ถือว่าเป็นเรื่องของอนาคตที่ต้องรอผลการศึกษาและการเปลี่ยนแปลงกันไปแต่ยังไงก็ยังต้องมองถึงภาพรวมของนักท่องเที่ยวที่จะได้รับโอกาสแต่ก็ต้องอย่าลืมถึงผลประโยชน์ของประเทศที่ควรจะได้รับ คำนวณผลดีและผลเสียที่จะได้รับเพื่อให้ผลสรุปที่ได้มามันดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย

แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีกระแสคิงเพาเวอร์ผูกขาดสัมปทานดิวตี้ฟรี ผ่านหูผ่านตาให้เห็นบ่อยขึ้น ถ้าคนที่ไม่เคยได้ติดตามสถานการณ์สัมปทานดิวตี้ฟรีอาจจะมีความเข้าใจเช่นนั้นได้ เพราะบริบทรอบด้านมันถูกสร้างให้เป็นเช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะคิงเพาเวอร์เป็นเจ้าใหญ่สุด แล้วก็มีข้อเสนอให้ ทอท.เปลี่ยนการให้สัมปทานเพื่อลดการผูกขาดอีก มันเลยไม่แปลกอะไรถ้าคนส่วนใหญ่ที่จะคิดเช่นนั้น

               การได้มาซึ่งสัมปทานของคิงเพาเวอร์โดยผ่านการประมูล แล้วการประมูลก็เปิดให้หลายๆ เจ้าได้เข้าเสนอราคาต่อ ทอท. และผลการประมูลคิงเพาเวอร์เป็นผู้ที่ได้รับสัมปทานดังกล่าวเป็นระยะเวลาสิบปี รวมกับการได้รับมาตรการเยียวยาจากรัฐบาลเนื่องจากมีม็อบเสื้อเหลืองบุกเข้ายึดสนามบิน และมาตรการนี้ผู้ประกอบการในสนามบินเจ้าอื่นๆ ก็ได้รับการยืดอายุสัมปทานเพิ่มแล้วแบบนี้จะบอกว่าคิงเพาเวอร์ผูกขาดได้อย่างไรเล่า?  หรือว่านี่มันเป็นกลยุทธ์ของผู้ที่อยากจะเข้าร่วมประมูลสัมปทานที่กำลังจะหมดอายุลงในเดือนกันยายน ปี 2563 ที่ต้องการดิสเครดิตเจ้าใหญ่ที่สุด (ซึ่งอันนี้บอกก่อนว่าเป็นข้อสันนิษฐานส่วนตัวว่ากันไปตามเนื้อผ้าในฐานะผู้สังเกตการณ์ ไม่ได้ต้องการจะดิสเครดิตใครเกิดความเสื่อมเสียแก่ใครนะ) และเนื่องจากเป็นผู้สังเกตการณ์ก็จะเห็นว่ามีกลุ่มคนออกมาเคลื่อนไหวโดยเริ่มจากเรื่องจุดรับสินค้าที่อยากให้มีการเพิ่มจุดรับสินค้าพร้อมกับยกผลประโยชน์ของประเทศชาติมาเป็นตัวตั้ง ซึ่งความเคลื่อนไหวมีความต่อเนื่องกันตลอดไม่ว่าจะเป็นด้วยตนเองหรือองค์กรอิสระอย่างผู้ตรวจการแผ่นดินก็ตาม จนกระทั่งเคยมีสื่อนำเสนอว่าตัวเขาก็มีผลประโยชน์ร่วมกับดิวตี้ฟรีหน้าใหม่เช่นกัน นับตั้งแต่นั้นการมาของดิวตี้ฟรีอันนี้คิงเพาเวอร์และ ทอท. ก็โดนกระแสลบมาตลอดไม่หยุดไม่หย่อน ถึงกับจะให้มีการฉีกสัมปทานกันเลย
              
การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องแย่นะ แต่ก็ควรอยู่ในกรอบกติกาดำเนินไปตามไทม์ไลน์ที่เหมาะสมและควรจะเป็น ส่วนการปรับเปลี่ยนสัมปทานให้เป็นแบบตามหมวดหมู่สินค้าหรือไม่นั้นก็ต้องคอยติดตามดูกันต่อไป ว่าจะออกมาเป็นรูปแบบไหน ใครได้ใครเสีย และการแก้เกมส์ของคู่แข่งในธุรกิจดิวตี้ฟรี ผู้สังเกตการณ์ทางนี้ก็จะคอยติดตามต่อไปเรื่อยๆ ครับ

+1
18
 
1 ความคิดเห็น
Loading...