กรณีตะหานอยากได้เรือดำน้ำมันก็เหมือนเด็กอยากได้ของเล่น

เด็กร้องไห้กระจองอแงจะเอาให้ได้...พ่อแม่ก็อาจจะซื้อให้ด้วยเหตุผลที่ว่าเห็นชอบ มีเงินที่จะซื้อให้ได้ ตัดความรำคาญ ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ ฯลฯ

 

 

การที่กองทัพต้องการที่จะซื้อเรือดำน้ำโดยเงินภาษีของประชาชน ประชาชนก็ต้องเห็นชอบด้วยและคำถามมันก็มีตามมาอีกหลายประการเช่น ซื้อมาแล้วจะเอาไปรบกับใคร สมควรไหม จำเป็นไหม ที่จะซื้อในภาวะที่เศรษฐกิจย่ำแย่อย่างนี้ ฯลฯ

 

ตามที่ติดตามอ่านข่าวของรัฐบาลเผด็จการทหารตั้งแต่มีการรัฐประหารมา ภาพพจน์ของกองทัพ ตำรวจ ตลอดจนหน่วยงานต่างๆของรัฐบาลเห็นว่าประชาชนเอือมระอากับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างที่สุด...

 

ถามว่า...ตอนนี้ถ้าเกิดภาวะสงครามจากการรุกรานของต่างประเทศ..กองทัพคิดว่าประชาชนจะเข้าข้างใคร..แถมยังมีการร้องขอ UN ให้เข้ามาช่วยเหลือจัดการทหารไทยให้ด้วย...

 

มองให้ใกล้อีกหน่อย...การที่ทหารหรือตำรวจตายในเขต 3 จังหวัดภาคใต้จากฝีมือของผู้ก่อร้าย..กองทัพรู้หรือไม่ว่าประชาชนเขาสะใจ อยากให้ส่งไปตายเยอะๆ ไม่ก็แช่งให้เครื่องบินตกตาย แต่ก็อีกพวกที่ตายก็เป็นแค่อส.หรือทหาร ตำรวจชั้นผู้น้อยเท่านั้น 

 

ภาพพจน์ที่เสียหายแบบนี้มันก็เหมือนทำลายความมั่นคงของชาติไปด้วย กองทัพจะแก้ไขอย่างไร อย่าลืมนะว่าในประวัติศาสตร์การสู้รบกับผู้รุกรานต่างชาติ ถ้ากองทัพไม่มีประชาชนสนับสนุนก็จะสู้หรือปราบศัตรูผู้รุกรานไม่ได้แต่นั่นมันสมัยก่อนประชาชนไม่ได้มีความรู้สึกต่อกองทัพอย่างปัจจุบัน

 

ผมจึงไม่เห็นด้วยที่รัฐจะเอาเงินจากภาษีของประชาชน 3 หมื่นกว่าล้านไปซื้อเรือดำน้ำ 3 ลำในภาวะที่เศรษฐกิจตกต่ำอย่างสุดๆ รัฐหาเงินไม่เป็นก็ตั้งหน้าตั้งตารีดภาษีอย่างเดียว...ใครจะทนได้..

 

http://nanasara.org/forum/showthread.php?tid=6230

13ความคิดเห็น
  • akausa

    15 มี.ค. 2017 - 12:19

    สตง.สอบจัดซื้อเรือดำน้ำ จี้ทัพเรือส่งเอกสารด่วน !

    สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เร่งตรวจสอบการจัดซื้อเรือดำน้ำสัญชาติจีนของกองทัพเรือ เหตุกังขาเรื่องความโปร่งใส ข้อมูลชี้ออฟชั่นจากจีนด้อยกว่าประเทศอื่นที่เสนอแข่ง อีกทั้งขาดประสบการณ์ หวั่นไทยเป็นหนูทดลอง

    นับเป็นโครงการระดับมหากาพย์เลยทีเดียวสำหรับการจัดซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class S26T จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ของกองทัพเรือ เนื่องจากเป็นโครงการซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมมาตั้งแต่ปี 2558กระทั่งกระทรวงกลาโหมต้องสั่งชะลอโครงการในขณะนั้นเอาไว้ก่อนเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับภาคประชาชนให้ชัดเจน ล่าสุดโครงการดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณการจัดซื้อจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)แล้ว และกำลังรอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าน่าจะไม่เกินเดือนมีนาคมนี้ โดยจะมีการจัดซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class S26T จากจีน จำนวน 3 ลำ ในวงเงิน 36,000 ล้านบาท และเป็นการจัดซื้อแบบจีทูจีหรือรัฐต่อรัฐ ซึ่งในปี 2560จะจัดซื้อจำนวน 1 ลำ ในวงเงินงบประมาณ 13,500 ล้านบาท ส่วนอีก 2 ลำที่เหลือจะใช้วิธีก่อหนี้ผูกพันข้ามปี

    และเมื่อเป็นโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่สังคมมีความเคลือบแคลงสงสัย สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบการใช้จ่ายภาครัฐจึงเข้ามาตรวจสอบว่าโครงการนี้มีความโปร่งใสหรือไม่ อย่างไร 
    นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เปิดเผยว่า สตง.กำลังดำเนินการตรวจสอบการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ เนื่องจากเป็นโครงการที่สังคมจับตา โดยขณะนี้ สตง.ได้ขอเอกสารและรายละเอียดในการจัดซื้อไปทางกองทัพเรือแล้ว ทั้งในเรื่องของวัตถุประสงค์ในการจัดซื้อ สเปคหรือคุณสมบัติของเรือดำน้ำที่กองทัพเรือกำหนด ขั้นตอนและกระบวนการจัดซื้อ ตลอดจนความเหมาะสมและความคุ้มค่าของโครงการ

    “เราต้องดูวัตถุประสงค์โครงการ ซื้ออะไร เหมาะสมหรือไม่ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงวิธีจัดซื้อจัดหาซึ่งบางฝ่ายมองว่าจีนอาจจะมีการเพิ่มเติมข้อเสนอภายหลังจากการยื่นเอกสารอย่างเป็นทางการไปแล้ว ซึ่งขัดต่อกระบวนการคัดเลือกและไม่เป็นธรรมต่อผู้เสนอขายรายอื่นๆนั้น ทาง สตง.ก็ต้องดูก่อนว่าระเบียบและวิธีการจัดซื้อโครงการนี้เป็นอย่างไร คือถ้าเป็นการจัดซื้อแบบปกติทำไม่ได้ แต่ถ้าเป็นการจัดซื้อวิธีพิเศษก็ทำได้หมด และไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อแบบจีทูจีหรือวิธีใด หากทำด้วยความละเอียดรอบคอบ อยู่บนพื้นฐานของธรรมาภิบาล ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ถ้าไม่มีธรรมาภิบาลอะไรก็เกิดขึ้นได้ ดูอย่างโครงการจำนำข้าวที่รัฐบาลสมัยนั้นบอกว่ามีการซื้อขายข้าวแบบจีทูจีกับประเทศจีน ก็ยังเป็นจีทูจีปลอมเลย ส่วนเมื่อได้เอกสารจากกองทัพเรือแล้ว สตง.จะใช้เวลาตรวจสอบนานเท่าไรนั้นก็ขึ้นกับจำนวนเอกสารรายละเอียดการจัดซื้อว่ามีมากน้อยเพียงใด ” ผู้ว่า สตง. ระบุ

    กล่าวได้การจัดซื้อเรือดำน้ำในครั้งนี้นอกจากจะทางกองทัพเรือจะขับเคลื่อนผลักดันมากว่า 2 ปีแล้ว ยังเป็นโครงการที่ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้การสนับสนุนอย่างสุดตัวอีกด้วย โดยอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ได้เตรียมพื้นที่ 40.78 ไร่ เพื่อสร้างโรงซ่อมเรือดำน้ำ ขนาด 50 คูณ 100 คูณ 25 เมตร รองรับเรือดำน้ำรุ่น Yuan Class S 26 T จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่บริเวณอ่าวสัตหบใกล้กับจุกเสม็ดเรียบร้อยไว้แล้ว

    ไม่มีใครปฏิเสธเหตุผลของกองทัพในเรื่องความจำเป็นในการจัดซื้อเรือดำน้ำเพื่อดูแลผลประโยชน์ทางทะเลของชาติที่มีมูลค่ากว่า 24 ล้านล้านบาท และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านยุทโธปกรณ์ในการปกป้องน่านน้ำของกองทัพเรือไทยที่ปัจจุบันยังไม่ทัดเทียมประเทศเพื่อนบ้าน แต่อย่างไรก็ดี ประเด็นที่สังคมยังคงเคลือบแคลงก็คือเหตุใดกองทัพเรือจึงไม่เลือกซื้อเรือดำน้ำจากเยอรมนี สวีเดน ฝรั่งเศส ซึ่งมีชื่อเสียงในการสร้างเรือดำน้ำ หรือแม้กระทั่งรัสเซียซึ่งเป็นต้นแบบที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีเรือดำน้ำให้แก่จีน แต่ กลับเลือกซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีนทั้งที่จีนไม่มีประสบการณ์ในการสร้างเรือดำน้ำและไม่มีกองทัพเรือประเทศใดเคยใช้เรือดำน้ำจากจีนมาก่อน และที่สำคัญก่อนหน้านี้เรือรบหลายลำที่ต่อจากประเทศจีนได้เคยสร้างปัญหาให้กองทัพเรือไทยมาแล้ว

    ขณะที่ประเทศอื่นได้เสนอราคาภายใต้เงื่อนไขที่กองทัพเรือประกาศ โดยนำเสนอเรือดำน้ำจำนวน 2 ลำ พร้อมอาวุธและระบบสนับสนุนต่างๆ ในวงเงิน 36,000ล้านบาท อีกทั้งบางประเทศได้เสนอการฝึก ระบบ ILS พร้อมอะไหล่ 2 ปี การปรับปรุงท่าเรือและอู่ซ่อม เครื่องฝึก ลูกตอร์ปิโด 16 ลูก (เฉลี่ยลำละ 8 ลูก) และการผ่อนชำระเป็นเวลา 8 ปี นอกจากนี้ยังเสนอว่าจะถ่ายทอดเทคโนโลยีเฉพาะทางแบบ Indirect Offset ในอุตสาหกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากเรือดำน้ำ เช่น อุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมเคมี และอุตสาหกรรมพลังงาน อีกด้วย

    แต่เรือดำน้ำ S26T ที่จีนเสนอมาในวงเงิน 36,000ล้านบาทนั้น มีจุดเด่นเพียงอย่างเดียวคือจำนวนเรือดำน้ำ ที่เสนอให้ 3 ลำ แต่ยังขาดความครบถ้วนในหัวข้อสำคัญหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ระบบการส่งกำลังบำรุงรวม (ILS) อะไหล่ซ่อมบำรุง การปรับปรุงอู่ซ่อมเรือดำน้ำ อีกทั้งจำนวนลูกตอปิโดที่เสนอให้ก็มีเพียง 4 ลูกสำหรับเรือดำน้ำ 3 ลำ (เฉลี่ยลำละไม่ถึง 2 ลูก) ซึ่งหากต้องการออฟชั่นที่ครบถ้วนก็ต้องจ่ายเพิ่ม

    ดังนั้นการตัดสินใจเลือกเรือดำน้ำจากจีนจึงสร้างความกังขาให้หลายฝ่ายไม่น้อย บ้างกังวลว่าทัพเรือไทยจะกลายเป็นหนูทดลองให้เรือดำน้ำจีนหรือไม่ เหลานี้ล้วนเป็นประเด็นที่รัฐบาลและกองทัพต้องตอบคำถามเพื่อสร้างความกระจ่างให้แก่สังคม 

    http://www.manager.co.th/SpecialScoop/Vi...0000024478

  • akausa

    15 มี.ค. 2017 - 12:20

    ล้วงเหตุผล ทร.ซื้อเรือดำน้ำ ป้องกันความมั่นคงทางทะเล-ไฉนทำจีทูจีจีน?

    วันศุกร์ ที่ 03 มีนาคม 2560 เวลา 13:34 น.'

    “…การพัฒนาและเสริมสร้างกำลังรบเรือดำน้ำของกองทัพเรือ จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการป้องกัน และรักษาสิทธิอธิปไตยเหนืออาณาเขตทางทะเลของไทย คุ้มครองและรักษาเส้นทางคมนาคมทางทะเลของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทั้งระดับยุทธศาสตร์ ยุทธการ และยุทธวิธี โดยสามารถถ่วงดุลอำนาจกำลังรบทางเรือกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง และเปี่ยมประสิทธิภาพตามยุทธศาสตร์ป้องปราม สามารถยกระดับความสำคัญของกองทัพเรือในเวทีนานาชาติ และตอบสนองความต้องการทางยุทธการ และยุทธวิธีได้เป็นอย่างดี…”

    โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ กลับมาเป็นที่สนใจจากสาธารณชนอีกครั้ง !

    ภายหลัง พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ (เสธ.ทร.)ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ (กจด.) ของกองทัพเรือ ได้อนุมัติผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดซื้อเรือดำน้ำแล้ว เบื้องต้นกองทัพเรือจะซื้อ 3 ลำ วงเงินประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท แต่แบ่งจ่ายเป็นงวด งวดแรก 1.34 หมื่นล้านบาท รับเรือดำน้ำมาก่อน 1 ลำ โดยจัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับประเทศจีน ผ่านบริษัท China Shipbuilding & Offshore International Co., Ltd. (CSOC) 

    (อ่านประกอบ : ทำจีทูจีจีน! เสธ.ทร.ไฟเขียวซื้อเรือดำน้ำ 1.3 หมื่นล.ชง กห.เสนอ ครม.อนุมัติ)

    หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมกองทัพเรือต้องดำเนินการจัดซื้อเรือดำน้ำ ในช่วงภาวะเศรษฐกิจ ‘ยักแย่ยักยัน’ แบบนี้ ?

    สำนักข่าวอิศรา http://www.isranews.org มีคำตอบ ดังนี้

    ตามหนังสือผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการจัดหาเรือดำน้ำ คณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ (กจด.) พิจารณาแล้ว สรุปได้ว่า 

    หนึ่ง การพัฒนาและเสริมสร้างกำลังรบเรือดำน้ำของกองทัพเรือ จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการป้องกัน และรักษาสิทธิอธิปไตยเหนืออาณาเขตทางทะเลของไทย คุ้มครองและรักษาเส้นทางคมนาคมทางทะเลของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทั้งระดับยุทธศาสตร์ ยุทธการ และยุทธวิธี โดยสามารถถ่วงดุลอำนาจกำลังรบทางเรือกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง และเปี่ยมประสิทธิภาพตามยุทธศาสตร์ป้องปราม สามารถยกระดับความสำคัญของกองทัพเรือในเวทีนานาชาติ และตอบสนองความต้องการทางยุทธการ และยุทธวิธีได้เป็นอย่างดี ประกอบกับ กองทัพเรือเป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการเสริมสร้าง และพัฒนากำลังทางเรือเพื่อจัดการกับภัยคุกคามตามแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล (พ.ศ.2558-2564) ของรัฐบาลด้วยแนวคิดเชิงป้องกันและป้องปราม

    นอกจากนี้สภาพการณ์ปัจจุบันปรากฏว่า ไทยเสียเปรียบดุลอำนาจทางทะเลต่อชาติที่มีขีดความสามารถด้านเรือดำน้ำในภูมิภาค ดังนั้นการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือ จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนและมีความเหมาะสม โดยการศึกษาข้อเสนอแบบเรือดำน้ำที่เหมาะสมที่สุด และมีความคุ้มค่าในแง่ของประสิทธิผลต่อค่าใช้จ่าย ดีที่สุดต่อการใช้งาน การสนับสนุนและซ่อมบำรุงรักษาเรือดำน้ำ และการสนับสนุนการก่อตั้งกองเรือดำน้ำ รวมทั้งให้ประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ

    กระทั่งได้ข้อสรุปว่า ข้อเสนอเรือดำน้ำแบบรุ่น S26T จำนวน 3 ลำ พร้อมส่วนเกี่ยวข้อง เป็นข้อเสนอที่เหมาะสมที่สุดสำหรับกองทัพเรือ โดยมีความต้องการงบประมาณสำหรับการจัดหาในวงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท สำหรับแผนงานด้านงบประมาณนั้น กระทรวงกลาโหมได้อนุมัติโครงการ โดยเป็นการจัดหาเรือดำน้ำ 3 ลำ วงเงินรวม 3.6 หมื่นล้านบาท แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ระยะเวลารวม 11 ปี (ตั้งแต่ปี 2560-2570) 

    ทั้งนี้การดำเนินการโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ระยะที่ 1 นั้น กองทัพเรือได้รับการจัดสรรงบประมาณในปี 2560 และคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้กองทัพเรือก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ วงเงินประมาณ 1.35 หมื่นล้านบาท แล้ว ซึ่งเป็นการดำเนินการจัดหาให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 

    อย่างไรก็ดีหากมีการจัดหาเรือดำน้ำ จำนวน 3 ลำ ในคราวเดียวกันภายในกรอบที่กระทรวงกลาโหมอนุมัติไว้แล้วโดยรัฐบาลสามารถให้การสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม จะทำให้กองทัพเรือมีความพร้อมในการดำเนินงานยุทธศาสตร์ และแผนความมั่นคงทางทะเล ทำให้กองทัพเรือได้รับประโยชน์สูงสุด และมีความเหมาะสม ในชั้นนี้เห็นควรรับทราบรายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการจัดหาเรือดำน้ำ เพื่อเสนอกระทรวงกลาโหมนำเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี รับทราบรายงานผลการศึกษาโครงการจัดหาเรือดำน้ำดังกล่าว รวมทั้งพิจารณาด้านงบประมาณเพิ่มเติมในกรณีจัดหาเรือดำน้ำในคราวเดียวกัน จำนวน 3 ลำ

    สอง การจัดจ้างสร้างเรือดำน้ำพร้อมระบบฯในครั้งนี้ มีความจำเป็นต้องดำเนินการในลักษณะจีทูจี เนื่องจากเป็นยุทโธปกรณ์ที่มีคุณลักษณะเฉพาะในการใช้งานด้านยุทธวิธี และความมั่นคง รวมทั้งไม่มีการผลิตเพื่อจำหน่ายทั่วไปเชิงพาณิชย์ ซึ่งรัฐบาลประเทศจีน มีผู้ผลิตที่มีขีดความสามารถในการผลิตเรือดำน้ำที่ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ และมีใช้ประจำการในกองทัพประเทศจีน อีกทั้งการจัดซื้อดำน้ำกับรัฐบาลจีน นอกจากมีความคุ้มค่ากว่าประเทศอื่น ๆ แล้ว ยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ซึ่งคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุได้พิจารณาอนุมัติยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบแล้ว 

    อย่างไรก็ดีในทางปฏิบัติ ในขั้นตอนการจัดจ้างเพื่อให้เพื่อให้เกิดความรอบคอบ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งเกิดประสิทธิภาพสูงสุด กจด. ได้ปฏิบัติตามแนวทางการจัดหายุทโธปกรณ์หลักของกองทัพเรือ และใช้แนวทางการจัดหาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยอนุโลมและได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 103/7 แล้วทุกประการ นับว่ามีความเหมาะสม

    สาม ข้อเสนอเรือดำน้ำดีเซลไฟฟ้า แบบ S26T พร้อมระบบที่คณะกรรมการจัดจ้างเสนอ ขอความเห็นชอบจัดจ้างจากรัฐบาลประเทศจีน โดยบริษัท CSOC ซึ่งสรุปขอบเขตการจัดจ้างสร้างเรือดำน้ำนั้น เป็นการจัดจ้างสร้างเรือดำน้ำตามแผนปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ 2560 และขอบเขตงานที่กองทัพเรืออนุมัติเป็นข้อเสนอแบบเรือดำน้ำที่ผ่านการพิจารณาของ กจด. และกองทัพเรือได้เห็นชอบผลการพิจารณาดังกล่าวว่า เป็นข้อเสนอที่เหมาะสมที่สุดสำหรับกองทัพเรือแล้ว และกระทรวงกลาโหมได้รับทราบผลการพิจารณาดังกล่าวแล้ว ซึ่งเรือดำน้ำดีเซลไฟฟ้า แบบ S26T มีสมรรถนะและขีดความสามารถสูงที่สุด 

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งนอกจากขีดความสามารถในการยิงลูกอาวุธปล่อยน้ำวิถีใต้น้ำสู่พื้น/สู่ฝั่ง แล้วยังมีระบบขับเคลื่อนแบบดีเซลไฟฟ้าพร้อม Air Independent Propulsion System ทำให้มีขีดความสามารถในการซ่อนพลาง และเสริมคุณสมบัติเด่นที่สำคัญของเรือดำน้ำในการปฏิบัติการปกปิดไม่เปิดเผยตนเอง รวมทั้งมีการส่งมอบยุทธภัณฑ์รวมอยู่ด้วย โดยไม่ต้องลงทุนจัดหาเพิ่มเติม พร้อมการรับประกันความชำรุดบกพร่อง 2 ปี และสนับสนุนอะไหล่ สำหรับเปลี่ยนทดแทน กรณีเกิดการชำรุดในช่วงระยะเวลา 8 ปี ตลอดจนส่งมอบอะไหล่และเครื่องมือพิเศษประจำเรือ และอะไหล่ และเครื่องมือพิเศษสำหรับโรงงาน ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ และความมั่นใจในการใช้งานเรือดำน้ำจากประเทศจีน

    อีกทั้งเป็นการลดภาระงบประมาณการซ่อมบำรุงเรือดำน้ำในช่วงแรก และยังเป็นการเพิ่มระดับความพร้อมใช้งานทางยุทธการของเรือดำน้ำด้วย ส่งผลให้กองทัพเรือสามารถปฏิบัติการเรือดำน้ำได้ทันทีภายหลังการส่งมอบเรือ สอดคล้องกับความต้องการตามยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือ และเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด สามารถสร้างหลักประกันความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งทางราชการได้รับประโยชน์สูงสุด นับว่ามีความเหมาะสม และมีความคุ้มค่าอย่างมาก 

    สี่ ราคาจ้างสร้างเรือดำน้ำจำนวน 1 ลำ พร้อมระบบอาวุธ และส่วนสนับสนุน อะไหล่ และสิ่งอุปกรณ์ประจำเรือ เอกสาร การทดสอบทดลอง น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น การฝึกอาบรม และการถ่ายทอดเทคโนโลยี การตรวจรับ การส่งมอบ และพิธีกรรมต่าง ๆ รวมทั้งการบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นราคายกเว้นค่าอากรศุลกากร แต่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ๆ ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวงไว้แล้ว จนกระทั่งส่งมอบเรือดำน้ำ จำนวน 1 ลำ พร้อมส่วนสนับสนุนและบริการที่เกี่ยวข้อ ณ อู่เรือในประเทศของผู้เสนอราคา ยกเว้นส่วนสนับสนุน และบริการที่เกี่ยวข้องที่ต้องส่งมอบที่ จ.ชลบุรี ประเทศไทย เป็นเงินจำนวน 379 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 13,483,863,800 บาท ที่คณะกรรมการจัดจ้าง และเจ้าหน้าที่พัสดุ เห็นว่าเหมาะสมนั้น

    กจด. พิจารณาแล้วว่า เป็นราคาที่ผ่านการตรวจสอบพิจารณา และต่อรองจนถึงที่สุด โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าของเงินงบประมาณ และประโยชน์สูงสุดที่กองทัพเรือจะได้รับซึ่งรัฐบาลประเทศจีน โดยบริษัท CSOC ยินดีลดราคา และเสนอรายการเพิ่มเติม และมีวงเงินอยู่ภายในวงเงินงบประมาณที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบไว้แล้ว อีกทั้งเจ้าหน้าที่พัสดุ ได้ตรวจสอบแล้วว่า การดำเนินการจัดจ้างในครั้งนี้ ได้ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของทางราชการแล้วทุกประการ กจด. จึงเห็นพ้องด้วย 

    ดังนั้นเพื่อให้การจัดจ้างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ จึงเห็นควรให้ความเห็นชอบการจัดจ้างสร้างเรือดำน้ำ จำนวน 1 ลำ พร้อมระบบในลักษณะจีทูจีจากรัฐบาลประเทศจีน โดยบริษัท CSOC และเห็นชอบให้เสอกระทรวงกลาโหม นำเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบการก่อหนี้ผูกพัน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560-2566 และอนุมัติให้กองทัพเรือจัดจ้างสร้างเรือดำน้ำ โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไขการจัดจ้างตามที่กองบัญชาการกองทัพเรือเสนอ
    ห้า การจัดจ้างสร้างเรือดำน้ำ พร้อมระบบอาวุธ และส่วนสนับสนุนในครั้งนี้ จะดำเนินการในลักษณะจีทูจี ระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลจีน โดยจัดทำเป็นข้อตกลงจ้างสร้างเรือดำน้ำ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาจัดทำร่างข้อตกลงร่วมกันระหว่างคณะกรรมการร่างข้อตกลง และผู้แทนรัฐบาลจีน โดยบริษัท CSOC ซึ่งคาดว่า จะได้ข้อยุติภายในกลาง ก.พ. 2560 และเมื่อได้ข้อยุติแล้ว กจด. จะเสนอสำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาตรวจสอบร่างข้อตกลงต่อไป

    หก โครงการจัดหาเรือดำน้ำ เป็นโครงการที่มีมูลค่าสูง และผูกพันงบประมาณหลายปี รวมทั้งเป็นยุทโธปกรณ์หลักซึ่งเสริมสร้างพลังอำนาจในทางทหารสูงทั้งในระดับยุทธศาสตร์ และระดับยุทธการ จัดสร้างด้วยเทคโนโลยีใหม่หลายส่วนที่กองทัพเรือไม่เคยมีใช้มาก่อน จึงมีความจำเป็นต้องผ่านการพิจารณาจากคณะที่ปรึกษา และขับเคลื่อนโครงการจัดหายุทโธปกรณ์หลักของกองทัพเรือ

    ทั้งนี้ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ (เสธ.ทร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ (กจด.) ได้รับทราบรายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการจัดหาเรือดำน้ำ และเห็นชอบการจัดจ้างสร้างเรือดำน้ำจำนวน 1 ลำ พร้อมระบบอาวุธ และส่วนสนับสนุนฯ เป็นเงินจำนวน 379 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 13,481,863,800 บาท (1.34 หมื่นล้านบาท) ในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยบริษัท China Shipbuilding & Offshore International Co., Ltd. (CSOC) เพื่อพิจารณาเสนอกระทรวงกลาโหมเพื่อให้อนุมัติกองทัพเรือจัดจ้างสร้างเรือดำน้ำ และนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อรับทราบการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณข้ามปีตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560-2566 และเพื่อให้ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) หรือผู้แทนเป็นผู้ลงนามในข้อตกลงจ้าง ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย รวมทั้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อตกลงการจ้างฯ ในภายหลังได้


    http://www.isranews.org/isranews-sco...57-dumnam.html

  • SPACE

    15 มี.ค. 2017 - 14:16

    เอาใจจีน... แลกกับการไม่ปิดเขื่อน ม้างคะ  

  • akausa

    16 มี.ค. 2017 - 10:56

    Wichai Buranapinyo : ประมาณเดียวกับเด็กอยากได้ลูกโป่ง ตอนนี้แก๊สหมดลอยไม่ขึ้นแล้ว "เตรียมเลหลัง" อ่ะนะ...

  • PM007

    16 มี.ค. 2017 - 11:01

    ดำได้แบบไม่โผล่ 21 วันเลยนะ

     

    เน่า

  • Prem

    16 มี.ค. 2017 - 11:10

    1.....เอาไว้โชว์วันเด็ก....แน่นอน

    2..... เอาไว้ดำไปมา(ผลาญเงินเล่น)...ระหว่างอ่าวไทย กับ อันดามัน...และ(งานหลัก)ใช้"ขนของ"จากสิงคโปร์

  • akausa

    16 มี.ค. 2017 - 13:52

    ขนอะไรครับ....ตรวจสอบแต่ละครั้งที่กลับเข้ามาได้ไม๊

  • linchi

    16 มี.ค. 2017 - 11:30

    จี้ทัพเรือส่งเอกสารด่วน

    ....

    คงไม่เกิดอภินิหาร เอกสารจมน้ำหายนะ ท่าน

    รบทางบกก็แพ้แล้วแพ้อีก

    ถ้ารบใต้น้ำ มันจะไม่หายไปทั้งเรือทั้งคนหรือครับท่าน

  • akausa

    16 มี.ค. 2017 - 13:52

    มีข่าวให้เห็นอยู่นะ..เรื่องเรือดำน้ำหายเนี่ย...

  • ลุงซิ่ง

    16 มี.ค. 2017 - 12:05

    น้องเนส เน็ตไอดอล

  • นิตยบุตร

    20 มี.ค. 2017 - 03:35

    ไม่ได้คัดค้านเรือดำน้ำ ฯลฯ เสียทีเดียว แต่ไม่แน่ใจความโปร่งใส ว่างั้นเถอะ


loading...