กม.วิบัติรัฐอสูรกาย ?!

กม.วิบัติรัฐอสูรกาย ?!

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/news_6252819

กม.วิบัติรัฐอสูรกาย

2 เม.ย. 2564 - 09:04 น.
 
 
 
คอลัมน์ ใบตองแห้ง

กม.วิบัติรัฐอสูรกาย – การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือปราบม็อบ กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะเห็นชัดว่าเลือกปฏิบัติ “หมู่บ้านทะลุฟ้า” โดนกล่าวหาว่าแพร่โควิด ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.โรคติดต่อ ตำรวจระดม คฝ.เข้าสลาย แต่นักร้อง ส.ส. ใส่ชุดไทยไปเซิร์ฟสเกต เฮฮาถ่ายภาพไม่ใส่หน้ากาก ไม่เห็นเป็นไร

พูดอย่างนี้ไม่ใช่ให้เอาผิดมาดามเดียร์ โจอี้บอย เพราะไม่มีใครควรถูกจับ คนขึ้นรถเมล์รถไฟฟ้าแออัดกว่าหมู่บ้านทะลุฟ้าหลายเท่า แต่ก็ทำให้คนเชื่อว่า ม็อบถูกสลายเพราะรัฐบาลไม่พอใจ ไม่อยากให้โห่ไล่ รบกวนบรรยากาศชื่นมื่นถ่ายภาพ ครม.ใหม่

การชุมนุมโดยสงบ เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ตำรวจอ้างโควิดมาละเมิดสิทธิประชาธิปไตย บอกให้แยกย้ายใน 3 นาที พูดไปทำไม ม็อบไม่มีอาวุธก็เอาเซ็กซ์ทอยไปโชว์ ทั้งที่ไม่ได้ใช้ทิ่มปากตำรวจสักหน่อย

การใช้อำนาจใช้กำลัง อย่างสลายม็อบ 20 มี.ค. ทำให้ตำรวจถูกประณาม ถูกเกลียดชัง เสียหายต่อภาพลักษณ์ศักดิ์ศรีตำรวจ (ถ้ายังมี) แล้วยังกระทบไปถึงความเชื่อถือ ต่อกระบวนการยุติธรรม เมื่อตำรวจทำสำนวนส่ง อัยการก็รีบสั่งฟ้อง แล้วศาลไม่ให้ประกัน

จนเกิด “ข่าวลือ” ที่โฆษกศาลออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งในมุมกลับ แปลว่า “ข่าวลือ” นั้นแพร่หลายกว้างขวาง

กระทั่งรังสิมันต์ โรม จะเสนอกรรมาธิการการกฎหมาย เชิญประธานศาลฎีกามาชี้แจง แต่ฝ่ายนิติบัญญัติด้วยกันกลับ ขัดขวางว่าทำไม่ได้ ทั้งที่โดยหลักการแบ่งแยกอำนาจ 3 ฝ่าย แม้อำนาจตุลาการมีอิสระในการวินิจฉัยคดี สภาแทรกแซงไม่ได้ แต่เมื่อเกิดกรณีที่กระทบต่อความเชื่อมั่น ก็มีหน้าที่รับผิดชอบที่จะต้องชี้แจงเรื่องนั้นๆ ต่อประชาชนผ่านรัฐสภา

เอาเถอะ ถึงไม่มาชี้แจง ศาลก็ตระหนักดีว่าสถานการณ์ขณะนี้เป็นอย่างไร เพนกวินอดอาหารมานานสองสัปดาห์ รุ้งเริ่มอดวันที่สาม สมยศ พฤกษาเกษมสุข แถลงต่อศาลให้ประหารชีวิตยังดีกว่า

ผู้มีอำนาจน่าจะรู้ว่า การจัดการกับม็อบและแกนนำอย่างรุนแรง ไม่สามารถปราบปรามพลังคนรุ่นใหม่ได้ แม้วันนี้ ดูปรากฏการณ์เหมือน “ม็อบแผ่ว” แต่ตราบใดที่ความขัดแย้งยังรุนแรง ผู้มีอำนาจไม่ประนีประนอม ไม่ถอยแม้ก้าวเดียวกลับใช้กฎหมายรุกไล่ ก็อย่าคิดว่าจะเอาชนะความคิดคนรุ่นใหม่ได้

 

การรบกับคนรุ่นใหม่ Gen-Y Gen-Z ถึงชนะก็เสียหายรุนแรง เช่นถ้าปราบให้เข็ดหลาบ จับเข้าคุกสักพัน เรียกร้องให้ปล่อยเพื่อนก็ใช้แก๊สน้ำตากระสุนยาง ฯลฯ คนรุ่นใหม่อาจท้อแท้ แตกพ่าย หนีไปเรียนไปทำงานต่างประเทศ ที่เหลืออยู่ก็ยอมจำนน ไม่มีปากเสียง

 

ก็อาจทำได้ แต่ประเทศนี้จะสูญเสียพลังสร้างสรรค์พลังความคิดของคนรุ่นใหม่ เมืองไทยไม่ใช่จีน มีแผ่นดินกว้างใหญ่มีคนเป็นพันล้านจนไม่ต้องแยแสคนรุ่นใหม่ฮ่องกง

นั่นยังมองโลกแง่ดี สำหรับอำนาจอนุรักษนิยม เพราะถ้ามองแง่ร้าย ปัญหาต่างๆ ในระบอบประยุทธ์จะยิ่งขมวดปม ทั้งการเมืองเศรษฐกิจ ที่ทุกวันนี้อยู่ได้ด้วยเงินกระตุ้น และขายฝันว่าโควิดกำลังจะพ้นไป ท่องเที่ยวไทยกำลังจะกลับมา

แต่วิกฤตของรัฐกู่ไม่กลับ เศรษฐกิจ disrupted หลังโควิดจะไม่เป็นอย่างที่เล็งผลเลิศ การเมืองสับสนวุ่นวาย แม้ท่าทีรัฐบาลโอนอ่อนให้ผ่าน พ.ร.บ.ประชามติ การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังห่างไกลมาก และเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ไม่ว่ากับฝ่ายค้านหรือพรรคร่วมรัฐบาลกันเอง ขณะที่เครดิตนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลก็ย่ำแย่ ประชาชนไม่ไว้วางใจ

วิกฤตยังเกิดได้เป็นระลอกๆ ยังเรียกม็อบได้อีกเรื่อยๆ ไม่ว่าคนรุ่นไหน อย่าปรามาสไป ต่อให้ไม่มีคนไปร่วมกับ “ตู่-จตุพร” ฝ่ายอนุรักษนิยมที่ไม่เอา “ตู่-ป้อม” ก็มีจริง เพียงแต่ยังรวมกันไม่ติด ที่ผ่านมาก็กระอักกระอ่วนไม่อยากร่วมกับคนรุ่นใหม่

คลื่นใต้น้ำจะผุดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทุกฝ่ายมองว่า การแก้รัฐธรรมนูญถูกปิดกั้น ทำให้ประยุทธ์ผูกขาดอำนาจได้อีกยาวนาน

การใช้กฎหมายเป็นอาวุธ อย่างอยุติธรรม ก็ทำให้อาวุธบิ่นหัก กฎหมายวิบัติ กระบวนการยุติธรรมหมดความเชื่อถือศรัทธา แม้พยายามบอกว่า ใช้กับม็อบเท่านั้น ประชาชนทั่วไปไม่กระทบ ความเชื่อถือก็หมดไปด้วยกัน

ไม่ต้องพูดถึง “ข่าวลือ” ก็เชื่อได้ว่า คนในกระบวนการยุติธรรมย่อมกังวลต่อผลกระทบ นักวิชาการก็เริ่มตื่นตัว 4 คณบดีนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ จุฬาฯ เชียงใหม่ สงขลาฯ เห็นพ้องว่าจะต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมฟื้นวิกฤตศรัทธา

ธงชัย วินิจจะกูล เพิ่งกล่าวถึงปัญหานิติรัฐ ว่ากฎหมายไทยเป็นเครื่องมือที่รัฐใช้ควบคุมประชาชน ต่างจากกฎหมายตะวันตก ซึ่งใช้จำกัดอำนาจรัฐไม่ให้ละเมิดสิทธิประชาชน ที่ชาวบ้านทั่วไปไม่ชอบตำรวจ พูดกันว่าตำรวจคือกฎหมาย ที่จริงไม่ใช่แค่ตำรวจแต่รวมเจ้าหน้าที่ทั้งหมด รัฐไทยเป็นรัฐที่มีอำนาจมากๆ จนเรียกได้ว่า “รัฐอสูรกาย” ที่เห็นประชาชนเป็นศัตรู เพราะถ้าประชาชนเข้มแข็ง รัฐยิ่งไม่มั่นคง

ถ้าไม่ปรับตัว ประเทศนี้จะปฏิรูปอะไรไม่ได้เลย จนรัฐอสูรกายทำให้เกิดวิบัติฉิบหายหมดแล้วค่อยก่อร่างใหม่จากซากเก่า

 
 
  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    3
  • เศร้า
    1

4 ความเห็น

 
ICT

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/in-the-news/news_6247613

ข่าวข้น คนเข้ม - บิ๊ก​ตู่คิดอย่างไร เมื่อมีคนขุดภาพเก่า ก็นั่งไขว่ห้าง​เช่นกัน​

2 เม.ย. 2564 - 01:51 น.
 
 
 

นั่งไขว่ห้าง – หนังสือพิมพ์ ข่าวสด กี่ขดไส้สาวสนอง เสนอนอ ฉบับนี้ตรง กับวันศุกร์ที่ 2 เดือนเมษายน พุทธศักราช 2564 แรม 5 ค่ำ เดือน 5 ปีชวด

ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา พระธรรมฐิติญาณ วัดบึงพระลานชัย พระอารามหลวง จ.ร้อยเอ็ด ขึ้นเป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีนามจารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมวชิรโสภณ ศิษยานุศิษย์ชาวจังหวัดร้อยเอ็ดต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น อีกรูป พระราชภาวนาวิกรม วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี ก็ได้รับ พระบรมราชโองการ โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์เป็น พระเทพวชิรญาณ ยังความปีติแก่พุทธศาสนิกชนโดยทั่วกัน

เรื่องราวของนายกฯเที่ยวล่าสุด มาเจอแค่ นั่งไขว่ห้าง ก็รับไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คิดทบทวนอย่างไร เมื่อมีคนขุดเอา ภาพเก่า เมื่อครั้ง นายกฯ ไปประชุมต่างประเทศแล้ว นั่งไขว่ห้าง บนเวทีเช่นกัน

นึกๆ แล้วต้องเห็นใจในทุกรายที่เป็นคนสูงวัยมีเจ็บป่วยในกายกับการฉีดวัคซีนโควิด เช่นกรณี บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในวัย 76 ปี บายพาสมาก็หลายเส้น โดนกดดันเรื่องวัคซีน จนต้องตัดสินใจฉีด เพื่อความเชื่อมั่นในฐานะครม. ขอเบิกไปฉีดที่ร.พ.เจ้าประจำ เพื่อรับประกันความปลอดภัย ใกล้มือหมอหากเกิดอาการข้างเคียง ลงเอยผ่านไปได้ด้วยดี ก็ถือว่าโชคดีและต้องเห็นใจเข้าใจ

ประกาศต่อสาธารณะ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดง ลั่นจุดยืนหลังได้ คืนอิสรภาพ ยืนยันจะอยู่เคียงข้าง นิสิตนักศึกษา และ เยาวชน คนรุ่นใหม่ ที่กำลังต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย บอกที่เด็กๆ ต้องออกมาต่อสู้แบบนี้ เป็นเพราะในรุ่น นปช. ทำไม่สำเร็จ ที่สำคัญเสนอว่าต้องเอา คนที่ต้องคดีจากการชุมนุม ออกมาจากที่คุมขังก่อน แล้วผู้ใหญ่ ค่อยมาคุยหาทางออกร่วมกัน

เมษายนหน้าร้อนปีนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ว่าอุณหภูมิบางวัน อาจทะลุถึง 41 องศา สลับกับพายุฝน ลมกระโชก ลูกเห็บตก ประกาศสงกรานต์ ของ ปีฉลู ก็ดูน่ากลัว นางสงกรานต์ นามว่า รากษสเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกบัวหลวง อาภรณ์แก้วโมรา ภักษาหาร โลหิต พระหัตถ์ขวาทรง ตรีศูล พระหัตถ์ซ้าย ทรงธนู เสด็จไสยาสน์หลับเนตรมาเหนือหลัง วราหะ(หมู)เป็นพาหนะ

 

ความเสียหายจากภัยธรรมชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์ พายุฤดูร้อน ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. เกิดวาตภัยในพื้นที่ 38 จังหวัด ทั่วประเทศ ภาคเหนือ มี 15 จังหวัด ภาคอีสาน มี 18 จังหวัด ภาคตะวันออก มี 2 จังหวัด ภาคกลาง 2 จังหวัด และ ภาคใต้ มี 1 จังหวัด บ้านเรือน เสียหาย 4,444 หลัง สถานที่ราชการ 1 แห่ง ผู้เสียชีวิต 5 ราย (นครราชสีมา 1 ลำปาง 1 หนองคาย 2 และสุราษฎร์ธานี 1 ) บาดเจ็บ 7 คน

 

สันตะวา

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    4
 
ICT

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/blunt-opinion/news_6247340

ชกไม่มีมุม - มองดูบทเรียนพม่า ใกล้เป็นสงครามเต็มตัว

2 เม.ย. 2564 - 01:51 น.
 
 
 

มองดูบทเรียนพม่าใกล้เป็นสงครามเต็มตัว – ยอดคนตายในพม่า จากการถูกปราบปรามโดย เจ้าหน้าที่รัฐ เกินกว่าครึ่งพันศพแล้ว และยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างน่าตกใจ เพราะยิ่งเข่นฆ่าประชาชนที่ออกมาประท้วง ยิ่งเพิ่มแรงแค้น ยิ่งลุกฮือออกมาต่อสู้อย่างไม่มีทีท่าจะหยุดยั้งได้

เป็นบทเรียนให้กับผู้มีอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นพม่า หรือประเทศใกล้ๆ ว่าการใช้อำนาจรุนแรง ไม่ได้ทำให้คนหวาดกลัว ไม่อาจหยุดยั้งคลื่นการต่อสู้ของประชาชนได้

ล่าสุดสื่อมวลชนในพม่า สำนักข่าวเมียนมานาว รายงานว่า ประชาชนที่ทนไม่ไหวจากการถูกไล่ฆ่าฝ่ายเดียว เริ่มเรียกหาการจัดตั้งกองกำลังของประชาชน เพื่อจับอาวุธขึ้นสู้

เป็นไปตามพัฒนาการของสถานการณ์ความรุนแรง ที่เกิดขึ้นมาแล้วทั่วโลก

ถ้ารัฐปราบไม่หยุด สุดท้ายก็กลายเป็นการจับปืนของฝ่ายประชาชน

กลายเป็นสงครามกลางเมืองไปในที่สุด!

จากจุดเริ่ม ประชาชนออกมารวมตัวกันประท้วงต่อต้านรัฐบาล แล้วฝ่ายรัฐไม่ยินยอมรับฟัง ใช้กำลังใช้อำนาจเข้าสลายการประท้วง

ฝ่ายรัฐก็เริ่มจากยิงแก๊สน้ำตา รถฉีดน้ำ ใช้กระบองไล่ทุบตี ไปจนถึงยิงกระสุนยาง ส่วนฝ่ายประชาชนก็เริ่มใช้วัสดุที่พอหาได้ ประดิษฐ์เป็นหนังสติ๊กยิงหิน ไปสู่ระเบิดเพลิง

เมื่อรัฐพัฒนาไปสู่การใช้กระสุนจริง

สุดท้ายประชาชนไม่เพียงไม่สยบยอม กลับเพิ่มขีดการต่อสู้เพื่อเอาคืน เริ่มจะจัดตั้งกองกำลังพร้อมปืน!

คราวนี้ยิ่งรบกันเลือดนอง

 

เป็นวิถีความรุนแรงที่เกิดมาแล้วให้เห็นในหลายๆ ประเทศ และที่พม่ากำลังจะไปสู่จุดนั้นแล้ว!!

 

เป็นเวลา 2 เดือนแล้ว ที่ทหารพม่ายึดอำนาจ แล้วชาวบ้านไม่ยอมทน เกิดการประท้วงไปทั่วทุกพื้นที่ ก่อนสถานการณ์ลุกลามไปสู่การเข่นฆ่าชาวบ้านด้วย กระสุนจริง ศพทบทับทวี

คนยิ่งเดือดแค้น ออกมาต่อต้านรัฐในทุกรูปแบบ จนสภาพบ้านเมืองเต็มไปด้วยไฟลุกโชน เป็นดินแดนมิคสัญญี

วันนี้คนพม่าเริ่มกล่าวกับสื่อว่า ลำพังใช้ หนังยางดีดหิน ปืนประดิษฐ์ ธนู และค็อกเทลโมโลตอฟ ไม่เพียงพอแล้ว ต้องตั้งกองกำลังจับปืนสู้แล้ว

ส่วนหนึ่งคนพม่าพยายามจะหนีไปร่วมกับกองกำลังชนกลุ่มน้อยต่างๆ ที่จับปืนสู้กับทหารพม่าอยู่แล้ว

แต่อีกส่วนที่สู้อยู่ในเมืองต่างๆ เริ่มคิดการตั้งกองกำลังสู้ด้วยอาวุธจริง

พม่ากำลังจะเดินทางไปสู่จุดที่รุนแรงยิ่งขึ้น ใกล้เป็นสงครามเต็มรูปแบบ

ประเทศไทยเราก็เคยผ่านบทเรียน นักศึกษาเข้าป่าจับปืนมาแล้ว

แต่สังคมไทยไม่ค่อยสรุปบทเรียน

ผู้มีอำนาจควรหันไปมองดูพัฒนาการเลวร้ายที่พม่าเอาไว้เพื่อเตือนสติตัวเองให้มากๆ!

วงค์ ตาวัน

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    2
 
3 ส

ไอ้เห้ตู่ไอ้เห้ตลกไทยโคตรเลวใช้กม.ทำร้ายราษฎร

อ้วก

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    3
 
ลุงแพะ

รุ่นใหญ่มาแล้ว....มาช้าดีกว่าไม่มา  เยื่ม

https://www.matichon.co.th/politics/news_2653678

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1