“Thailand Digital Society”ฟันเฟืองสำคัญของการพัฒนาประเทศ ดีป้าเร่งติดอาวุธทักษะดิจิทัลให้ผู้นำยกระดับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

“Thailand Digital Society”ฟันเฟืองสำคัญของการพัฒนาประเทศ ดีป้าเร่งติดอาวุธทักษะดิจิทัลให้ผู้นำยกระดับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

          สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่เป็นฟันเฟืองในการพัฒนาประเทศสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล แต่กลับขาดแคลนอย่างมากนั่นคือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้พร้อมรองรับการทำงานในยุคThailand4.0 ซึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะก้าวไปสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนนั้น ผู้บริหารระดับสูงทั้งจากภาครัฐและเอกชนถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการนำพาองค์กรและประเทศไทยก้าวไปสู่ “Thailand Digital Society”

          ทั้งนี้ในงานอบรมหลักสูตร “ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล” (Digital CEO) รุ่นที่ 2 ซึ่งจัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้บริหารระดับผู้นำสูงขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบโดยมี พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีประธานเปิดหลักสูตร พร้อมกับปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ "Thailand Digital Society"ให้กับผู้เข้าอบรมซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและเอกชนจำนวน 84 คนให้ได้ฟัง โดยมี ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ให้การต้อนรับ ณ อาคารลาดพร้าวฮิลล์

          พลอากาศเอกประจินได้กล่าวถึงความสำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งทุกองค์กรต่างต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์การวางแผนกลยุทธ์และการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในองค์กร เป็นการติดอาวุธด้วยทักษะดิจิทัลสำหรับการทำงานให้แก่บุคลากรที่จะช่วยผลักดันให้เกิดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น

          “เพราะเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ใช่แค่เครื่องมือสนับสนุนการทำงาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมร่วมสมัย กลมกลืนเข้ากับชีวิตประจำวัน หลอมรวมเข้ากับการทำงานและการใช้ชีวิตจนกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นพลังผลักดันให้ทั้งประเทศเปลี่ยนแปลงไปถึงระดับรากฐาน โดยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมีความสำคัญในชีวิตประจำวันของคน/ครอบครัว  ทุกวันนี้เราใช้งานเทคโนโลยีที่เรียกว่า Internet of Thingsโดยไม่รู้ตัว  ด้วยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์ที่อยู่ในมือไม่ว่าจะเป็น tablet,smart phone หรืออุปกรณ์อื่นๆ ทำให้คนเราสามารถเชื่อมต่อระหว่างกัน หรือเรียกว่าทุกสรรพสิ่งได้ โดยมีเซนเซอร์ที่ติดเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ เป็นตัวเชื่อมโยง เช่น ตู้เย็นอัจฉริยะที่มีตัวตรวจจับจำนวนสิ่งของต่างๆในตู้เย็นเมื่ออาหารในตู้เย็นใกล้จะหมดอายุหรือสิ่งใดหมด จะมีข้อความแจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนให้เราสั่งซื้อของได้นาฬิกาอัจฉริยะที่มีความสามารถมากกว่าใช้ดูเวลาเท่านั้น เช่น ถ่ายรูป บันทึกวิดีโอ รับ-ส่งอีเมล จับเวลา นับก้าวเดิน คำนวณระยะและพลังงานที่ร่างกายใช้นอกจากนี้ยังใช้เป็นรีโมตคอนโทรลของโทรทัศน์ ได้อีกด้วย หรือในทางการแพทย์ใช้ในการวิเคราะห์ ตรวจสอบอาการของคนไข้ผ่านอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้ที่บ้านของคนไข้เองได้ เป็นต้น

          เทคโนโลยีดิจิทัลจะเป็นตัวเร่งการขับเคลื่อนประเทศตามแนวนโยบายไทยแลนด์  4.0  และเป็นเครื่องมือที่จะพลิกโฉมประเทศไทย ตามแนวทางของ “Digital Transformation” ประเด็นสำคัญของการพัฒนาที่มีความก้าวหน้าเป็นรูปธรรมอย่างมาก 4 ด้าน ได้แก่ 1) การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ 2) การพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล 3) การปรับเปลี่ยนภาคอุตสาหกรรมสู่ดิจิทัลไทยแลนด์ และ 4) การขับเคลื่อนชุมชนสู่สังคมดิจิทัล

          อาจกล่าวได้ว่าปีที่ผ่านมาเป็นปีของการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทันสมัย ครอบคลุมทุกพื้นที่ จากนี้ไปประเทศไทยเริ่มเปลี่ยนผ่านด้วยดิจิทัล (digital transformation) และข้อมูลขนาดใหญ่(Big Data)ที่ท่านจะได้เห็นและรู้สึกได้อย่างชัดเจนในมิติแรกคือการขยายโครงสร้างพื้นฐานให้ประชาชนเข้าถึงได้ด้วยราคาที่เหมาะสมรองรับการพัฒนาเมืองเป็น Smart City เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและช่วยให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักความเหลื่อมล้ำของความมั่งคั่ง

          ที่ผ่านมาประเทศไทยได้เร่งขับเคลื่อนการพลิกโฉมประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติ รัฐบาลมุ่งมั่นและใส่ใจดูแลประชาชนทุกคนด้วยการวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วประเทศ สร้างรายได้ให้ประชาชนในชุมชนผ่าน E-Commerce และการยกระดับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพ การเรียนรู้ การเข้าถึงบริการของรัฐ การทำการเกษตรยุคใหม่ รัฐบาลเร่งปรับฐานเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมดิจิทัลผ่านโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ อาทิ Smart City, Coding Nation, Digital Transformation และ Digital Park Thailand ที่จะส่งให้ไทยเป็นผู้นำด้านการค้าการลงทุน และการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลของภูมิภาค

          การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลต้องการพลังจากทุกภาคส่วน ซึ่งผู้นำองค์กรต่างๆจะเป็นกำลังสำคัญเพื่อช่วยกันขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่การเป็นสังคมเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    2
  • เศร้า
    1