เทศกาลพักตับ...งดเหล้าเข้าพรรษา

เทศกาลพักตับ...งดเหล้าเข้าพรรษา

ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 16 กรกฎาคม 2559 00:00:44 น.

เป็นที่ทราบกันดีว่า "ประเทศไทย" ใช้ "วันเข้าพรรษา" เป็น "วันงดดื่มสุราแห่งชาติ"และมีการจัดกิจกรรม "งดเหล้าเข้าพรรษา" มาอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ ทาง สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมชวนประชาชนคนไทย "ลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์" ภายใต้กิจกรรมที่ชื่อว่า "เทศกาลพักตับ"สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ไม่ว่าจะดื่มมากดื่มน้อยแค่ไหนก็ส่งผลกระทบด้านลบต่อร่างกายไม่ในทางตรง ก็ทางอ้อมโดยเฉพาะ "ตับ" ซึ่งเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่สำคัญของร่างกาย ตับมีหน้าที่กำจัดของเสียที่ร่างกายเราได้รับมาจากอาหารหรือสารเคมี เช่น ยา แอลกอฮอล์ ดังนั้นหากเราดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเป็นระยะเวลานานผลเสียที่จะตามมา คือ "โรคตับแข็ง"นั่นเอง

ในปีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญในวันงดดื่มสุราแห่งชาติว่า "ครอบครัว เยาวชน คนรุ่นใหม่ ห่างไกลสุรา พาชาติเจริญ" ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่พบว่า ในปี 2558 มีประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป ดื่มสุราประมาณ 17 ล้านคน ผู้ชายดื่มมากกว่าผู้หญิงประมาณ 4 เท่าตัว อีกทั้งยังพบว่า การดื่มสุราเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วย เสียชีวิตก่อนวัยอันควร การเกิดอุบัติเหตุ และร้อยละ 43 ของทุกครอบครัวมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งสูงกว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล 2 เท่า และสูงกว่าค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษา 3 เท่า

น.พ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคมโรงพยาบาลน่าน จังหวัดน่าน อธิบายว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสารเคมีที่เป็นพิษต่อตับ ส่วนตับมีหน้าที่เหมือนโรงงานกำจัดขยะ เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปมากๆ จะทำให้ตับทำงานหนัก ประสิทธิภาพจะลดลงเรื่อยๆ และเมื่อเกิดโรคขึ้นมา นั่นแสดงว่า ตับทำงานหนัก และสูญเสียการทำงานไปแล้ว ซึ่งบางคนเมื่อไปตรวจเลือดจึงพบว่า การทำงานของเอนไซม์ในตับลดลง สำหรับผลกระทบของแอลกอฮอล์ที่มีต่อตับ เริ่มจาก ไขมันสะสมในตับ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงในระยะเริ่มต้น หากหยุดดื่มตับจะกลับมาทำงานเป็นปกติ

ส่วนระยะต่อมาคือตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ ตับจะมีขนาดใหญ่ และกดเจ็บ แต่หากหยุดดื่มอาการจะดีขึ้นและอาจกลับมาเป็นปกติ แต่หากยังดื่มต่อจะมีโอกาสลามเข้าสู่ระยะ 3 คือตับแข็ง การรักษาคือต้องหยุดดื่มเด็ดขาด เนื่องจากเป็นระยะสุดท้ายที่พังผืดเกาะอยู่ที่เนื้อตับ ทำให้ตับมีลักษณะผิวไม่เรียบ ขรุขระ เป็นก้อน ผู้ป่วยระยะนี้มักจะมาพบแพทย์ด้วยอาการดีซ่าน ท้องมาน หรืออาเจียนเป็นเลือดสดๆ เนื่องจากเส้นเลือดขอดในหลอดอาหารแตก นอกจากนี้ผู้ที่เป็นตับแข็งมีโอกาสเสี่ยงเกิดมะเร็งตับ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเสียชีวิตสูง

"การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเข้าพรรษา จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยดูแลตับ พักตับไม่ให้ได้รับสารเคมีในช่วง 3 เดือน เท่ากับเป็นการช่วยให้ตับทำงานได้ดี ไม่ให้ตับเกิดความเสียหายมากขึ้น และอีกหลายๆ คนใช้เทศกาลเข้าพรรษาเป็นแรงจูงใจให้เลิกดื่มแอลกอฮอล์ได้ อย่าลืมว่าการทำงานของตับมีกำลังสำรองในการทำงานประมาณ 3 เท่า หากยังดื่มทุกวัน จะไม่รู้ตัวว่าตับถูกทำลาย และเมื่อตับถูกทำลายลงไปถึง 75% ร่างกายจะแสดงผลออกมาคือ โรคตับแข็ง ซึ่งตับจะไม่สามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกติอีกต่อไป" น.พ.พงศ์เทพ ระบุ

ด้านนายอนันต์ สนหลี ตัวอย่างนักดื่มหันมาเข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา เล่าว่า ตนเองดื่มเหล้ามาตลอดมากกว่า 20 ปี โดยมีพฤติกรรมดื่มเหล้าวันละ 1 กั๊ก ทุกวันก่อนอาหาร เพื่อให้นอนหลับสบาย แต่ถ้าถามว่าทำไมถึงคิดจะเลิกเหล้าในวันเข้าพรรษาตนตอบได้เลยว่า ได้น้าเขยเป็นแรงจูงใจในการสั่งสอน จึงได้ให้สัญญากับตัวเองว่า จะเลิกเหล้าในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ซึ่งตนก็ทำได้ และพบข้อดีของการเลิกเหล้าได้ว่า ประหยัดค่าเหล้าได้มาก เพราะทุกวันนี้ค่าเหล้ามีราคาสูงขึ้น อีกทั้งยังทำให้ร่างกายตนเองดีขึ้นทานข้าวหรืออาหารได้มากขึ้น ร่างกายสมบูรณ์ขึ้นต่างจากช่วงที่ยังดื่มเหล้าอยู่

ส่วนนายศิริศักดิ์ หาญชนะ ผู้นำชุมชนหมู่บ้านธนะสิน กล่าวว่า ตนนั้นดื่มทั้งเหล้าและเบียร์ ไม่ว่าจะไปงานเลี้ยงที่ใดเป็นต้องดื่ม นอกจากนี้ตนเองยังมีโรคความดันโลหิตสูง และมีไขมันในเลือด จากประสบการณ์ที่เข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา พบว่าสุขภาพของตนดีขึ้นมาก อีกทั้งตัวเองเป็นผู้นำชุมชน จะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับชุมชน ประหยัดค่าเหล้าที่เมื่อก่อนจะเสียเงินไปมากถึง 3,000-5,000 บาทต่อเดือน การที่เรางดเหล้าเข้าพรรษาได้เหมือนเป็นสัญญาใจของเราเองที่ตั้งมั่นว่าจะ ต้องทำให้ได้ ซึ่งผลที่ได้คือ เรามีสุขภาพที่ดีมากขึ้น มีสติในการทำงานมากขึ้น เพราะคนที่เมาก็เหมือนกับคนป่วยที่เอาแต่นอนไม่สามารถทำอะไรได้ เราเอาเวลาที่มีไปดูแลรักษาโรคเรื้อรังของตัวเองดีกว่า และตนตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะต้องเลิกเหล้าให้ได้เด็ดขาดภายใน 2-3 เดือนข้างหน้าให้ได้

เทศกาลเข้าพรรษา เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการนำทุนสังคมและวัฒนธรรมมาใช้ในการควบคุมเครื่อง ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นการดำเนินการเชิงบวกเพื่อก่อประโยชน์ต่อประเทศในภาพรวมและส่งผลดีต่อ สังคมในระยะยาวต่อไป ส่วนผู้ที่ต้องการขอคำปรึกษาในการงดดื่มสามารถโทร.มาได้ที่สายด่วนเลิกสุรา 1413

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/bmnd/2465897


loading...