หมอใบไม้: โฟเลท...มีในผัก-ผลไม้เพียบ

คอลัมน์: หมอใบไม้: โฟเลท...มีในผัก-ผลไม้เพียบ
ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 10 มกราคม 2559 00:00:41 น.
กิตติ บุษปวนิช
มีโฆษณานมอยู่ชิ้นหนึ่งทั้งในทีวี สิ่งพิมพ์ เว็บไซต์ก็ด้วย

เป็นโฆษณาชี้ชวนให้คุณแม่รุ่นใหม่ ใครที่เริ่มตั้งครรภ์ ควรต้องดื่มนมยี่ห้อนี้ ไม่ต้องบอกชื่อเสียงเรียงนามก็คงทราบกันดี นมยี่ห้อนี้อวดอ้างสรรพคุณว่า...มีโฟเลท เป็นสารอาหารสำคัญ ใครตั้งท้องควรต้องกินอย่างยิ่ง

เล่นกันแบบเนียนๆ ชาวบ้านชาวช่องส่วนใหญ่ก็ไม่รู้หรอกว่าโฟเลทมันคืออะไร แล้วทำไมต้องกิน เป็นการทำโฆษณาแบบด้วนๆ ไม่บอกว่าโฟเลทมันมีความจำเป็นต่อหญิง ตั้งครรภ์ประมาณว่าขาดมันไม่ได้ เป็นกลยุทธ์โฆษณาเชิงหมกเม็ด ทำอะไรให้ผู้คนสงสัย...จะได้งง และสามารถจดจำสินค้าตัวนี้ได้ แม้แต่ผู้ชายเองที่ไม่ได้ตั้งท้องก็ยังรู้จักนมยี่ห้อนี้ เป็นชิ้นงานโฆษณาที่ประสบความสำเร็จชิ้นหนึ่ง แม้จะเป็นโฆษณาแบบด้วนๆ ก็โกยเงินไปได้ เพราะเหลาบรรดาแม่ลูกน้อย ต่างยอมควักกระเป๋า ทั้งเงินตัวเองหรือเงินสามี ไขว่คว้าเอามันมากินจนได้

ได้เจอคนท้องหลายคน แกล้งๆ ถามว่ากินนมตัวนี้ไหม...? ส่วนใหญ่...ตอบว่ากิน รู้ไหมว่าในนมที่ว่านี้มีโฟเลท...แล้วโฟเลท คืออะไร กินไปทำไม...? คำถามที่สองทำให้อึ้งไปนิด...แล้วตอบว่าไม่รู้ ว่าโฟเลทคืออะไร รู้แต่ว่ากินแล้วต้องดีต่อลูกในท้อง

ผมชื่นชมผู้หญิงเหลานี้ ที่มีสัญชาตญาณต่อความรักซึ่งลูกคือเงื่อนไขของความรักนี้...อะไรก็ได้เพื่อ ลูกทำได้หมด แบบนี้คือทำไปก่อน แม้ไม่รู้ว่านี่คืออะไร รู้แต่ว่ามันดี ก็ต้องรีบทำ ความรักของแม่ที่พรรณนาในบทเพลงค่าน้ำนม จึงซาบซึ้งตรึงอารมณ์ไม่เคยเสื่อมคลาย ทุกปีเพลงนี้จะถูกเปิดทางสถานีวิทยุ ในวันแม่ หรือรายการอะไรที่เกี่ยวกับแม่ แม้ผ่านเลยมากึ่งศตวรรษแล้ว แต่ผู้คนก็ยังต้องฟังเพลงนี้กัน

ตอนนี้โฆษณานมมีโฟเลทแผ่วลงไปแล้ว เชื่อได้ว่าน่าเป็นสินค้าติดลมบน ไม่ต้องพึ่งการโฆษณามากนัก เพียงแค่ค่อยๆ ตอดเล็กตอดน้อย ไม่ให้ผู้คนลืม เท่านี้ก็พอเพียงแล้ว

ประหยัดค่าการตลาดไปได้เยอะ หากเป็นการออกอากาศทางทีวี จะสามารถเก็บเงินส่วนนี้ไว้ได้ถึงหลายร้อยล้านบาทต่อปี...คราวนี้ก็ควรรู้ เสียทีว่า...สารโฟเลท มันมีหน้าตาอย่างไร ทำไมต้องกิน การขาดโฟเลทของทารกในครรภ์ เจ้าตัวน้อยมีความเสี่ยงสูงต่อความพิกลพิการทางสมองและประสาท โดยเรียกอาการนี้ว่า Neural Tube Defects ทันทีที่ผู้เป็นแม่เริ่มอุ้มลูกน้อยในครรภ์ ช่วง 3 เดือนแรก หากลูกน้อยยังไม่ได้รับธาตุโฟเลท ย่อมมีความเสี่ยงสูงมากที่ แกนกลางประสาทอาจเกิดความพิการได้...และหากไปขาดเอาช่วงท้ายก่อนคลอด จะส่งผลให้สมองและไขสันหลังผิดปกติได้

การขาดธาตุโฟเลทในทารก...อย่างแรกมีผลต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง แล้วระบบสมอง เซลล์สมองจะเจริญเติบโตช้า คลอดออกมาหัวจะลีบเล็ก การเจริญเติบโตทางร่างกายจะช้ามาก ที่สำคัญการพัฒนาทางสมอง ยิ่งช้ามาก พูดง่ายๆ ว่าจะเป็นเด็กไอคิวต่ำ เรียนหนังสือไม่ทันเพื่อน ไม่รับรู้อะไรรอบตัวเอง อาการรุนแรงคือไม่สบตาคน ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ เลี้ยงยาก งอแง เด็กออทิสติกแม้ตรวจพบว่าเซลล์สมองขาดสารอาหารหลายชนิด ก็ขาดโฟเลท หรือกรด โฟลิกด้วยเช่นกัน

เด็กที่มีพัฒนาการช้า มักจะขาดสารอาหารอย่างเช่น ทองแดง แมงกานิส แมกนิเซียม...และที่ขาดชัดเจนคือกลุ่มวิตามินบี ซึ่งเป็นธาตุอาหารบำรุงระบบประสาทโดยตรง และโฟเลท เป็นธาตุอาหารในกลุ่มวิตามินบีเช่นกัน...หากช่วง 3 เดือนแรก ทารกในครรภ์ขาดธาตุโฟเลท จึงเสี่ยงต่อระบบเลือดและสมองดังที่กล่าว

ปัญหาต่อมา ระบบประสาทไขสันหลัง...ซึ่งเป็นการขาดธาตุโฟเลทในช่วงราว 3 เดือนก่อนคลอด ผู้เป็นมารดาอาจเผชิญนาทีวิกฤติ เมื่อทารกคลอดก่อนกำหนด น้ำคร่ำเดินและปวดหน่วงกะทันหัน ต้องนอนร้องครวญครางไปโรงพยาบาลก่อนหมอนัด อย่างนี้ไม่ดีเลย เพราะการเจริญเติบโตของทารก ในครรภ์ยังไม่เต็มร้อย ภูมิต้านทานยังอ่อนแอ ยังไม่พร้อมจะลืมตาออกมาดูโลก

เป็นอย่างสมัยก่อนมารดามีโอกาสแท้งสูง ทั้งมีความเสี่ยงทั้งแม่-ลูก เหมือนกรณีนางนาคพระโขนง แม้ปัจจุบันมีวิทยาการทางการแพทย์สามารถช่วยชีวิตแม่-ลูกให้รอดได้ทั้งคู่ แต่ลูกน้อยยังมีความเสี่ยง เนื่องด้วยระบบประสาทสันหลังยังไม่สมบูรณ์ ร่างกายอาจพิการได้ รวมถึงระบบการสร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งไขสันหลังต้องทำหน้าที่นี้ มันก็ไม่อาจทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

เด็กที่คลอดก่อนกำหนด จึงต้องเข้าตู้อบ และต้องได้รับแสงแดดอ่อนๆ เมื่อกลับไปอยู่บ้าน ปัจจุบัน การเสียชีวิตของเด็กหรือแม่ มีอัตราความเสี่ยงน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อ 100 ปีที่แล้ว เมื่อหมอฝรั่งได้มาแสดงกรรมวิธีการผ่าเอาเด็กออกมาจากท้องแม่ให้หมอไทย ชมเป็นขวัญตาที่ศิริราชพยาบาลในครั้งกระโน้น นี่จึงถือเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่ต้องเรียนรู้ ยอมรับ

คนไทยได้ข่าวว่าหมอฝรั่งผ่าท้องเอาเด็กออกมาได้ต่างโจษขานถึงความ เก่งกาจบางคนยังมีจินตนาการไปอีกว่าอย่างนี้หมอฝรั่งก็ทำลูกกรอกได้สิ เหมือนขุนแผนผ่าท้องนางบัวคลี่ ฆ่าเมียตายเอาผี
ลูกตัวเองมาใช้งาน มันเป็นพ่อโหดไปไหมเนี่ยไอ้แผน ทำได้กระทั่งลูกเมีย

ใครเคยเที่ยวงานวัด คงเคยได้เห็น เด็กหัวโต เด็กบางคนตัวเล็ก นิดเดียว ลักษณะไม่สมประกอบ เหลานี้คือเด็กที่ขาดธาตุโฟเลทแต่กำเนิด...
และกลายมาเป็นเหยื่อให้พวกค้ามนุษย์หาเงิน
ทำอย่างไรจึงไม่ให้ทารกขาดโฟเลท...

คำตอบ...คืออาหาร...ในผักใบเขียว ทั้งเขียวเข้ม เขียวอ่อน มีธาตุโฟเลททั้งสิ้น...อย่างเช่น คะน้า กวางตุ้ง ปวยเล้ง ตำลึง

แม้แต่ผักกาดขาวก็ยังมีโฟเลทสูง ในผลไม้ก็มี...อย่างเช่น กล้วยทุกชนิด แต่ในกล้วยไข่มีมาก ลิ้นจี่ นี่ก็เยอะ

ทุเรียนนี่แหละคือโฟเลทตัวจริง ผลไม้อื่นๆ อีกมากมายหลายหลาก เรายังจะให้ใครมาหลอกอีกหรือ ต้องไปซื้ออะไรมาเสริมกิน...ในเมื่อระบบโภชนาการของไทย เราต่างสวาปามธาตุโฟเลทไม่เคยว่างเว้น ไอ้ที่เกิดปัญหา เพราะปัญหาการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต หากหญิงไทยยังคงรับประทานอาหารแบบที่ตา-ยาย พ่อ-แม่เรากิน การขาดธาตุโฟเลท จึงเป็นไปไม่ได้

ในผักน้ำพริก...แกงเลียง...แกงส้ม แม่ตักอาหารป้อนใส่ปากตัวเอง ลูกน้อยในครรภ์ก็จะได้รับธาตุโฟเลทด้วยอย่างเหลือล้น การที่คนเราไม่พบแพทย์ และตรวจพบว่าขาดสารอาหาร เพราะเราไม่เข้าใจระบบโภชนาการเองต่างหาก กินผักน้ำพริก กินข้าวซ้อมมือสิ ในธัญพืช ในถั่วงาก็มี โฟเลทเช่นกัน

อย่างนี้...ยังต้องไปซื้อโฟเลทกระป๋องมากินอีกหรือ...แต่หากท่านขาดธาตุ อาหารในกลุ่มวิตามินบี ซึ่งมันจะขาดโฟเลทด้วย ก็คงหนีไม่พ้นต้องยอมเสียสตางค์ ดื่มนมมีโฟเลท ถ้ารวย...ก็ทำไป... หมอใบไม้...08-5151-8844

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/bmnd/2336769


loading...