พิชัย...?

คอลัมน์: ฉลามเขียว: 600 เหรียญ
 
ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- ศุกร์ที่ 11 กันยายน 2558 00:00:02 น.
 
ฉลามเขียว

"เท่าที่ผมได้สอบปากคำผู้ต้องสงสัย พบว่าเดินทางเข้าออกชายแดนไทย 4-5 ครั้ง เดินทางจากเวียดนามก็ได้จ่ายค่ารถรายทางมาตลอดทาง สุดท้ายมาจ่ายที่ชายแดนไทยให้แก่ตำรวจ ตม. จำนวน 600 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 21,000 บาท"

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ตอบอย่างนี้เมื่อนักข่าวว่าผู้ต้องสงสัยคดีระเบิดศาลพระพรหม หน้าโรงแรมเอราวัณ ที่ถูกตำรวจจับไว้แล้ว 2 คน จ่ายเงินให้ตำรวจประจำด่าน ตม.อรัญประเทศเท่าไหร่ จ่ายแก่ใครตำแหน่งใดบ้าง

ผมอ่านข่าวนี้ด้วยความตื่นเต้นมากครับ และขอชื่นชมท่าน พล.ต.อ.สมยศ ว่า กล้าและทำถูกต้องแล้วที่พูดเรื่องนี้ให้นักข่าวฟังและนักข่าวก็สื่อออกไปถึง ประชาชนไทย

นอกจากนี้มีรายงานข่าวด้วยว่าท่าน พล.ต.อ.สมยศ ที่ส่งหนังสือรายงานลับให้ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปแล้วเมื่อวันที่ 10 ก.ย.2558 ถึงวิธีการทำมาหากินของตำรวจประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองบางคนบางกลุ่ม เรื่อง รายงานพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 6 ประการ

1.การรับจ้างทำเรื่องขออยู่ต่อในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย 2.พบพฤติกรรมตำรวจ ตม. ที่ทำ อิน-เอาท์ หรือพิธีการเข้า-ออกประเทศ โดยไม่ถูกต้อง ทั้งที่ทราบอยู่แล้วว่าชาวต่างชาติต้องการอยู่ในประเทศไทยโดยไม่มีเหตุอันจะ อ้างได้ตามกฎหมาย 3.มีการยินยอมให้คนเข้า-ออกเมืองโดยผิดกฎหมาย รับเงินสินบนให้คนเข้าเมืองได้อย่างผิดกฎหมาย ทั้งกรณีที่ไม่มีหนังสือ เดินทาง และมีหนังสือเดินทางแต่ไม่ลงข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นช่องทางของการค้ามนุษย์ 4.มีการประทับตราการเดินทางเท็จเพื่อส่งคนไปประเทศที่ 3 เจ้าหน้าที่ ตม.บางคนได้ลักลอบนำตราประทับไปรับรองการเดินทางเข้าและออกว่าบุคคลดังกล่าว เคยเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อให้ปรากฏประเทศต้นทางและใช้อ้างในการเดินทางไปยังประเทศที่ 3 5.มีพฤติกรรมขายบัตร ตม.6 ที่เป็นเอกสารเข้าออก-ทำงานในไทย โดยพบในด่าน ตม.ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6.มีบางคนทำ VISA on Arriva (การขอวีซ่า ณ ด่าน ตม.) นอกเหนือจากค่าธรรมเนียม โดยพบที่ ในด่าน ตม.สุวรรณภูมิ ตม.ดอนเมือง พบมีการเรียกเก็บเงินค่าทำ VISA on Arrival นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมของทางราชการ

ต่อไปก็รอชมการลงดาบของท่าน พล.อ.ประยุทธ์ ผมเชื่อมือว่าท่านนายกรัฐมนตรีแก้ปัญหานี้ได้แน่

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/bmnd/2248868

 
 
***************************************************************************************************************************
***************************************************************************************************************************
 
 
พิชัย...?
 
ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- ศุกร์ที่ 11 กันยายน 2558 00:00:01 น.
 
นายสบาย
 
"ถูกเชิญปรับทัศนคติอีกแล้วเช้านี้ ทหารจะมารับที่บ้านครับ 9:30 น."

"พิชัย นริพทะพันธุ์" อดีต รมว.พลังงาน พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คส่วนตัว Pichai Naripthaphan. เมื่อช่วงใกล้เวลา 9 น. วันพุธที่ 9 เดือน 9 ปี 2558 แล้วเวลา 09.42 น. ก็ได้โพสต์รูปมีทหารในเครื่องแบบ ทบ. 2 คนเข้าไปรับตัวจากในบ้าน ซึ่งเป็นครั้งที่ 7 แล้ว จากนั้นไม่มีใครรู้เลยว่าพิชัยถูกพาไปที่ไหน ขณะนี้อยู่ที่ไหน

เช้า 10 ก.ย.2558 พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่สโมสร ทบ. ถนนวิภาวดีรังสิต ว่า

"คสช.ได้เชิญตัวนายพิชัยไปพูดคุย เนื่องจากแสดงความคิดเห็นไม่ตรง และไม่เป็นไปตามแนวทางที่เคยตกลงกันไว้ จึงต้องเชิญมาพูดคุยอีกครั้งเพื่อทำความเข้าใจ"

นักข่าวถามขณะนี้คุมตัวไว้ที่ไหน จะคุมตัวกี่วัน พล.อ.อุดมเดชไม่ตอบ แต่ได้กล่าวว่า

"คงไม่มีอะไร" พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. แถลงแก่ผู้สื่อข่าว 10 ก.ย.2558 "กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จำเป็นต้องเชิญนายพิชัย มาแลกเปลี่ยนทำความเข้าใจ ตามแนวทางการรักษาความสงบเรียบร้อยเดิม เพราะช่วงที่ผ่านมานายพิชัยแสดงความคิดเห็น ไม่เป็นตามเงื่อนไขที่ได้ขอความร่วมมือไว้ เหมือนมีเจตนามุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลและ คสช.โดยใช้เพียงทัศนคติส่วนตัวมาอย่างต่อเนื่อง มีการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนมากล่าวหาพาดพิง และชี้นำให้สังคมสับสนไม่มั่นใจการทำงานของรัฐบาลบ่อยครั้ง ซึ่งหลายอย่างก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า จะพยายามใช้การทำความเข้าใจเป็นหลัก ส่วนจะใช้เวลาแค่ไหนต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือ และดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ"

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย แถลงแก่นักข่าวว่า "ผมอยากจะขอร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พิจารณาปล่อยตัวนายพิชัย เนื่องจากการออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเรื่องเศรษฐกิจ ก็เพราะนายพิชัยมีความห่วงใยประเทศชาติ และ พล.อ.ประยุทธ์ก็เคยพูดอยู่เสมอว่า ยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย ใครที่พูดผิดในที่สุดสังคมก็จะตัดสินเอง และในโลกประชาธิปไตยนั้นความคิดเห็นแตกต่างก็เกิดขึ้นได้เสมอ ท่านประยุทธ์ก็เป็นนายกฯ มากว่า 1 ปีแล้ว ท่านก็เข้าใจดีถึงความรู้สึกของคนไทยทุกฝ่ายดี ทุกคนล้วนรักชาติกันทุกคน ให้อภัยคนเถอะครับ ท่านพิชัยเองลูกท่านยังเล็กมาก"

กิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง แถลงแก่นักข่าวว่า "จากการที่เคยร่วมงานกับนายพิชัยในทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ถือว่านายพิชัยเป็นทีมงานคนสำคัญ การออกมาพูดแสดงความเห็นของนายพิชัย ถือว่าเป็นความปรารถนาดี และบริสุทธิ์ใจต่อปัญหาภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ฉะนั้นการแสดงความเห็นที่ผ่านมาถือว่าเป็นประโยชน์ และเป็นความห่วงใยที่สอดคล้องกับทีมเศรษฐกิจชุดเดิมที่มี ม.ร.ว.ปรีดิ ยาธร เทวกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และแม้รัฐบาลจะมีการเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ ก็ยังถือว่ามีความเห็นที่สอดคล้องกัน โดยวันนี้ในต่างประเทศมองว่าภาวะเศรษฐกิจกับความมั่นคงมีความเชื่อมโยงกัน รัฐบาลโดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคงควรจะรับฟังด้วยใจที่เปิดกว้าง การที่เชิญตัวนายพิชัยไปปรับทัศนคติหลายครั้ง และล่าสุดได้มีการควบคุมตัวไว้ 7 วัน มันสะท้อนนำไปสู่ความเข้าใจให้เห็นว่าผู้บริหารประเทศในปัจจุบัน ไม่อยากเห็นใครออกมาแสดงความเห็นแบบนี้ ทั้งๆ ที่การแสดงความเห็นเป็นประโยชน์ และเป็นความห่วงใยต่อประเทศ การเดินทางไปต่างประเทศไม่ว่าจะ

เป็นตัวนายกรัฐมนตรี หรือคนในรัฐบาลคนใดก็ตาม เมื่อมีการพูดคุยความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจแล้วก็จะต้องถูกตั้งคำถามเรื่อง สภาวะทางการเมืองภายในประเทศที่มีการสะดุดของรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น โดยต้องถูกถามว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ ถึงจะมีรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่ประชาธิปไตย ฉะนั้นการวางแผนเตรียมความพร้อมในการตอบคำถามเหลานี้ที่นายพิชัยออกมาพูด รัฐบาลควรมองในแง่บวก ในฐานะที่ผมเองรู้จักนายพิชัย และร่ำเรียนเศรษฐศาสตร์มาด้วยกัน ยืนยันว่านายพิชัยมีความปรารถนาดี และไม่ได้ใช้ความเห็นส่วนตัวเป็นหลัก แต่ยังมีการรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นมาด้วย ไม่ได้มีเจตนาทำลายเสถียรภาพรัฐบาลในเรื่องใดๆ"

จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว ความว่า "การจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกของคนๆ หนึ่ง ความจริงก็คือ การจำกัดเสรีภาพของคนทั้งหลายในสังคม จำกัดทั้งเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลความคิดเห็น ที่ผ่านมา คุณพิชัย เสนอความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองอย่างมาก การวิจารณ์นโยบายและการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นตามหลักวิชาการและหลักการบริหาร หลายๆ เรื่องพิสูจน์แล้วด้วยซ้ำว่า คุณพิชัย พูดไว้ถูกต้อง ถ้าทำตามคุณพิชัยเสียแต่เนิ่นๆ ก็คงลดความเสียหายไปได้ไม่น้อย แต่ก็น่าเสียดายไม่ฟังกัน การจำกัดอิสรภาพคุณพิชัยเป็นการส่งสัญญาณว่า รัฐบาลไม่ต้องการฟังความเห็นต่าง และไม่ต้องการให้ประชาชนรับรู้ความเห็นที่หลากหลาย ซึ่งจะส่งผลเสียถ้าผู้บริหารประเทศเลือกที่จะฟังแต่ความเห็นที่ตรงกับตนเอง เพียงอย่างเดียวแล้ว ผู้ใกล้ชิดก็จะไม่กล้าทักท้วง ก็จะเข้ารกเข้าพงไปด้วยกัน การปิดกั้นความเห็นต่างยังจะกระทบความน่าเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจ ต่อนโยบายและการแก้ปัญหาด้วย เพราะข้อมูลที่ให้โดยรัฐฝ่ายเดียวไม่น่าเชื่อถือ อีกอย่างหนึ่ง เราเพิ่งผ่านการที่ร่างรัฐธรรมนูญถูกคว่ำไปหยกๆ เนื่องจากกระบวนการร่างไม่เปิดให้มีการแสดงความคิดเห็น จะร่างใหม่ย่อมต้องเปิดกว้าง 6-4 6-4 เป็นเวลานานมากและอาจยืดออกไปได้อย่างไม่มีกำหนดแน่นอน ประเทศยังจะเผชิญปัญหาอีกมาก การไม่รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายเป็นอันตราย น่าเป็นห่วงประเทศชาติบ้านเมืองอย่างยิ่ง"

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/bmnd/2248928

5ความคิดเห็น
  • ผักหวานป่า

    11 ก.ย. 2015 - 10:48

    หมดคำกล่าว น่าเวทนา  เฉย

  • payai97

    12 ก.ย. 2015 - 12:26

    จะให้อวยอย่างเดียว..มันผิดธรรมชาติ

    เพราะคนเราไม่ได้เลวทั้งหมด..และไม่ใช่จะดีทั้งหมด

    ทุกคนมีโอกาสผิดพลาดกันได้..ไม่ว่าจะคิดผิดพลาด

    ตัดสินใจผิดพลาด หรือทำผิดพลาด..*สี่เท้ายังรู้พลาด-นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง*

     

    ควรเปิดใจกว้าง..รับฟังแนวความคิดที่หลากหลาย

    ย่อมมีทางเลือกมากกว่า และเสี่ยงน้อยกว่า..ไม่ดีกว่าหรือ

     

    แต่ถ้ายังใจแคบอยากฟังแต่คำป้อยอ..*ดีครับผม-เหมาะสมครับท่าน*

    ระวังไว้บ้างก็แล้วกัน พวกหวังดีประสงค์ร้ายประเภท..*ยุส่งให้เสียคนไปเลย*

     

     

  • สุดสวย

    12 ก.ย. 2015 - 11:50

    คนที่กล้าแสดงความคิดเห็น ในเรื่องเศรษฐกิจ แสดงว่าเขามีความเป็นห่วง และรักชาติบ้านเมืองเช่นกัน อยากเห็นความปรองดองของคนในชาติ คุณลุงตู่เมตตาเถอะ ปล่อยคุณพิชัยเถอะนะคะ สงสารครอบครัวของท่าน คงกินไม่ได้นอนไม่หลับหลายคืนแระ นะลุงตู่คนใจดี 

  • ฒ.ผู้เฒ่า 79

    12 ก.ย. 2015 - 15:35

    ถ้าปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยทำไม่ได้ จึงต้องยึดอำนาจ คงเป็นเหตุผลข้อ 1 ที่ต้องยึดอำนาจ


loading...