ชัวร์ก่อนแชร์ : คลื่นจากมือถือ อันตรายจริงหรือ?

ชัวร์ก่อนแชร์ : คลื่นจากมือถือ อันตรายจริงหรือ?

Normal
0

false
false
false

EN-US
X-NONE
TH

/* Style Definitions */
table.MsoNormalTable
{mso-style-name:"Table Normal";
mso-tstyle-rowband-size:0;
mso-tstyle-colband-size:0;
mso-style-noshow:yes;
mso-style-priority:99;
mso-style-parent:"";
mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt;
mso-para-margin-top:0cm;
mso-para-margin-right:0cm;
mso-para-margin-bottom:8.0pt;
mso-para-margin-left:0cm;
line-height:107%;
mso-pagination:widow-orphan;
font-size:11.0pt;
mso-bidi-font-size:14.0pt;
font-family:"Calibri",sans-serif;
mso-ascii-font-family:Calibri;
mso-ascii-theme-font:minor-latin;
mso-hansi-font-family:Calibri;
mso-hansi-theme-font:minor-latin;
mso-bidi-font-family:"Cordia New";
mso-bidi-theme-font:minor-bidi;}

โทรศัพท์มือถืออยู่ในมือคนเรามาร่วม 30 ปีแล้ว แต่ทุกวันนี้ก็ยังคงมีการแชร์เตือนให้ระวังภัยจากคลื่นจากมือถือ เช่นเรื่องนี้บอกว่ามือถือทำให้หญิงคนหนึ่งแท้งลูก เพราะเก็บมือถือไว้ในเสื้อแจ็คเกต หรือทำลายอวัยวะภายใน หรือก่อมะเร็ง ถ้าเรื่องนี้เป็นจริงก็น่าตกใจ เพราะมีมือถืออยู่มากมายรอบตัวยิ่งกว่าจำนวนประชากรเสียอีก แต่ก่อนจะแชร์ต่อ ต้องเช็กให้ถูกชัวร์ โยแวร์จึงเดินทางไปหาคำตอบจากผู้รู้หลายท่านว่า มือถือมีผลรุนแรงถึงขั้นแท้งลูก หรือก่อมะเร็งจริงหรือไม่
 
ผู้ เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ประกอบด้วย รศ.ดร.พิสิฐ บุญศรีเมือง คณะวิศวกรรมฯ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง ศ.พิเศษ นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผอ.รพ.วัฒโนสถ รพ.มะเร็งกรุงเทพ ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช คณะวิศวกรรมฯ ม.ธรรมศาสตร์ ดร.อาจณรงค์ ฐานสันโดษ ที่ปรึกษาสำนักงาน กสทช.ด้านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และนางนุสรา หนาแน่น ผอ.สำนักมาตรฐานฯ กสทช.

สรุป ได้ว่าไม่เป็นความจริง คลื่นมือถือไม่ได้ก่อมะเร็งโดยตรง โดยระดับพลังงานคงไม่มากพอที่จะทำให้เกิดในระยะสั้น แม้พลังงานที่ส่งออกมาจากมือถือนั้นมีจริง ทำให้ร่างกายอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเล็กน้อยไม่เกิน 1 องศาเซลเซียส เป็นพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าระดับความแรงต่ำออกมา ซึ่งไม่ส่งผลใดๆ ต่อสุขภาพ

ถ้า เปรียบเทียบง่ายๆ คือ เตาไมโครเวฟ แต่ไม่ต้องตกใจ เพราะความแรงต่างกันอย่างน้อย 350-มากกว่า 700 เท่า และยังถูกควบคุมให้ปลอดภัยตามมาตรฐานสากลที่กำหนดไว้ เรียกว่า ค่า SAR หรือก็คือค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่เนื้อเยื่อสามารถดูดกลืนไปได้ ต้องไม่เกิน 2 วัตต์/กิโลกรัม เฉลี่ยในมวลเนื้อเยื่อ 10 กรัม แต่ความจริงค่า SAR ของมือถือรุ่นใหม่ๆ ยิ่งลดต่ำกว่า 1 วัตต์ โดยกำลังส่งน้อยๆ จะยิ่งช่วยประหยัดแบตฯ ได้อีก ซึ่ง กสทช.ได้ประกาศค่า SAR บนเว็บไซต์ด้วย และมือถือทุกเครื่องก็มี SAR ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด เพราะฉะนั้นประชาชนปลอดภัย

ส่วนที่บอกให้วางมือถือห่างๆ เวลานอน หรือพกห่างๆ อวัยวะสำคัญ อันนี้ก็ไม่เป็นความจริง ในขณะที่โทรศัพท์มือถือไม่ได้ทำงาน จะไม่มีการ radiate หรือแผ่คลื่นออกไป เราสามารถใช้มือถือโดยอยู่ห่างจากร่างกายเท่าไรก็ได้

แต่หลายคนยัง กังวลกับความแรง เพราะเห็นคลิปวางมือถือ 4 เครื่องทำ popcorn หรือข้าวโพดคั่วได้ เรื่องนี้เจ้าของคลิปออกมายืนยันกับ CNN เองเมื่อ 7 ปีมาแล้วว่า เขาใช้เทคนิคการตัดต่อสร้างคลิปนี้ขึ้นมา เพื่อโปรโมทสินค้าหูฟังบลูทูธ

และแม้คลื่นจากมือถือจะไม่ส่งผลรุนแรง สะสมในร่างกาย แต่บางท่านก็แนะนำให้ใช้เท่าที่จำเป็น อย่าใช้มือถือเป็นเวลานานๆ ถ้าต้องการคุยนานก็ควรจะใช้อุปกรณ์เสริม เว้นระยะระหว่างมือถือกับบริเวณหูเรา ก็จะช่วยบรรเทาอัตราความร้อนที่เกิดขึ้นภายในแกนสมองหรือหัวมนุษย์ได้ ในเด็กเล็กซึ่งการเจริญเติบโตของเซลล์เร็วกว่าผู้ใหญ่ การใช้มือถือเป็นประจำควรจะหลีกเลี่ยง

ส่วนเรื่องที่แชร์กันว่า มือถือทำให้แท้งลูกหรือเป็นอันตรายนั้น ผู้เชี่ยวชาญตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เลื่อนลอย ควรงดการแชร์ต่อ

ผู้เชี่ยวชาญทุกคนก็ยังใช้โทรศัพท์มือถือตามปกติ โดยไม่กลัวหรือกังวลใดๆ add LINE ของสำนักข่าวไทยไว้ เข้าไปที่เพิ่มเพื่อน แล้วพิมพ์ @TNAMCOT ถ้าได้รับแชร์อะไรมา อย่าเพิ่งแชร์ต่อ ส่งมาให้เราตรวจใน “ชัวร์ก่อนแชร์”

Cr  https://www.youtube.com/watch?v=O-9t_t3SMD4&feature=youtu.be

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    0
  • เศร้า
    0
  • โกรธ
    0